แชร์

ตอนที่ 6 โลหิตอมตะ! 1.1

ผู้เขียน: จ้าวฮุ่ยอิง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 10:09:14

สี่ปีผ่านไป

       ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้

       อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า 

       ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมกับองค์ฮ่องเต้เช่นกัน

       และนั่นเป็นหนทางทำให้จีฟูเหรินสบโอกาสที่จะลงมือกำจัดเย่วฮองเฮาออกไปให้พ้นทาง การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาของแคว้นเป่ยถังตามที่พระนางเฝ้าไฝ่ฝันมาตลอดเวลา แผนกำจัดของเย่วฮองเฮาในครั้งนี้ทำให้สามารถกำจัดทารกในครรภ์ไปด้วยพร้อมกัน 

 เพราะถ้าหากปล่อยให้เย่วฮองเฮามีพระประสูติกาลออกมาและทารกนั้นเป็นพระโอรส จะทำให้ลำดับการก้าวขึ้นเป็นรัชทายาทของพระโอรสซึ่งจีฟูเหรินเป็นผู้ให้กำเนิดนั้นยิ่งห่างไกลมากขึ้นไปอีก เพราะแน่นอนว่ารัชทายาทซึ่งประสูติจากฮองเฮาองค์ปัจจุบันและยังมีพระชนม์ชีพอยู่จะได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อมีพระชนมายุครบ 22 ชันษา 

 ในขณะเดียวกันหากสามารถกำจัดเย่วฮองเฮาออกไปให้พ้นทางได้เป็นผลสำเร็จ จีฟูเหรินจะขึ้นมามีอำนาจในวังหลังแทนที่เย่วฮองเฮาโดยพลัน เพราะนับตั้งแต่สถาปนาฮองเฮาจากแคว้นเย่วผู้นี้ อำนาจที่เคยมีอยู่ในกำมือมากมายมลายหายไปโดยพลัน ด้วยเพราะเย่วฮองเฮาทรงเด็ดขาด และไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด เป็นที่หวั่นเกรงต่อบรรดาฟูเหรินและพระสนม นางในตลอดจนข้าราชบริพารเป็นยิ่งนัก

 รวมไปถึงจีฟูเหรินก็ด้วยเช่นกันเคยถูกเย่วฮองเฮาจัดการลงมือกำจัดอำนาจที่อยู่ในวังหลวงต่อหน้าธารกำนัล ชนิดที่ว่าไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว รวมไปถึงฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นก็ยังทรงให้ท้ายสนับสนุนฮองเฮาของพระองค์ทุกอย่างไม่เคยคัดค้านแต่อย่างใด นำความคับแค้นใจและเพิ่มแรงริษยานับเท่าทวีคูณ และแผนกำจัดเย่วฮองเฮาก็กำลังเริ่มต้นขึ้นมา ทันทีที่จีฟูเหรินล่วงรู้ว่าเย่วฮองเฮาประชวรด้วยไข้ลมหนาว 

พระตำหนักลืมเลือน

 ในเวลานี้องค์หญิงน้อยเย่วเพ่ยเพ่ย ปีนี้มีพระชนมายุสิบพระชันษาแล้ว ทรงเจริญวัยขึ้นมากเลยทีเดียว มิหนำซ้ำยังฉลาดปราดเรื่อง สามารถอ่านและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยเพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากอุปราชปีศาจโดยตรง หลังจากวันแรกที่องค์หญิงน้อยได้พานพบอุปราชในตำนาน 

 และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจวบจนกระทั่งถึงวันนี้ องค์หญิงน้อยเสด็จไปประทับอยู่ภายในพระตำหนักลืมเลือนทุกวัน วิ่งเล่นอยู่ภายในตำหนักดังกล่าวจนข้าราชบริพารภายในตำหนัก ต่างล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถอยู่ใกล้และสัมผัสอุปราชปีศาจได้

 การมาเยือนขององค์หญิงน้อยมีเพียงผู้คนที่อยู่ภายในพระตำหนักลืมเลือนเท่านั้นที่ล่วงรู้ หากแต่คนจากพระราชวังถังเฉี่ยน กลับไม่ล่วงรู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้ามาในเขตแดนของพระตำหนักลืมเลือน ต่อให้หายไปนานเพียงใดและออกตามหาไปจนทั่วทั้งวังหลวง สุดท้ายแล้วในแต่ละวันองค์หญิงน้อยก็จะกลับมาอยู่ในห้องบรรทมในสภาพที่เล่นจนเหนื่อย

 เมื่อบ่อยครั้งเข้าจึงเกิดความเคยชินทำให้เย่วฮองเฮาไม่มีคำสั่งให้ทหารหลวงและเหล่าข้าราชบริพารออกค้นหาองค์หญิงน้อยอีกต่อไป เพราะทุกครั้งนางจะกลับมาพร้อมกับสภาพหลับใหลเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง โดยไม่เคยระแคะระคายเลยว่าองค์หญิงน้อยหายไปไหนมาตลอดทั้งวัน ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นก็คือ “ไปไล่จับผีเสื้อ”

 ครั้นเมื่อเจริญพระชันษาขึ้นต้องได้รับการศึกษาจากพระอาจารย์ สืบเนื่องจากเป็นองค์หญิงจากต่างแคว้นจึงทำให้ศึกษาเล่าเรียนเพียงช่วงเช้าเท่านั้น ส่วนช่วงบ่ายคือเวลาว่างและองค์หญิงน้อยจะเสด็จไปที่พระตำหนักลืมเลือนเป็นประจำทุกวันในช่วงบ่าย เพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาต่างๆ จากอุปราชปีศาจซึ่งทุ่มเทสอนหนังสือให้แก่องค์หญิงน้อยได้ล่วงรู้อย่างแตกฉาน 

 และลูกศิษย์ตัวน้อยก็ไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังแต่อย่างใด นางมีความเฉลียวฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้รับการอบรมสั่งสอนจากอุปราชในตำนานจึงทำให้องค์หญิงน้อยปราดเปรื่องเหนือเสียยิ่งกว่าบุรุษ

 “ท่านปู่เจ้าคะ ตำนานแคว้นเป่ยถังเหตุใดจึงกล่าวถึงอุปราชเฟิงหลงเป็นผู้สร้างแคว้น แทนที่จะเป็นฮ่องเต้เฟิงหู่ ข้าเรียนกับพระอาจารย์วันนี้ไม่เข้าใจเลย ในเมื่ออุปราชในตำนานเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินเป่ยถังจนเป็นปึกแผ่น เหตุใดจึงไม่ขึ้นปกครองแคว้นกลับไปยกให้ฮ่องเต้เฟิงหู่ผู้เป็นอนุชา”องค์หญิงน้อยรับสั่งถามด้วยความสงสัย

 รอยยกยิ้มปรากฏขึ้นบนพระพักตร์หล่อเหลาครั้นได้ยินองค์หญิงน้อยรับสั่งถามกลับมาเช่นนั้น ถ้วยชาถูกยกขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมก่อนจะถูกวางลงบนโต๊ะหนังสือตรงพระพักตร์ตามเดิมพร้อมมีรับสั่ง

 “บางครั้งเรื่องบางอย่างก็ต้องควรที่จะมอบให้ผู้อื่นกระทำการแทนตัวเองจึงจะเหมาะสมมากกว่า อุปราชในตำนานผู้นั้นมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำเช่นนั้น ซึ่งยากเกินกว่าที่ผู้คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง ผู้สร้างแคว้นและรวบรวมแผ่นดินจนเป็นปึกแผ่น บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นครองราชย์บัลลังก์เสมอไปหรอกนะเพ่ยเอ๋อร์”รับสั่งอธิบายกลับไป

 องค์หญิงน้อยพยักหน้าอ้วนกลมขึ้นลงติดต่อกันครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “ยังจะมีผู้ที่ไม่ต้องการอำนาจและอยู่เหนือผู้ใด หลงเหลืออยู่อีกหรือเจ้าคะท่านปู่”องค์หญิงน้อยยังคงตั้งคำถามมิรู้วายด้วยความสงสัย

 “มีสิ! อย่างน้อยก็เป็นอุปราชผู้ที่เจ้ากำลังกล่าวขานถึงอยู่ในเวลานี้ เพราะยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนืออำนาจและผู้คนทั่วหล้าต้องการที่จะมีชีวิตเช่นนั้น แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่อุปราชผู้นั้นต้องการเลยแม้แต่น้อยแต่กลับได้ครอบครองด้วยลิขิตของสวรรค์”รับสั่งแฝงเร้นความนัยบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าองค์หญิงน้อยเองก็พยายามขบคิดตามตลอดเวลา

 “แล้วเหตุใดท่านปู่จึงพำนักอยู่ในพระตำหนักเดียวกันกับอุปราชในตำนานเจ้าคะ หรือเพราะท่านปู่คือเหลนของเหลนของเหลนที่สืบทอดต่อๆ กันมาสามร้อยกว่าปีจนมาถึงรุ่นของท่านปู่ครอบครองตำหนักแห่งนี้ ข้าอ่านพบในบันทึกของราชวงศ์บอกว่า ฮ่องเต้เฟิงหู่ทรงมีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดหมิ่นพระเกียรติพระเชษฐา รวมถึงรับสั่งห้ามถอดถอนพระยศ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาบุกรุกและเข้ายึดครองพระตำหนักลืมเลือนแห่งนี้เป็นอันขาด”องค์หญิงน้อยมิวายรับสั่งถามกลับไปด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

 รอยยกยิ้มปรากฏขึ้นบนพระพักตร์อีกครั้งเมื่อพระองค์ถูกองค์หญิงน้อยถามกลับมาเช่นนั้น

 “เจ้าคิดว่าข้าเป็นอย่างไร ข้าก็จะเป็นเช่นนั้นแหละเพ่ยเอ๋อร์หรือเจ้าจะคิดว่าข้าก็คืออุปราชในตำนานผู้นั้นก็ได้นะ”รับสั่งทีเล่นทีจริงกลับไป 

 ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นองค์หญิงน้อยได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ออกมาพลางส่ายพระพักตรืไปด้วยพร้อมกัน

 “ท่านปู่ก็จะต้องเป็นรุ่นเหลนไม่รู้ว่ารุ่นที่เท่าไรแล้วมากกว่า จะเป็นอุปราชในตำนานได้อย่างไรเจ้าคะ เพ่ยเพ่ยไม่ได้โง่นะที่จะไม่รู้ว่าระยะเวลาสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมายาวนานเช่นนั้น อุปราชในตำนานไม่มีทางที่จะมีอายุยืนยาวมาได้จนถึงป่านนี้หรอกเจ้าค่ะ”

 ครั้นอุปราชปีศาจทรงได้ยินเช่นนั้นพระวรกายที่กำลังนั่งหันข้างให้กับองค์หญิงน้อยพลันหันกลับมาอยู่ฝั่งตรงกันข้ามทันทีพร้อมตั้งใจมีรับสั่งออกไป

 “แล้วถ้าเกิดข้าเป็นอุปราชในตำนานผู้นั้นจริงๆ เจ้าจะว่าอย่างไรเพ่ยเอ๋อร์”อุปราชปีศาจรับสั่งถามสวนกลับไป

 และนั่นทำให้องค์หญิงน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักเป็นการใหญ่เมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้น พลางมีรับสั่ง

 “ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้หรอกเจ้าค่ะท่านปู่ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ หมื่นก็ไม่เชื่อ”องค์หญิงน้อยรับสั่งยืนยัน

 “เพราะอะไรเจ้าจึงไม่เชื่อข้าเด็กน้อย”อุปราชปีศาจรับสั่งถามพลางยกพระหัตถ์ขึ้นท้าวคางของพระองค์ รอฟังคำตอบองค์หญิงน้อยว่าจะมีความเห็นว่าอย่างไร

 “ข้อแรกก็คือ ระยะเวลาสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเป็นการยากยิ่งนักที่อุปราชในตำนานจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จนถึงวันนี้เจ้าค่ะ ความเป็นไปได้แทบไม่มีเลย อีกทั้งไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนจะต้องพานพบกับความชราภาพด้วยกันทั้งสิ้น และถ้าสมมุติว่าอุปราชผู้นั้นจะมีอายุยืนยาวจนถึงทุกวันนี้จริง แต่สังขารย่อมวิบัติโรยราเสื่อมถอย ดวงตาฝ้าฝางมืดมน ผิวหนังเหี่ยวย่น เส้นผมขาวโพลนและฟันหลุดร่วงจนหมดไม่มีเหลือหรอกเจ้าค่ะ”องค์หญิงน้อยรับสั่งพลางมองพระพักตร์หล่อเหลาของอุปราชปีศาจอยู่เพียงครู่พร้อมเอ่ยขึ้น

 “แต่จะว่าไปแล้วท่านปู่มีเพียงแค่เส้นผมสีเงินเท่านั้นแต่กลับไม่ได้บ่งบอกว่า ท่านมีอายุมากเลยเสียหน่อยตรงกันข้ามท่านปู่กลับหล่อเหลามากๆ เลยเจ้าค่ะ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนผู้สูงวัยแต่อย่างใด”องค์หญิงน้อยรับสั่งพลางเอียงคอไปมาเพื่อพินิจพิเคราะห์

 ท่ามกลางสายพระเนตรของอุปราชปีศาจซึ่งกำลังจับจ้ององค์หญิงน้อยอยู่ในเวลานั้นเช่นกัน 

 “ข้าอาจจะเป็นคนเหนือคนที่มีชีวิต อย่างที่ผู้คนทั่วหล้าเฝ้าไฝ่ฝันต้องการอยากจะเป็นเช่นนั้น”รับสั่งแฝงเร้นปริศนาเอาไว้บางอย่างอยู่ในถ้อยประโยคดังกล่าว

 ในขณะที่องค์หญิงน้อยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ออกมาครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “ข้าคงจะยังเยาว์มากไปหน่อย จึงฟังสิ่งที่ท่านปู่กล่าวเป็นปริศนาว่าหมายถึงสิ่งใด แต่ภายภาคหน้าข้าเชื่อมั่นว่าจะต้องสามารถตีความหมายของท่านปู่ออกมาได้อย่างแน่นอน”องค์หญิงน้อยพูดพลางฉีกยิ้มกว้างจนแก้มป่องเลยทีเดียว

 หึหึหึหึ!!! อุปราชในตำนานหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ ครั้นได้ยินองค์หญิงน้อยมีรับสั่งออกมาเช่นนั้น

 “ดูท่าข้าจะเลือกศิษย์ได้ดีจริงๆ ช่างเข้าใจเจรจา ข้าก็จะคอยดูเช่นกันว่าเจ้าจะสามารถไขปริศนานี้ได้หรือไม่”รับสั่งพร้อมยกพระหัตถ์ขยี้ศีรษะขององค์หญิงน้อยด้วยความรักและเอ็นดูนาง

 ทันใดนั้นเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 6 โลหิตอมตะ! 1.1

    สี่ปีผ่านไป ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้ อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมก

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 5 ดุจดวงดาวราชินี 1.2

    และทุกถ้อยเจรจาของเย่วฮองเฮาหาได้รอดพ้นหรือตกหล่นไปแม้แต่เพียงประโยคเดียว รอยแย้มเยือนปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเบาครั้นอุปราชปีศาจได้ยินทุกอย่างจนหมดสิ้นพระวรกายสูงสง่าฉลองพระองค์สีขาวงาช้าง กำลังยืนเอามือไพล่หลังไว้เพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างกำลังจับผีเสื้อและปล่อยไปทางองค์หญิงน้อยที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลากสีมากมายอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานี้วิชาอมตะของพระองค์ นอกจากจะได้มอบชีวิตที่เป็นนิรันดร์ให้แล้ว ยังสามารถทำให้พระองค์มีหูทิพย์สามารถได้ยินการสนทนาของผู้คนร่วมไปถึงความในใจทุกอย่าง“ดูท่าฮองเฮาผู้นี้จะรักและหวงน้องสาวของนางเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว”รับสั่งพลางหันหลังกลับไปทอดพระเนตรองค์หญิงน้อยที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานอยู่ในเวลานั้น“เพ่ยเพ่ย”สุรเสียงนุ่มรับสั่งเพรียกหาองค์หญิงน้อยร่างอ้วนกลมสมบูรณ์ที่กำลังวิ่งไล่จับเหล่าผีเสื้ออยู่ในเวลานั้น หยุดชะงักก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลังครั้นได้ยินเสียงเพรียกหาดังกล่าว ก่อนจะเห็นอุปราชปีศาจยื่นพระหัตถ์ออกมา“มาหาข้าเด็กดี!&rdquo

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 4 ดุจดวงดาวราชินี 1.1

    ยามเซิน ร่างสูงกำยำของอุปราชปีศาจทรงยืนทอดพระเนตร องค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายในอุทยานตำหนักลืมเลือนมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนล่วงเลยมาถึงยามเซินโดยไม่รู้ตัว องค์หญิงน้อยช่างพูด ช่างเจรจาและฉลาดเฉลียวเป็นยิ่งนัก เรียนรู้อะไรได้เร็วและที่สำคัญนางเป็นผู้มาจากดวงดาว อุปราชปีศาจฝึกวิชาอมตะ ซึ่งเป็นวิชาโบราณสุดยอดของวรยุทธ์ ไม่เคยมีผู้ใดฝึกสำเร็จมาก่อนด้วยเพราะจะต้องจบชีวิตลงทุกคนเมื่อฝึกถึงขั้นสุดท้าย หากแต่อุปราชรูปงามเป็นเพียงผู้เดียวที่ฝึกวิชาอมตะนี้เป็นผลสำเร็จ ทั่วหล้าไร้ผู้ใดเทียมทานไม่มีคู่ต่อสู้ใดที่จะสามารถเปรียบเทียบวรยุทธ์ด้วยได้ มีชีวิตที่ไม่มีวันตายและยังคงรูปกายเดิมเป็นอุปราชหนุ่มในวัย 23 พระชันษาไปชั่วกาลนานเพราะสำเร็จวิชาอมตะในขณะที่ยังหนุ่มแน่นทว่าพระองค์ต้องแลกกับการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว และความอ้างว้างเดียวดาย ผ่านกาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ต้องพบเห็นคนรอบข้างล้มตายไปคนแล้วคนเล่าด้วยเพราะอายุขัยที่เป็นไปตามกลไกของธรรมชาต

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 3 อุปราชปีศาจ!!! 1.3

    สระหยกมณี ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 2 อุปราชปีศาจ!!! 1.2

    พระตำหนักลู่เหวิน พระตำหนักลู่เหวินเป็นที่ประทับของฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยถัง ในยามนี้เซวียนฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยทรงประชวรมาเป็นเวลานานเพราะพระพลานามัยอ่อนแอมาโดยตลอด สามวันดีสี่วันไข้จนไม่อาจปกครองวังหลังได้ทำให้อำนาจของวังหลังตกมาอยู่กับจีฟูเหรินซึ่งถูกสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งฟูเหรินอันดับหนึ่งเป็นรองเพียงแค่เซวียนฮองเฮา และจีฟูเหรินหมายมั่นตำแหน่งฮองเฮาว่าจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน หากแต่เกิดเหตุพลิกผันอย่างไม่คาดฝันเมื่อเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้ กลับทรงตัดสินพระทัยเลือกองค์หญิงเย่วซูเจินจากแคว้นเย่วเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนาง เพื่อต้องการจะครอบครองแคว้นเย่วเอาไว้ในกำมือ อีกทั้งองค์หญิงเย่วซูเจินนี้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือจึงทำให้ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นนักรักผู้ยิ่งใหญ่หลงใหลนางยิ่งนัก ครั้นนางพลาดจากตำแหน่งฮองเฮาไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้จีฟูเหรินเจ็บแค้นอยู่ในใจอย่างยิ่งยวด แต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูลาดเลาว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จะสามารถกำจัดได้โดยง่ายหรือไม่ เพราะเซวียนฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ลงไม่ใช่มาจากเพราะสุขภาพของพระนางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นเพราะจีฟูเหรินเป็นผ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 1 อุปราชปีศาจ!!! 1.1

    แคว้นเป่ยถัง แคว้นเป่ยถังตั้งอยู่ระหว่างกลางแคว้นต้าซาง ต้าเย่วและต้าเหยี่ยน มีพรมแดนติดกับต้าเหยี่ยนเสียเป็นส่วนใหญ่ และติดกับชายแดนของคนเถื่อนหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือชาวทุ่งหญ้า ท่ามกลางแคว้นใหญ่ที่ล้อมรอบและชาวเผ่าทุ่งหญ้าที่ต้องการครอบครองเป่ยถังมาโดยตลอด มาจากสาเหตุที่เป่ยถังมีพื้นที่ราบเหมาะทำการเกษตรและให้พืชผลเป็นอย่างดีเยี่ยม อีกทั้งอากาศภายในแคว้นไม่แปรปรวน มีครบทั้งฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูฝน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว จึงทำให้พืชผลทางการเกษตรมีออกมาครบทุกฤดูกาล มีเทือกเขาสูงและอากาศที่เย็นจัดจนเป็นเทือกเขาน้ำแข็งเฉพาะที่มีชายแดนติดต่อต้าเหยี่ยนเท่านั้นซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือสุด และที่สำคัญเป่ยถังมีทองคำและหยกสูงค่าเนื้องามหายากอย่างยิ่งยวดที่เกิดจากธรรมชาติซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาสูงทั้งลูก และด้วยสาเหตุที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ มีภูมิประเทศคล้ายหัวมังกรเกือบครึ่งตัวเลยที่เดียว ส่วนหัวคือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ส่วนลำตัวนั้นคือพื้นที่ราบและมีแม่น้ำฉางเจียงซึ่งไหลมาจากตอนเหนือสุดพาดผ่านมาจากดินแดนแห่งคนเถื่อน(ทิเบต) หรือในปัจจุบันเรียกแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status