Beranda / รักโบราณ / พิศวาสตำหนักลืมเลือน / ตอนที่ 5 ดุจดวงดาวราชินี 1.2

Share

ตอนที่ 5 ดุจดวงดาวราชินี 1.2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-29 09:09:52

และทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้น

 พระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้ 

 วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง

 “ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น

 “เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อย

 ร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา

 “มาหาข้าเด็กดี!”รับสั่งพลางกวักพระหัตถ์ขึ้นลงให้องค์หญิงน้อยเข้ามาหา

 ครั้นองค์หญิงน้อยได้ยินอุปราชปีศาจรับสั่งเพรียกหานางเช่นนั้น นางไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาอุปราชในตำนานทันใด พร้อมพระวรกายสูงใหญ่ก้มลงต่ำพลางอ้าแขนทั้งสองข้างรอรับร่างอ้วนกลมที่กำลังวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะสวมกอดองค์หญิงน้อยพร้อมอุ้มเอาไว้แนบอก

 “ท่านปู่มีอะไรเหรอจึงเรียกหาเพ่ยเพ่ย”องค์หญิงน้อยถามกลับไปอย่างไร้เดียงสา

 พระพักตร์หล่อเหลาส่งยิ้มให้กับองค์หญิงน้อยทุกครั้ง เมื่อได้ยินนางเรียกพระองค์ว่าท่านปู่

 “พี่สาวของเจ้ากำลังตามหาจนวุ่นวายไปทั่วทั้งวัง นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย ถึงเวลากลับไปยังตำหนักของเจ้าแล้วนะ”อุปราชปีศาจรับสั่งกับองค์หญิงน้อย

 และนั่นทำให้ใบหน้าอ้วนกลมขององค์หญิงน้อยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่ ค่อยๆ จางหายไปทันใดครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “เพ่ยเพ่ยยังไม่อยากกลับ ยังอยากจับผีเสื้ออยู่ที่นี่”องค์หญิงน้อยตอบกลับไป

 “ตำหนักของข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้หายไปไหน เจ้าอยากมาจับผีเสื้อเมื่อไรก็ได้เท่าที่ใจต้องการ แต่ต้องตกลงกันก่อนว่าเมื่อมาเล่นภายในตำหนักของข้า ถึงเวลาก็ต้องกลับเพื่อไม่ให้พี่สาวของเจ้าต้องเป็นห่วง เข้าใจหรือไม่เพ่ยเพ่ย”

 องค์หญิงน้อยพยักพระพักตร์ขึ้นลงติดต่อกันครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “เพ่ยเพ่ยเข้าใจแล้วท่านปู่”องค์หญิงน้อยตอบรับไม่ดื้อดึงแต่อย่างใดสร้างความพึงพอพระทัยให้แก่อุปราชปีศาจเอ็นดูนางมากนับเท่าทวีคูณ

 “ช่างน่าสอนสั่งเสียจริงนะเจ้า”รับสั่งพึมพำก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 “มีบางเรื่องที่เจ้าจะต้องสัญญากับข้านะเพ่ยเพ่ย”อุปราชปีศาจรับสั่งออกมา และนั่นได้สร้างความสงสัยให้แก่องค์หญิงน้อย

 “สัญญาอะไรเหรอท่านปู่”องค์หญิงน้อยถามกลับไปด้วยความอยากรู้พลางยกสองมือกอดคออุปราชรูปงามเอาไว้ทันทีก่อนจะได้ยินสุระเสียงดังขึ้น

 “เจ้าจะต้องสัญญาว่า จะไม่บอกผู้ใดเป็นอันขาดว่าได้เข้ามาภายในสภานที่แห่งนี้ และไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะต้องไม่บอกกับผู้ใดว่ามาพบข้า และบอกเล่าลักษณะของข้าให้ผู้อื่นได้ล่วงรู้ สัญญาได้หรือไม่เพ่ยเพ่ย”อุปราชหนุ่มรับสั่งถามกลับไป

 องค์หญิงน้อยแม้ว่าจะฟังไม่เข้าใจเสียเท่าใดนัก แต่ก็พยักพระพักตร์ขึ้นลงเป็นการตอบรับ

 “แม้ว่าข้าจะไม่รู้เรื่องที่ท่านปู่สั่งกำชับเสียเท่าใดนัก แต่ก็พอจะเข้าใจเองได้ว่าท่านปู่ไม่ต้องการให้ผู้ใดพบเห็น ถ้าเช่นนั้นขอได้โปรดวางใจเถิด เพ่ยเพ่ยจะปิดปากให้สนิทเลยแต่ท่านต้องให้ข้ามาเล่นด้วยที่ตำหนักนี้ทุกวัน”องค์หญิงน้อยเสนอขอแลกเปลี่ยนกลับไปทันที

 และข้อแลกเปลี่ยนขององค์หญิงน้อยสร้างความขบขันให้แก่อุปราชปีศาจอย่างยิ่งยวด ครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น

 “เด็กเจ้าเล่ห์! อายุเพิ่งจะเพียงเท่านี้ รู้จักขอสิ่งแลกเปลี่ยนกับข้าเสียแล้ว ช่างแก่แดดเสียจริง เหตุใดข้าจะไม่ให้เจ้าเข้ามาเล่นด้วยเล่า ในเมื่อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เข้าใกล้ข้าได้ แน่นอนว่าข้าย่อมดีใจยิ่งนักที่เจ้ามาทุกวัน”

 คำตอบดังกล่าวของอุปราชเฟิงหลงสร้างความดีใจให้แก่องค์หญิงน้อยอย่างยิ่งยวด สองแขนที่กอดรอบคอใหญ่อยู่ในเวลานั้นโผซุกเข้าหาไออุ่นพร้อมเอ่ยขึ้น

 “ข้าดีใจจังเลยท่านปู่ ที่อนุญาตให้เข้ามาเล่นในตำหนักนี้ได้ทุกวัน!”องค์หญิงน้อยรับสั่งพร้อมกอดคออุปราชรูปงามเอาไว้แน่นท่ามกลางรอยแย้มเยือนด้วยความเอ็นดูองค์หญิงน้อย

 “ข้าต้องอนุญาตเจ้าอยู่แล้ว วันไหนไม่มาเล่นกับข้าจะไปตามถึงในตำหนักเลยเชียวละ”รับสั่งพลางอุ้มกระชับร่างอ้วนกลมที่อยู่ในอ้อมกอด 

 เพียงครู่พระองค์สัมผัสได้ว่าองค์หญิงน้อยได้ผล็อยหลับอยู่บนบ่ากว้างไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจล่วงรู้ได้

 “อ้าวหลับไปเสียแล้ว! นี่แหละนะขึ้นชื่อว่าเด็กน้อย พอเล่นเหนื่อยมากก็หลับไปอย่างไม่รู้ตัว ดูท่าข้าจะต้องนำส่งเพ่ยเพ่ยไปถึงภายในตำหนักของนางเสียแล้ว”สิ้นเสียงของอุปราชปีศาจ

 พลังยุทธ์จากวิชาอมตะส่งจากพระหัตถ์ก่อนจะสัมผัสกับร่างอ้วนกลมขององค์หญิงน้อย จนห่อหุ้มคล้ายรังไหมเรืองแสงและค่อยๆ ลอยขึ้นออกจากบ่ากว้างของอุปราชปีศาจพร้อมสุระเสียงรับสั่งดังขึ้น

 “นำองค์หญิงกลับตำหนัก!”รับสั่งเพียงสั้นๆ 

 ฟิ้วววว!!!! สิ้นเสียงรับสั่งรังไหมเรืองแสงที่ห่อหุ้มองค์หญิงน้อยถูกพระหัตถ์ของอุปราชปีศาจ สะบัดเพียงปลายนิ้วพระหัตถ์รังไหมดังกล่าวเลือนหายไปชั่วพริบตา มุ่งหน้าไปยังพระตำหนักลู่เหวินอันเป็นที่ประทับของเย่วฮองเฮา 

 เปลือกพระเนตรปิดลงเมื่อพระองค์กำลังใช้วิชาอมตะอันลี้ลับนำส่งองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยออกจากตำหนักลืมเลือน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้และที่สำคัญไม่มีผู้ใดเห็นการมาและการกลับไปขององค์หญิงน้อยแต่อย่างใด

 พระวรกายสูงใหญ่ยังคงยืนนิ่งอย่างสงบ คล้ายราวกับว่าอุปราชปีศาจกำลังทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยอยู่ตลอดเวลา เมื่อนางได้กลับเข้าไปตำหนักลู่เหวินและกำลังนอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยเพราะเล่นมาตลอดทั้งวัน จวบจนกระทั่งเย่วฮองเฮาเสด็จก้าวเข้ามาในห้องบรรทมขององค์หญิงน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะออกตามหาน้องสาวมาตลอดทั้งวัน

 และทันทีที่เสด็จก้าวเข้ามาภายในห้องพระบรรทมขององค์หญิงน้อย เย่วฮองเฮาเป็นอันต้องชะงักงันไปทันใดครั้นทอดพระเนตรร่างอ้วนกลมกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนแท่นพระบรรทม

 “เพ่ยเอ๋อร์!!!”รับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยพร้อมถลาเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกพระหัตถ์ลูบไล้ใบหน้าไปมาด้วยความโล่งพระทัยที่เห็นน้องสาวปลอดภัย

 “เจ้าเด็กซุกซน ทำให้ข้าตกใจหมดเลยเที่ยวออกตามหาเจ้าตลอดทั้งวัน จนทั่วทั้งวังวุ่นวายกันไปหมด แต่เจ้านี่สิแอบไปเล่นที่ไหนก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำกลับเข้ามาในตำหนักตั้งแต่เมื่อไรก็ยังไม่มีผู้ใดเห็นและมานอนหลับหน้าตาเฉย คอยดูเถอะนะตื่นขึ้นมาเมื่อไรจะต้องทำโทษกันบ้างแล้ว”รับสั่งบ่นพึมพำไปเรื่อย หากแต่พระหัตถ์กลับยกขึ้นลูบไล้ใบหน้ากลมขององค์หญิงน้อยไปมาด้วยความรักและเอ็นดูอย่างยิ่งยวด

 ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนตกอยู่ในสายพระเนตรของอุปราชปีศาจ ซึ่งทอดพระเนตรจากตำหนักลืมเลือนอยู่ในเวลานี้ วิชาอมตะไม่ได้ทำให้พระองค์มีหูทิพย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

 แต่ทำให้พระองค์มีพระเนตรทิพย์ได้ด้วยเช่นกัน เป็นวรยุทธ์จากแดนสวรรค์ ซึ่งมีเพียงผู้ที่สวรรค์ลิขิตและถูกเลือกให้สำเร็จวิชานี้เท่านั้นจึงจะสามารถมีชีวิตที่เป็นอมตะไปชั่วนิจนิรันดร์

 ทว่าในแดนมนุษย์กลับกล่าวขานวิชาอมตะนี้ว่าเป็นวิชามาร ผู้ที่ฝึกวิชาอมตะสำเร็จจะกลายเป็นจอมมารที่ไม่ว่าจะย่างกายไปแห่งหนใดจะทำลายทุกชีวิตให้สูญสลายไปเพียงชั่วพริบตา 

 และนั่นจึงทำให้อุปราชเฟิงหลงถูกกล่าวขานว่าพระองค์คือจอมมาร ที่เข่นฆ่าผู้คนจนล้มตายไปนับหลายแสนชีวิตโดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย จึงทำให้พระองค์ถูกเรียกว่าเป็น “อุปราชปีศาจ” 

 พระพักตร์หล่อเหลาปรากฏรอยยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เปลือกพระเนตรเปิดขึ้นพร้อมพระเนตรสีนิลลุกวาววับระยิบระยับ

       “พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป มาเล่นด้วยกันใหม่นะเพ่ยเพ่ย ดาวราชินีของข้า”รับสั่งสุระเสียงพึมพำพร้อมเสียงพระสรวลดังออกมาจากลำคอบางเบา

       พระวรกายใหญ่หันกลับพร้อมเสด็จเข้าไปยังห้องประทับส่วนพระองค์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเสด็จเข้าที่ประทับภายใน หลังจากที่บรรดาข้าราชบริพารเข้ามาจัดเตรียมและดูแลในเรื่องพระกระยาหารค่ำ ตลอดจนสระสรงน้ำและเข้าบรรทมซึ่งอุปราชปีศาจจะต้องประทับอยู่เพียงลำพัง และเป็นเช่นนี้มาตลอดระยะเวลา 329 ปี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 65 ตำหนักรักนิรันดร์ (อวสาน)

    บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ไ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 64 อภิเษกสมรส

    แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 63 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.2

    ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 62 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.1

    เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 61 พบนาง! 1.2

    ร้านปักผ้า“อะไรกันเนี่ย!!!”เสียงของสองพี่เลี้ยงต่างพูดออกมาพร้อมกัน เมื่อทั้งสองนับเงินค่าจ้างตรงหน้าที่ได้รับจากการปักผ้าไม่ตรงตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้ และในเวลานี้สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจของทั้งสองพี่เลี้ยงกำลังจับจ้องเจ้าของร้านปักผ้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งยวด “เหตุใดท่านจึงจ่ายค่าจ้างให้พวกเราสองคนเพียงเท่านี้ ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าหากสามารถทำงานเสร็จและส่งมอบงานทั้งหมดให้ท่านภายในหนึ่งเดือน จะเพิ่มค่าแรงให้พวกเราจากห้าสิบตำลึงเป็นแปดสิบตำลึงแล้วเหตุใดจึงจ่ายให้พวกข้าเพียงแค่หกสิบตำลึงเท่านั้น แบบนี้ข้าไม่ยอมนะ” ฮุ่ยหลันพูดพลางถลึงดวงตาของนางแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเลยทีเดียว “แต่ไหนแต่ไรทำการค้าด้วยกันก็มานาน พอเงินมากเข้าหน่อย ท่านก็ส่อสันดานคดโกงออกมาแล้วอย่างนั้นเหรอ คิดว่าทำเช่นนี้จะสามารถเปิดร้านดำรงอยู่ได้อีกต่อไปอย่างนั้นสิ!!!”ฉิงซู่ถามกลับไปอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่เจ้าของร้านปักผ้าไม่สะทกทะท้านและมีความรู้สึกใดๆ ออกมาทั้งสิ้น นางไม่ยี่หระกับความโกรธที่สองพี่เลี้ยงกำลังระเบิดออกม

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 60 พบนาง! 1.1

    หนึ่งเดือนผ่านไปจวนตระกูลมู่ ร่างสันทัดของมู่เหยียนเจิ้งกำลังก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวภายในจวนที่ได้ซื้อต่อจากเจ้าของเดิมในราคาที่ยุติธรรมทั้งสองฝ่ายไม่ถูกจนเกินไปและไม่แพงจนทำให้คนซื้อรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จวนแห่งนี้ถูกเปลี่ยนมาใช้ตามแซ่ของมู่เหยียนเจิ้งหัวหน้าองครักษ์ดำซึ่งรับผิดชอบทำหน้าที่คอยหาข่าวในแผ่นดินต้าซ่งเพื่อถวายรายงานกลับไปให้แก่ฮ่องเต้ต้าเฟิง ซึ่งฮ่องเต้หนุ่มได้มีพระบัญชาให้จัดหาสถานที่พำนักถาวรเพื่อให้สายข่าวของพระองค์ได้ปักหลักแทรกซึมอยู่ภายในต้าซ่งราวกับเป็นชาวต้าซ่งโดยกำเนิดเพื่อความแนบเนียน และนับตั้งแต่วันแรกที่เสด็จมาถึงจนเวลานี้เวลาผ่านไปนานนับเดือนแล้วก็ยังไม่มีข่าวคืบหน้าของชายาผู้เป็นที่รักในครั้งอดีตแต่อย่างใด มิหนำซ้ำฮ่องเต้หนุ่มต้องคอยหลีกหนีธิดาของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งอยู่ในวัยออกเรือนแล้วถึงห้าคน อีกสามคนยังเยาว์วัย ธิดาเจ้าเมืองหยวนไท่ทั้งห้าต่างพากันหลงใหล คลั่งไคล้ อาจารย์หนุ่มผู้หล่อเหลาของนางเป็นยิ่งนัก เวลาในการเรียนหนังสือจากที่เบื่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status