LOGINและทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้น
พระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้ วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง “ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น “เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อย ร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา “มาหาข้าเด็กดี!”รับสั่งพลางกวักพระหัตถ์ขึ้นลงให้องค์หญิงน้อยเข้ามาหา ครั้นองค์หญิงน้อยได้ยินอุปราชปีศาจรับสั่งเพรียกหานางเช่นนั้น นางไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาอุปราชในตำนานทันใด พร้อมพระวรกายสูงใหญ่ก้มลงต่ำพลางอ้าแขนทั้งสองข้างรอรับร่างอ้วนกลมที่กำลังวิ่งเข้ามาหา ก่อนจะสวมกอดองค์หญิงน้อยพร้อมอุ้มเอาไว้แนบอก “ท่านปู่มีอะไรเหรอจึงเรียกหาเพ่ยเพ่ย”องค์หญิงน้อยถามกลับไปอย่างไร้เดียงสา พระพักตร์หล่อเหลาส่งยิ้มให้กับองค์หญิงน้อยทุกครั้ง เมื่อได้ยินนางเรียกพระองค์ว่าท่านปู่ “พี่สาวของเจ้ากำลังตามหาจนวุ่นวายไปทั่วทั้งวัง นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย ถึงเวลากลับไปยังตำหนักของเจ้าแล้วนะ”อุปราชปีศาจรับสั่งกับองค์หญิงน้อย และนั่นทำให้ใบหน้าอ้วนกลมขององค์หญิงน้อยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่ ค่อยๆ จางหายไปทันใดครั้นได้ยินเช่นนั้น “เพ่ยเพ่ยยังไม่อยากกลับ ยังอยากจับผีเสื้ออยู่ที่นี่”องค์หญิงน้อยตอบกลับไป “ตำหนักของข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้หายไปไหน เจ้าอยากมาจับผีเสื้อเมื่อไรก็ได้เท่าที่ใจต้องการ แต่ต้องตกลงกันก่อนว่าเมื่อมาเล่นภายในตำหนักของข้า ถึงเวลาก็ต้องกลับเพื่อไม่ให้พี่สาวของเจ้าต้องเป็นห่วง เข้าใจหรือไม่เพ่ยเพ่ย” องค์หญิงน้อยพยักพระพักตร์ขึ้นลงติดต่อกันครั้นได้ยินเช่นนั้น “เพ่ยเพ่ยเข้าใจแล้วท่านปู่”องค์หญิงน้อยตอบรับไม่ดื้อดึงแต่อย่างใดสร้างความพึงพอพระทัยให้แก่อุปราชปีศาจเอ็นดูนางมากนับเท่าทวีคูณ “ช่างน่าสอนสั่งเสียจริงนะเจ้า”รับสั่งพึมพำก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “มีบางเรื่องที่เจ้าจะต้องสัญญากับข้านะเพ่ยเพ่ย”อุปราชปีศาจรับสั่งออกมา และนั่นได้สร้างความสงสัยให้แก่องค์หญิงน้อย “สัญญาอะไรเหรอท่านปู่”องค์หญิงน้อยถามกลับไปด้วยความอยากรู้พลางยกสองมือกอดคออุปราชรูปงามเอาไว้ทันทีก่อนจะได้ยินสุระเสียงดังขึ้น “เจ้าจะต้องสัญญาว่า จะไม่บอกผู้ใดเป็นอันขาดว่าได้เข้ามาภายในสภานที่แห่งนี้ และไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะต้องไม่บอกกับผู้ใดว่ามาพบข้า และบอกเล่าลักษณะของข้าให้ผู้อื่นได้ล่วงรู้ สัญญาได้หรือไม่เพ่ยเพ่ย”อุปราชหนุ่มรับสั่งถามกลับไป องค์หญิงน้อยแม้ว่าจะฟังไม่เข้าใจเสียเท่าใดนัก แต่ก็พยักพระพักตร์ขึ้นลงเป็นการตอบรับ “แม้ว่าข้าจะไม่รู้เรื่องที่ท่านปู่สั่งกำชับเสียเท่าใดนัก แต่ก็พอจะเข้าใจเองได้ว่าท่านปู่ไม่ต้องการให้ผู้ใดพบเห็น ถ้าเช่นนั้นขอได้โปรดวางใจเถิด เพ่ยเพ่ยจะปิดปากให้สนิทเลยแต่ท่านต้องให้ข้ามาเล่นด้วยที่ตำหนักนี้ทุกวัน”องค์หญิงน้อยเสนอขอแลกเปลี่ยนกลับไปทันที และข้อแลกเปลี่ยนขององค์หญิงน้อยสร้างความขบขันให้แก่อุปราชปีศาจอย่างยิ่งยวด ครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น “เด็กเจ้าเล่ห์! อายุเพิ่งจะเพียงเท่านี้ รู้จักขอสิ่งแลกเปลี่ยนกับข้าเสียแล้ว ช่างแก่แดดเสียจริง เหตุใดข้าจะไม่ให้เจ้าเข้ามาเล่นด้วยเล่า ในเมื่อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เข้าใกล้ข้าได้ แน่นอนว่าข้าย่อมดีใจยิ่งนักที่เจ้ามาทุกวัน” คำตอบดังกล่าวของอุปราชเฟิงหลงสร้างความดีใจให้แก่องค์หญิงน้อยอย่างยิ่งยวด สองแขนที่กอดรอบคอใหญ่อยู่ในเวลานั้นโผซุกเข้าหาไออุ่นพร้อมเอ่ยขึ้น “ข้าดีใจจังเลยท่านปู่ ที่อนุญาตให้เข้ามาเล่นในตำหนักนี้ได้ทุกวัน!”องค์หญิงน้อยรับสั่งพร้อมกอดคออุปราชรูปงามเอาไว้แน่นท่ามกลางรอยแย้มเยือนด้วยความเอ็นดูองค์หญิงน้อย “ข้าต้องอนุญาตเจ้าอยู่แล้ว วันไหนไม่มาเล่นกับข้าจะไปตามถึงในตำหนักเลยเชียวละ”รับสั่งพลางอุ้มกระชับร่างอ้วนกลมที่อยู่ในอ้อมกอด เพียงครู่พระองค์สัมผัสได้ว่าองค์หญิงน้อยได้ผล็อยหลับอยู่บนบ่ากว้างไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ “อ้าวหลับไปเสียแล้ว! นี่แหละนะขึ้นชื่อว่าเด็กน้อย พอเล่นเหนื่อยมากก็หลับไปอย่างไม่รู้ตัว ดูท่าข้าจะต้องนำส่งเพ่ยเพ่ยไปถึงภายในตำหนักของนางเสียแล้ว”สิ้นเสียงของอุปราชปีศาจ พลังยุทธ์จากวิชาอมตะส่งจากพระหัตถ์ก่อนจะสัมผัสกับร่างอ้วนกลมขององค์หญิงน้อย จนห่อหุ้มคล้ายรังไหมเรืองแสงและค่อยๆ ลอยขึ้นออกจากบ่ากว้างของอุปราชปีศาจพร้อมสุระเสียงรับสั่งดังขึ้น “นำองค์หญิงกลับตำหนัก!”รับสั่งเพียงสั้นๆ ฟิ้วววว!!!! สิ้นเสียงรับสั่งรังไหมเรืองแสงที่ห่อหุ้มองค์หญิงน้อยถูกพระหัตถ์ของอุปราชปีศาจ สะบัดเพียงปลายนิ้วพระหัตถ์รังไหมดังกล่าวเลือนหายไปชั่วพริบตา มุ่งหน้าไปยังพระตำหนักลู่เหวินอันเป็นที่ประทับของเย่วฮองเฮา เปลือกพระเนตรปิดลงเมื่อพระองค์กำลังใช้วิชาอมตะอันลี้ลับนำส่งองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยออกจากตำหนักลืมเลือน โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้และที่สำคัญไม่มีผู้ใดเห็นการมาและการกลับไปขององค์หญิงน้อยแต่อย่างใด พระวรกายสูงใหญ่ยังคงยืนนิ่งอย่างสงบ คล้ายราวกับว่าอุปราชปีศาจกำลังทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยอยู่ตลอดเวลา เมื่อนางได้กลับเข้าไปตำหนักลู่เหวินและกำลังนอนหลับสนิทด้วยความเหนื่อยเพราะเล่นมาตลอดทั้งวัน จวบจนกระทั่งเย่วฮองเฮาเสด็จก้าวเข้ามาในห้องบรรทมขององค์หญิงน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อนเพราะออกตามหาน้องสาวมาตลอดทั้งวัน และทันทีที่เสด็จก้าวเข้ามาภายในห้องพระบรรทมขององค์หญิงน้อย เย่วฮองเฮาเป็นอันต้องชะงักงันไปทันใดครั้นทอดพระเนตรร่างอ้วนกลมกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนแท่นพระบรรทม “เพ่ยเอ๋อร์!!!”รับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยพร้อมถลาเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกพระหัตถ์ลูบไล้ใบหน้าไปมาด้วยความโล่งพระทัยที่เห็นน้องสาวปลอดภัย “เจ้าเด็กซุกซน ทำให้ข้าตกใจหมดเลยเที่ยวออกตามหาเจ้าตลอดทั้งวัน จนทั่วทั้งวังวุ่นวายกันไปหมด แต่เจ้านี่สิแอบไปเล่นที่ไหนก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำกลับเข้ามาในตำหนักตั้งแต่เมื่อไรก็ยังไม่มีผู้ใดเห็นและมานอนหลับหน้าตาเฉย คอยดูเถอะนะตื่นขึ้นมาเมื่อไรจะต้องทำโทษกันบ้างแล้ว”รับสั่งบ่นพึมพำไปเรื่อย หากแต่พระหัตถ์กลับยกขึ้นลูบไล้ใบหน้ากลมขององค์หญิงน้อยไปมาด้วยความรักและเอ็นดูอย่างยิ่งยวด ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวล้วนตกอยู่ในสายพระเนตรของอุปราชปีศาจ ซึ่งทอดพระเนตรจากตำหนักลืมเลือนอยู่ในเวลานี้ วิชาอมตะไม่ได้ทำให้พระองค์มีหูทิพย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทำให้พระองค์มีพระเนตรทิพย์ได้ด้วยเช่นกัน เป็นวรยุทธ์จากแดนสวรรค์ ซึ่งมีเพียงผู้ที่สวรรค์ลิขิตและถูกเลือกให้สำเร็จวิชานี้เท่านั้นจึงจะสามารถมีชีวิตที่เป็นอมตะไปชั่วนิจนิรันดร์ ทว่าในแดนมนุษย์กลับกล่าวขานวิชาอมตะนี้ว่าเป็นวิชามาร ผู้ที่ฝึกวิชาอมตะสำเร็จจะกลายเป็นจอมมารที่ไม่ว่าจะย่างกายไปแห่งหนใดจะทำลายทุกชีวิตให้สูญสลายไปเพียงชั่วพริบตา และนั่นจึงทำให้อุปราชเฟิงหลงถูกกล่าวขานว่าพระองค์คือจอมมาร ที่เข่นฆ่าผู้คนจนล้มตายไปนับหลายแสนชีวิตโดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย จึงทำให้พระองค์ถูกเรียกว่าเป็น “อุปราชปีศาจ” พระพักตร์หล่อเหลาปรากฏรอยยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เปลือกพระเนตรเปิดขึ้นพร้อมพระเนตรสีนิลลุกวาววับระยิบระยับ “พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป มาเล่นด้วยกันใหม่นะเพ่ยเพ่ย ดาวราชินีของข้า”รับสั่งสุระเสียงพึมพำพร้อมเสียงพระสรวลดังออกมาจากลำคอบางเบา พระวรกายใหญ่หันกลับพร้อมเสด็จเข้าไปยังห้องประทับส่วนพระองค์ เมื่อถึงเวลาที่ต้องเสด็จเข้าที่ประทับภายใน หลังจากที่บรรดาข้าราชบริพารเข้ามาจัดเตรียมและดูแลในเรื่องพระกระยาหารค่ำ ตลอดจนสระสรงน้ำและเข้าบรรทมซึ่งอุปราชปีศาจจะต้องประทับอยู่เพียงลำพัง และเป็นเช่นนี้มาตลอดระยะเวลา 329 ปีสี่ปีผ่านไป ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้ อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมก
และทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้นพระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง“ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น“เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา“มาหาข้าเด็กดี!&rdquo
ยามเซิน ร่างสูงกำยำของอุปราชปีศาจทรงยืนทอดพระเนตร องค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายในอุทยานตำหนักลืมเลือนมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนล่วงเลยมาถึงยามเซินโดยไม่รู้ตัว องค์หญิงน้อยช่างพูด ช่างเจรจาและฉลาดเฉลียวเป็นยิ่งนัก เรียนรู้อะไรได้เร็วและที่สำคัญนางเป็นผู้มาจากดวงดาว อุปราชปีศาจฝึกวิชาอมตะ ซึ่งเป็นวิชาโบราณสุดยอดของวรยุทธ์ ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จมาก่อนด้วยเพราะจะต้องจบชีวิตลงทุกคนเมื่อฝึกถึงขั้นสุดท้าย หากแต่อุปราชรูปงามเป็นเพียงผู้เดียวที่ฝึกวิชาอมตะนี้เป็นผลสำเร็จ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียมทานไม่มีคู่ต่อสู้ใดที่จะสามารถเปรียบเทียบวรยุทธ์ด้วยได้ มีชีวิตที่ไม่มีวันตายและยังคงรูปกายเดิมเป็นอุปราชหนุ่มในวัย 23 พระชันษาไปชั่วกาลนานเพราะสำเร็จวิชาอมตะในขณะที่ยังหนุ่มแน่นทว่าพระองค์ต้องแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว และความอ้างว้างเดียวดาย ผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพบเห็นคนรอบข้างล้มตายไปคนแล้วคนเล่าด้วยเพราะอายุขัยที่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาต
สระหยกมณี ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น
พระตำหนักลู่เหวิน พระตำหนักลู่เหวินเป็นที่ประทับของฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยถัง ในยามนี้เซวียนฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยทรงประชวรมาเป็นเวลานานเพราะพระพลานามัยอ่อนแอมาโดยตลอด สามวันดีสี่วันไข้จนไม่อาจปกครองวังหลังได้ทำให้อำนาจของวังหลังตกมาอยู่กับจีฟูเหรินซึ่งถูกสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งฟูเหรินอันดับหนึ่งเป็นรองเพียงแค่เซวียนฮองเฮา และจีฟูเหรินหมายมั่นตำแหน่งฮองเฮาว่าจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน หากแต่เกิดเหตุพลิกผันอย่างไม่คาดฝันเมื่อเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้ กลับทรงตัดสินพระทัยเลือกองค์หญิงเย่วซูเจินจากแคว้นเย่วเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนาง เพื่อต้องการจะครอบครองแคว้นเย่วเอาไว้ในกำมือ อีกทั้งองค์หญิงเย่วซูเจินนี้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือจึงทำให้ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นนักรักผู้ยิ่งใหญ่หลงใหลนางยิ่งนัก ครั้นนางพลาดจากตำแหน่งฮองเฮาไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้จีฟูเหรินเจ็บแค้นอยู่ในใจอย่างยิ่งยวด แต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูลาดเลาว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จะสามารถกำจัดได้โดยง่ายหรือไม่ เพราะเซวียนฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ลงไม่ใช่มาจากเพราะสุขภาพของพระนางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะจีฟูเหรินเป็นผ
แคว้นเป่ยถัง แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแ




![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


