LOGINบทที่ 4
เก็บเป็นความลับ
เชอเอมมองตรงไปข้างหน้าขณะที่เซนนิก้าดับเครื่องยนตร์รถเมื่อจอดในที่ประจำเรียบร้อย หญิงสาวมองชื่อคอนโดมิเนียมสุดหรูของเพื่อนผู้เป็นอาอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อรถเลี้ยวตรงเข้ามายังชั้นใต้ดิน มือเรียวบางยังคงกุมถือถุงยาและขวดน้ำ ไม่คิดขยับกายจนชายหนุ่มหันมามองพลางถามออกไปอย่างไม่ต้องการคำตอบ
“อยากให้พี่ปลดเบลต์ให้เหรอครับ”
สาวเจ้าหันขวับไปมองด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ที่ถูกเขาหยอกเย้าอยู่เรื่อย ทั้งที่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นทำตัวสบายอารมณ์เช่นนี้ แต่แล้วก็ต้องปรับให้กลับมาเป็นปกติ เมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ในเมื่อมันเป็นความบังเอิญที่ไม่รู้ว่าคอนโดของเขาคือที่เดียวกับของขนิษฐาและอัฐพล
แต่ทำไมเขาต้องพาเธอมาที่นี่ แทนที่จะพากลับไปไนต์คลับ อย่างน้อยรถและรองเท้าของเธออยู่ที่นั่น จริงสิ เธอเกือบลืมไปเลยว่าทิ้งรถและของใช้ส่วนตัวอยู่ที่นั่นหมดเลย
โอย...เชอเอมนะเชอเอม ตกใจจนเบลอไปหมด แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน
สาวเจ้าบ่นตัวเองภายในใจพลางถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอาตัวเอง ก้มมองเท้าที่เป็นแผลถลอกด้วยความอยากจะหยุมหัวตัวเองที่เป็นคนไม่มีสติเช่นนี้ ใช้ได้ที่ไหน ตื่นมาพบตัวเองนอนกับพี่ชายเพื่อนไม่พอ ยังวิ่งออกมาเหมือนคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น เขาก็ช่างปะไร มีเสน่ห์เหลือล้นจนเธอหักห้ามใจไม่ได้ เผลอไผลไปกับสัมผัสร้อนที่ลุ่มลึกน่าค้นหา
เธอเหมือนโดนมนตร์สะกด
ใช่แล้ว เขาให้ความรู้สึกเช่นนั้น เหมือนคราแรกที่พบเขา แต่ครั้งนี้มันมากกว่า มากจนเธอจำได้ทุกสัมผัส ไม่ว่าริมฝีปากร้อน มือหนาที่ซุกซน และกึ่งกลางกายที่ร้อนแรง
ไม่ได้ ๆ จะมานั่งคิดอะไรแบบนี้ไม่ได้
ไวเท่าความคิด หญิงสาวส่ายหัวไปมาเล็กน้อยเพื่อสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปจากหัว ทว่าการกระทำของเธอที่กำลังครุ่นคิดส่ายศีรษะไปมาอยู่ในสายตาของเขาเช่นเคย จนหลุดหัวเราะออกมา พลางยื่นมือไปวางลงบนศีรษะ ออกแรงดันให้สาวเจ้าหันหน้ามาเผชิญ
“คิดอะไรอยู่ครับ” ถามด้วยรอยยิ้มละมุน
ให้ตายเถอะ ดูเขาสิ ไหนจะยิ้มไหนจะน้ำเสียงนุ่มทุ้ม กะจะให้เธอใจเต้นแรงจนหลุดออกมาเลยหรือไงกันนะ ผู้ชายอะไร หน้าดุเหมือนเข้าถึงยาก ไม่คิดเลยว่าจะเข้าถึงได้ง่ายเช่นนี้ หนำซ้ำยังขยันหยอดด้วยน้ำเสียงและแววตาละมุนนั่นอีก ไม่ว่าจะเป็นสายตาหรือน้ำเสียงส่งผลต่อหัวใจของเธอได้เป็นอย่างดีจนเกิดความคิดที่ว่าเขาจะใช้มันกับเธอเพียงคนเดียวไหมนะ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายอย่างไรมาก่อน จะเหมือนกับที่เคยเจอมาหรือไม่
แต่ตอนนี้เธอแค่รู้สึกดีที่มีเขาอยู่ที่นี่ ตรงนี้
ไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร แม้เขาจะเป็นรักแรกพบของเธอ ทว่ามันก็นานมาแล้วหลายปีตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้ที่โตขึ้น หากถามว่าดีใจไหมที่ได้เจอกับเขาอีก ตอบได้เลยว่าดีใจ เพียงแต่ไม่รู้ว่าชอบมากน้อยแค่ไหนก็เท่านั้น
มากพอที่ว่าเธอจะยอมเสี่ยงก้าวเดินไปข้างหน้าหรือเปลี่ยนเส้นทาง
เพราะอย่างไรก็ยังมีเรื่องของเซนโซก้าที่เธอไม่เคยเคลียร์มานานเป็นปี ด้วยเพราะอะไรหลายอย่างทำให้ไม่เคยได้กลับมาเจอกันอีกเลยตั้งแต่จบงานแต่งงานของผู้เป็นอาและเพื่อนไป เขาเองก็มีงานที่ต้องกลับไปทำที่อิตาลี ส่วนเธอเองก็กำลังทำธุรกิจของตัวเองที่นี่เช่นกัน กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาที่เธอได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเซนนิก้าด้วยความเต็มใจ เธอรู้ตัวว่ากำลังทำอะไร เพียงแต่ควบคุมตัวเองไม่ได้เท่านั้น
ใช่ หากจำไม่ได้คงไม่เอาแต่นึกถึงสัมผัสของเขาอยู่เช่นนี้
“ว่ายังไงครับ คิดอะไรอยู่” ถามเสียงนุ่มทุ้มขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นสาวเจ้ายังคงเงียบ จ้องมองมาอย่างครุ่นคิดบางอย่าง
“จะบอกว่าไม่ได้คิดก็คงจะโกหก เราขึ้นไปคุยกันบนห้องดีกว่าค่ะ” เชอเอมตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด
ในเมื่อตอนนี้เรื่องก็เกิดขึ้นและมันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ก็แค่อยู่กับปัจจุบัน ส่วนจะเดินหน้าหรือไม่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับหัวข้อที่จะคุยกับเขา เชอเอมไม่ใช่ผู้หญิงที่ชอบเก็บอะไรมาคิดแล้วไม่พูดออกไป หญิงสาวเป็นคนตรงไปตรงมา และไม่ชอบที่จะเก็บเงียบ และไม่ต้องถามอะไรให้มากความว่าที่นี่ที่ไหน ทำไมพามาที่นี่ แค่คิดทบทวนความน่าจะเป็นเพียงแค่นี้ สาวเจ้าก็พอจะเดาออกได้แล้วไม่ยาก
ใช่ เธอเป็นคนเช่นนี้
แม้ในช่วงแรกที่เธอไม่มีสติ วิ่งออกมาเช่นนั้นก็เพราะกำลังสับสนกับสิ่งที่เห็นและสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนนั้นที่เธอไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรหรือควรจะรับมือกับสถานการณ์อย่างไร
“ได้ครับ…ยังไม่ต้องลงจากรถนะ แค่นี้เท้าสวย ๆ ของเอมก็เป็นแผลหมดแล้ว” เขายกยิ้มตอบเรียบ พลางบอกให้เธอนั่งรออยู่ในรถ ไม่วายแอบชำเลืองตามองไปยังด้านหลังรถที่มีรองเท้าส้นแหลมของสาวเจ้านอนอยู่ พลันลอบยิ้ม
เซนนิก้าตั้งใจที่จะไม่บอกว่าตนได้หยิบรองเท้าของเธอมาด้วย เพราะเขาจะอุ้มเธอขึ้นไปข้างบนห้องด้วยตัวเขาเอง ยิ่งเห็นท่าทางที่คิดไม่ตกและอาการหวั่นไหวในเวลาเดียวกัน ก็อดทำให้เขาอยากแกล้งเธอไม่ได้ เพื่อให้ได้เห็นมุมน่ารักของสาวเจ้า เขาชอบมองยามที่เธอทำท่ากำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจ ทำให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปอย่างผู้หญิงคนอื่นที่มองว่ามันก็แค่เซ็กซ์เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้
ร่างสูงของเซนนิก้าก้าวเดินอ้อมมาทางด้านหลังรถ ตรงมาฝั่งข้างคนขับ ก่อนจะเปิดประตูโน้มตัวลงไปช้อนอุ้มเชอเอมออกมาจากรถแล้วขอให้เธอช่วยปิดประตูที่เขาวางลงบนมือเรียวบาง ก่อนพาตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นไปบนห้องของตัวเองที่อยู่ชั้นเดียวกับญาติผู้น้อง ซึ่งตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่กับสามีเป็นที่เรียบร้อย และยังได้ข่าวมาว่าอัฐพลกำลังหาซื้อที่เพื่อสร้างบ้านให้กับครอบครัวของตัวเอง ทั้งที่พี่ชายอย่างพ่อของเชอเอมไม่ได้อยากให้พากันออกไปอยู่ข้างนอกแม้แต่น้อย
“พี่เซน…” หญิงสาวเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว
“หืม” ชายหนุ่มก้มมอง ครางถามในลำคอ
“ปล่อยให้เอมยืนเองก็ได้นะคะ พื้นลิฟต์คงไม่ทำให้เท้าเอมเป็นแผลหรอกค่ะ” เธอพูดออกไปด้วยความเขินที่ยังถูกเขาอุ้มไม่ยอมปล่อยทั้งที่อยู่ในลิฟต์แล้วก็ตาม
“ไม่…พี่อยากอุ้มเอม” เขาตอบกลับมาหน้าตาเฉย
“แต่…”
บทพิเศษ ๔บทพิเศษตอน ความสุขที่พอดีเสียงคลื่นกระทบฝั่งในยามเช้าหอบเอาลมลูกใหญ่พัดเข้าฝั่งให้อากาศเย็นขึ้นเล็กน้อย ทำให้เซนนิก้าที่นอนหนุนตักนุ่มของเชอเอมลืมตาขึ้นมามองเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ากลุ่มเมฆฝนคงลอยมาเป็นแน่ เพราะลมที่พัดมามีกลิ่นฝนให้ได้รู้สึก ก่อนจะหันไปมองครอบครัวที่น่ารักของญาติผู้น้องที่กำลังวิ่งเล่นกับลูกชายพร้อมกับสามีที่ริมหาดทราย ผลัดกันสาดน้ำทะเลใส่กันพร้อมเสียงหัวเราะร่าของคนทั้งสาม ขณะที่ชายหนุ่มกำลังมองครอบครัวของขนิษฐาด้วยรอยยิ้มกับความรู้สึกที่เรียกว่ามีความสุขกับช่วงเวลานี้ความสุขที่พอดีเมื่อได้อยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรักในตอนนี้ที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวาน เขาละสายตาจากครอบครัวของขนิษฐาดึงสายตามามองเชอเอมที่ก้มลงมามองด้วยรอยยิ้มกว้าง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เขาชอบมองอยู่ตลอดเวลาจากผู้หญิงคนนี้ที่ไม่คิดเลยว่าครั
บทพิเศษ ๓บทพิเศษตอน บุพเพที่สวนทางมาบรรจบเวนิส, ประเทศอิตาลีนัยน์ตาสีดำขลับทอดมองผืนทะเลกว้างสีครามสวยผ่านหน้าต่างของร้านอาหารธรรมดาในเมืองเวนิสระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟและรอเพื่อนมาถึงร้านอาหาร เชอเอมก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือมีแผนอะไรต่อไป ตอนนี้ในหัวของตัวเองมีเรื่องให้คิดจนไม่มีพื้นที่ว่างจะคิดเรื่องต่าง ๆ นานาให้ปวดหัวเพิ่ม เพราะหากอยากจะคิดหาเรื่องมาให้ปวดหัวก็คงไม่ลัดฟ้าลัดทะเลมาไกลถึงอิตาลีประเทศที่เขาคนนั้นอาศัยอยู่ เขาคนนั้นที่ทิ้งปริศนาที่อยู่ในใจให้หญิงสาวต้องตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เพื่อหวังจะเจออีกครั้งให้มั่นใจ แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอเขากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูจะรักกันดี เธอจึงเปลี่ยนใจนัดเพื่อนมาเที่ยวเวนิสแทนและจบลงด้วยการมานั่งรอที่ร้านอาหารเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี
บทพิเศษ ๒บทพิเศษตอน รักแรกพบของเชอเอมโรม, ประเทศอิตาลีเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วสารทิศรอบ ๆ น้ำพุเทรวี่ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโรมอีกสถานที่หนึ่งและยังมีความเชื่อว่าการได้โยนเหรียญอธิษฐานจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งช่างเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยวชมกันมากมายหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเชื่อไม่ต่างอย่างเชอเอมก็แทรกกายเดินเข้าไปใกล้หวังจะโยนเหรียญอธิษฐาน จนในที่สุดก็แทรกตัวมาอยู่หน้าสุดจนสำเร็จ หญิงสาวระบายยิ้มพอใจก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นมากุมเหรียญยูโรพลางหลับตาลงก่อนจะเริ่มอธิษฐานถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเข้าใจว่าต้องการอะไรเมื่อไม่นานมานี้เมื่อรู้สึกว่าความรักที่เหมาะสมและคู่ควรไม่ใช่ความรักที่จะมอบความสบายใจหรือความสุขจากใจจริงได้เลย
บทพิเศษ 1บทพิเศษตอน รักแรกพบของเซนนิก้าเสียงเพลงคลอเบา ๆ ให้เหล่าบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รื่นเริงไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของปลายฤดูฝนในบาร์สุดหรูหราโอ่อ่าบนชั้นสามสิบหกของตึกการค้าชื่อดังของประเทศในเครือพีเอสกรุ๊ปที่รวมแห่งความบันเทิงและห้างสรรพสินค้ามากมายภายในตึกบาร์แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งส่วนที่บรรดาไฮโซ เซเลปและนักธุรกิจมากมายชอบมาดื่มเพื่อผ่อนคลายในสุดสัปดาห์กระทั่ง เสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะโวยวายที่มุมหนึ่งของบาร์ไม่ห่างจากที่นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาเลียนนั่งดื่มอย่างสบายใจเมื่อจบการคุยธุรกิจที่ลุล่วงไปด้วยดี ชายหนุ่มจึงตัดสินใจมานั่งดื่มก่อนเดินทางกลับทว่า ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นละครน้ำเน่า…ไม่สิ ละครตบตีกันเรื่องผู้ชาย
บทส่งท้ายเชอเอมระบายยิ้มกว้างด้วยความดีใจหันไปมองเซนนิก้าทันที เพราะหญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มยังคงจำสัญญาที่ให้ไว้ได้ว่าจะมาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกในวันที่เธอกับเขาไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพก่อนเขาจะเร่งรีบกลับอิตาลีอย่างไม่บอกไม่กล่าวในวันต่อมา หากลองคิดทบทวนเวลาก็ล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังจำได้ว่าเคยพูดเช่นไรกับเธอเอาไว้และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีวันนี้เพราะคิดว่า ถ้าเขาไม่พามาอย่างที่สัญญา เธอเองที่จะพาเขามาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกถึงแม้ว่าหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาที่นี่ก็ไม่มีโอกาสเสียทีด้วยเพราะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นจนได้บทเรียนมากมายในชีวิตและการเปลี่ยนเส้นทางเดินของเขาที่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลที่ใครต่อใครพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีหนักดีหนาจนคนเช่นเธอไม่มีทางเหมาะสมและไม่มีทางดีพอสำหรับเขา แ
บทที่25 หลานที่อยากเจอมากที่สุดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตยังคงเงียบเหงาแต่น้อยลงกว่าแต่ ก่อนเมื่อหลังจบเรื่องของลูกชายของประมุขบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูก ๆ หรือหลาน ๆ ก็พากันแวะเวียนมาหาโดยที่โรมันนาสไม่ต้องออกคำสั่งเหมือนทุกครั้งที่ให้มาทานมื้อเช้าในทุกวัน แม้แต่พ่อของเซนนิก้าก็เดินทางพาลูกสะใภ้กลับมาเยี่ยมหลังไม่ได้เจอกันหลายปีทั้งแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้สละตำแหน่งออกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้ไม่เคยรู้สึกถึงความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเลยแม้แต่สักปีเดียว กระทั่งในครึ่งปีหลังมานี้ทำให้โรมันนาสปลงกับชีวิตได้อย่างน่าประหลาดใจและปรับตัวจากประมุขของบ้านมาเป็นคุณปู่คุณตาให้กับหลาน ๆ ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเข้ามาให้คลายเหงาในวันหยุดของภาคเรียน และมันทำให้โรมันนาสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมานานแล้วตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายตนมีความสุขแต่ยังไม่สุด เมื่อลึก







