Accueil / มาเฟีย / พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี / เขาคง...ไม่ได้ห่วงฉันหรอกมั้ง

Partager

เขาคง...ไม่ได้ห่วงฉันหรอกมั้ง

Auteur: ohpal
last update Date de publication: 2025-04-09 01:57:13

: ลู่จิน

ภายในลิฟต์พี่หลินอี้ยังคงมองหน้าฉันนิ่งไม่คาดสายตาแถมยังทำหน้าดุจนฉันงงไปหมดว่าไปทำให้เขาไม่พอใจตอนไหนกัน ทั้งๆ ที่วันนี้ยังไม่ได้ทำเรื่องอะไรเลยสักอย่าง

"พี่จะมองฉันด้วยสายตาดุๆ นั้นอีกนานไหม?"

"ไม่ตอบแชท ไม่ขอบคุณ ไม่แจ้งว่าตกลงได้งานไหม...มันคืออะไรลู่จิน"เขาพูดรัวๆ แสดงถึงความไม่พอใจที่ฉันเมินเฉยต่อข้อความเขา แต่ฉันมีเหตุผลนะ...ก็คนเราทำงานวันแรกจะให้หยิบโทรศัพท์มาตอบแชทก็คงดูไม่ดี แต่ถ้าตอบเขาแบบนี้เขาจะคิดว่าข้ออ้างไหมนะ

"เอิ่ม..."

"พูด"

"ขอบคุณสำหรับเงินที่โอนมาให้ค่ะ ฉันจะใช้อย่างระวัง...แล้วงานก็ได้ทำแล้วค่ะ วันนี้เริ่มงานแล้ว"ฉันพูดลากเสียงยาวพร้อมกับก้มหัวต่ำให้เขาอย่างจงใจประชด แต่ดูเหมือนหลินอี้จะไม่ได้อารมณ์ดีขึ้นเลยแถมยังดูโมโหกว่าเดิมเสียอีก

"ไป๋ลู่จิน...แล้วทำไมเธอไม่ตอบแชท"

"ฉันทำงานวันแรกนี่ จะให้มาจับโทรศัพท์มันก็น่าเกลียดพี่เป็นเจ้าคนนายคนอยากให้ลูกน้องตั้งใจทำงาน แต่ลูกน้องเอาแต่เล่นโทรศัพท์พี่จะชอบหรือเปล่าละ"

"อย่ามาย้อนนะ เธอแค่บอกได้งานแล้ว เลิกช่วงเย็นหรือช่วงดึกแค่นั้นมันยากเหรอ?"เขาถามฉันพร้อมคิ้วที่กำลังขมวดเข้าหากันช้าๆ ท่าทางเขาตอนนี้ดูอยากจะตีฉันแรงๆ มากเลย

"ขอโทษค๊า วันนี้เลิกงานห้าโมงเย็นค่ะ"

ฉันยกมือไหว้ท่วมหัวเป็นการขอโทษ อันที่จริงฉันก็พอเข้าใจอยู่หรอกเขาคงคิดว่าฉันโกหกเรื่องมาสมัครงานแล้วหนีไปเที่ยวแน่ๆ

เขาไม่เคยมองฉันในแง่ดีอยู่แล้วตานี่น่ะ ดูจากสายตาไม่เชื่อของเขาเมื่อเช้าก็รู้ แต่ยังไงสะประสบการณ์การอยู่คนเดียวของฉันมันก็มากพอจะทำให้ฉันหาเงินเลี้ยงตัวเองเป็น

"กินอะไรหรือยัง"

"หะ?"

"เมื่อเช้าตื่นเช้ามากนี่ แล้วนี่ก็ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงไม่หิวเหรอ?"

เขาถามด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เย็นลงราวกับคนละคนจากเมื่อครู่ ที่แท้เขาก็เป็นคนดีเหมือนกันนะเนี่ย อุตส่าห์ห่วงใยสุขภาพช่องท้องของฉันด้วย

"ก็หิวแต่อยากทำงานให้เต็มที่ก่อน แต่ฉันไม่ได้พักเที่ยงหรอกฉันพักบ่ายน่ะ ช่วงเที่ยงเห็นพี่โชนบอกว่าคนจะเยอะ"

"โชน?"พี่หลินอี้ทวนชื่อพี่โชนทันทีอย่างสงสัยก่อนจะหรี่ตาลงต่ำแล้วจ้องมาที่ฉันอีกครั้งอย่างจับผิด แถมมือทั้งสองข้างที่ถูกปล่อยสบายๆ ข้างลำตัวเมื่อครู่ยังยกขึ้นมากอดอกไว้แน่นอีกต่างหาก

"พี่เจ้าของร้านค่ะ"

"งั้นบ่ายรอที่นั่นจะพาไปกินข้าว"

"ไม่เอาค่ะ มีน้องที่เป็นคนไทยทำงานอยู่ด้วยฉันอยากไปกินกับน้องเขาจะได้สนิทกันเร็วๆ"

"คนปากมากอย่างเธอไม่ต้องกินข้าวด้วยกันก็สนิทกันได้"

"นี่ชม?"ฉันเท้าเอวมองใบหน้าหล่อนั้นอย่างหาเรื่อง ทำให้เขาถึงกับหัวเราะออกมาในท่าทางพร้อมตบตีของฉัน สำหรับเขาฉันพร้อมเถียงเสมอ ถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าคนอาศัยเขาอยู่แต่ก็ต้องเถียงก่อนค่อยขอโทษทีหลัง

"ไปเถอะ"

"หะ?"

พอลิฟต์ลงมาถึงชั้นหนึ่งพี่หลินอี้ก็จับเข้าที่ข้อมือฉันก่อนจะลากฉันเดินออกมายังหน้าประตูท่ามกลางสายตาของพนักงานที่กำลังซุบซิบนินทากันเสียงดัง ทำเอาฉันรีบตีเข้าที่มือหนานั้นรัวเพื่อหวังจะให้เขาปล่อยแต่ดูเหมือนเจ้าของมือนั้นจะไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยสักนิด

เขาลากฉันข้ามถนนมาหยุดอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อที่ห่างจากคาเฟ่ประมาณร้อยเมตร ก่อนที่เจ้าตัวจะสั่งให้ฉันยืนรออยู่ด้านหน้าอย่าเพิ่งกลับร้าน แล้วเขาก็หายเข้าไปในร้านสะดวกซื้อนั้นเฉยเลย

ฉันก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่านะ...แต่ฉันรู้สึกว่าเขาเป็นห่วงฉันอยู่ไม่น้อยเลย คงกลัวถูกปู่ฉันด่าแน่นอนอาการทำดีเอาหน้าแบบนี้ ผ่านไปไม่นานเจ้าตัวก็ออกมาพร้อมกับข้าวปั้นญี่ปุ่นหนึ่งก้อนเขาแกะมันออกก่อนจะยืนมันมาตรงหน้าฉัน

"อะไร?"

"กินให้หมดแล้วฉันจะปล่อยเธอไป"เขาพูดพร้อมกับยื่นก้อนข้าวปั้นมาใกล้ฉันอีก

"ฉันรอถึงช่วงพักค่อยกินก็ได้"

"มันอีกตั้งสองชั่วโมงลู่จิน ท้องเธอทนไม่ไหวหรอกรีบกินจะได้กลับไปทำงาน"เมื่อเขาขึ้นเสียงดุอยู่ๆ มือฉันก็ยื่นไปรับก้อนข้าวปั้นนั้นมากัดราวกับถูกมนต์สะกด ก็ไม่ได้กลัวที่เขาดุหรอกนะเพียงแต่ว่าร่างกายมันไปเอง

"พี่สั่งร้านคาเฟ่ที่ฉันทำประจำเหรอ?"ฉันกัดข้าวปั้นไปและถามคนตรงหน้าไป

"ครั้งแรก ปกติเห็นพนักงานสั่งเลยให้สั่งให้"ฉันนิ่งไปกับคำตอบที่ดูเฉยเมยนั้น แต่ทำไมมันกับทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ

"..."

"ตอนแรกก็กลัวอยู่ว่าคนมาส่งจะไม่ใช่เธอ"

"หะ?"

"เกือบไม่ได้ดุที่เธอไม่ยอมตอบแชทฉัน"

เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินข้ามถนนกลับไปที่บริษัทหน้าตาเฉย เหลือไว้เพียงแค่ฉันที่ยังมึนงงกับคำพูดเมื่อครู่ของเขา เขาสั่งกาแฟเพื่อมาดุหรือเพื่อมาถามว่าทำไมฉันไม่ตอบแชทกันแน่ ตาบ้านี่โทรมาก็จบแล้ว ไม่ก็ส่งข้อความมาดุก็ได้ จำเป็นต้องดุกันต่อหน้าหรือไง?

ตึง

'จางหลินอี้'

'เลิกงานจะกลับพร้อมฉันก็ให้มาที่บริษัท คืนนี้ฉันคงทำงานเสร็จหลังร้านเธอปิด'

ฉันอ่านข้อความแล้วได้แต่หัวเราะ เขาคิดว่าฉันจะกลับวิธีอื่นหรือยังไง? ถึงเขาจะให้เงินมาขนาดนั้นฉันก็ไม่ใช้หรอกในเมื่อฉันมีเขาค่อยเป็นคนขับรถไปรับไปส่งอยู่แล้ว ทำไมต้องเปลืองเงินด้วยละจริงไหม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   บทส่งท้าย...รอยยิ้มที่สดใส

    "ฉันชอบรอยยิ้มของเธอที่สุด ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น"เสียงของมู่อี๋เฉินเบาราวกับลมถูกเอ่ยออกมาเมื่อร่างเล็กของหญิงสาวในดวงใจเดินออกจากร้านไปจนลับตา กว่าเขาจะทำใจมาแสดงละครกับเธอในวันนี้ได้ก็เล่นเอาหนักใจไม่น้อย...เพราะเขาเองก็ชอบเธอมาก คนที่เป็นพลังบวกให้คนรอบข้างอย่างลู่จินเขาไม่อยากจะเสียเธอไปเพียงเพราะคบกันไม่ได้ เขาจึงจำยอมจะต้องลดความรู้สึกตัวเองลงเพื่อให้ตัวเองยังมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะสถานะใดก็ตาม"สวัสดี"มู่อี๋เฉินเอ่ยทักชายหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งแทนที่ของลู่จินที่เพิ่งออกไปได้ไม่นาน จริงๆ เขาเห็นหลินอี้แอบมองมาตั้งแต่ตอนที่ลู่จินนั่งรออยู่ตรงนี้แล้ว การที่หลินอี้ทนเก็บความหึงได้ขนาดนั้นคงมีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเป็นแน่"เรื่องของลู่จิน..."หลินอี้เอ่ยเปิดประเด็นด้วยเสียงนิ่ง"ไม่ต้องห่วง ผมขอกลับไปเป็นเพื่อนกับเธอ"มู่อี๋เฉินเอ่ยแทรกประโยคของหลินอี้ เขารู้ดีว่าใบหน้าตึงเครียดนั้นคงคิดว่าเขาจะมาตามเซ้าซี้ลู่จินจนกังวลใจ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อคนตรงหน้าได้คำตอบที่ชัดเจนจากเขาคิ้วที่ถูกผูกโบเป็นปมก่อนหน้าก็ค่อยๆ คลายออกราวกับโล่งใจ"ทำไมตอนนี้ถึงยอมแพ้"หลินอี้พูดโดยที่ห

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม

    : บริษัทจางหลิน: ลู่จิน ฉันถูกปู่ไล่กลับมาช่วยงานที่บริษัทกับพี่หลินอี้หลังจากที่เราอยู่เฝ้าปู่กันถึงสามวันติด ทำให้ตอนนี้งานที่บริษัทยุ่งเหยิงไปหมด และฉันเชื่อว่าพี่หลินอี้จะไม่เหนื่อยขนาดนี้เลยถ้าตอนอยู่อเมริกาเขาหัดรับสายเลขาเสียบ้าง "พี่หลินอี้มีอะไรให้หนูช่วยไหม"ฉันถามขึ้นด้วยความเบื่อเหนื่อยเมื่อเล่นเกมจนชนะไปทุกด่านแล้ว นี่ก็ผ่านมาครึ่งวันเข้าไปแล้วพี่หลินอี้ก็ยังคงนั่งอ่านเอกสารและแก้เอกสารอยู่ที่เดิมไม่ขยับ "ไม่มีครับ เบื่อเหรอ?"พี่หลินอี้วางปากกาพร้อมหันมามองสบตาฉันผ่านแว่นตาใส ภาพของเขาตอนนี้มันช่างหล่อเหลาจนสามารถสะกดให้ฉันไม่สามารถละสายตาจากเขาได้เลยจริงๆ"ก็...เบื่อสิคะ หางานให้ทำหน่อย"ฉันพูดอ้อนก่อนจะเดินตรงไปกอดคอแฟนหนุ่มของตัวเองไว้หลวมๆ เป็นการเอาใจ ตอนนี้บอกตามตรงฉันไม่รู้จะทำอะไรแก้เบื่อแล้ว "อยากทำอะไรละ? ให้พี่กินหนูฆ่าเวลาดีไหม"คนเจ้าเล่ห์พูดพร้อมยื่นใบหน้าเข้ามาขโมยหอมที่แก้มฉันเสียงดัง ฟอด ตั้งแต่คบกันมาเขาก็เอาเปรียบฉันอยู่เรื่อยเลยแถมยังไม่เคยจะเลือกที่อีกต่างหากเรียกได้ว่าว่างเป็นเอาเปรียบไม่รู้ว่าอดอยากมาจากไหน"คิดแต่เรื่องลามก!""ก็เห็นครางสะเพรา

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   วินาทีที่แล้วก็เป็นอดีต

    หลังจากกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ลู่จินก็ยังคงนั่งมองไปนอกหน้าต่างนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิดมากมาย จนหลินอี้ที่เอนตัวทำงานอยู่บนเตียงข้างกันถึงกับต้องเก็บงานแล้วขยับตัวเข้าไปโอบเมียสาวไว้ก่อนจะเกยคางลงบนบ่าเล็กอย่างเอาใจ เขารู้ว่าเธอคงคิดมากเรื่องคุณปู่ไม่น้อยอีกทั้งเธอยังไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วมันเป็นเพียงแผนการของท่านเท่านั้น ไม่แปลกที่เธอจะกังวลอันที่จริงการผ่าตัดของปู่ลู่จินผ่านไปได้ด้วยดี เนื้องอกส่วนนั้นถูกตัดได้อย่างปลอดภัย จะเหลือเพียงแค่รอให้แผลฟื้นตัวดีขึ้นก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ อีกทั้งการตรวจสุขภาพครั้งใหญ่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"คิดมากเรื่องคุณปู่เหรอ""คิดถึงช่วงเวลาที่ทำให้ครอบครัวหนักใจค่ะ""หมายถึง?""ที่หนูหนีไปทุกคนคงเป็นห่วงมาก...ตอนนั้นหนูโกรธจนไม่ติดต่อใครเลยแต่สุดท้ายทางบ้านก็ยังส่งคนตามหาและตามดูแลห่างๆ""ท่านคงห่วง...""แต่หนูก็ทำเป็นไม่รู้ใช้ชีวิตของตัวเองไป หางานทำเลี้ยงตัวเอง เที่ยวกับเพื่อนทุกวัน...ยังดีที่งานพิเศษรายได้ดีหนูเลยไม่ต้องติดต่อขอเงินทางบ้าน แต่การที่หนูไม่ติดต่อมันก็ทำให้หนูพลาดไปหลายอย่าง..."เสียงลู่จินอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนหลินอี้ต้

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   อยากชดใช้

    ร่างสวยยืนนิ่งอยู่ที่ประตูห้องพักผู้ป่วยวีไอพีโดยที่มีมือหนาของหลินอี้คอยจับที่บ่าไว้ตลอด ทั้งที่ตลอดการเดินทางมาลู่จินทำใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะเข้มแข็ง แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยเห็นคุณปู่ป่วยจนนอนโรงพยาบาลมาก่อน บอกตามตรงมันทำให้เธอรู้สึกหน่วงที่ใจจนเจ็บ"ไม่เป็นไรนะลู่จิน คุณปู่แค่อ่อนเพลียจากการผ่าตัด"หลินอี้ยังคงปลอบใจแฟนสาว ทำให้ลู่จินมีแรงใจขึ้นมาแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องพักอย่างสงบ ก่อนที่สายตาสวยของเธอจะมองสำรวจไปทั่วห้องสีขาวแล้วมาหยุดที่ร่างชายสูงวัยบนเตียงผู้ป่วย ร่างนั้นเต็มไปด้วยสายออกซิเจนและสายยางมากมายถูกเชื่อมเข้ากับตัวที่ยังคงนอนนิ่งภาพที่เห็นทำเอาลู่จินถึงกับจุกอกจนน้ำตาไหลเธอได้แต่ก้าวเท้าเข้าไปหาท่านช้าๆ โดยไม่สนคำทักทายของพ่อและแม่ตัวเองด้วยซ้ำ ก่อนที่จะวางมือเล็กลงบนมือที่ทั้งขาวซีดและเหี่ยวแห้งตามกาลเวลานั้น "ลู่จินลูกเพิ่งมาถึงทำไมไม่ไปพักก่อนละลูก"แม่ของลู่จินเดินเข้ามาลูบเข้าที่ผมลูกสาวเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นลู่จินก็ยังไร้ซึ่งเสียงตอบรับ เธอเอาแต่มองใบหน้าชายสูงวัยที่กำลังนอนหลับนิ่งพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"ลู่จิน ตอนนี้คุณปู่เพิ่งได้รับยานอนหลับไปไม่ต้องคิดมาก”

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   แบ่งมันมาได้

    หลังจากลงไปส่งแม่ขึ้นรถไปที่สนามบินเสร็จ หลินอี้ก็รีบขึ้นมาเก็บของเพื่อจะไปรับลู่จินและเตรียมใจจะบอกเธอเรื่องอาการป่วยของคุณปู่ ทั้งที่ในใจก็กำลังกังวลเรื่องความรู้สึกของลู่จินเขากลัวว่าเธอจะเสียใจ แต่เขาคิดว่าในเมื่อทั้งคู่เลือกที่จะคบหากันอย่างจริงจังแม้แต่เรื่องเล็กน้อยเขาก็ไม่ควรปิดบังเธอเพียงไม่นานเมื่อเขาเดินทางมาถึงที่จอดรถของกองถ่ายก็ต้องตกใจเมื่อเห็นลู่จินกำลังนั่งร้องไห้อยู่ริมฟุตบาทอย่างสะอึกสะอื้น จนหลินอี้ตกใจรีบจอดรถทิ้งไว้กลางทางแบบนั้นก่อนจะตรงเข้าไปโอบไหล่เธอไว้เพื่อปลอบขวัญ"เกิดอะไรขึ้น หนูเป็นอะไร"เขาถามอย่างร้อนใจในขณะที่มือก็ลูบไปตามเนื้อตัวของเมียสาวฟืบ !ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก่อนจะโผล่กอดหลินอี้แน่นจนเขารับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นของหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาใส ก่อนเธอจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนไหวถึงสาเหตุที่ทำให้ร้องไห้หนัก"คุณปู่ไม่สบายเหรอ?""รู้แล้วเหรอ?"หลินอี้ถามแฟนสาวเบาๆ เธอพยักหน้าตอบรับก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้เขาซึ่งมันก็แสดงประวัติการโทรเข้าเป็นเบอร์ของคุณน้าแม่ของลู่จิน"แม่โทรมา บอกว่า อึกๆ ที่หายไปเพราะคุณปู่ไม่สบาย"เธอเงยหน้ามองสบตาแฟนหนุ่มด้ว

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   เพราะแม่ยังเป็นแม่เสมอ

    หลายวันต่อมาหลินอี้ยังคงทำงานตามปกติส่วนลู่จินแฟนสาวคนสวยวันนี้เธอขอไปออกกองเพื่อไปช่วยงานร้าน ซึ่งชายหนุ่มก็กำชับแฟนสาวอย่างเคร่งครัดว่าอย่าเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาจีบและอยู่ให้ห่างจากมู่อี๋เฉิน ช่วงบ่ายหลังจากเคลียร์งานเสร็จเขาจะรีบตรงไปรับเธอ"ประธานครับ""มีอะไรซูเฟีย ถ้าให้เซ็นเอกสารต่อไม่เอาแล้วนะ ฉันต้องไปรับลู่จิน"หลินอี้ตอบเลขาหนุ่มทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร ทำให้ซูเฟียหันไปมองหญิงวัยกลางคนที่ยืนสง่าอยู่ด้านหลังซึ่งเธอก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าให้เขาออกจากห้องนี้ไปก่อน ส่วนเธอก็หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามลูกชายตัวดีก่อนจะใช้นิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ ที่โต๊ะเพื่อเรียกความสนใจของหลินอี้ให้เงยหน้าขึ้นมามองเมื่อหลินอี้ได้เงยตามองขึ้นมาก็ถึงกับนิ่งไปด้วยความแปลกใจ เพราะเดิมทีความสัมพันธ์ของเขาและพ่อแม่ค่อนข้างห่างเหินทำให้การได้พบกันระหว่างเขาและครอบครัวส่วนมากจะเกิดขึ้นทางธุรกิจ แต่ใช่ว่าเขาจะน้อยใจ...เขาเข้าใจดีว่าการทำธุรกิจมันยุ่งและวุ่นวายมากขนาดไหน"มาได้ยังไงครับแม่ ไม่เห็นบอกก่อนเลย"หลินอี้ยิ้มให้คนเป็นแม่อย่างอบอุ่น

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   ความเจ้าเล่ห์ของประธานจาง

    ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากสองหนุ่มสาวให้หันไปมอง ภาพตรงหน้าคือนางแสดงสาวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายในบริษัทกำลังยืนอยู่ในชุดเดรสสีแดงสดด้วยสายตาไม่พอใจนัก ด้านหลังยังมีผู้จัดการส่วนตัวที่เดินตามมาติดๆ ด้วยสีหน้าซีดเซียวบ่งบอกว่าเธอคงเพิ่งถูกดาราสาวต่อว่ามาแน่นอน ลู่จินที่เห็นคว

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในห้องก็ดี

    :ลู่จินอึดอัดชะมัด...ตั้งแต่กลับมาถึงบ้านพี่หลินอี้ก็ไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำเอาแต่ตีหน้านิ่งจนฉันรู้สึกกังวล ฉันถามก็ไม่ค่อยจะตอบอย่างกับว่าเขากำลังคิดมากเรื่องอะไรอยู่อย่างนั้นแหละ การที่เขาเงียบไปไม่มีเหตุผลแบบนี้มันทำให้ฉันคิดมากชะมัดเลยหรือจะเป็นเพราะงานเขาเยอะเกินไป? ฉันควรช่วยงานเขาเสียหน

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   หลังจากจูบกัน

    :จางหลินอี๋ตลอดทางกลับบ้านผมยังคงชำเลืองหางตามองหญิงสาวข้างกายเป็นระยะ เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเผลอให้อารมณ์นำเหตุผลเสียแล้ว ผมโมโหจนเผลอจูบเธอเข้าโดยที่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองเผลอทำแบบนั้น…อาจจะเป็นเพราะไม่อยากให้เธอพูดอะไรไปมากกว่านั้นแล้วละมั้ง เพราะยิ่งพูดคนฟังอย่างผมก็ยิ่งโมโ

  • พี่ชาย(ไม่ใช่)คนดี   จับขี้เมา

    : บาร์หลังจากที่ลู่จินออกไปคุยโทรศัพท์เสร็จก็พยายามประคองตัวเองเข้ามาบอกเหมยลี่ให้รู้ว่าเธอต้องกลับเสียแล้ว วันนี้คงไม่ได้พักกับเหมยลี่ตามที่รับปาก แต่พอมาถึงที่โต๊ะกลับพบว่าเพื่อนสาวมีชายหนุ่มรูปหล่อนั่งติดกันอยู่"เหมยลี่...ฉันว่าฉันต้องกลับแล้ว"ลู่จินพยายามกระซิบข้างหูเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงรู้ส

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status