LOGINบทที่ 38 เดตแรกที่ยังไม่ใช่เดต“เย็นนี้ว่างไหม”ข้อความจากธามเข้ามาตอนสี่โมงสิบเจ็ด ฉันกำลังนั่งแก้เลย์เอาต์อยู่ที่สตูดิโอ เลยตอบโดยไม่คิดมากว่างหลังหกโมงค่ะ ทำไมคะสามจุดขึ้นแทบจะทันทีไปกินข้าวกันฉันมองหน้าจอหลังเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่เราคุยกันเรื่องพ่อ เรื่องเจ็ดปี เรื่องความขี้ขลาดของเขา และเรื่องสิทธิ์ตัดสินใจชีวิตตัวเอง ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าความสัมพันธ์ตอนนี้ควรเรียกว่าอะไรเลยพิมพ์กลับไปในฐานะไหนคะเงียบไปพักหนึ่ง ฉันยิ้มมุมปาก คุ้นมากแต่ครั้งนี้สามจุดกลับขึ้นไม่นานไม่ใช่พี่ชายฉันหยุดยิ้มทันที อ่านอีกรอบไม่ใช่พี่ชายโอเคสี่คำทำไมแรงขนาดนี้ฉันพยายามทำตัวเป็นคนปกติงั้นกี่โมงคะหกครึ่งพี่ไปรับนิ้วฉันค้าง ก่อนพิมพ์ถามก่อนหรือยังว่าพริมอยากให้ไปรับไหมสามจุดขึ้นอยากให้พี่ไปรับไหมฉันหลุดหัวเราะเรียนรู้ไวเหมือนกันค่ะเขาตอบเพียงโอเคแล้วหายไปส่วนฉันนั่งมองโทรศัพท์อยู่สิบวินาที ก่อนหันไปเจอมินที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี“อะไร”มันถาม“ทำหน้าตาเหมือนเพิ่งถูกหวย”“ไม่ได้ถูกหวย”“งั้นใครทักมา”ฉันยื่นโทรศัพท์ให้มินอ่านจากนั้นเงยหน้าช้า ๆ“ไม่ใช่พี่ชาย?”“อือ”“โอ้โห”“อย่
บทที่ 37 เพราะพี่มันขี้ขลาด“งั้นตอนพริมจีบแทบตาย พี่เล่นตัวทำไม!”ฉันถามดังพอให้คนป่วยขมวดคิ้วธามเงียบอีกแล้วแต่คราวนี้ฉันไม่ยอมปล่อย“พี่ก็ชอบพริมมาก่อน”ฉันนับนิ้ว“เก็บของพริมไว้ทุกอย่าง เอารูปพริมไปต่างประเทศ จำได้หมดว่าพริมกินอะไร แล้วตอนพริมกลับมาจีบจริง ๆ พี่ทำเหมือนพริมเป็นภัยธรรมชาติ”“พริม”“อะไรคะ”“นั่งก่อน”“ไม่นั่งค่ะ กำลังโมโห”“พี่รู้”“รู้แล้วยังจะให้พริมนั่ง?”ธามถอนหายใจฉันกอดอกยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาถ้าเขาไม่ป่วย ฉันอาจเอาหมอนปาอีกสักรอบ แต่เห็นหน้าซีด ๆ แล้วก็ได้แค่จ้อง“ตอบค่ะ”ธามมองฉันอยู่นาน ก่อนพูดเสียงต่ำ“เพราะพี่มันขี้ขลาด”ฉันชะงักไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากเขาง่าย ๆ“แค่นั้น?”“ไม่ใช่แค่นั้น”เขาเอนหลังพิงโซฟาเหมือนการพูดเรื่องนี้ใช้แรงมากกว่าการประชุมทั้งวัน“ตอนพี่กลับมา พี่ไม่คิดว่าจะรู้สึกเหมือนเดิม”“แต่รู้สึก”“อือ”“แล้ว?”เขามองลงที่มือ“แล้วพี่ก็นึกถึงเรื่องพ่อพริม”ฉันนิ่งไปเอง“พ่อ?”“ก่อนพี่ไปต่างประเทศไม่นาน”เสียงธามเบาลง“ตอนนั้นพ่อพริมสุขภาพเริ่มไม่ดี เขาเคยเรียกพี่ไปคุย”ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้“คุยอะไร”ธามเงียบไปชั่วครู่“เขาบอกว่าถ้าวัน
“พี่เคยชอบพริมไหม”ฉันถามไปแล้ว เอาคืนไม่ได้ด้วยธามยังนั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าเหมือนคนป่วยที่เพิ่งถูกถามข้อสอบข้อสุดท้ายโดยไม่ได้อ่านหนังสือมาส่วนฉันยืนถือรูปเก่าอยู่ตรงหน้าเขาเงียบกันอยู่นานจนฉันเริ่มอยากเอารูปมาปิดหน้าตัวเองสุดท้ายฉันเป็นฝ่ายพูด“ถ้าไม่เคยก็บอกว่าไม่เคยค่ะ”ธามมองฉัน“พริมอยากให้พี่ตอบว่าไม่เคย?”“ไม่อยากค่ะ”หลุดปากออกไปเร็วมาก ฉันกัดลิ้นแทบไม่ทันธามเลิกคิ้ว แม้เป็นไข้ยังมีแรงทำหน้าแบบนี้อีก“พริมหมายถึง ถ้าความจริงคือไม่เคย ก็พูดมา”“แล้วถ้าเคยล่ะ”ฉันนิ่ง หัวใจเหมือนสะดุดไปหนึ่งจังหวะ“ก็...พูดว่าเคย”“ง่าย?”“ง่ายสิคะ มีแค่สองคำตอบเอง”“สำหรับพริมอาจง่าย”“พี่ธาม”ฉันวางรูปลงบนโต๊ะ“อย่าทำเหมือนกำลังพรีเซนต์โครงการร้อยล้านได้ไหม แค่เคยชอบหรือไม่เคยชอบ”ธามถอนหายใจ ก่อนพูดออกมาช้า ๆ“เคย”ฉันไม่ขยับ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าหายใจอยู่หรือเปล่า“อะไรนะ”“ได้ยินแล้ว”“อยากฟังอีกรอบ”“พริม”“คนถามมีสิทธิ์ขอทวนค่ะ”ธามยกมือกดขมับ“เคยชอบ”ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ทันที ขาอ่อนแบบไม่มีศักดิ์ศรีเลย“เมื่อไหร่”เขามองหน้า“นานแล้ว”“นานแค่ไหน”“ก่อนพี่ไป”ฉันคำนวณเร็ว ๆ ก่อนเขาไปต่าง
บทที่ 35 พี่เก็บมันไว้ทำไม“ตื่นแล้วเหรอ”คำถามแรกที่หลุดออกจากปากฉันโง่มากคนที่ลืมตาอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ตื่นก็คงเป็นปาฏิหาริย์แล้วธามไม่ได้ตอบ สายตายังอยู่ที่กระดาษในมือฉัน แล้วเลื่อนไปยังกล่องที่เปิดอยู่บนพื้นฉันรีบพูดก่อน“พริมไม่ได้ค้นนะ”“อือ”เสียงเขาแหบกว่าปกติ“แฟ้มตก แล้วกล่องมันเปิดเอง”“พี่ไม่ได้ว่าอะไร”“แต่หน้าพี่เหมือนกำลังจะสอบสวน”ธามยกมือกดขมับ“พี่เป็นไข้ ไม่มีแรงสอบสวนใคร”ฉันมองสีหน้าเขาแล้วความรู้สึกผิดแทรกขึ้นมา คนป่วยควรนอน ไม่ใช่ตื่นมาเจออดีตคนจีบนั่งรื้อของเก่ากลางห้องฉันรีบวางโน้ตลง“นอนต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวพริมเก็บให้”“เอามานี่”“อะไร”“โน้ต”ฉันมองกระดาษในมือ ก่อนยื่นให้ธามรับไปอย่างระวังเกินกว่ากระดาษเก่า ๆ แผ่นหนึ่งควรได้รับ แล้วพับตามรอยเดิมฉันมองทุกขั้นตอน พับครึ่ง กดมุม วางกลับลงในกล่อง เหมือนทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้งคำถามเลยหลุดออกมาเอง“พี่เก็บมันไว้ทำไม”มือเขาหยุด“อะไร”“ทั้งหมดนี่ค่ะ”ฉันนั่งลงที่เก้าอี้ข้างโซฟา“โน้ต ขนม...ไม่ใช่สิ ซองขนม ริบบิ้น รูปเก่า ของพวกนี้”ธามมองกล่อง“ก็เก็บไว้”“พริมรู้ว่าเก็บไว้”“แล้วถามอะไร”ฉันจ้องหน้าเขา“พี่อย่า
บทที่ 34 วันที่พี่ชายเป็นไข้ฉันรู้ว่าธามไม่สบายเพราะตอนสิบโมงเช้า ป้านวลส่งข้อความมาถามว่าพริม วันนี้ต้องเจอธามที่ไซต์ไหมลูกฉันกำลังตอบอีเมลลูกค้าอยู่ จึงพิมพ์กลับไปสั้น ๆไม่น่าค่ะ วันนี้ทีมสถาปัตย์ไม่ได้เข้า มีอะไรหรือเปล่าคะข้อความอ่านทันทีมันเป็นไข้นิ้วฉันหยุดเหนือคีย์บอร์ดไม่ถึงห้าวินาที ข้อความต่อมาก็มาถึงเมื่อคืนกลับดึก ป้าก็นึกว่าเช้านี้ออกไปทำงานแล้ว พอขึ้นไปดูเห็นนอนอยู่ในห้องทำงาน ตัวร้อนจี๋ ยังดื้อจะเปิดคอมอีกฉันขมวดคิ้ว ไม่แปลกคนที่ปวดหัวยังประชุมต่อได้ตั้งหลายชั่วโมง แค่เป็นไข้คงคิดว่าร่างกายตัวเองมีปุ่มปิดอาการกินยาหรือยังคะกินแล้ว ป้าให้หมอมาดูแล้ว ไข้สูงเพราะพักผ่อนน้อย ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ไม่ยอมนอนดี ๆฉันถอนหายใจพิมพ์คำว่า เดี๋ยวพริมไปดู ไปแล้ว ก่อนลบทิ้งเราไม่ได้เป็นอะไรกันช่วงนี้เขาพยายามเข้าหาฉันก็จริง แต่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำเพราะอะไรแล้วถ้าฉันรีบวิ่งไปทันทีที่รู้ว่าเขาป่วย มันก็เหมือนตัวเองกลับไปอยู่จุดเดิมอีกฉันจึงตอบแค่ให้พี่ธามพักเยอะ ๆ นะคะป้า ถ้ามีอะไรให้พริมช่วยบอกได้เลยค่ะจากนั้นวางโทรศัพท์ตั้งใจทำงาน ได้ประมาณเจ็ดนาทีฉันเปิดแช
บทที่ 33 คนเคยถูกตาม ต้องหัดตามบ้างสามวันหลังจากที่ฉันบอกธามว่า เรื่องนั้นพี่ต้องคิดเองค่ะ ตอนพริมจีบ พริมยังคิดเองเลยเขาก็หายไปจากโหมดคนพยายามจีบแบบมั่ว ๆไม่มีคุกกี้ผิดชนิดไม่มีสติกเกอร์รักนะจุ๊บ ๆ หลุดมาอีกไม่มีนัดกินข้าวที่ฟังเหมือนประชุมผู้รับเหมาตอนแรกฉันคิดว่าเขาถอดใจแล้วก็ดีอย่างน้อยไม่ต้องมานั่งเดาว่าวันนี้จะเกิดอะไรประหลาดอีกจนกระทั่งคืนวันพุธ ฉันนั่งทำงานที่สตูดิโอจนเกือบสี่ทุ่ม เพราะต้องส่งพรีเซนเทชันให้ลูกค้าตอนเช้า ห้องรอบข้างปิดไฟไปเกือบหมดแล้ว เหลือฉันกับพนักงานรักษาความปลอดภัยชั้นล่างโทรศัพท์สั่นตอนกำลังจัดหน้าสไลด์สุดท้ายยังอยู่สตูดิโอ?ฉันเห็นชื่อธามแล้วตอบค่ะไม่ถึงสิบวินาทีกลับกี่โมงฉันมองไฟล์ตรงหน้าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะฉันเตรียมใจว่าประโยคต่อไปต้องเป็น เดี๋ยวพี่ไปรับแล้วก็จริง“พี่ไปรับไหม”แต่สิ่งที่ทำให้ฉันหยุดคือนั่นไม่ใช่ประโยคเดิมเมื่อก่อนเขาจะบอกว่า เดี๋ยวพี่ไปรับจบฉันจะตอบว่าไม่ต้อง เขาก็จะมาอยู่ดีคราวนี้เขาถามฉันพิมพ์กลับไปไม่ต้องก็ได้ค่ะ พริมเรียกรถได้สามจุดขึ้นแล้วหายไปครู่หนึ่งโอเคฉันเลิกคิ้วยอมง่าย?ยังไม่ทันคิดต่อ ข้อความ







