LOGIN“คุณไม่น่าบอกคุณพฤกษ์เลยจริงๆ” ปองรักอดตำหนิเขาไม่ได้ อะไรที่เกี่ยวกับพฤกษ์เธอมักจะเดือดร้อนแทน ส
พฤกษ์จัดแจงของใส่สังฆทานด้วยตัวเองราวกับเจ้าของวันเกิด จนปองรักอดยิ้มไม่ได้ ตั้งแต่อยู่ร่วมบ้านกันก็ไม่เคยเห็นเขาทำแบบนี้สักครั้ง แม้แต่วันเกิดตัวเอง“วันนี้ป้ามาลีไม่ต้องไปเป็นเพื่อนรักนะครับ ผมจะพารักไปที่วัดเอง”“ได้ค่ะคุณพฤกษ์ แล้วจะพากันไปฉลองที่ไหนหรือเปล่าคะ”“ความลับครับ” เขาขยิบตาเมื่อปองรักกำลังเดินเข้ามา เมื่อจัดของเสร็จพฤกษ์เป็นสารถีขับรถพาหญิงสาวไปทำบุญยังวัดใกล้บ้าน หลังจากทำบุญรับพรจากหลวงพ่อเสร็จก็ชวนกันปล่อยนกปล่อยปลาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต“พี่พฤกษ์จะพารักไปไหนคะ” หญิงสาวหันมาเอ่ยถามเมื่อไม่ใช่เส้นทางกลับบ้าน“แวะไปกินโจ๊กก่อนค่อยกลับ จะได้ซื้อไปฝากคุณพ่อด้วย เจ้านี้อร่อยมากนะ”“แล้วจะทันเข้าบริษัทเหรอคะ ประธานเข้าประชุมสายไม่ดีนะคะ” หญิงสาวห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อย“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังพอมีเวลา” เขาตั้งใจพาหญิงสาวมากินหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีเวลา วันนี้เป็นโอกาสดีออกมาทำบุญก็เลยขับรถพามากิน“คนเยอะจังเลยค่ะ”“ของอร่อยคนเยอะเป็นธรรมดา” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะพาหญิงสาวเข้าไปนั่งในร้าน และเหมือนเจ้าข
“คุณแก้วรายงานให้ฟังอีกใช่ไหม” ตอนนี้กรองแก้วเหมือนไม่ได้เป็นเลขาฯ เขาแล้ว แทบจะเป็นเลขาฯ ให้ปองรัก มีอะไรก็ต้องรายงานปองรักก่อนเสมอ“รักถามพี่แก้วเองค่ะ” เธอรีบแก้ต่างให้อีกฝ่าย“มาปรึกษาเรื่องงาน นายเอกคงต้องเรียนรู้อีกเยอะ”“แล้วพี่พฤกษ์ต้องเข้าไปดูแลที่นั่นหรือเปล่าคะ” ยามบริษัทมีปัญหา พฤกษ์ก็ต้องเข้าออกบริษัทนั้นเป็นว่าเล่น เธอเห็นแล้วเหนื่อยแทน“ไม่ต้องแล้ว ต่อไปก็ต้องให้นายเอกบริหารเอง เขาต้องเผชิญปัญหาด้วยตัวเองบ้าง”“พี่พฤกษ์ช่วยเขามามากแล้ว ถึงเวลาที่คุณเอกต้องเรียนรู้เองบ้าง งั้นเราก็ต้องช่วยเขาแบบนี้ไปตลอดชีวิต” เธอเห็นด้วยที่จะให้เอกสิทธิ์บริหารงานเอง“ตอนนี้นายเอกก็รู้จักผิดชอบขึ้นเยอะ น้าษาฝากขอบคุณรักมาด้วย”“ขอบคุณรัก เกี่ยวอะไรคะ”“ท่านบอกว่าตั้งแต่นายเอกรู้จักรักก็เปลี่ยนไปเยอะ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น”“คงไม่เกี่ยวกับรักหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้หรอก แต่นายเอกเปลี่ยนไปจากเดิม เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ”“คงมีพี่พฤกษ์เป็นไอดอลมากกว่าค่ะ งานนี้น้าษาต้องขอบคุณพี่พฤกษ์”“แต่อะไรก็ช่าง เมื่อ
“เราจะได้เรียนรู้กันลึกๆ ถึงแก่นเนื้อในเลยไง”“บ้าจริง!” ใบหน้านวลแดงก่ำ“บ้าที่ไหน พี่พูดความจริงทั้งนั้น ผัวเมียกันก็ไม่แปลกที่เราแสดงความรักต่อกัน” เขาปิดฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาห่อหุ้มร่างบาง ก่อนจะอุ้มร่างเธอออกจากห้องน้ำ แล้วตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะวางร่างบางลงอย่างทะนุถนอม “สวยเหลือเกินยอดรัก”“อย่ามองแบบนี้สิคะ รักก็อายเป็น”“มองแบบไหน” เขาแกล้งไขสือแต่สายตากวาดมองร่างบางทุกซอกมุม จะเรียกว่าแทบจะกลืนกินถ้าทำได้“คุณพฤกษ์!” เธอคว้าผ้าขนหนูมาปิดเรือนร่างแต่ถูกพฤกษ์โยนทิ้งไปยังมุมห้อง“เราตกลงกันแล้วไง ให้เรียกพี่”“ก็มันไม่ชินนี่คะ”“แต่พี่รู้สึกถึงความห่างเหิน” เขาพูดคุยเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย เข้าใจว่ากำลังกังวลกับแสงจากภายนอกที่กำลังสอดส่องเข้ามา ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปดึงผ้าม่านปิด เพียงไม่กี่อึดใจภายในห้องกลับมืดสนิทพอมีแสงเลือนรางสอดส่องเข้ามา “มืดแบบนี้พอคุยกันได้ไหม”“พี่พฤกษ์...ตอนนี้มันกลางวัน เดี๋ยวคุณแม่ตามหา”“คุณแม่ขอดูแลคุณพ่อวันนี้ เพราะอีกไม่กี่วันท่านต้องกลับเชียงใหม่” เขารั้งร่างบาง
“ครับ เรามาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง”“พฤกษ์ยังหวังให้พ่อแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งไหม”“ผมจะไม่บีบบังคับอะไรคุณแม่อีกแล้วครับ”“ขอบใจนะพฤกษ์” นางเอื้อมมือไปแตะศีรษะบุตรชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“ถึงพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน แต่ยังเป็นพ่อแม่ของพฤกษ์เหมือนเดิม แม่คงไปๆ มาๆ ระหว่างกรุงเทพฯ”“คุณแม่คงเหนื่อยแย่ ผมเองก็ทิ้งคุณพ่อไปไม่ได้เหมือนก่อน”“อยู่ดูแลพ่อน่ะดีแล้ว แม่ยังมีตองนวลกับนายนพคอยดูแลอยู่ ถ้าว่างๆ ก็พาพ่อเราไปเที่ยวพักผ่อนก็ได้ น่าจะอึดอัดแย่ไม่ได้ไปไหนแบบนี้”“นั่นสิครับ ตั้งแต่ป่วยคุณพ่อก็แทบไม่ได้ออกบ้านเลย นอกจากเวลาหมอนัด งั้นผมขอเคลียร์งานที่ค้างไว้ก่อน จะพาคุณพ่อไปเที่ยวที่ไร่สักพัก”“อืม...ว่าแต่ยายรักไปไหน แม่กลับมาจากวัดกับพี่มาลี ยังไม่เห็นหน้าเลย”“หมอนัดคุยเรื่องทำกายภาพบำบัดให้คุณพ่อครับ”“แม่ว่าจ้างพยาบาลดีไหมพฤกษ์ ให้น้องมาดูแลพ่อตลอดแบบนี้ จะมีเวลาทำอะไรที่อยากทำหรือเปล่า” นางไม่อยากให้ปองรักรู้สึกอึดอัด“รักบอกคุณแม่หรือครับ”“เปล่าหรอก แม่คิดว่าควรให้อิสระกับน้องบ้างเท่านั้น” ตล
“แต่ก็ไม่ได้รัก จะใช้ชีวิตคู่กันได้ยังไงคะ”“ใครบอกล่ะไม่ได้รักกัน”“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วเชิงถาม ขณะหัวใจเต้นแรง“ฉันน่ะไม่จำเป็นต้องลงทุนแต่งงานกับใครก็ได้ เพื่อไล่คัดนางค์ไปจากชีวิต เพราะฉันจัดการได้อยู่แล้ว แต่นั่นมันเพียงข้ออ้างที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้”“เพราะคุณเอกด้วยหรือเปล่าคะ”“อันนี้ฉันยอมรับ ต้นตอก็มาจากนายเอก หมอนั่นเข้ามาสนใจเธอจนออกนอกหน้า แถมหน้าด้านมาขอให้ฉันช่วยอีก วินาทีนั้นบอกเลยว่าไม่มีทาง ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใคร เธอเป็นของฉัน ฉันรักเธอนะปองรัก”“รักฉัน”“เธอก็น่าจะรู้ ว่าฉันไม่เคยพูดโกหก ฉันไม่รู้มันเริ่มจากตรงไหน พอมารู้ตัวเธอก็จับจองหัวใจฉันไว้หมดแล้ว ฉันอยากดูแลเธอ อยากปกป้องเธอ ไม่อยากเห็นหน้าเศร้าๆ ของเธออีกแล้วปองรัก”“คุณแน่ใจนะ ว่าไม่ทำเพียงเพราะต้องการชัยชนะ”“ฉันเคยคิดว่าจะเอาชนะนายเอก ให้รู้จักการถูกแย่งของเสียบ้าง ถึงเป็นแบบนั้นฉันคงไม่เอาชีวิตการแต่งงานมาเดิมพันหรอก แต่เพราะรักถึงอยากแต่งงานด้วย”“คนใจร้ายแบบคุณ รู้จักคำว่ารักด้วยเหรอ” แม้จะใจเต้นแรงกับคำคำนี้ แต่
“อย่ามาเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง พ่อถามจริงๆ นะพฤกษ์ รักปองรักหรือเปล่า”“ครับ ผมรักเธอ”“รักก็ต้องถนอมจิตใจกันไว้ ดูพ่อแม่เป็นตัวอย่าง ผลลัพธ์มันเป็นยังไง” ธวัชชัยนำเรื่องในอดีตขึ้นมาพูด เพื่อให้บุตรชายนำมาเตือนใจ“ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ ผมขอตัวไปหาปองรักก่อนนะครับ”“อืม...ไปเถอะ ไปคุยกันให้เข้าใจ”“ครับคุณพ่อ” พฤกษ์ฝืนยิ้มก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของบิดา แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเสียก่อน ซึ่งพบว่าเป็นเบอร์ของกรองแก้วเลขาฯ ของตนนั่นเอง“ว่าไงครับคุณแก้ว”“บอสอยู่ไหนคะ” น้ำเสียงเธอร้อนใจจนเห็นได้ชัด“ผมอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ มีอะไรงั้นเหรอ”“งั้นบอสรีบมาที่บริษัทด่วนเลยนะคะ”“ได้ๆ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” จากที่ตั้งใจจะไปหาปองรัก ต้องเปลี่ยนทิศทางออกจากบ้านแทน ไว้กลับมาค่อยปรับความเข้าใจกันก็คงไม่สายตลอดทั้งบ่ายพฤกษ์หายออกไปจากบ้านโดยไม่บอกกล่าวใคร แม้แต่บิดามารดาของเขาเอง ปองรักก็เอาแต่ปิดปากเงียบ และย้ายข้าวของจากห้องนอนของพฤกษ์ และกลับมาที่ห้องเก่าชั่วคราว เชื่อว่าอีกไม่นานเขาคงมาคุยเรื่องหย่ากับตน







