LOGINอลันไม่ได้สนใจว่าข้าวหอมจะมาทำงานหรือไม่ เขาแค่รีบจัดการงานที่เหลืออยู่ก่อนจะเดินทางไปยังสนามบินเพื่อกลับประเทศออสเตรียเท่านั้น ช่วงนี้งานที่เขาต้องรับผิดชอบแทนพ่อซึ่งอายุเริ่มมากแล้วมีเป็นจำนวนมาก การมาที่เมืองไทยจึงบ่อย ๆ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ข้าวหอมเองก็ไม่ได้สนใจว่าอลันจะกลับไปตอนไหน เธอเพียงแต่ทำงานในหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองตามปกติเท่านั้นหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ข้าวหอมที่เริ่มจะตัดใจได้จากเรื่องของอลัน เธอตัดสินใจเขียนใบลาออกเพื่อจะกลับไปหาคุณยายที่ต่างจังหวัด หลายปีมานี้เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมท่านเลย เพราะเรื่องของอลันทำให้ข้าวหอมไม่กล้าไปพบหน้ายาย แต่ตอนนี้เธออยากกลับไปดูแลท่านในช่วงบั้นปลายของชีวิตข่าวที่ข้าวหอมขอลาออกดังไปทั่วโรงแรมในเวลาไม่นาน เพราะตั้งแต่ก่อตั้งโรงแรมนี้ขึ้นมาเมื่อห้าปีก่อน ข้าวหอมก็ถือได้ว่าเป็นพนักงานอาวุโสของโรงแรมไปแล้ว เธอเข้าทำงานตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย จากตำแหน่งผู้ช่วยเลขาตัวเล็ก ๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นมือขวาของผู้จัดการโรงแรมที่ไต่เต้ามาจากตำแหน่งหัวหน้าเลขาของเธอใบลาออกของข้าวหอมถูกอนุมัติในเวลาเพียงสามวัน เนื่องจากเหตุผลของเธอที่เขียนเอาไว้คือกลับไปดูแลญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่มีอยู่ ทำให้ผู้จัดการไม่สามารถรั้งเธอเอาไว้ได้อย่างที่ต้องการ เขารู้จักข้าวหอมดีว่าเธอได้รับการเลี้ยงดูจากยายเพียงคนเดียวมาตั้งแต่ยังเด็ก คงเพราะผู้จัดการเองก็เป็นผู้หญิงและอายุเริ่มมากขึ้นเช่นกัน เธอจึงเข้าใจดีว่าการกลับไปดูแลญาติสูงวัยเป็นเรื่องสำคัญข้าวหอมสะสางงานทั้งหมดของตัวเองในเวลาอันรวดเร็ว เพียงแค่สองสัปดาห์ที่เธอจัดการงานทั้งหมดและส่งต่องานให้เลขาคนใหม่ เวลาที่เหลืออีกสองสัปดาห์ ข้าวหอมจึงใช้สิทธิลาพักร้อนเพื่อเก็บข้าวของส่งกลับไปยังอำเภอท่าแพบ้านเกิด โดยข้าวหอมโทรบอกยายล่วงหน้าแล้วว่าเธอจะกลับไปอยู่กับยายหลังจากลาออก ซึ่งยายสาก็ไม่ได้ห้ามปรามหลานสาว หลายปีแล้วที่เธอต้องอยู่ตัวคนเดียว เงินที่หลานส่งมาให้ทุกเดือนถูกเก็บเอาไว้ในบัญชีเป็นจำนวนมาก ปกติแล้วยายสามักจะทำขนมไทยไปขายที่ตลาด ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องใช้เงินของหลานสาวเลยแม้แต่น้อย ลูกสาวของเธออย่างนงคราญก็ขาดการติดต่อไปตั้งแต่ข้าวหอมอายุได้เจ็ดขวบ จากที่เมื่อก่อนตอนลูกสาวเอาข้าวหอมมาให้เธอเลี้ยง ลูกสาวของเธอจะคอยส่งเงินมาให้ตลอด พอขาดการติดต่อไป ยายสาจึงกลับไปขายขนมไทยเพื่อเลี้ยงดูหลานจนกระทั่งเติบใหญ่ข้าวหอมใช้รถยนต์ส่วนตัวขนของจำนวนมากไปส่งไปรษณีย์ถึงสามรอบ กว่าที่ข้าวของส่วนตัวของเธอจะหายไปจากบ้านหลังใหญ่ เธอไม่คิดที่จะขายบ้านของอลันแต่แรก ข้าวหอมรู้ดีว่าบ้านหลังนี้มีคุณค่าทางใจกับเธอมากแค่ไหน แต่สำหรับอลันแล้ว บ้านหลังนี้ก็เป็นเพียงสิ่งของนอกกายสำหรับเขาเท่านั้น สิ่งของที่อลันเคยให้ผู้หญิง เขาไม่เคยคิดที่จะทวงกลับคืนมาแม้แต่ครั้งเดียวเมื่อข้าวหอมจัดการทุกอย่างที่กรุงเทพเสร็จ เธอก็ขนเสื้อผ้าที่เหลืออยู่พร้อมกับสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอเดินทางกลับไปยังอำเภอท่าแพในสัปดาห์ต่อมาด้วยระยะทางที่ไกลไม่น้อย ทำให้ข้าวหอมใช้เวลาเดินทางถึงสองวันกว่าจะไปถึงหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเก่าของยายสา เสียงรถที่ดังเข้าไปในบ้านทำให้ยายสาผู้ชราหยิบไม้เท้าเดินออกไปดูว่าใครมาข้าวหอมจอดรถยนต์ที่อลันซื้อให้เอาไว้หน้าบ้าน ก่อนจะลงจากรถวิ่งไปหายายที่เพิ่งเดินมาถึงประตู“ฮึก… ยาย ข้าวหอมกลับมาแล้วค่ะ ยายสบายดีไหมคะ” ข้าวหอมอดร้องไห้ออกมาไม่ได้ เธอไม่ได้เจอยายหลายปีแล้ว ร่างผอมบางของยายยิ่งทำให้ข้าวหอมรู้สึกผิดมากขึ้น
“ไฮ้! จะร้องไห้ทำไมกันล่ะ ยายก็อยู่นี่ไง” ยายสาได้แต่ลูบหลังลูบไหล่หลานสาวเพื่อปลอบโยนไม่ให้เธอร้องไห้ไปมากกว่านี้
“ฮือ… ข้าวหอมขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมยายเลย” เสียงสะอื้นและเสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง
“โธ่เอ้ย ยายก็ไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย หลานมีงานที่ต้องทำก็ทำไปเถอะ ยายยังแข็งแรงดีนี่นา ไหนมาให้ยายดูดี ๆ สิว่าหลานสาวยายโตขึ้นขนาดไหนแล้ว” ยายสารีบเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่หลานสาวคนเดียวจะร้องไห้จ้าออกมาอีกครั้ง
“ฮึก… ข้าวหอมโตแล้ว ต่อไปข้าวหอมจะดูแลยายเองนะคะ” ข้าวหอมผละร่างออกจากอ้อมกอดของยายเธอเพื่อให้ท่านได้มองหน้าเธอชัด ๆ
“โอ้ หลานสาวใครเนี่ยสวยจริง ๆ” ยายสาอดหยอกล้อหลานสาวขี้แยขึ้นมาไม่ได้
ข้าวหอมพอฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา นานมากแล้วที่เธอไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ยายสาของเธอ ตอนนี้ข้าวหอมตั้งใจแค่จะดูแลยายให้นานที่สุดเท่าที่หลานสาวคนหนึ่งจะทำได้ ส่วนเรื่องผู้ชายนั้น ข้าวหอมเลิกคิดไปนานแล้ว“เอาล่ะ ๆ ของของหลานที่ส่งมายายยังกองเอาไว้อยู่เลย เข้าไปจัดการเองเถอะ” ยายสาบอกเมื่อเห็นว่าหลานสาวเลิกร้องไห้แล้ว
“ได้ค่ะ ยายไปนั่งพักก่อนนะคะ ข้าวหอมขอเก็บของลงจากรถก่อน” ข้าวหอมยิ้มแป้นส่งให้ยายสาของเธอ
“อืม ๆ ว่าแต่หลานกินอะไรมาหรือยัง ยายจะได้ไปทำกับข้าวให้” ยายสาที่เพิ่งกินมื้อเช้าไปรีบถามหลานสาว ด้วยกลัวว่าตัวเองจะลืม
“กินก่อนมาถึงแล้วค่ะยาย ยายเข้าไปนั่งก่อนนะคะ” ข้าวหอมบอกขณะที่กำลังหยิบของจากในรถออกมาทีละอย่างสองอย่าง
“ได้ ๆ ค่อย ๆ เก็บก็ได้นะของน่ะ ยังไงก็มาถึงบ้านเราแล้ว” ยายสากลัวหลานสาวเหนื่อยจึงได้บอกเธอแบบนั้น
“ทราบแล้วค่ะ” ข้าวหอมบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง ในใจของเธอรู้สึกอบอุ่นมากเมื่อได้กลับมาอยู่ที่บ้านของยายสา
ข้าวหอมเก็บข้าวของลงจากรถนานเกือบหนึ่งชั่วโมง กว่าที่ของทั้งหมดจะถูกขนเข้าไปในห้องนอนเก่าของเธอ ส่วนของใช้ที่ส่งมาก่อนหน้านี้ ข้าวหอมรอเก็บช่วงบ่ายหลังจากทานมื้อเที่ยงกับยายสา“ทำไมหลานถึงรีบลาออกนักเล่าข้าวหอม เพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปีเองนี่” ยายสาถามระหว่างที่ทั้งสองนั่งกินข้าวกันที่ห้องครัว
“หนูรู้สึกว่างานหนักเกินไปและไม่มีเวลากลับมาหายายน่ะค่ะ ตอนนี้เงินเก็บของหนูก็มีพอสมควรแล้ว ข้าวหอมเลยอยากกลับมาอยู่กับยายมากกว่า” ข้าวหอมบอกพร้อมรอยยิ้มบาง
“เฮ้อ มาอยู่ที่นี่หลานคิดจะทำอะไรล่ะ” ยายสาถามอย่างกังวล
“ข้าวหอมจะช่วยยายทำขนมไปขายที่ตลาดค่ะ หลายปีมานี้หนูก็ทำกินเองบ่อย ๆ”
“เอ้อ เอาเถอะ ๆ อยากทำอะไรก็ทำ แผงขายของยายก็ยังอยู่ที่ตลาดนั่นแหละ” ยายสาไม่อยากห้ามหลานสาว เธอรู้ดีว่าข้าวหอมคงคิดมาดีแล้ว ถึงแม้การขายขนมจะได้เงินเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในอำเภอแห่งนี้
ข้าวหอมเล่าให้ยายสาฟังว่าเธออยากขายขนมอะไรบ้างอย่างสนุกสนาน เธอกลัวว่ายายจะสังเกตเห็นความเศร้าในดวงตาของเธอ ถึงแม้ข้าวหอมจะพยายามลืมอลันไปแล้วก็จริงอยู่ แต่ก็มีบางครั้งที่เธอลืมตัวจนแสดงความเศร้าออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจช่วงบ่ายของวัน ข้าวหอมจัดเก็บข้าวของที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ให้เข้าที่เข้าทาง พอถึงตอนเย็น ข้าวหอมก็พายายสาออกไปซื้อของที่ตลาดเพื่อเตรียมทำขนมวันพรุ่งนี้“โอ้ ยายสาพาสาวสวยที่ไหนมาล่ะเนี่ย” ป้าแม่ค้าที่สนิทกับยายสาถามเมื่อเห็นข้าวหอมจับแขนของยายสามาซื้อวัตถุดิบทำขนมที่ร้าน
“ข้าวหอมนั่นแหละแม่หนูภัทร เขาอยากกลับมาขายขนมที่นี่น่ะ ยายเลยปล่อยให้เขาทำ” ยายสาเล่าพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ได้ยินคนชมหลานสาว
“อ้อ ข้าวหอมเองเหรอเนี่ย ไม่ได้เจอกันหลายปี เป็นสาวแล้วนะเราน่ะ ว่าแต่แต่งงานหรือยังล่ะข้าวหอม” ป้าภัทรยิ้มถาม
“ยังค่ะป้า ข้าวหอมอยากดูแลยายก่อนค่ะ” ข้าวหอมตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ เธอไม่กล้าบอกใครว่าเคยมีแฟน เรื่องของเธอกับอลันมันเป็นไปไม่ได้แต่แรก เป็นเธอเองที่คิดว่าเขาจริงใจกับเธอ เมื่อข้าวหอมรู้ความจริงว่าเธอเป็นเพียงของเล่น ข้าวหอมจึงต้องเก็บความขมขื่นในใจเอาไว้ ภายนอกที่แสดงออกของเธอยังคงร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิม
“เด็กดี กลับมาดูแลยายก็ดีแล้ว ต่อไปยายสาจะได้พักผ่อน ไม่ต้องเหนื่อยมาขายขนมแล้วล่ะนะ วันนี้จะเอาอะไรบ้างล่ะ บอกป้ามาเลย” ป้าภัทรบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ข้าวหอมยิ้มหวานกลับไปและบอกรายการวัตถุดิบหลายอย่างให้ป้าภัทรหยิบให้ กว่าที่เธอจะออกจากร้านป้าภัทรก็ตอนที่สองมือแทบจะถือของไม่ไหวแล้วนั่นแหละ“ข้าวหอมเอาของไปเก็บที่รถก่อนเถอะลูก ยายจะไปรอที่ร้านขายกะทินะ” ยายสาบอกอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นข้าวหอมหิ้วของหนักหลายอย่างในมือ
“ได้ค่ะยาย ยายเดินช้า ๆ นะคะ เดี๋ยวข้าวหอมกลับมา” ข้าวหอมพยักหน้าบอก ก่อนจะเดินจากไปอีกทางเพื่อเก็บของทั้งหมดใส่รถ
ยายสาใช้ไม้เท้าพยุงร่างชราของตัวเองเดินช้า ๆ ไปยังร้านขายกะทิเจ้าประจำ เธอยิ้มบางตลอดเวลาจนแม่ค้าหลายคนที่คุ้นเคยกันอดทักทายไม่ได้ พอพวกเขารู้ว่าตอนนี้ข้าวหอมหลานสาวยายสากลับมาแล้ว ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความกตัญญูของเด็กคนนี้ เพราะตั้งแต่นงคราญจากไป พวกเขาก็เห็นยายสาทำงานเลี้ยงหลานสาวจนโต หลายคนต่างสาปส่งนงคราญที่ทิ้งลูกไว้ให้แม่ซึ่งแก่ชราเลี้ยงดูด้วยตัวคนเดียวสามวันต่อมา รถตู้ของตระกูลเครม่อนวันนี้เดินทางไปยังบ้านตระกูลฮันเตอร์ โดยครั้งนี้เกรแฮมเดินทางกลับมาถึงออสเตรียเมื่อวานนี้พอดี เขาจึงถือโอกาสไปรับขวัญหลานสาวที่บ้านเพื่อนรักด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเกรแฮมจะเพลียเล็กน้อยหลังจากเดินทางมาเหนื่อย ๆ ก็ตามที เขาอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว เสียดายที่พัชรีร่างกายอ่อนแอหลังคลอดอลัน เกรแฮมจึงไปทำหมันเพื่อไม่ให้เธอต้องเจ็บปวดกับการคลอดลูกอีก“โอ้ เพื่อนรัก มาดูหลานสาวฉันสิ น่ารักมากเลยล่ะ” ริชาร์ดเห็นเกรแฮมเดินเข้ามาพร้อมพัชรีและยายสาก็รีบเรียกเพื่อนทันที“ไหนมาให้ฉันดูหน่อยสิ หลานสาวคนสวยของตา” เกรแฮมอดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนตอนกลับไปสมัยหนุ่ม ๆ ที่มีลูกครั้งแรกเลยทีเดียว
พวกเขากลับถึงบ้านในเวลาไม่นาน ข้าวหอมหิวข้าวมากแล้วในตอนนี้ เธอเลยชวนอลันกับอเล็กซ์ไปทานข้าวก่อนค่อยออกไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก ซึ่งตอนนี้พัชรีและยายสานั่งดูทีวีรอพวกเขาอยู่นานแล้วหลังทานมื้อเที่ยง อลันยังคงดูแลลูกเมียทานข้าวพร้อมรอยยิ้ม เขาเห็นท่าทางหิวโหยของข้าวหอมก็อดยิ้มบางอย่างเอ็นดูไม่ได้ อลันคิดว่าการมีเด็กคนหนึ่งอยู่ในท้องคงลำบากไม่น้อย ตัวเขาจึงพยายามเอาใจข้าวหอมอยู่ตลอด อเล็กซ์เองก็คอยดูแลแม่ของเขาเช่นกัน ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพี่ชาย อเล็กซ์ก็เริ่มทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เขายังเอาแต่คอยลูบท้องคุยกับน้องทั้งที่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะได้ยินเสียงพี่ชายหรือไม่ก็ตามที ภาพเหล่านี้สร้างความเอ็นดูให้ผู้ใหญ่ในบ้านไม่น้อย
สองเดือนต่อมา หลังผ่านปีใหม่ได้เกือบหนึ่งเดือน ตอนนี้ท้องของข้าวหอมเริ่มป่องขึ้นมาบ้างแล้วหลังจากอายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่สาม อลันกับข้าวหอมกำลังนั่งเลือกโรงเรียนให้อเล็กซ์จากข้อมูลที่โลแลนหามาให้เมื่อหลายวันก่อน“ฉันว่าเราพาลูกไปดูโรงเรียนเลยดีไหมคะ ฉันไม่อยากตัดสินใจแทนเขา” ข้าวหอมหันไปถามอลันที่นั่งอยู่ข้างกันบนห้องนอน“อืม… ถ้าอย่างนั้นผมจะให้โลแลนโทรไปนัดโรงเรียนไว้สักสองสามแห่งนะครับ เราจะได้พาลูกไปดูวันพรุ่งนี้” อลันที่ช่วงนี้ทำตัวติดเมียตั้งแต่รู้ว่าข้าวหอมท้องรีบพยักหน้ารับคำ“ตกลงค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้ทำไมคุณไม่ค่อยไปทำงานเลยล่ะคะ” ข้าวหอมอดถามไม่ไ
อลันพาข้าวหอมไปแผนกสูตินรีเวชที่ชั้นสอง โดยมีบอดี้การ์ดสองคนติดตามมาอย่างใกล้ชิด พวกเขามองดูป้ายแผนกก็พอจะรู้แล้วว่าเจ้านายน่าจะมีข่าวดี ทั้งสองคนเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่กำลังจะได้เห็นทายาทคนต่อไปของอลัน พวกเขาไม่รู้ว่าครั้งนี้เจ้านายจะได้ลูกชายหรือลูกสาว ที่หน้าแผนกนี้มีคู่สามีภรรยาพากันมานั่งรอตรวจหลายคู่เลยทีเดียว แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่อุ้มท้องมานั่งรออยู่คนเดียวด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ข้าวหอมได้แต่นึกถึงตอนที่เธอท้องอเล็กซ์แล้วต้องไปหาหมอ ตัวเธอยังดีที่มียายสาไปตรวจด้วยทุกครั้ง ถึงแม้ตอนนั้นจะไม่มีพ่อของลูกมาด้วยก็ตามที ข้าวหอมไม่แน่ใจว่าคนที่นี่ไม่ค่อยมีญาติพี่น้องหรือเปล่า ทำให้ที่โรงพยาบาลมีเพียงตัวคนป่วยมาหาหมอคนเดียวเป็นจำนวนมาก อลันไม่ได้ส
สามเดือนต่อมา วันนี้ข้าวหอมลงมาทานข้าวด้วยอาการเหนื่อยล้าผิดปกติ เธอรู้สึกไม่ค่อยมีแรงมาสักพักแล้ว จะบอกว่าเพราะกิจกรรมยามค่ำคืนของอลัน ข้าวหอมก็ไม่แน่ใจนัก เธอสังเกตว่าประจำเดือนเลื่อนมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ข้าวหอมจึงคิดว่าตัวเองอาจจะกำลังท้องก็ได้“ที่รัก กินเยอะ ๆ หน่อยสิครับ ผมรู้สึกว่าคุณเหมือนจะผอมหลงหรือเปล่า” อลันขมวดคิ้วมุ่นหลังจากตักอาหารใส่จานให้ข้าวหอม“เฮ้อ ฉันก็ทานเยอะแล้วนะคะคุณ คุณคิดมากไปเองหรือเปล่า” ข้าวหอมอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ เพราะทั้งอลันและพ่อแม่ของเขาต่างดูแลเธอกับยายเป็นอย่างดีมาตลอด ถ้าจะบอกว่าเธออ้วนขึ้นคงไม่ผิดไปนัก แต่อลันกลับมาบอกว่าเธอผอมเสียอย่างนั้น“
แขกในงานที่เห็นอลันกับครอบครัวกำลังเลือกของกินอยู่ต่างมองพวกเขาอย่างอิจฉาไม่น้อย เพราะพวกเขาเองก็มีลูกหลานวัยเดียวกับอเล็กซ์อยู่ที่บ้านเช่นกัน ถ้าพวกเขารู้ว่างานนี้พาเด็กมาด้วยได้ ทุกคนคงพาลูกหลานมาอวดความน่ารักกันแล้ว น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ทราบมาก่อน หลายคนรู้ดีว่าตระกูลเครม่อนสนิทกับเจ้าของงานวันนี้มาก ต่างจากพวกเขาที่เป็นเพียงแขกทางธุรกิจเท่านั้น“ไปนั่งกินทางนั้นกันเถอะ” อลันเอ่ยชวนข้าวหอมที่เพิ่งเดินกลับมาจากการเลือกของกิน“ตกลงค่ะ คุณเดินนำไปเลย ฉันถือจานอยู่” ข้าวหอมยกจานสองใบที่ในนั้นเต็มไปด้วยของน่ากินหลายอย่างให้อลันดู“อืม… คุณเดินระวังด้วยนะ” อลันอดเตือนภรรยาไม่ได้ เขาเห็นในงานมีคนยืนคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ และบางคนก็ยังเดินไปเดินมาในงาน อลันกลัวว่าจะมีคนมาเดินชนข้าวหอมเข้า







