LOGIN"ก๊อก... ก๊อก..."
"เชิญค่ะ ประตูไม่ได้ล็อก"
รุ่งรัตนาเอ่ยอนุญาตน้ำเสียงกังวานใส ทันทีที่บานประตูถูกผลักเข้ามา สมฤทัย ประชาสัมพันธ์สาวสวยของบริษัทก็โผล่หน้าส่งยิ้มกว้างนำเข้ามาก่อน ตามมาด้วยร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองที่ดูเรียบง่ายทว่ากลับดูภูมิฐานอย่างน่าประหลาดรุ่งรัตนาวางมือจากงานแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับผู้มาเยือน แต่ทันทีที่สายตาปะทะกับใบหน้าคมเข้มและรูปร่างกำยำสูงใหญ่นั่น หล่อนถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดทำให้ในหัวเริ่มประมวลผลวุ่นวาย...
ใบหน้าแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ หล่อนเคยเห็นที่ไหนกันนะ?
"มาติดต่อเรื่องตกแต่งบ้านค่ะพี่รุ่ง"
สมฤทัยรายงานพลางผายมือเชิญแขกหนุ่มรูปหล่อให้ไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกตรงมุมห้อง ก่อนจะขอตัวเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่รุ่งรัตนาเดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาพลางยกมือไหว้ทักทายตามมารยาท แต่แล้ววินาทีที่สบตาเขาในระยะใกล้ ความจำก็ทำงานฉับพลัน...
ใช่เขาจริง ๆ ด้วย!
ชายหนุ่มหน้าเข้มที่เป็นเจ้าของรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันนั้น คนที่หล่อนเพิ่งเจอเหตุการณ์ขวางโลกที่ลานจอดรถมาหมาด ๆ
หัวใจของหญิงสาวเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความประหม่าแล่นริ้วขึ้นมาจนรู้สึก 'ตุ้มๆ ต่อมๆ' ในอก หล่อนระบายยิ้มละมุนที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า
โลกใบนี้มันช่างกลมจนน่ากลัวจริง ๆ
"ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ ว่าโลกมันจะกลมจนน่าตกใจขนาดนี้"
รุ่งรัตนาโปรยยิ้มทักทายพลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
"ครับ... กลมยิ่งกว่าลูกบอลเสียอีก"
เรืองรบยิ้มกว้าง แววตาคมเข้มฉายความพึงพอใจชัดเจน เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ แต่ยังคงดูภูมิฐาน
"และผมก็ดีใจมากครับ... ที่โลกเหวี่ยงให้เรามาพบกันเร็วขนาดนี้"
"ดิฉันรุ่งรัตนา ตรีพานิชกุลค่ะ หรือเรียกว่า 'รุ่ง' ก็ได้ค่ะ... ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะคะ
"ผมเรืองรบ จาตุรงครักษ์ครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
"ขอบคุณค่ะ... แล้ววันนี้มีอะไรให้รุ่งรับใช้หรือเปล่าคะ?"
หญิงสาวปรับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างคล่องแคล่ว หากแต่ใบหน้ายังคงแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานและมีชีวิตชีวา สมกับที่เป็น 'เวิร์กกิ้งวูแมน' ยุคใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จนชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าอดที่จะยิ้มตอบด้วยความชื่นชมไม่ได้
"ผมเห็นป้ายที่นี่เปิดรับออกแบบตกแต่งภายใน เลยแวะเข้ามาดูครับ..."
เรืองรบหยุดจังหวะพูดพลางสบตาหล่อนอย่างเปิดเผย
"ที่จริงผมสังเกตออฟฟิศนี้มาหลายวันแล้ว เห็นคุณเดินเข้าออกอยู่บ่อย ๆ พอใจมันสั่งว่าคุณต้องทำงานที่นี่แน่ ๆ ผมเลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้ามาทักทาย... เผื่อจะได้ใช้บริการตกแต่งบ้านหลังใหม่บ้างน่ะครับ"
"อุ๊ย! นี่แสดงว่าบ้านคุณอยู่แถวนี้เหรอคะ ถึงเห็นรุ่งเดินเข้าออกได้บ่อย ๆ?"
หญิงสาวหลุดเรียกชื่อเล่นตัวเองด้วยความลืมตัว ความสนิทสนมมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนน่าแปลกใจ
รุ่งรัตนาเองก็ยังงงตัวเองว่าทำไมหล่อนถึงรู้สึกคุ้นเคยและไว้วางใจผู้ชายคนนี้ได้รวดเร็วเพียงนี้ ราวกับเขาไม่มีพิษมีภัย ทั้งที่เพิ่งรู้จักชื่อกันไม่ถึงห้านาทีเสียด้วยซ้ำ
"ครับ... บ้านผมอยู่เยื้องออกไปด้านหน้านี้เอง"
เรืองรบยกนิ้วชี้ออกไปทางทิศทางของบ้านพักหลังใหม่ที่กำลังเป็นประเด็น
"บ้านหลังที่ดูเงียบ ๆ และต้องซ่อมแซมนั่นแหละครับ ที่ผมอยากให้คุณเข้าไปช่วยเนรมิตมันใหม่"
รุ่งรัตนาทอดสายตามองตามนิ้วที่เขาชี้ออกไป
"อยู่ฟากถนนใหญ่ถัดไปทางซ้ายมือสักสองสามตึกใช่ไหมคะ..."
หญิงสาวนิ่งคิดตามพิกัดนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะสะดุดใจจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
"สองสามตึกถัดไป... เอ๊ะ แถวนั้นมันเป็นพื้นที่ของกรมตำรวจนี่คะ?"
"ครับผม... สายตาคุณแม่นยำมาก"
เขาตอบรับสั้น ๆ พลางส่งยิ้มกึ่งขันที่มุมปาก
"อย่าบอกนะว่า... คุณเป็นตำรวจด้วยหรือเปล่าคะเนี่ย?"
รุ่งรัตนาอุทานพลางทำตาโตด้วยความประหลาดใจ แต่พอรู้ตัวว่าเผลอแสดงท่าทางตื่นตูมและรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเขามากเกินไป หล่อนก็ชะงักกึก รีบปรับสีหน้าให้สำรวมพลางละล่ำละลักบอก
"เอ่อ... ขอโทษนะคะ รุ่งคงถามละลาบละล้วงไปหน่อย"
"ไม่เป็นไรครับ ตามสบายเลย"
เรืองรบตอบอย่างใจดี แววตาของเขาดูผ่อนคลายและไร้ซึ่งท่าทีถือตัว
"ผมชอบนะที่คุณเป็นคนตรงไปตรงมาแบบนี้”
รุ่งรัตนารู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมานิด ๆ หล่อนเพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองเผลอทำตัวสนิทสนมกับเขาเร็วเกินไปราวกับรู้จักกันมานานปี ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ถือสา แถมยังชวนคุยต่ออย่างถูกคอจนบรรยากาศในห้องทำงานดูอบอุ่นขึ้นผิดหูผิดตา จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องขอตัวกลับ เรืองรบกวาดสายตาไปรอบห้องทำงานอีกครั้งราวกับกำลังมองหาใครบางคนที่เขาคาดว่าจะได้เจอ... แต่กลับไร้เงา
"เอ่อ... เพื่อนร่วมงานของคุณอีกคนล่ะครับ วันนี้ไม่เห็นเลย?"
เขาถามทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หมายถึงฟ้าน่ะเหรอคะ? พอดี ฟ้า เขาออกไปพบลูกค้าน่ะค่ะ เห็นบอกว่าจะมีการส่งเครื่องเรือนลงพรุ่งนี้ เลยต้องแวะไปคุมหน้างานให้เรียบร้อยค่ะ"
คำตอบนั้นทำให้เรืองรบนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตาคมคายฉายแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ
"อย่างนั้นเหรอครับ... น่าเสียดายที่ไม่ได้ทักทาย"
เขายิ้มให้รุ่งรัตนาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาในใจ หญิงสาวลุกเดินตามมาเขาหยุดหันมาพูดอีกว่า
"ถ้าอย่างนั้น... งานของผม คุณรุ่งต้องแวะไปดูด้วยตัวเองนะครับ"
เรืองรบเอ่ยทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มที่มีเลศนัย
"แวะแน่นอนค่ะ ในฐานะลูกค้าคนสำคัญ รุ่งไม่มีทางปล่อยให้บริการบกพร่องแน่"
รุ่งรัตนาเดินออกมาส่งชายหนุ่มจนถึงหน้าออฟฟิศด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยความสุข
“ต้องรบกวนขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยนะคะ” รุ่งรัตนารีบบอก
“ยินดีครับ”
เรืองรบค้อมศีรษะให้เล็กน้อยแล้วก้มลงจดหมายเลขที่โต๊ะของสมฤดีอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และหัวใจที่เต้นรัวของหญิงสาว โดยที่เขาไม่มีโอกาสเห็นร่างสูงโปร่งของ ฟ้ารุ่ง ที่กำลังหอบม้วนแบบแปลนโตข้ามถนนมาจากอีกฝั่งพอดี
สายลมโชยเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายความสดชื่นของร่มไม้ใบหนาเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย ฟ้ารุ่ง ยืนอยู่กลางห้องพลางกางแบบพิมพ์เขียวในมือออกตรวจดูความเรียบร้อยรอบ ๆ เธอดึงดันที่จะเดินทางมาดูงานที่บ้านสวนของ เรืองรบ ในวันนี้เพียงลำพังเพื่อเก็บรายละเอียดหน้างานส่วนสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์"ทำไมมาดูงานถึงไม่ยอมบอกผมล่ะ?"เรืองรบเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความตัดพ้อบางเบาฟ้ารุ่งชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นตรวจเช็กหน้าต่างกระจกบานโตเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น "ฟ้าเห็นว่าเป็นแค่การเก็บงานส่วนสุดท้ายสั้น ๆ ค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณ”“รบกวนอะไรกัน..”ชายหนุ่มขยับเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ"ชอบสไตล์การแต่งห้องแบบไหน?”เขาทอดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนกว้างขวางที่ขยายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องนี้ผมปล่อยอิสระให้ฟ้าดีไซน์ได้เต็มที่เลยนะ รวมถึงวัสดุและเครื่องเรือนทุกชิ้นในห้องนี้ ผมอยากให้ฟ้าเป็นคนเลือกเองทั้งหมด... ทุกอย่างเลย"คำพูดที่ให้เกียรติและแฝงความนัยลึกซึ้งทำเอาฟ้ารุ่งหน้าร้อนวูบ“คุณเป็นเจ้าของควรจะเป็นคุณค่ะ”หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้“เอา
ณ ผับอาเธอร์ ความโกลาหลใต้แสงไฟกระพริบ"ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! เปิดไฟสปอตไลท์! ปิดเครื่องเสียงเดี๋ยวนี้!"เสียงประกาศเฉียบขาดผ่านลำโพงขยายเสียงของนายตำรวจผู้ควบคุมทีม ทำเอาเสียงเพลงที่กำลังดังกระหึ่มดับวูบลงทันตา แสงไฟหลากสีถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแสงขาวสว่างโล่บาดตา นักเที่ยวหลายร้อยชีวิตตื่นตระหนกพากันกรีดร้องและวิ่งพล่านหาทางหนี แต่ทุกประตูถูกเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้หมดแล้ว"เฮ้ย! พวกแกทำอะไรวะ รู้ไหมว่าที่นี่ผับของใคร?!"ชาติ ผู้จัดการผับคนสนิทของพชร วิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องทำงาน ท่าทางกร่างใส่นายตำรวจ "มีหมายค้นหรือเปล่า จู่ ๆ จะมาบุกรุกแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!""นี่หมายค้นและหมายจับ!"นายตำรวจระดับสารวัตรยื่นเอกสารฉบับใหญ่กระแทกเข้าที่หน้าอกของชาติทันที แววตากร้าว"เราได้รับสายรายงานและมีหลักฐานชัดเจนว่า ผับอาเธอร์มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด คุมตัวผู้จัดการและพนักงานทุกคนไว้! ใครขัดขืนจับให้หมด!""เหวอ! เดี๋ยวซิผู้กอง... เคลียร์กันก่อนได้ไหม"ชาติหน้าถอดสี ท่าทางอวดดีมลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นของกลางเป็นซองยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ที่สายสืบตำรวจต
เสียงโต้เถียงที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ ทำเอา ลอย ที่แอบซุ่มอยู่หลังม่านใกล้ทางเดินต้องคอยเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ยิ่งเวลาผ่านไป น้ำเสียงของทั้งคู่ก็ยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆภายในห้อง เสี่ยตือ กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดจ้องมองกล่องของขวัญขนาดใหญ่หลายต่อหลายกล่องที่วางกองสลับซับซ้อนอยู่กลางบ้าน ก่อนจะตวัดสายตาไม่พอใจไปทาง เจี๊ยบ ที่ยืนกอดอกเชิดหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว"อีหนูเจี๊ยบ! นี่มันอะไรกันวะ!”เสี่ยตือหงุดหงิดมาก เพราะนับตั้งแต่ดูหลักฐานจากเล็กเขาจำเป็นต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม เขาเคยพลาดแล้วเขาจะต้องไม่พลาดอีกเด้ดขาดแต่ทบทวนมาตลอดว่าจะทำกับเรื่องราวยุ่งเหยิงนี้ให้จบลงอย่างไรที่มันจะไม่พินาศยับเยิน“ทำไมคะเสี่ย ก็แค่งานของเจี๊ยบค่ะ น่าจะดีใจนะคะที่เจี๊ยบมาการมีงานทำ” เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็ง ขนาดขนไอ้กล่องพวกนี้เข้ามาเต็มบ้านโดยไม่เห็นหัวกันเลยเหรอฮะ!"เสี่ยตือตวาดลั่น"มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไหมล่ะเสี่ย!"เจี๊ยบตอกกลับทันควัน น้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง "นี่มันคืองานใหม่ที่เจี๊ยบได้เงินดีมาก ๆเชียวล่ะ”“มันงานอะไรกันแน่ ต้นปี กลางปี ตลอดปี ก็มีกล่องของขวัญไม่ต้องรอปีใ
ประตูห้องพักในอพาร์ตเมนต์หรูของเรืองรบปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดัง ‘คลิก’ บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของฟ้ารุ่ง หญิงสาวก้าวขาเข้ามาด้านในอย่างจำนน“เข้ามาเหอะน่ายืนตรงหน้าประตูยิ่งเป็นเป้าสายตาคนพักที่นี่...”เรืองรบบอกขณะที่ สายตาฟ้ารุ่งกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องพักที่เธอเพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก มันกว้างขวาง ทันสมัย และอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบขรึม “ไม่ต้องกลัวผมปล้ำหรอก...”เสียงของเขายังคงจริงจังไม่เหลือร่องรอยการพูดล้อเล่นอีกเลย“ถ้าจะปล้ำ ผมไม่ต้องพามาที่นี่ เพราะที่นี่คนรู้จักผมทั้งนั้น”ฟ้ารุ่งเงียบและมองการตกแต่งห้องชุดนี้ด้วยโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์หนังราคาแพงสะท้อนตัวตนของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี“นั่งที่โต๊ะนี้ก่อน..ผมจะจัดการเอง คุณนั่งรอเฉย ๆ”ฟ้ารุ่งพยายามระงับอาการสั่นพร่าในอก เธอกำมือแน่นพลางบอกตัวเองในใจ... อย่าปล่อยให้เผลอไผลเหมือนที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ครั้งนี้เธอต้องเข้มแข็งและมีสติ“เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าคุณกลัวผม”เรืองรบหันมามองเธอ แววตาดุดันและท่าทีเฉียบขาดที่เขาใช้ระงับการประท้วงของเธอบนรถค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงแฝงไปด้วยความทรงอำนาจ“คนที่คุณควรกลัวตอน
บรรยากาศภายในออฟฟิศทำงานของฟ้ารุ่งดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา เมื่อร่างสูงสง่าของสารวัตรเรืองรบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะก้มลงสนใจเอกสารบนโต๊ะต่อพลางวางตัวเฉยชา ไม่แสดงอาการตื่นเต้นดีใจเหมือนทุกครั้งที่เขามาหา ท่าทีเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใยนั้นแสดงออกชัดเจนจน ‘รุ่งรัตนา’ เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในห้องกระจกมองมาแปลกๆ ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่เรืองรบกลับไม่ละความพยายาม ขยับเข้าไปใกล้ระบายยิ้มบาง ๆ“ยังไม่หายโกรธผมอีกเหรอ...”เขาดูอิดโรยเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“ผมมารับไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญบางเรื่องอยากจะเล่าให้คุณฟัง”ฟ้ารุ่งไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วยซ้ำ มือเรียวยังคงพลิกหน้ากระดาษเอกสารไปมาอย่างเป็นจังหวะ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและห่างเหินจนคนฟังใจหาย“มีอะไรก็พูดมาที่นี่เลยค่ะ พูดตรงนี้ได้เลย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ คงไม่มีเวลาออกไปนั่งทานข้าวข้างนอกหรอกค่ะ”.รุ่งรัตนาที่แอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ทนความอึดอัดไม่ไหว“สวัสดีค่า...ว่างเหรอคะถึงได้แวะมา “เ
“มีอะไรเฮีย ทำไมโทรให้ผมออกมาแต่เช้า”เล็กหรือรัตนัยน้องชายรัตนาผู้เป็นภรรยาของเสี่ยตือเอง“เฮียไม่อยากตอบคำถามพี่สาวลื้อ ขี้เกียจเถียงกัน”“ก็เฮียทำไม่ถูกนี่นะ”“เออนะ...ลื้อจะกินอะไรก็สั่งมา เฮียมีธุระอื่นอีกที่ต้องไป”“ไม่ล่ะยังกินอะไรไม่ลง เพิ่งกระดกกาแฟถ้วยที่สามมา พูดธุระมาเลย”“เฮียอยากจะขอดูหลักฐานที่ลื้อบอกว่ามีเกี่ยวกับเจี๊ยบ.....”เล็กมองหน้าพี่เขยพร้อมถอนหายใจอย่างหนัก ๆ นั่งจ้องอยู่สักครู่จึงพูดขึ้นว่า “ที่ผมบอกเจ๊รัตน์เพราะสงสารทั้งเฮียทั้งเจ๊...ที่จริงเรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วเล็กหยุดไปนิดหนึ่งเพื่อให้โอกาสอีฝ่ายโต้แย้งแต่เสี่ยตือยังคงนิ่งเงียบ แววตาเคร่งขรึมลง ไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธ เล็กจึงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิดฉากพูดเตือนสติพี่เขยอย่างตรงไปตรงมา“เฮียตือ...ผมเห็นเฮียเป็นเหมือนพี่ชาย ผมเองก็รักและนับถือเฮียเพราะเป็นสามีพี่สาวผม” เล็กถอนหายใจจ้องหน้าที่เคร่งเครียดของเสี่ยตือ“ถามจริง นึกยังไงถึงเข้ามาขอดูหลักฐานกับผมวันนี้”“ลื้ออย่ารู้เลย เฮียอยากเห็นกับตา ถ้าลื้อมีจริงก็เอามาแสดงให้เฮียดู”“อ่อ..เพื่อความมั่นใจว่าเมียผิดหจริงไหม? ว่างั้นเถอะ...”เขาถอยหายใจห
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสะท้อนเงาวับบนตัวถังรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดในลานจอดรถของออฟฟิศรุ่งรัตนา ฟ้ารุ่งที่กำลังลดมือลงล้วงหากุญแจรถในกระเป๋าสะพาย ถึงกับชะงักเธอจำรถคันนั้นได้ทันที หัวใจเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างกระตุ้นให้เธอย่ำเท้าเร็วขึ้น หญิงสาวรีบเร่งฝีเท้าตรงดิ่งไปยังรถของตัวเองด้วยหวังว่าจ
ฟ้ารุ่งรีบเก็บม้วนแบบแปลนและอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ทว่าในใจกลับเต้นรัวอย่างคุมไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตาจากทางด้านหลัง"วันนี้รายละเอียดครบถ้วนแล้วค่ะคุณพชร เดี๋ยวฟ้าจะกลับไปแก้แบบห้องโถงตามที่คุณต้องการ แล้วจะส่งไฟล์ให้ตรวจอีกทีนะคะ" เธอกล่าวพลางขยับถอ
"พร้อมจะให้ผมถอยรถออกหรือยังครับ?"น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิททว่าทรงอำนาจดุจคำสั่งที่ประกาศก้องกลางครัน ส่งผลให้ประโยคถัดไปที่ฟ้ารุ่งกำลังจะพ่นออกมาด้วยความเดือดดาลถูกกลืนหายไปในลำคอทันที หญิงสาวเหยียดริมฝีปากมองอีกฝ่ายด้วยสายตาชิงชังอย่างปิดไม่มิด หล่อนรู้สึกอึดอัดจนอกแทบระเบิดที่ทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได
ฟ้ารุ่งไม่รอช้า หล่อนก้าวฉับ ๆ ตรงไปที่ท้ายรถสปอร์ตคันหรูสีเทาแกรไฟต์ที่จอดขวางสนิทหญิงสาววางมือลงบนตัวถังรถที่เย็นเฉียบแล้วออกแรงผลักเต็มกำลัง ทว่า... รถคันงามกลับ นิ่งสนิทราวกับถูกหล่อติดไว้กับพื้นปูน ไม่มีการขยับเขยื้อนแม้แต่เซนติเมตรเดียว!"ไหนใครบอกว่าใส่เกียร์ว่างเอาไว้ไงคะ!"ฟ้ารุ่งหันมาแหว







