Share

ตอนที่ 6 โลหิตอมตะ! 1.1

last update Tanggal publikasi: 2026-01-30 10:09:14

สี่ปีผ่านไป

       ทั่วทั้งพระราชวังหลวงของถังเฉี่ยนในเวลานี้เต็มไปด้วยหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มองไปแห่งหนใดขาวโพลนละลานตาไปจนหมด อากาศเย็นยะเยียบช่างจับไปจนถึงขั้วหัวใจเลยทีเดียว ภายในแต่ละตำหนักต้องจุดโคมไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น และก่อกองไฟเอาไว้เพื่อมิให้ไอเย็นเข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้

       อากาศในฤดูหนาวของแคว้นเป่ยถังในปีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวเมืองต่างพากันล้มป่วยเป็นไข้ลมหนาวกันอย่างถ้วนหน้า ด้วยเพราะอากาศที่เย็นจัดกว่าทุกปีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไข้ลมหนาวเริ่มแผ่ออกเป็นวงกว้าง ไม่เว้นแม้กระทั่งภายในพระราชวังถังเฉี่ยนก็ด้วยเช่นกัน ต่างพากันล้มป่วยกันอย่างถ้วนหน้า 

       ทุกตำหนักเต็มไปด้วยคนป่วย จนหมอหลวงต่างพากันทำงานหนัก ด้วยเพราะฮ่องเต้เฟิงอวิ๋น ซึ่งมีพระชนมายุเข้าปีที่ 46 พระองค์ประชวรด้วยไข้ลมหนาวเช่นกัน และยังพลอยทำให้เย่วฮองเฮาซึ่งกำลังตั้งพระครรภ์ย่างเข้าสู่เดือนที่แปด และเป็นการตั้งพระครรภ์ครั้งแรกอีกด้วย ก็ทรงประชวรด้วยไข้ลมหนาวพร้อมกับองค์ฮ่องเต้เช่นกัน

       และนั่นเป็นหนทางทำให้จีฟูเหรินสบโอกาสที่จะลงมือกำจัดเย่วฮองเฮาออกไปให้พ้นทาง การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งฮองเฮาของแคว้นเป่ยถังตามที่พระนางเฝ้าไฝ่ฝันมาตลอดเวลา แผนกำจัดของเย่วฮองเฮาในครั้งนี้ทำให้สามารถกำจัดทารกในครรภ์ไปด้วยพร้อมกัน 

 เพราะถ้าหากปล่อยให้เย่วฮองเฮามีพระประสูติกาลออกมาและทารกนั้นเป็นพระโอรส จะทำให้ลำดับการก้าวขึ้นเป็นรัชทายาทของพระโอรสซึ่งจีฟูเหรินเป็นผู้ให้กำเนิดนั้นยิ่งห่างไกลมากขึ้นไปอีก เพราะแน่นอนว่ารัชทายาทซึ่งประสูติจากฮองเฮาองค์ปัจจุบันและยังมีพระชนม์ชีพอยู่จะได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อมีพระชนมายุครบ 22 ชันษา 

 ในขณะเดียวกันหากสามารถกำจัดเย่วฮองเฮาออกไปให้พ้นทางได้เป็นผลสำเร็จ จีฟูเหรินจะขึ้นมามีอำนาจในวังหลังแทนที่เย่วฮองเฮาโดยพลัน เพราะนับตั้งแต่สถาปนาฮองเฮาจากแคว้นเย่วผู้นี้ อำนาจที่เคยมีอยู่ในกำมือมากมายมลายหายไปโดยพลัน ด้วยเพราะเย่วฮองเฮาทรงเด็ดขาด และไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด เป็นที่หวั่นเกรงต่อบรรดาฟูเหรินและพระสนม นางในตลอดจนข้าราชบริพารเป็นยิ่งนัก

 รวมไปถึงจีฟูเหรินก็ด้วยเช่นกันเคยถูกเย่วฮองเฮาจัดการลงมือกำจัดอำนาจที่อยู่ในวังหลวงต่อหน้าธารกำนัล ชนิดที่ว่าไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว รวมไปถึงฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นก็ยังทรงให้ท้ายสนับสนุนฮองเฮาของพระองค์ทุกอย่างไม่เคยคัดค้านแต่อย่างใด นำความคับแค้นใจและเพิ่มแรงริษยานับเท่าทวีคูณ และแผนกำจัดเย่วฮองเฮาก็กำลังเริ่มต้นขึ้นมา ทันทีที่จีฟูเหรินล่วงรู้ว่าเย่วฮองเฮาประชวรด้วยไข้ลมหนาว 

พระตำหนักลืมเลือน

 ในเวลานี้องค์หญิงน้อยเย่วเพ่ยเพ่ย ปีนี้มีพระชนมายุสิบพระชันษาแล้ว ทรงเจริญวัยขึ้นมากเลยทีเดียว มิหนำซ้ำยังฉลาดปราดเรื่อง สามารถอ่านและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยเพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากอุปราชปีศาจโดยตรง หลังจากวันแรกที่องค์หญิงน้อยได้พานพบอุปราชในตำนาน 

 และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจวบจนกระทั่งถึงวันนี้ องค์หญิงน้อยเสด็จไปประทับอยู่ภายในพระตำหนักลืมเลือนทุกวัน วิ่งเล่นอยู่ภายในตำหนักดังกล่าวจนข้าราชบริพารภายในตำหนัก ต่างล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยจากแคว้นเย่วเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถอยู่ใกล้และสัมผัสอุปราชปีศาจได้

 การมาเยือนขององค์หญิงน้อยมีเพียงผู้คนที่อยู่ภายในพระตำหนักลืมเลือนเท่านั้นที่ล่วงรู้ หากแต่คนจากพระราชวังถังเฉี่ยน กลับไม่ล่วงรู้เรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้ามาในเขตแดนของพระตำหนักลืมเลือน ต่อให้หายไปนานเพียงใดและออกตามหาไปจนทั่วทั้งวังหลวง สุดท้ายแล้วในแต่ละวันองค์หญิงน้อยก็จะกลับมาอยู่ในห้องบรรทมในสภาพที่เล่นจนเหนื่อย

 เมื่อบ่อยครั้งเข้าจึงเกิดความเคยชินทำให้เย่วฮองเฮาไม่มีคำสั่งให้ทหารหลวงและเหล่าข้าราชบริพารออกค้นหาองค์หญิงน้อยอีกต่อไป เพราะทุกครั้งนางจะกลับมาพร้อมกับสภาพหลับใหลเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง โดยไม่เคยระแคะระคายเลยว่าองค์หญิงน้อยหายไปไหนมาตลอดทั้งวัน ซึ่งคำตอบที่ได้รับนั้นก็คือ “ไปไล่จับผีเสื้อ”

 ครั้นเมื่อเจริญพระชันษาขึ้นต้องได้รับการศึกษาจากพระอาจารย์ สืบเนื่องจากเป็นองค์หญิงจากต่างแคว้นจึงทำให้ศึกษาเล่าเรียนเพียงช่วงเช้าเท่านั้น ส่วนช่วงบ่ายคือเวลาว่างและองค์หญิงน้อยจะเสด็จไปที่พระตำหนักลืมเลือนเป็นประจำทุกวันในช่วงบ่าย เพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาต่างๆ จากอุปราชปีศาจซึ่งทุ่มเทสอนหนังสือให้แก่องค์หญิงน้อยได้ล่วงรู้อย่างแตกฉาน 

 และลูกศิษย์ตัวน้อยก็ไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังแต่อย่างใด นางมีความเฉลียวฉลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้รับการอบรมสั่งสอนจากอุปราชในตำนานจึงทำให้องค์หญิงน้อยปราดเปรื่องเหนือเสียยิ่งกว่าบุรุษ

 “ท่านปู่เจ้าคะ ตำนานแคว้นเป่ยถังเหตุใดจึงกล่าวถึงอุปราชเฟิงหลงเป็นผู้สร้างแคว้น แทนที่จะเป็นฮ่องเต้เฟิงหู่ ข้าเรียนกับพระอาจารย์วันนี้ไม่เข้าใจเลย ในเมื่ออุปราชในตำนานเป็นผู้รวบรวมแผ่นดินเป่ยถังจนเป็นปึกแผ่น เหตุใดจึงไม่ขึ้นปกครองแคว้นกลับไปยกให้ฮ่องเต้เฟิงหู่ผู้เป็นอนุชา”องค์หญิงน้อยรับสั่งถามด้วยความสงสัย

 รอยยกยิ้มปรากฏขึ้นบนพระพักตร์หล่อเหลาครั้นได้ยินองค์หญิงน้อยรับสั่งถามกลับมาเช่นนั้น ถ้วยชาถูกยกขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมก่อนจะถูกวางลงบนโต๊ะหนังสือตรงพระพักตร์ตามเดิมพร้อมมีรับสั่ง

 “บางครั้งเรื่องบางอย่างก็ต้องควรที่จะมอบให้ผู้อื่นกระทำการแทนตัวเองจึงจะเหมาะสมมากกว่า อุปราชในตำนานผู้นั้นมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำเช่นนั้น ซึ่งยากเกินกว่าที่ผู้คนทั่วไปจะสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง ผู้สร้างแคว้นและรวบรวมแผ่นดินจนเป็นปึกแผ่น บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้นครองราชย์บัลลังก์เสมอไปหรอกนะเพ่ยเอ๋อร์”รับสั่งอธิบายกลับไป

 องค์หญิงน้อยพยักหน้าอ้วนกลมขึ้นลงติดต่อกันครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “ยังจะมีผู้ที่ไม่ต้องการอำนาจและอยู่เหนือผู้ใด หลงเหลืออยู่อีกหรือเจ้าคะท่านปู่”องค์หญิงน้อยยังคงตั้งคำถามมิรู้วายด้วยความสงสัย

 “มีสิ! อย่างน้อยก็เป็นอุปราชผู้ที่เจ้ากำลังกล่าวขานถึงอยู่ในเวลานี้ เพราะยังมีบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนืออำนาจและผู้คนทั่วหล้าต้องการที่จะมีชีวิตเช่นนั้น แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่อุปราชผู้นั้นต้องการเลยแม้แต่น้อยแต่กลับได้ครอบครองด้วยลิขิตของสวรรค์”รับสั่งแฝงเร้นความนัยบางอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าองค์หญิงน้อยเองก็พยายามขบคิดตามตลอดเวลา

 “แล้วเหตุใดท่านปู่จึงพำนักอยู่ในพระตำหนักเดียวกันกับอุปราชในตำนานเจ้าคะ หรือเพราะท่านปู่คือเหลนของเหลนของเหลนที่สืบทอดต่อๆ กันมาสามร้อยกว่าปีจนมาถึงรุ่นของท่านปู่ครอบครองตำหนักแห่งนี้ ข้าอ่านพบในบันทึกของราชวงศ์บอกว่า ฮ่องเต้เฟิงหู่ทรงมีพระบรมราชโองการห้ามไม่ให้ผู้ใดหมิ่นพระเกียรติพระเชษฐา รวมถึงรับสั่งห้ามถอดถอนพระยศ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้ามาบุกรุกและเข้ายึดครองพระตำหนักลืมเลือนแห่งนี้เป็นอันขาด”องค์หญิงน้อยมิวายรับสั่งถามกลับไปด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

 รอยยกยิ้มปรากฏขึ้นบนพระพักตร์อีกครั้งเมื่อพระองค์ถูกองค์หญิงน้อยถามกลับมาเช่นนั้น

 “เจ้าคิดว่าข้าเป็นอย่างไร ข้าก็จะเป็นเช่นนั้นแหละเพ่ยเอ๋อร์หรือเจ้าจะคิดว่าข้าก็คืออุปราชในตำนานผู้นั้นก็ได้นะ”รับสั่งทีเล่นทีจริงกลับไป 

 ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นองค์หญิงน้อยได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ ออกมาพลางส่ายพระพักตรืไปด้วยพร้อมกัน

 “ท่านปู่ก็จะต้องเป็นรุ่นเหลนไม่รู้ว่ารุ่นที่เท่าไรแล้วมากกว่า จะเป็นอุปราชในตำนานได้อย่างไรเจ้าคะ เพ่ยเพ่ยไม่ได้โง่นะที่จะไม่รู้ว่าระยะเวลาสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมายาวนานเช่นนั้น อุปราชในตำนานไม่มีทางที่จะมีอายุยืนยาวมาได้จนถึงป่านนี้หรอกเจ้าค่ะ”

 ครั้นอุปราชปีศาจทรงได้ยินเช่นนั้นพระวรกายที่กำลังนั่งหันข้างให้กับองค์หญิงน้อยพลันหันกลับมาอยู่ฝั่งตรงกันข้ามทันทีพร้อมตั้งใจมีรับสั่งออกไป

 “แล้วถ้าเกิดข้าเป็นอุปราชในตำนานผู้นั้นจริงๆ เจ้าจะว่าอย่างไรเพ่ยเอ๋อร์”อุปราชปีศาจรับสั่งถามสวนกลับไป

 และนั่นทำให้องค์หญิงน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักเป็นการใหญ่เมื่อถูกถามกลับมาเช่นนั้น พลางมีรับสั่ง

 “ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้หรอกเจ้าค่ะท่านปู่ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ หมื่นก็ไม่เชื่อ”องค์หญิงน้อยรับสั่งยืนยัน

 “เพราะอะไรเจ้าจึงไม่เชื่อข้าเด็กน้อย”อุปราชปีศาจรับสั่งถามพลางยกพระหัตถ์ขึ้นท้าวคางของพระองค์ รอฟังคำตอบองค์หญิงน้อยว่าจะมีความเห็นว่าอย่างไร

 “ข้อแรกก็คือ ระยะเวลาสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมาเป็นการยากยิ่งนักที่อุปราชในตำนานจะทรงมีพระชนม์ชีพอยู่จนถึงวันนี้เจ้าค่ะ ความเป็นไปได้แทบไม่มีเลย อีกทั้งไม่ว่าชายหรือหญิงล้วนจะต้องพานพบกับความชราภาพด้วยกันทั้งสิ้น และถ้าสมมุติว่าอุปราชผู้นั้นจะมีอายุยืนยาวจนถึงทุกวันนี้จริง แต่สังขารย่อมวิบัติโรยราเสื่อมถอย ดวงตาฝ้าฝางมืดมน ผิวหนังเหี่ยวย่น เส้นผมขาวโพลนและฟันหลุดร่วงจนหมดไม่มีเหลือหรอกเจ้าค่ะ”องค์หญิงน้อยรับสั่งพลางมองพระพักตร์หล่อเหลาของอุปราชปีศาจอยู่เพียงครู่พร้อมเอ่ยขึ้น

 “แต่จะว่าไปแล้วท่านปู่มีเพียงแค่เส้นผมสีเงินเท่านั้นแต่กลับไม่ได้บ่งบอกว่า ท่านมีอายุมากเลยเสียหน่อยตรงกันข้ามท่านปู่กลับหล่อเหลามากๆ เลยเจ้าค่ะ ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนผู้สูงวัยแต่อย่างใด”องค์หญิงน้อยรับสั่งพลางเอียงคอไปมาเพื่อพินิจพิเคราะห์

 ท่ามกลางสายพระเนตรของอุปราชปีศาจซึ่งกำลังจับจ้ององค์หญิงน้อยอยู่ในเวลานั้นเช่นกัน 

 “ข้าอาจจะเป็นคนเหนือคนที่มีชีวิต อย่างที่ผู้คนทั่วหล้าเฝ้าไฝ่ฝันต้องการอยากจะเป็นเช่นนั้น”รับสั่งแฝงเร้นปริศนาเอาไว้บางอย่างอยู่ในถ้อยประโยคดังกล่าว

 ในขณะที่องค์หญิงน้อยได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ออกมาครั้นได้ยินเช่นนั้น

 “ข้าคงจะยังเยาว์มากไปหน่อย จึงฟังสิ่งที่ท่านปู่กล่าวเป็นปริศนาว่าหมายถึงสิ่งใด แต่ภายภาคหน้าข้าเชื่อมั่นว่าจะต้องสามารถตีความหมายของท่านปู่ออกมาได้อย่างแน่นอน”องค์หญิงน้อยพูดพลางฉีกยิ้มกว้างจนแก้มป่องเลยทีเดียว

 หึหึหึหึ!!! อุปราชในตำนานหัวเราะอยู่ในลำคอเบาๆ ครั้นได้ยินองค์หญิงน้อยมีรับสั่งออกมาเช่นนั้น

 “ดูท่าข้าจะเลือกศิษย์ได้ดีจริงๆ ช่างเข้าใจเจรจา ข้าก็จะคอยดูเช่นกันว่าเจ้าจะสามารถไขปริศนานี้ได้หรือไม่”รับสั่งพร้อมยกพระหัตถ์ขยี้ศีรษะขององค์หญิงน้อยด้วยความรักและเอ็นดูนาง

 ทันใดนั้นเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 65 ตำหนักรักนิรันดร์ (อวสาน) (2)

    สิบปีผ่านไปตำหนักลืมเลือน ท้องฟ้าเบื้องบนในยามราตรีของค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยหมู่ดาวนับหมื่นล้านดวง แผ่นฟ้าเบื้องบนเต็มไปด้วยดวงดาวมากมายกำลังส่องแสงแวววาวแข่งขันกันจนงดงามอย่างไร้ที่ติ เสียงเด็กทารกที่เพิ่งจะมีอายุครบเดือนกำลังนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนของพระมารดา ในเวลานี้ไป๋ฮองเฮาได้มอบพระโอรสให้แก่เฟิงหลงฮ่องเต้ติดต่อกันถึงแปดพระองค์ และเพิ่งประสูติพระราชธิดาเพียงหนึ่งเดียวเป็นลำดับที่เก้า นำความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พระบิดาอย่างยิ่งยวดด้วยองค์หญิงน้อยนั้นช่างงดงามและน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร ในขณะที่ไป๋ฮองเฮาได้ร้องขอพระสวามีว่าขอหยุดการตั้งครรภ์เอาไว้เพียงเท่านี้ ด้วยตลอดสิบปีที่ผ่านมาพระนางไม่ได้พักเลย ตั้งครรภ์ติดต่อกันให้แก่พระสวามีมาโดยตลอดและดูเหมือนว่าการร้องขอของพระนางนั้นไร้ผล เพราะภายในราชสำนักต้าเฟิงมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั้นที่ต้องถวายงานให้แก่พระสวามีอยู่ทุกค่ำคืน ไม่ว่าจะอาณาจักรใดหรือแคว้นใดต้องการส่งองค์หญิงต่างแคว้นมาแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แต่เฟิงหลงฮ่องเต้ไม่ทรงรับ โดยให้เหตุผลว่าเบื่อหน่ายวังหลังที่จะต้องมาแย่งชิงพระองค์ ขอมีเพียงไป๋ฮองเฮาเท่านั

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 65 ตำหนักรักนิรันดร์ (อวสาน) (1)

    บริเวณหน้าประตูวังหลวง “พวกเจ้าเปิดประตูให้ข้าเข้าไปภายในเขตพระราชฐานเดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าจะไปหาบุตรสาวของข้าเพื่ออวยพรไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าข้าคือบิดาแท้ๆของฮองเฮาพระองค์ปัจจุบัน”เจ้าเมืองหยวนไท่ไม่วายโอ้อวดทหารหลวงที่กำลังยืนรักษาการณ์อยู่ในขณะนั้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของบรรดาทหารหลวงที่ตรึงกำลังเอาไว้หน้าประตูวังอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันคนร้ายแปลกปลอมเข้ามาภายในวังหลวงถังเฉี่ยนซึ่งมีอายุนับหลายพันปี ทหารแต่ละนายต่างพากันส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเจ้าเมืองหยวนไท่ตะโกนก้องอยู่เช่นนี้มานานสองชั่วยามแล้ว “ท่านกลับไปเสียเถิดวันนี้เป็นวันมงคลของฝ่าบาทและฮองเฮา ทั้งสองพระองค์ไม่ลงมาเล่นอะไรกับเจ้าหรอกนะ แล้วจะบอกอะไรให้อย่างฮองเฮาของพวกข้าเป็นธิดาบุญธรรมของราชครูไป๋ เป็นชาวต้าเฟิงไม่ใช่ขาวต้าซ่งเช่นเจ้าเข้าใจผิดแล้ว แซ่ของเจ้ามีใช้เพียงแค่นี้อย่างนั้นเหรอทั่วหล้าไม่มีใช้เหมือนกับเจ้าหรืออย่างไง ไป! ไป!ไป! เกะกะหากยังขืนดื้อดึงอยู่เช่นนี้พวกข้าทำอะไรรุนแรงลงไปมาว่ากันไม่ได้หรอกนะ ข้าทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย”ทหารรักษาการณ์กล่าวเตือน “เจ้าพวกทห

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 64 อภิเษกสมรส

    แคว้นต้าเฟิงพิธีอภิเษกสมรส ในยามนี้แผ่นดินต้าเฟิงเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขและความรักแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พิธีอภิเษกสมรสของเฟิงหลงฮ่องเต้ผู้รูปงามดั่งชาวสวรรค์และท่านหญิงไป๋เพ่ยอิง ธิดาคนโตของเจ้าเมืองหยวนไท่ซึ่งเฟิงหลงฮ่องเต้มีพระบัญชาให้นางเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง เป็นชาวเมืองต้าเฟิงจากการรับรองของพระองค์เอง ซึ่งตระกูลไป๋ในแผ่นดินต้าเฟิงนั้นใช่ว่าจะไม่มี และในราชสำนักต้าเฟิงนั้นมีขุนนางที่มาจากตระกูลไป๋ด้วยเช่นกันนั้นก็คือราชครูไป๋หวางนั่นเอง ซึ่งราชครูผู้นี้จงรักภักดีและศรัทธาต่ออุปราชในตำนานสร้างแคว้นเป็นยิ่งนัก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ล่วงรู้ว่าเฟิงหลงฮ่องเต้แท้จริงแล้วคืออุปราชในตำนาน จึงคอยเฝ้าถวายงานอย่างใกล้ชิดและได้เข้ามารับรองสถานะการมีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิงของท่านหญิงคนงามโดยการรับนางมาเป็นธิดาบุญธรรม ฮ่องเต้หนุ่มมีพระบัญชาให้ราชครูไป๋หวางรับรองสถานะการมีตัวตนของคนรัก โดยรับนางมาเป็นบุตรบุญธรรมให้บันทึกเอาไว้ว่าได้เก็บนางมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียงหกเดือนเท่านั

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 63 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.2

    ร่างอรชรต้องเข้าสวมกอดร่างใหญ่องอาจที่กำลังอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้างรับร่างของท่านหญิงคนงามนำมาสวมกอดเอาไว้แนบอกอย่างรวดเร็ว “เพ่ยเอ๋อร์ของข้า! ในที่สุดเจ้าก็กลับคืนสู่อ้อมกอดของข้าแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว”ฮ่องเต้หนุ่มรูปงามเฝ้าเพียรรับสั่งกับโฉมตรูอยู่เช่นนั้นมิรู้วาย “ข้าเฝ้ารอท่านมาโดยตลอด รอทั้งที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอคอยอยู่นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ ชาติที่แล้วข้าอยากจะเป็นพระชายาของท่านมากแค่ไหน ชาตินี้ก็ไม่ต่างกันแต่พี่หลงจะมาขอข้าไปเป็นชายาได้อย่างไรเจ้าคะเพราะไม่เคยเสมือนคนไม่มีตัวตน” พระพักตร์ของฮ่องเต้หนุ่มแย้มยิ้มออกมา ฝ่าพระหัตถ์ที่กำลังโอบกอดร่างระหงเอาไว้แนบอกยังคงเฝ้าลูบไล้แผ่นหลังของนางไปมาอยู่เช่นนั้นไม่คลาดครา “เป็นเช่นนั้นแหละดีแล้วเพราะข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นผู้มีตัวตนในแผ่นดินต้าเฟิง ในขณะที่บิดาของเจ้าจะไม่มีทางแสวงหาประโยชน์จากการที่เจ้าได้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้าแม้แต่น้อย นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไปตระกูลไป๋และเจ้าไม่เกี่ยวข้องกันอีกถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง ให้สมกับที่บิดาของเจ้าต้องการให้ไป๋เพ่ยอิงตายไปตั้งแต่อ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 62 สัญญารักมั่นจากชาติอดีต 1.1

    เรือนท้ายจวนภายในห้องหนังสือ ปลายพู่กันสะบัดสีลงบนภาพวาดของสถานที่แลดูคล้ายตำหนักขนาดใหญ่ ภาพในความทรงจำที่ท่านหญิงคนงามได้เห็นในความฝันมาโดยตลอดนับตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นทุกวัน ครั้นเมื่ออายุครบยี่สิบปีภาพในความฝันที่เคยเห็นเลือนลางกลับชัดเจนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับนางมาแล้วในครั้งอดีต บุรุษรูปงาม ผู้มีร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามสวมอาภรณ์ขาวและมีเส้นผมสีเงินยวงตลอดทั่วทั้งศีรษะกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยเดินเล่นอยู่ภายในสวนเคียงคู่ไปด้วยกัน จวบจนกระทั่งเด็กหญิงตัวน้อยเติบใหญ่กลายเป็นสาวสะพรั่งบุรุษรูปงามที่เคยจูงมือนางเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นว่าถูกบุรุษรูปงามประทับจุมพิตลงบนหน้าผากกว้างด้วยความรักที่มีต่อกันระหว่างชายหนุ่มหญิงสาวในฐานะคนรัก ท่านหญิงคนงามกำลังเพลิดเพลินไปกับการวาดภาพที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความฝันของนาง จนไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้สองพี่เลี้ยงคนซื่อได้นำ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 61 พบนาง! 1.2 (2)

    “คะ...คุณชายท่านนั้นเองหรือนี่”เจ้าของร้านปักผ้าพูดตะกุกตะกักหน้าเสียขึ้นมาทันพร้อมเสียงของฉิงซูดังแทรกขึ้น “นี่เจ้ารับงานมาถึงสองร้อยตำลึงแต่ให้ค่าจ้างพวกข้าเพียงน้อยนิดมิหนำซ้ำยังคดโกงไม่ทำตามคำพูดแม้แต่น้อย เกิดเป็นคนด้วยกันเหตุใดต้องเอารัดเอาเปรียบกันถึงเพียงนี้ด้วย”เสียงของฉิงซูก่นด่าออกมาด้วยความโกรธเคืองเป็นที่สุด นางเป็นเดือดเป็นแค้นอย่างยิ่งยวดเพราะงานปักที่สู้อุตส่าห์รับมาทำนั้น ท่านหญิงผู้น่าสงสารของนางตั้งอกตั้งใจทำออกมาอย่างดีที่สุดแต่ก็ต้องมาพานพบกับคนเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้ ยิ่งย้อนคิดเห็นใบหน้าแสนสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของความดีใจครั้นได้ยินว่าได้รับค่าจ้างเพิ่มเป็นแปดสิบตำลึง ยิ่งทำให้นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อทวงเงินค่าแรงดังกล่าวกลับคืนมาให้ได้ตามที่ได้ตกลลงกันเอาไว้แต่แรก "เอาเงินค่าจ้างที่ตกลงกันไว้แปดสิบตำลึงจ่ายมาให้ครบเลยนะ ยังขาดอีกยี่สิบตำลึงถ้าพวกข้ายังไม่ได้”ฉิงซู่ทวงเงินส่วนที่เหลือกลับไปทันใด “เหตุใดท่านป้าจึงเรียกร้องเงินจำนวนเพียงแค่นั้น ในเมื่อความเป็นจริงแล้วค่าจ้างที่ข้าจ่ายไปให้กับนางคือสองร้อยตำลึง”เฟิงหลงฮ่องเต้รับสั่งถามกลับไปอย่างสงสัย “พวกข้าต

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 47 พรากจาก 1.5

    พระตำหนักลืมเลือนภายในห้องบรรทม พระวรกายสูงทะมึนของอุปราชปีศาจอุ้มร่างพระชายาคนงามมาถึงห้องบรรทมส่วนพระองค์ พร้อมวางลงบนฟูกนอนหนานุ่มให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พลางเอื้อมพระหัตถ์เข้าลูบไล้ใบหน้าแสนสวยไปมาเบาๆ ด้วยความร

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 41 หนีตาย!!! 1.1

    “อะไรกันนี่! ทหารของข้าร่างสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดเลยอย่างนั้นเหรอ! เป็นไปได้อย่างไรกัน”รัชทายาทโฉดรับสั่งพึมพำด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ “พระองค์รีบถอยก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ! ดูท่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าประตูหาใช่คนเป็นแน่ จะต้องเป็นปีศาจร้ายตามที่เล่าลือกันมานานอ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 39 อุปราชในตำนาน 1.10

    บริเวณสระหยกมณี เปลวเพลิงจากคบไฟมากมายถูกจุดขึ้นจนทั่วบริเวณเต็มไปด้วยแสงไฟจากเปลวเพลิงจนสามารถเห็นตำหนักลืมเลือนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางเสียงตีกลองรัวและเร็วเพื่อส่งสัญญาณระดมพลและประกาศทำสงครามไปในคราเดียวกัน ดังกึกก้องออกมาอยู่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันรัชทายาทจากต้าซ

  • พิศวาสตำหนักลืมเลือน   ตอนที่ 30 อุปราชในตำนาน 1.1

    พระตำหนักจินหลง ในเวลานี้บรรดาพระโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติจากเย่วฮองเฮากำลังทยอยออกไปจากห้องพระบรรทมของพระราชบิดา โดยมีพระพี่เลี้ยงนำเสด็จกลับไปยังตำหนักตามเดิม ด้วยถึงเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำและจะต้องเข้าบรรทม ท่ามกลางสายพระเนตรของฮ่องเต้เฟิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status