LOGINทุกอย่างหยุดชะงัก เพราะอาหยางเล็งปลายกระบอกปืนมาที่พวกเรา แต่ทว่าแม่บุญธรรมที่ดึงคอเสื้อผมอยู่นั้นกลับยืนนิ่ง เบิกตากว้างด้วยความตกใจจ้องเขม็งไปยังป้ากิ่ง
“นังกิ่ง”
“กิ่ง” พ่อเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นป้ากิ่ง
นั่นยิ่งทำให้ผมงงเข้าไปใหญ่ ป้ากิ่งรู้จักคนพวกนี้ได้อย่างไรกัน
ผมเบนความสนใจมาที่ป้ากิ่งทันที เธอปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นหน้าพ่อ ราวกับได้เจอคนที่รอคอยมาแสนนานซะอย่างนั้น
“นี่มันอะไรกันครับป้า รู้จักคนพวกนี้ด้วยเหรอ” ผมรีบเดินไปยืนข้างป้ากิ่งก่อนจะเอ่ยถาม ป้าเอาแต่ร้องไห้ ส่ายหน้าไม่ยอมพูดอะไร
“ฮือ ๆ ป้า...”
“กิ่งเธอยังไม่ตาย เธอยังมีชีวิตอยู่ ฉันดีใจเหลือเกิน” พ่อร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ
“หยุด! ห้ามเข้าไปหามันอีกเด็ดขาด ฉันไม่ยอมให้คุณกับมันได้อยู่ด้วยกันอีกแน่นอน” แม่บุญธรรมรั้งแขนพ่อไว้ ไม่ให้เข้ามาหาพวกเรา
“ปล่อยผม”
“ไม่ปล่อย! ถ้าคุณไปหามันฉันไม่ปล่อยมันไว้อีกแน่”
“มาถึงตอนนี้แล้ว ทำไมคุณไม่ปล่อยวางอะไรเลย เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะ”
“ฉันไม่มีวันลืม ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่คุณกับมันทำกับฉันหรอก”
“นั่นมันเรื่องของคุณ แต่ผมจะไปหาคนที่ผมรัก”
“กรี๊ดดด”
ขณะทั้งสองคนกำลังยื้อแย่งฉุดกระชากกันอยู่นั้น ผมก็หันมาเอ่ยกับป้ากิ่ง
“สรุปว่าป้าคือเมียของพ่องั้นเหรอครับ” ผมพยายามคาดคั้นเอาความจริงจากป้ากิ่ง มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คนเราจะมาพบเจอกันโดยบังเอิญอย่างนี้
“ใช่ค่ะคุณอี้เฟย ป้าเคยเป็นคนรับใช้ที่บ้านหลังนี้มาก่อน ป้าผิดเองที่ไปมีอะไรกับคุณพงษ์ศักดิ์ เป็นเมียน้อยอีกคนของเขา ฮึก” ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น โลกมันช่างกลมเหลือเกิน
“เป็นไปได้ยังไงกัน แล้วทำไมคุณพ่อถึงได้ทิ้งขว้างป้าให้เร่ร่อนข้างถนนอย่างนั้นล่ะครับ” ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าประเด็นเรื่องของป้ากิ่ง กำลังเป็นที่สนใจแทนเรื่องของผมซะงั้น
“คือ...นั่นเป็นเพราะ....” ป้ากิ่งอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดออกมา ผมรู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้ แต่ป้าคงจะกลัวใครบางคนที่อยู่ในนี้อย่างแน่นอน
“ป้าบอกผมมาเถอะ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้มันจบ ๆ ไปทีเดียวเลย”
“ป้าโดนคุณวรรณีตามรังควานและพยายามฆ่าค่ะ แต่ป้ารอดมาได้ เลยต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ”
ได้ยินอย่างนั้นผมก็รีบหันขวับไปมองหน้าแม่บุญธรรมทันที เลวทั้งแม่ทั้งลูก คิดจะฆ่าใครก็ฆ่าอย่างนั้นเหรอ มันจะมากไปแล้วนะ
“ป้าไม่ต้องห่วงผมจะแก้แค้นคืนให้ป้าเอง”
ผมจับมือป้ากิ่งเอาไว้เพื่อให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนพวกนั้นอีกครั้ง
“เลวทั้งแม่ทั้งลูก นี่พวกคุณยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า”
“มึงจะมากไปแล้วนะ มึงกล้าว่าแม่กูอย่างนั้นได้ยังไง” พี่ธีชักสีหน้าใส่ผม แววตาที่แข็งกร้าวนั้นบ่งบอกว่าเขากำลังโมโหมากเหลือเกิน นั่นยิ่งทำให้ผมสะใจที่ทำให้เขาเดือดดาลได้
“แม่มึงไม่ใช่แม่กู”
“ไอ้วิน! กูยอมมึงมากพอแล้วนะ”
“แค่นี้มันยังน้อยไป กับสิ่งที่มึงทำกับกู สิ่งที่แม่มึงทำกับป้ากิ่ง บ้านหลังนี้มันก็มีแต่คนเลว ๆ ทั้งนั้นล่ะวะ”
“คุณพ่อครับน้องนนท์กลัว น้องนนท์ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว ฮือ ๆ” ตาหนูร้องไห้งอแง กอดพี่ธีอยู่อย่างนั้น ผมได้แต่มองตาละห้อย
ผมไม่อยากให้ลูกเสียใจเลย ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้
“ตาหนูลูกแม่ แม่ขอโทษนะลูก แต่แม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้”
“คุณอาไม่ใช่แม่ คุณอาไม่ใช่แม่น้องนนท์”
“หึ ๆ ๆ สมน้ำหน้า ฉันจะบอกให้เอาบุญก็ได้ ถ้ารู้สิ่งที่ฉันจะบอกอย่าช็อกตายไปก่อนล่ะ” แม่บุญธรรมยิ้มมุมปาก ขณะควงแขนพ่อเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้ไปหาป้ากิ่ง สีหน้าและแววตาของพ่อนั้นบ่งบอกว่ารู้สึกเจ็บปวดมากเหลือเกิน
“ทำไมผมต้องฟังสิ่งคุณจะพูดด้วยล่ะ พวกคุณรีบเก็บของออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้ อย่าต้องให้ใช้กำลัง”
“แกไม่อยากรู้เหรอว่าพ่อกับแม่แท้ ๆ ของแกเป็นใคร” แม่บุญธรรมยกยิ้มมุมปาก แววตาของเธอช่างแข็งกร้าว ราวกับกำลังจะประกาศชัยชนะต่อหน้าผมซะอย่างนั้น
“อย่ามาหลอกผมซะให้ยากเลย คุณไม่มีทางรู้เพราะผมเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เกิด” ผมไม่มีทางเชื่อว่าเธอจะรู้เรื่องจริง ๆ
“คุณรู้งั้นเหรอว่า...” พ่อหันไปมองหน้าแม่บุญธรรมอย่างประหลาดใจ ราวกับโดนอีกฝ่ายล่วงรู้ความลับที่เก็บงำไว้ซะอย่างนั้น
แม้ว่าผมจะไม่เคยคิดตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง แต่ลึก ๆ ภายในใจมันกลับมีแวบหนึ่งที่คิดเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง จนมาถึงวันนี้ที่ผมได้ยินจากปากแม่บุญธรรม มันกลับทำให้ผมสนใจอยากรู้เรื่องมากเหลือเกิน
“ใช่! ฉันรู้ความจริงว่าคุณหลอกฉันมาตลอด หลอกให้ฉันรับเด็กกำพร้าที่เป็นลูกของคุณกับนังกิ่งมาเลี้ยง คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน คุณก็รู้ว่าฉันเกลียดนังกิ่งมากแค่ไหน” แม่บุญธรรมตะโกนใส่หน้าพ่อเสียงดัง
“ผม...ผมขอโทษ” พ่อทำหน้าสำนึกผิด ก่อนจะหันมามองหน้าผม สื่อว่าสิ่งที่แม่บุญธรรมพูดเมื่อสักครู่คือเรื่องจริง
มันไม่จริงใช่ไหม?
เด็กกำพร้าคนนั้นเป็นผมงั้นเหรอ?
ผมเป็นลูกชายแท้ ๆ ของพ่องั้นเหรอ?
หญิงเร่ร่อนข้างถนนที่ผมช่วยชีวิตเอาไว้คือแม่แท้ ๆ ของผมงั้นเหรอ?
ทำไมทุกอย่างมันถึงได้กลับตาลปัตรอย่างนี้ ผมสับสนไปหมดแล้ว
ผมทรุดตัวนั่งลงกับพื้นน้ำตานองหน้า คนที่ตกใจไม่ต่างจากผมก็คือพี่ธี เราทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยแววตาที่ปวดร้าวและเจ็บปวดเหลือเกิน ผมกับพี่ธีเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันอย่างนั้นเหรอ ผมโดนพี่ชายร่วมสายเลือดข่มขืนจนตั้งท้อง มันเป็นเรื่องอัปยศที่สุดในชีวิตที่เกินจะรับได้ ผมอยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด เกิดมาเป็นคนทั้งทีก็เจอแต่เรื่องเหี้ย ๆ ไม่จบไม่สิ้น ผมอยากตาย.....
“เห็นไหมล่ะว่าลูกอยากให้เราอยู่ด้วยกัน เพราะงั้นนายช่วยรับช่อดอกไม้นี้ไว้ได้ไหม”“ไม่ได้หรอกเพราะผมไม่ได้รักคุณ”“ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้รัก ฉันจะพิสูจน์ให้ดูว่านายรักฉัน”อาหยางเดินเข้าไปในระยะประชิด ก่อนจะรั้งตัวฮอนเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าทั้งสองอยู่กันใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารด เพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาหยางได้ฉกฉวยโอกาสครอบครองริมฝีปากอวบอิ่ม บดเบียดอย่างเนิบนาบแต่ทว่าหนักหน่วง ปลุกความร้อนรุ่มภายในกายของอีกฝ่ายให้ตื่นจากอาการหลับไหลอย่างง่ายดาย“อือ...”เสียงครางฮือในลำคอบ่งบอกว่าร่างหนาพอใจกับรสจูบอันเร่าร้อนนี้มากเพียงใด ฮอนพยายามละใบหน้าออกมาแต่อาหยางไม่ยอมง่าย ๆ กระชับตัวให้แนบชิดยิ่งขึ้น เมื่อหนำใจแล้วก็ยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระ รสจูบที่สุดแสนจะหนักหน่วงทำเอาฮอนหายใจเหนื่อยหอบเลยทีเดียว“คุณทำบ้าอะไร ไม่อายคนอื่นบ้างเหรอ”“อายทำไม ในเมื่อวันนี้ฉันตั้งใจจะเอาชนะใจนายให้ได้ ไม่ว่าจะต้องอายมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าก็จะยอมทำโดยไม่มีข้อแม้”“ถ้าทุ่มเทมากนักผมจะสั่งคุณให้ทำอะไรก็ได้ใช่ไหม” คนพูดยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดแผนแกล้งชายผู้เป็นที่รักได้“ได้! ฉันยอมทำทุกอย่า
ช่วงค่ำของวันนี้ทุกคนเดินทางมาส่งฮอนกลับเมืองไทยกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นอาม่าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไกลเพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนคนที่สำคัญที่สุดอย่างอาหยางได้แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าไม่ได้มาส่งแม้จะสนทนากับคนอื่นอย่างยิ้มแย้มเป็นปกติ หากทว่าภายในใจยังคงโหยหาคนที่ชื่ออาหยาง อยากให้เขามาส่งเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าตัวแอบส่องสายตามองหาอยู่เรื่อย ๆ เผื่อว่าจะเห็นหน้าของใครบางคนอีกสักครั้งก่อนกลับเมืองไทยในระหว่างรอขึ้นเครื่องเสี่ยวซือและต้นกล้าได้ใช้โอกาสนี้สนทนาปรับทุกข์และเปิดใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว“ขอบใจนะอาซือที่ไม่โกรธเกลียดฉัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกผิดมันจะยังคงอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตเหมือนเดิมนั่นล่ะ” ต้นกล้ากล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ทว่าแววตานั้นฉายความอ่อนล้าออกมาให้เห็น“ลืมมันไปซะเถอะ แล้วกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยให้มีความสุข ฉันเป็นกำลังใจให้นะ”“ขอบใจนะ ฉันก็ขอให้นายมีความสุขเช่นกัน” ว่าแล้วก็หันไปเอ่ยกับเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “เป็นเด็กดีนะครับหลานหลาน เชื่อฟังม๊าของหนูให้มาก ๆ นะ”เด็กชายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ นั่นเพราะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับต
เสี่ยวซือจับมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ ภายในใจยังคงเชื่อมั่นว่าคนทั้งสองรักกันมาก แต่คงมีบางเรื่องที่อาจจะทำให้ไม่เข้าใจกัน แต่เชื่อว่าความรักและความโหยหาจะทำให้คนทั้งสองต้องโคจรกลับมาพบกันในสักวัน“คุยกันเสร็จหรือยัง จะได้ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าทั้งที” เป็นอาจูที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้างคนรัก ยกมือขึ้นวางพาดบนบ่าน้อย ๆ ของเสี่ยวซือแสดงความเป็นเจ้าของ เห็นอย่างนั้นฮอนก็ยิ้มอย่างรู้สึกยินดีด้วย“เอาสิ ไปกันเลยไหม” ฮอนตอบ“แต่เฮียหยางยังไม่ลงมาเลย ซ้อช่วยไปตามให้หน่อยได้ไหมครับ” อาจูออกอุบายให้พี่ชายและพี่สะใภ้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เผื่อว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น“อาจูไปเองเถอะ พี่ว่าจะไปดูลูกสักหน่อย ขอตัวก่อนนะ”ฮอนส่งยิ้มทิ้งท้ายแล้วเดินไปหาลูกชายที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวหลานและอาม่า อาจูและเสี่ยวซือได้แต่มองหน้ากันด้วยสีหน้าหมดหวัง ก่อนที่อาจูจะเป็นฝ่ายไปเรียกพี่ชายลงมาข้างล่างเพื่อถ่ายรูปครอบครัว..ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ฮอนและลูกชายมาร่ำลาอาม่าก่อนเดินทาง แน่นอนว่าการจากลาเป็นอะไรที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนแก่อย่างอาม่า ไ
ในที่สุดฮอนก็จะได้กลับเมืองไทยสมใจอยากโดยไม่มีอาหยางคอยห้ามปรามเหมือนที่ผ่านมา เจ้าตัวรู้ดีว่าเป็นเพราะตนสนทนากับอาไฉวันนั้นจนทำให้อาหยางน้อยอกน้อยใจ มันคือแผนที่จะทำให้ตนได้กลับเมืองไทยโดยไม่มีห่วง อย่างน้อยก่อนกลับก็ได้มีโอกาสพบหน้าเสี่ยวซืออีกครั้ง หลังจากจัดงานศพให้พี่ชายแล้วเสี่ยวซือและลูกก็มาหาที่บ้าน พาเสี่ยวหลานมาทำความรู้จักกับญาติฝ่ายพ่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะคนตระกูลเดียวกันในขณะที่ทุกคนกำลังรวมตัวกันอยู่ภายในห้องนั่งเล่น มีเพียงอาหยางคนเดียวเท่านั้นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง ปล่อยควันสีขาวให้ลอยคลุ้งไปกับสายลม วันนี้ฮอนและลูกจะต้องเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว เขาจึงไม่อยากจะต้องเสียน้ำตาต่อหน้าใคร ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอโดยเฉลาะลูกชาย“ขอให้นายโชคดีนะฮอน”กล่าวสั้น ๆ ก่อนจะยืนอยู่อย่างนั้น คิดเรื่องต่าง ๆ ในหัวไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่อีกไม่นานหรอกความเจ็บมันก็จะหายไป เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่งให้กลับคืนมาเป็นปกติภายในห้องนั่งเล่นตอนนี้เด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นกันอย่างซุกซน อาม่านั่งมองและยิ้มด้วยความอบอุ่นหัวใจ เมื่อเห็นลูกหลานอยู่กันอย่างพร้อมหน้าเช่นนี้ ฮอนรู
“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น รีบเก็บของ ฉันจะพากลับไปหาพี่ชายนาย”ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็ชะงักงัน คิ้วเรียวขมวดมุ่นครุ่นคิดในใจว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจปุบปับเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวว่าตนกับลูกจะหนีไปจากชีวิตงั้นสินะ“ใจคนเรามันไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ง่าย ๆ หรอก กลัวว่าฉันจะพาลูกหนีไปสินะ”“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย ฉันรู้แล้วว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด ไม่ว่าอดีตจะทำร้ายเราแค่ไหนแต่มันก็เป็นได้แค่อดีต นายกับลูกคือปัจจุบันของฉัน เป็นความสุขที่ฉันไม่อยากให้หายไปจากชีวิต เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะลืมเรื่องราวบาดหมางระหว่างพี่ชายนาย ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเสี่ยวซ่งก็แล้วกัน”“ฉันจะเชื่อใจนายได้ยังไงกัน ไม่ใช่ว่าวันใดวันหนึ่งคิดจะทำร้ายฉันกับลูกหรอกนะ”“ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่มีวันทำร้ายคนที่ฉันรักหรอกนะ เสี่ยวซือ...ได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะ ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับนายและลูกอย่างมีความสุข เราจะเป็นครอบครัวที่เข้าอกเข้าใจกัน ช่วยกันเลี้ยงดูหลานหลานให้โตขึ้นเป็นคนดี ฉันเชื่อว่านายก็คิดแบบเดียวกัน”อาจูคว้ามือเรียวของร่างเล็กมาถือไว้ ส่งแววตาอันลึกซึ้งและจริงใจให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนพร้อมจะดูแลและใช้ชีวิตร่วมกันไ
“สำนึกผิดเรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องที่ทำให้นายไม่ชอบ ทุกเรื่องที่ทำให้นายต้องเจ็บปวดและทรมานใจ ทุกเรื่องที่ฉันทำผิดพลาดมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกัน แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองพลาดเลยนั่นคือการพานายเข้าบ้านตั้งแต่ครั้งนั้น”“ไม่จริง คุณพาผมมาเพราะหน้าผมเหมือนใครบางคนที่อยู่ในใจคุณ”“ก็ใช่ ในตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว ฉันรักนาย รักนายมาโดยตลอด รักมากกว่าคุณอี้เฟยซะอีก เชื่อฉันเถอะนะ รู้ไหมวันที่ไปวัดกันตอนนั้นฉันไปถอนคำสาบานที่เคยบอกว่าจะรักคุณอี้เฟยคนเดียวตลอดไป เพราะตอนนั้นฉันรักนายเข้าให้แล้ว เชื่อฉันเถอะนะฮอน”“ผมเชื่อคุณก็ได้ แต่ถึงยังไงผมก็จะพาลูกกลับเมืองไทย เราคงไม่ใช่เนื้อคู่กันตั้งแต่แรก”กล่าวจบแล้วก็แกะมือเขาออก เดินเข้าไปในบ้านโดยไม่แม้จะหันไปมอง นั่นเพราะตอนนี้แก้มทั้งสองแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มันรู้สึกตื้นตันใจเหลือเกินที่ได้ยินคำนี้ คำที่อยากได้ยินปากจากเขาอย่างจริงใจ หากทว่าตอนนี้มันสองจิตสองใจ ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปหรืออยู่จุดนี้ดีคนที่ยืนมองตามหลังรู้ดีว่ามันยากกับการได้ใจฮอนกลับคืนมา แต่ตนก็ยังจะรั้นสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ แม้
![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






