Masuk"พร้อมจะให้ผมถอยรถออกหรือยังครับ?"
น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจดุจคำสั่งที่ประกาศก้องกลางครัน ส่งผลให้ประโยคถัดไปที่ฟ้ารุ่งกำลังจะพ่นออกมาด้วยความเดือดดาลถูกกลืนหายไปในลำคอทันที
หญิงสาวเหยียดริมฝีปากมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังอย่างปิดไม่มิด หล่อนรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิดที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อยน้ำเสียงเน้นย้ำที่ฟังดูเหมือนจงใจยุติบทสนทนาแต่เพียงเท่านี้ เป็นการประกาศความเหนือกว่าที่ทำให้ฟ้ารุ่งรู้สึกตัวเล็กลงอย่างน่าเจ็บใจ ท่าทางถือดีที่ควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จนั่นแหละคือสิ่งที่หล่อนเกลียดที่สุด...
ไม่สิ ทั้งหมดที่เป็นเขานั่นแหละ มันขวางหูขวางตาหล่อนไปเสียทุกอย่างอย่างไร้เหตุผล!
"ไปเถอะฟ้า... อย่ามีเรื่องเลย"
รุ่งรัตนารีบเข้ามาแตะต้นแขนเพื่อนสาวเบาๆ เพื่อดึงสติ ก่อนจะหันไปทางชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มละมุน
"คุณช่วยถอยรถออกก่อนนะคะ เราจะได้ถอยรถของเราออกบ้าง"
"ครับ... ผมต้องขอโทษ 'คุณ' อีกครั้งนะครับ"
ชายหนุ่มตอบรับพลางระบายยิ้มให้รุ่งรัตนาอย่างเปิดเผยและดูจริงใจ แววตาที่เขามอบให้รุ่งรัตนานั้นดูอบอุ่นและให้เกียรติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมันช่างต่างจากตอนที่เขามองฟ้ารุ่งราวฟ้ากับเหว ท่าทีที่จงใจเลือกปฏิบัติเช่นนี้ยิ่งทำให้ฟ้ารุ่งรู้สึกเหมือนเป็น 'คนนอก' ที่น่ารำคาญและไร้ตัวตนในสายตาเขาเขาปรายตามองความกราดเกี้ยวของฟ้ารุ่งด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมอง อากาศธาตุ เป็นสายตาที่ไร้ความรู้สึกและเย็นชาที่สุดเท่าที่หล่อนเคยเจอมา มันเป็นการตอกย้ำอย่างเลือดเย็นว่าคำด่าทอหรืออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของหล่อนนั้นไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อเขาเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนจะหมุนตัวกลับไปขึ้นรถสปอร์ตคันหรูแล้วเคลื่อนรถออกไปอย่างนุ่มนวล ทิ้งให้ฟ้ารุ่งยืนกำหมัดแน่นด้วยความขุ่นมัวที่สุมอยู่ในอกอย่างไร้ทางออก
รถเก๋งของสองสาวทะยานออกไปก่อน โดยมีรถสปอร์ตคันหรูเลื่อนตามมาติด ๆ รุ่งรัตนาอดไม่ได้ที่จะลอบมองกระจกหลังเพื่อลอบสังเกตใบหน้าคมเข้มนั้นอีกครั้งด้วยความสนใจ ผิดกับฟ้ารุ่งที่นั่งคอแข็งทื่อ ร่างกายเกร็งเขม็งอยู่ตลอดเวลาที่รับรู้ว่าเขายังคงขับตามหลังมา จนกระทั่งรถคันนั้นเลี้ยวแยกเข้าสู่เส้นทางอื่นนั่นแหละ หล่อนถึงได้ถอนหายใจออกมาและเริ่มผ่อนคลายกล้ามเนื้อลงหญิงสาวไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเหตุใดจึงเกิดปฏิกิริยารุนแรงต่อผู้ชายคนนั้นได้ถึงเพียงนี้ ทั้งที่เพิ่งเคยเห็นหน้ากันเป็นครั้งแรกแท้ ๆ แต่ความรู้สึกกลับรุนแรงราวกับรู้จักและโกรธแค้นกันมานานนับปี... และที่น่ากลัวกว่านั้นคือส่วนลึกในใจกลับสังหรณ์ว่า นี่จะไม่ใช่การพบกันครั้งสุดท้าย
ฟ้ารุ่งถอนหายใจยาวอย่างสับสน ไม่อยากเชื่อว่าความคิดของหล่อนจะวุ่นวายได้ขนาดนี้ เพียงเพราะผู้ชายหน้าตาดีที่มีบุคลิกโดดเด่นคนเดียว ไม่น่าจะทำให้คนที่มีไหวพริบและฉลาดเฉลียวอย่างหล่อนต้องเสียอาการได้มากขนาดนี้‘มันช่างน่าแปลกจริง ๆ’ หล่อนคิดในใจ
หรือนี่จะเป็นอย่างที่โบราณเขาว่าไว้... คนที่ไม่ถูกชะตากัน แค่เห็นหน้าก็รับรู้ได้ถึงคลื่นความถี่ที่ไม่กินเส้นกันทันที แสดงว่าชาติปางก่อนหล่อนกับเขาคงเคยจับดาบสู้รบพุ่งรบกันมาแน่ ๆ ถึงได้มีกระแสความชิงชังเข้มข้นขนาดนี้ ฟ้ารุ่งจมอยู่กับความคิดเงียบๆ ขณะที่รถเคลื่อนตัวไปตามจังหวะจราจรที่หนาแน่นและสับสนของเมืองกรุงเทพฯ
‘รถเมื่อกี้ทะเบียนสวยนะฟ้า “เพื่อนสาวเปิดประเด็นชวนคุย
“ เลขเรียงสวยเชียว" รุ่งรัตนาที่ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชมแบบไม่ปิดบัง
"แต่ที่สวยกว่าทะเบียน ก็หน้าเจ้าของเขานั่นแหละเนอะ... หล่อมากเลยนะแก มาดเข้ม ดูดีไปทุกกระเบียดนิ้วจริง ๆ สมแล้วที่ขับรถแพงขนาดนี้"
"รุ่ง! นี่แกยังจะไปชมเขาอีกเหรอ?"
ฟ้ารุ่งหันขวับมามองเพื่อนสาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"ความหล่อมันกินไม่ได้นะแก แต่มารยาทขวางโลกแบบนั้นมันน่าโดนสั่งสอนมากกว่า!"
"แหม... ก็เขาก็ขอโทษฉันตั้งหลายครั้งแล้วนะ แถมตอนเขายิ้มให้นะแม่คุณเอ๊ย... ใจสั่นไปหมด"
รุ่งรัตนายังคงเพ้อฝันต่อพลางทำท่าเขินอาย
"ฉันว่าเขาดูเป็นผู้ชายมีเสน่ห์ดึงดูดแบบแปลก ๆ นะ แข็งนอกนุ่มในหรือเปล่าก็ไม่รู้"
"นุ่มกับผีน่ะสิ!"
ฟ้ารุ่งปรี๊ดแตกขึ้นมาอีกรอบ
"แกเห็นสายตาที่เขามองฉันไหม? เขามองฉันเหมือนเป็นฝุ่นผง เป็นอากาศธาตุ! ผู้ชายแบบนี้ต่อให้หล่อเป็นเทพบุตร ฉันก็ไม่นับว่ามีเสน่ห์หรอกรุ่ง แกเลิกชมเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะประสาทเสียไปมากกว่านี้!"
รุ่งรัตนาหัวเราะร่วนเมื่อเห็นเพื่อนสาวฟิวส์ขาด
"โอเค ๆ ไม่ชมแล้วจ้า... แต่แกจดทะเบียนรถเขาไว้ทำไมเนี่ย? "
ฟ้ารุ่งไม่ตอบ หล่อนเพียงแต่ยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า
"เรื่องของฉันน่า... ทำหน้าที่ขับรถไปเถอะ!"
"จ้าาา คุณผู้หญิง แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ"
รุ่งรัตนาส่ายหัวขำๆ ขณะตบเกียร์เคลื่อนรถออกสู่ถนนใหญ่
"แต่บอกก่อนนะ ถ้าคิดจะเอาเลขไปเสี่ยงโชคตัวไหน บอกกันด้วย ฉันจะได้หุ้น"ฟ้ารุ่งที่กำลังนั่งกอดอกมองวิถีข้างทางถึงกับหลุดขำพรืดออกมา
"เพ้อเจ้อ! ฉันไม่ได้จะเอาไปซื้อหวย"
"อ้าว... ไม่ใช่เหรอ? เห็นจดแม่นอย่างกับจะเอาไปพ่นข้างฝาบ้าน"
รุ่งรัตนาเหลือบตามองเพื่อนสาวด้วยแววตาหยอกล้อ
"หรือว่า... กะจะสืบให้รู้ไปเลยว่าเจ้าของรถสุดหล่อคนนั้นเป็นใครกันแน่?""เลิกพูดได้แล้วรัตน์! ไฟเขียวแล้ว ออกรถไปเลย!"
ฟ้ารุ่งรีบตัดบทพลางแสร้งทำเป็นสนใจทิวทัศน์นอกหน้าต่าง เพื่อซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในดวงตา
สายลมโชยเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นของร่มไม้ใบหนาเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย ฟ้ารุ่ง ยืนอยู่กลางห้องพลางกางแบบพิมพ์เขียวในมือออกตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ เธอดึงดันที่จะเดินทางมาดูงานที่บ้านสวนของ เรืองรบ ในวันนี้เพียงลำพังเพื่อเก็บรายละเอียดหน้างานส่วนสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์"ทำไมมาดูงานถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ?"เรืองรบเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความตัดพ้อบางเบาฟ้ารุ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นตรวจเช็กหน้าต่างกระจกบานโตเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น "ฟ้าเห็นว่าเป็นแค่การเก็บงานส่วนสุดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ”“รบกวนอะไรกัน..”ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ"ชอบสไตล์การแต่งห้องแบบไหน?”เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนกว้างขวางที่ขยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องนี้ผมปล่อยอิสระให้ฟ้าดีไซน์ได้เต็มที่เลยนะ รวมถึงวัสดุและเครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ ผมอยากให้ฟ้าเป็นคนเลือกเองทั้งหมด... ทุกอย่างเลย"คำพูดที่ให้เกียรติและแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้ารุ่งหน้าร้อนวูบ“คุณเป็นเจ้าของควรจะเป็นคุณค่ะ”หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้“เอา
ณ ผับอาเธอร์ ความโกลาหลใต้แสงไฟกระพริบ"ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! เปิดไฟสปอตไลท์! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!"เสียงประกาศเฉียบขาดผ่านลำโพงขยายเสียงของนายตำรวจผู้ควบคุมทีม ทำเอาเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มดับวูบลงทันตา แสงไฟหลากสีถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแสงขาวสว่างโล่บาดตา นักเที่ยวหลายร้อยชีวิตตื่นตระหนกพากันกรีดร้องและวิ่งพล่านหาทางหนี แต่ทุกประตูถูกเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้หมดแล้ว"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรวะ รู้ไหมว่าที่นี่ผับของใคร?!"ชาติ ผู้จัดการผับคนสนิทของพชร วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางกร่างใส่นายตำรวจ "มีหมายค้นหรือเปล่า จู่ ๆ จะมาบุกรุกแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!""นี่หมายค้นและหมายจับ!"นายตำรวจระดับสารวัตรยื่นเอกสารฉบับใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าอกของชาติทันที แววตากร้าว"เราได้รับสายรายงานและมีหลักฐานชัดเจนว่า ผับอาเธอร์มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมตัวผู้จัดการและพนักงานทุกคนไว้! ใครขัดขืนจับให้หมด!""เหวอ! เดี๋ยวซิผู้กอง... เคลียร์กันก่อนได้ไหม"ชาติหน้าถอดสี ท่าทางอวดดีมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นของกลางเป็นซองยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่สายสืบตำรวจต
เสียงโต้เถียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ทำเอา ลอย ที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านใกล้ทางเดินต้องคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป น้ำเสียงของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆภายในห้อง เสี่ยตือ กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองกล่องของขวัญขนาดใหญ่หลายต่อหลายกล่องที่วางกองสลับซับซ้อนอยู่กลางบ้าน ก่อนจะตวัดสายตาไม่พอใจไปทาง เจี๊ยบ ที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว"อีหนูเจี๊ยบ! นี่มันอะไรกันวะ!”เสี่ยตือหงุดหงิดมาก เพราะนับตั้งแต่ดูหลักฐานจากเล็กเขาจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เขาเคยพลาดแล้วเขาจะต้องไม่พลาดอีกเด้ดขาดแต่ทบทวนมาตลอดว่าจะทำกับเรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ให้จบลงอย่างไรที่มันจะไม่พินาศยับเยิน“ทำไมคะเสี่ย ก็แค่งานของเจี๊ยบค่ะ น่าจะดีใจนะคะที่เจี๊ยบมาการมีงานทำ” เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ขนาดขนไอ้กล่องพวกนี้เข้ามาเต็มบ้านโดยไม่เห็นหัวกันเลยเหรอฮะ!"เสี่ยตือตวาดลั่น"มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะเสี่ย!"เจี๊ยบตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง "นี่มันคืองานใหม่ที่เจี๊ยบได้เงินดีมาก ๆเชียวล่ะ”“มันงานอะไรกันแน่ ต้นปี กลางปี ตลอดปี ก็มีกล่องของขวัญไม่ต้องรอปีใ
ประตูห้องพักในอพาร์ตเมนต์หรูของเรืองรบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟ้ารุ่ง หญิงสาวก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างจำนน“เข้ามาเหอะน่ายืนตรงหน้าประตูยิ่งเป็นเป้าสายตาคนพักที่นี่...”เรืองรบบอกขณะที่ สายตาฟ้ารุ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักที่เธอเพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก มันกว้างขวาง ทันสมัย และอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบขรึม “ไม่ต้องกลัวผมปล้ำหรอก...”เสียงของเขายังคงจริงจังไม่เหลือร่องรอยการพูดล้อเล่นอีกเลย“ถ้าจะปล้ำ ผมไม่ต้องพามาที่นี่ เพราะที่นี่คนรู้จักผมทั้งนั้น”ฟ้ารุ่งเงียบและมองการตกแต่งห้องชุดนี้ด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี“นั่งที่โต๊ะนี้ก่อน..ผมจะจัดการเอง คุณนั่งรอเฉย ๆ”ฟ้ารุ่งพยายามระงับอาการสั่นพร่าในอก เธอกำมือแน่นพลางบอกตัวเองในใจ... อย่าปล่อยให้เผลอไผลเหมือนที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธอต้องเข้มแข็งและมีสติ“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม”เรืองรบหันมามองเธอ แววตาดุดันและท่าทีเฉียบขาดที่เขาใช้ระงับการประท้วงของเธอบนรถค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ“คนที่คุณควรกลัวตอน
บรรยากาศภายในออฟฟิศทำงานของฟ้ารุ่งดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เมื่อร่างสูงสง่าของสารวัตรเรืองรบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะก้มลงสนใจเอกสารบนโต๊ะต่อพลางวางตัวเฉยชา ไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเหมือนทุกครั้งที่เขามาหา ท่าทีเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใยนั้นแสดงออกชัดเจนจน ‘รุ่งรัตนา’ เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในห้องกระจกมองมาแปลกๆ ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรืองรบกลับไม่ละความพยายาม ขยับเข้าไปใกล้ระบายยิ้มบาง ๆ“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ...”เขาดูอิดโรยเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ผมมารับไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญบางเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟัง”ฟ้ารุ่งไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ มือเรียวยังคงพลิกหน้ากระดาษเอกสารไปมาอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและห่างเหินจนคนฟังใจหาย“มีอะไรก็พูดมาที่นี่เลยค่ะ พูดตรงนี้ได้เลย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ คงไม่มีเวลาออกไปนั่งทานข้าวข้างนอกหรอกค่ะ”.รุ่งรัตนาที่แอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทนความอึดอัดไม่ไหว“สวัสดีค่า...ว่างเหรอคะถึงได้แวะมา “เ
“มีอะไรเฮีย ทำไมโทรให้ผมออกมาแต่เช้า”เล็กหรือรัตนัยน้องชายรัตนาผู้เป็นภรรยาของเสี่ยตือเอง“เฮียไม่อยากตอบคำถามพี่สาวลื้อ ขี้เกียจเถียงกัน”“ก็เฮียทำไม่ถูกนี่นะ”“เออนะ...ลื้อจะกินอะไรก็สั่งมา เฮียมีธุระอื่นอีกที่ต้องไป”“ไม่ล่ะยังกินอะไรไม่ลง เพิ่งกระดกกาแฟถ้วยที่สามมา พูดธุระมาเลย”“เฮียอยากจะขอดูหลักฐานที่ลื้อบอกว่ามีเกี่ยวกับเจี๊ยบ.....”เล็กมองหน้าพี่เขยพร้อมถอนหายใจอย่างหนัก ๆ นั่งจ้องอยู่สักครู่จึงพูดขึ้นว่า “ที่ผมบอกเจ๊รัตน์เพราะสงสารทั้งเฮียทั้งเจ๊...ที่จริงเรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วเล็กหยุดไปนิดหนึ่งเพื่อให้โอกาสอีฝ่ายโต้แย้งแต่เสี่ยตือยังคงนิ่งเงียบ แววตาเคร่งขรึมลง ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ เล็กจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดฉากพูดเตือนสติพี่เขยอย่างตรงไปตรงมา“เฮียตือ...ผมเห็นเฮียเป็นเหมือนพี่ชาย ผมเองก็รักและนับถือเฮียเพราะเป็นสามีพี่สาวผม” เล็กถอนหายใจจ้องหน้าที่เคร่งเครียดของเสี่ยตือ“ถามจริง นึกยังไงถึงเข้ามาขอดูหลักฐานกับผมวันนี้”“ลื้ออย่ารู้เลย เฮียอยากเห็นกับตา ถ้าลื้อมีจริงก็เอามาแสดงให้เฮียดู”“อ่อ..เพื่อความมั่นใจว่าเมียผิดหจริงไหม? ว่างั้นเถอะ...”เขาถอยหายใจห
ฟ้ารุ่งรีบเก็บม้วนแบบแปลนและอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตาจากทางด้านหลัง"วันนี้รายละเอียดครบถ้วนแล้วค่ะคุณพชร เดี๋ยวฟ้าจะกลับไปแก้แบบห้องโถงตามที่คุณต้องการ แล้วจะส่งไฟล์ให้ตรวจอีกทีนะคะ" เธอกล่าวพลางขยับถอ
"ก๊อก... ก๊อก...""เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก"รุ่งรัตนาเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงกังวานใส ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้ามา สมฤทัย ประชาสัมพันธ์สาวสวยของบริษัทก็โผล่หน้าส่งยิ้มกว้างนำเข้ามาก่อน ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดูภูมิฐานอย่างน่าประหลาดรุ่งรัตนาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้
ฟ้ารุ่งไม่รอช้า หล่อนก้าวฉับ ๆ ตรงไปที่ท้ายรถสปอร์ตคันหรูสีเทาแกรไฟต์ที่จอดขวางสนิทหญิงสาววางมือลงบนตัวถังรถที่เย็นเฉียบแล้วออกแรงผลักเต็มกำลัง ทว่า... รถคันงามกลับ นิ่งสนิทราวกับถูกหล่อติดไว้กับพื้นปูน ไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่เซนติเมตรเดียว!"ไหนใครบอกว่าใส่เกียร์ว่างเอาไว้ไงคะ!"ฟ้ารุ่งหันมาแหว
ฟ้ารุ่งมี รูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ราวกับประติมากรรมชั้นยอด แขนขาเรียวเล็กดูบอบบางแต่คล่องแคล่ว ท่วงท่าการขยับตัวดูดีไปเสียทุกสัดส่วนจนยากจะละสายตา แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่แสนดึงดูดนั้น ฟ้ารุ่งกลับเป็นคนที่มีกำแพงสูงลิบ หล่อน ระวังตัวอย่างยิ่ง และมีสายตาที่คอยสังเกตสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ ความ ฉลาดเฉลียวและมี







