LOGINบทที่ 5
ความลับที่ไม่ลับ
แสงแฟลชรัวไม่หยุดเมื่อพรีเซนเตอร์กิตติมศักดิ์โพสท่าอย่างชำนาญโดยไม่ต้องฟังคำสั่งจากช่างภาพมือทองของประเทศที่ได้รับหน้าที่มาถ่ายรูปคอลเลกชันใหม่ของชุดเครื่องเพชรของพีเอสกรุ๊ปที่ถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์เครื่องประดับชื่อดัง และพรีเซนเตอร์ที่มีฝีมือไม่ต่างจากนางแบบมืออาชีพที่นาน ๆ ทีจะยอมรับงานถ่ายแบบให้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน และเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...
“เริ่ดสะแมนแตนมากค่ะคุณเอม แหม เจ๊ล่ะเสียดาย ทำไมไม่ผันตัวมาเป็นนางแบบเต็มตัวล่ะคะ” เมนี่ ผู้ช่วยช่างภาพมือทองสาวประเภทสองพูดขึ้น ขณะที่ช่างทำผมและช่างแต่งหน้ากำลังรุมล้อมจัดความเรียบร้อยใหม่หลังถอดชุดเครื่องเพชรออก และรอชุดใหม่มาแทน
“แค่ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดยังไม่ยอมเป็นเลย คนอย่างคุณหนูเชอเอมที่เอาแต่ใจรึจะยอมมาเป็นนางแบบเต็มตัว” ก้องภพ ช่างภาพมือทองที่สนิทสนมกับเชอเอมด้วย เพราะได้ร่วมงานกันบ่อยหยุดถ่ายนางแบบคนอื่น แล้วหันมาตอบคำถามแทนเจ้าตัว
“พี่ภพ! เอมมีบาร์กับโรงแรมต้องดูแลนะคะ ทางนี้ก็ปล่อยพวกผู้ใหญ่เขาดูแลกันไปสิคะ อีกอย่างอาอัฐรับช่วงต่อแล้วด้วย” เชอเอมหันขวับมาตอบด้วยน้ำเสียงโทนปกติอย่างไม่ยี่หระ
“เห็นมั้ยล่ะครับ” ก้องภพพูดเสียงกลั้วหัวเราะ หันไปมองผู้ช่วยของตัวเองแล้วกลับมาถ่ายรูปนางแบบอีกชุดต่อทันที
“คุณเอมก็ เอางี้มั้ยคะ งานนางแบบเป็นอาชีพเสริม ทำเล่น ๆ ไป เงินก็ได้ด้วยนะคะ” เมนี่คว่ำปาก กลอกตามองบนใส่เพื่อนอย่างก้องภพ ก่อนจะหันมายิ้มกว้างคะยั้นคะยอลูกเจ้าของบริษัทชื่อดังที่ทำงานมาด้วยหลายปีอย่างมีความหวัง
“เจ๊เมนี่ เอมไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เหนื่อยจะแย่ ที่ยอมมาเป็น
พรีเซนเตอร์ให้คุณพ่อก็เพราะมีผลประโยชน์ที่จะได้จากคุณพ่อต่างหากล่ะคะ” เชอเอมส่ายหัวพรืด ปฏิเสธอย่างชัดเจนทันที“น่าเสียดายมากเลย คุณเอมรู้จังหวะรู้มุมกล้องดีกว่านางแบบตั้งหลายคน ไอ้ภพมันจะได้ไม่เหนื่อยมากด้วย” เมนี่ทำสีหน้าเสียดายอย่างมีจริตจะก้าน ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากเชอเอมและก้องภพได้เป็นอย่างดี ทว่าเสียงหัวเราะก็ต้องหยุดลงเมื่อมีพนักงานจากบริษัทที่ได้รับหน้าที่มาดูแลชุดเครื่องเพชรเอ่ยชื่อว่าที่ท่านประธานบริหารสูงสุดของพีเอสกรุ๊ป ทุกคนจึงหันขวับไปมองทันทีก่อนจะรีบวิ่งออกไปต้อนรับ
“ท่านรองประธาน”
“ไม่ต้องพิธี ทำงานกันต่อเถอะ วันนี้ผมพาซัปพลายเออร์คนใหม่อีกคนมาแนะนำ แล้วพามาดูงานด้วย” อัฐพลกล่าวพลางโบกมือเชิงไล่ให้กลับไปทำงาน แล้วเดินหลบให้ซัปพลายเออร์คนใหม่เดินเข้ามายังสตูดิโอถ่ายสินค้าที่ทางบริษัทก่อสร้างขึ้นไว้สำหรับถ่ายสินค้าของบริษัทโดยเฉพาะ
“ไฮ ฉันเอเรียน่า ซัปพลายเออร์คนใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะทุกคน” เสียงแหลมเอ่ยขึ้นอย่างมีจริตตามฉบับชาวตะวันตกด้วยสำเนียงอิตาเลียน
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับกับการมาเป็นครอบครัวของพีเอสกรุ๊ปนะคะ” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระบายยิ้มกว้างออกไปอย่างมีมารยาท ยื่นมือออกไปเพื่อทำความรู้จัก
“คุณมานี ผมฝากคุณเอเรียน่าด้วยนะครับ อ้อ เรื่องยายเอม ฝากคุมด้วยนะครับ” อัฐพลฝากฝังกับผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดที่วันนี้ลงมาดูงานด้วยตัวเอง ไม่วายลืมกำชับเรื่องของหลานสาว
“ได้ค่ะท่านรอง เอ่อ แล้ว...” มานีรับคำด้วยรอยยิ้มแล้วมองเลย พลางชี้นิ้วไปทางด้านหลังของว่าที่ท่านประธานคนใหม่
เมื่ออัฐพลและเอเรียน่าหันไปมองตามเรียวนิ้วของมานี ก็พบกับ
เซนนิก้าที่เดินมาพร้อมกับถุงกระดาษที่บรรจุกล่องอาหารจากภัตตาคารชื่อดัง เขามาด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ก่อนจะยิ้มบางรับกับคำทักทายของอัฐพล ผู้เป็นอาของแฟนสาวอย่างเชอเอม หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาได้สองเดือนแล้วที่ชายหนุ่มและหญิงสาวแอบคบหากัน ไม่สิ เฉพาะเธอมากกว่าที่แอบคบกับเขา ส่วนเขาน่ะหรือ ไม่ปิด แต่ก็ไม่ได้เปิดด้วยการเปล่าประกาศแต่อย่างใด ก็แค่คนที่ไนต์คลับรู้เรื่อง และคนที่บาร์ของสาวเจ้าทราบก็เท่านั้น ในคราแรกเซนนิก้าไม่ได้คิดจะมีความรักอีกครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เอ่ยปากขอคบหาดูใจกับเจ้าตัวไปเช่นนั้นจนเวลาล่วงเลยมาได้สองเดือน เขายังจำความเจ็บปวดในอดีตไม่มีวันลืม โดยเฉพาะวันนี้ที่เขาจำมันได้อย่างชัดเจน เอเรียน่า...สายตาคมชำเลืองมองอดีตคนรักที่ทิ้งเขาไปแต่งงานกับเศรษฐีแก่คราวพ่อ แล้วดึงสายตามาที่อัฐพลเพื่อทักทายกลับไปตามมารยาทที่ควรจะเคารพต่ออีกฝ่ายที่เป็นผู้ใหญ่กว่า แม้อายุจะไม่ได้ห่างกันมากก็ตาม“สวัสดีครับคุณเซนนิก้า มาทำอะไรที่นี่เหรอครับ ผมคิดว่ากำลังคุยเรื่องเครื่องเพชรที่จะลงใหม่กับพี่กรอยู่ที่ห้องประชุม”
“สวัสดีครับคุณอัฐ คุยเรียบร้อยแล้วครับ เลยมาดูงานที่นี่ก่อนกลับ”
“ตามสบายนะครับ ผมขอตัวก่อน ต้องพาหนูนิดไปหาหมอตามนัด”
“เดี๋ยวครับ เจอคุณอัฐก็ดี พ่อของเอมคุยยากกว่า...เย็นนี้ผมขอพาเอมไปภูเก็ตนะครับ” เซนนิก้ารั้งอัฐพล พลางมองเลยไปที่เชอเอมซึ่งกำลังถ่ายแบบชุดเครื่องเพชรชุดใหม่ต่อ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นตอบรับรอยยิ้มของสาวเจ้าที่ส่งมา แม้คนอื่นจะมองว่าเป็นการยิ้มให้กับกล้อง ทว่าทั้งสองคนกำลังส่งยิ้มให้กันอย่างลับ ๆ โดยที่ใครก็มองไม่ออกแม้แต่อัฐพล แต่คำขอของ
เซนนิก้าทำให้อัฐพลหันขวับไปมองหลานสาวตัวเอง ก่อนจะหันมามองคู่ค้าด้วยความตกใจ ไม่ต่างไปจากเอเรียน่าที่มองลูกสาวเจ้าของบริษัทแล้วหันมามองเซนนิก้าที่ไม่คิดว่าจะพุดออกมาโต้ง ๆ เช่นนี้“คุณกับเอม...” อัฐพลพูดไม่ออกด้วยอาการมึนงง เพราะเพิ่งรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสองอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผมเห็นว่าคุณเป็นผู้ใหญ่...ผมคบกับเอมมาได้สองเดือนแล้ว หวังว่าคุณอัฐจะไม่ขัดขวางพวกเรานะครับ” เซนนิก้าเหยียดยิ้มบางแล้วตอบออกไป ไม่วายพูดให้ไปถึงหูของเอเรียน่าให้รู้อย่างชัดเจน
“...ขอบคุณที่บอก ผมไม่ว่าอะไรหรอก โต ๆ กันแล้ว ขอแค่อย่าทำอะไรที่ไม่ควรทำจนเอมต้องเสียใจก็พอ” อัฐพลนิ่งคิดถึงความหมายของอีกฝ่าย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่ชายหนุ่มคบหากับหลานสาวของเขา ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องความรักของคนสองคน ทั้งยังโตกันมากพอที่จะรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเองได้เป็นอย่างดีแล้ว เมื่อให้คำอนุญาตออกไปด้วยคำพูดเช่นนั้นก็ขอตัวออกไปทันที เพื่อพาภรรยาไปตามที่แพทย์นัดตรวจครรภ์
บทพิเศษ ๔บทพิเศษตอน ความสุขที่พอดีเสียงคลื่นกระทบฝั่งในยามเช้าหอบเอาลมลูกใหญ่พัดเข้าฝั่งให้อากาศเย็นขึ้นเล็กน้อย ทำให้เซนนิก้าที่นอนหนุนตักนุ่มของเชอเอมลืมตาขึ้นมามองเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ากลุ่มเมฆฝนคงลอยมาเป็นแน่ เพราะลมที่พัดมามีกลิ่นฝนให้ได้รู้สึก ก่อนจะหันไปมองครอบครัวที่น่ารักของญาติผู้น้องที่กำลังวิ่งเล่นกับลูกชายพร้อมกับสามีที่ริมหาดทราย ผลัดกันสาดน้ำทะเลใส่กันพร้อมเสียงหัวเราะร่าของคนทั้งสาม ขณะที่ชายหนุ่มกำลังมองครอบครัวของขนิษฐาด้วยรอยยิ้มกับความรู้สึกที่เรียกว่ามีความสุขกับช่วงเวลานี้ความสุขที่พอดีเมื่อได้อยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรักในตอนนี้ที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงหวาน เขาละสายตาจากครอบครัวของขนิษฐาดึงสายตามามองเชอเอมที่ก้มลงมามองด้วยรอยยิ้มกว้าง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เขาชอบมองอยู่ตลอดเวลาจากผู้หญิงคนนี้ที่ไม่คิดเลยว่าครั
บทพิเศษ ๓บทพิเศษตอน บุพเพที่สวนทางมาบรรจบเวนิส, ประเทศอิตาลีนัยน์ตาสีดำขลับทอดมองผืนทะเลกว้างสีครามสวยผ่านหน้าต่างของร้านอาหารธรรมดาในเมืองเวนิสระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟและรอเพื่อนมาถึงร้านอาหาร เชอเอมก็ไม่รู้จะทำอะไรหรือมีแผนอะไรต่อไป ตอนนี้ในหัวของตัวเองมีเรื่องให้คิดจนไม่มีพื้นที่ว่างจะคิดเรื่องต่าง ๆ นานาให้ปวดหัวเพิ่ม เพราะหากอยากจะคิดหาเรื่องมาให้ปวดหัวก็คงไม่ลัดฟ้าลัดทะเลมาไกลถึงอิตาลีประเทศที่เขาคนนั้นอาศัยอยู่ เขาคนนั้นที่ทิ้งปริศนาที่อยู่ในใจให้หญิงสาวต้องตัดสินใจเดินทางมาที่นี่เพื่อหวังจะเจออีกครั้งให้มั่นใจ แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอเขากับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูจะรักกันดี เธอจึงเปลี่ยนใจนัดเพื่อนมาเที่ยวเวนิสแทนและจบลงด้วยการมานั่งรอที่ร้านอาหารเพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี
บทพิเศษ ๒บทพิเศษตอน รักแรกพบของเชอเอมโรม, ประเทศอิตาลีเสียงเซ็งแซ่ไปทั่วสารทิศรอบ ๆ น้ำพุเทรวี่ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโรมอีกสถานที่หนึ่งและยังมีความเชื่อว่าการได้โยนเหรียญอธิษฐานจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้งช่างเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวพากันมาเที่ยวชมกันมากมายหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเชื่อไม่ต่างอย่างเชอเอมก็แทรกกายเดินเข้าไปใกล้หวังจะโยนเหรียญอธิษฐาน จนในที่สุดก็แทรกตัวมาอยู่หน้าสุดจนสำเร็จ หญิงสาวระบายยิ้มพอใจก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นมากุมเหรียญยูโรพลางหลับตาลงก่อนจะเริ่มอธิษฐานถึงสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเข้าใจว่าต้องการอะไรเมื่อไม่นานมานี้เมื่อรู้สึกว่าความรักที่เหมาะสมและคู่ควรไม่ใช่ความรักที่จะมอบความสบายใจหรือความสุขจากใจจริงได้เลย
บทพิเศษ 1บทพิเศษตอน รักแรกพบของเซนนิก้าเสียงเพลงคลอเบา ๆ ให้เหล่าบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รื่นเริงไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนของปลายฤดูฝนในบาร์สุดหรูหราโอ่อ่าบนชั้นสามสิบหกของตึกการค้าชื่อดังของประเทศในเครือพีเอสกรุ๊ปที่รวมแห่งความบันเทิงและห้างสรรพสินค้ามากมายภายในตึกบาร์แห่งนี้ก็เป็นหนึ่งส่วนที่บรรดาไฮโซ เซเลปและนักธุรกิจมากมายชอบมาดื่มเพื่อผ่อนคลายในสุดสัปดาห์กระทั่ง เสียงกรีดร้องและเสียงเอะอะโวยวายที่มุมหนึ่งของบาร์ไม่ห่างจากที่นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาเลียนนั่งดื่มอย่างสบายใจเมื่อจบการคุยธุรกิจที่ลุล่วงไปด้วยดี ชายหนุ่มจึงตัดสินใจมานั่งดื่มก่อนเดินทางกลับทว่า ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นละครน้ำเน่า…ไม่สิ ละครตบตีกันเรื่องผู้ชาย
บทส่งท้ายเชอเอมระบายยิ้มกว้างด้วยความดีใจหันไปมองเซนนิก้าทันที เพราะหญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มยังคงจำสัญญาที่ให้ไว้ได้ว่าจะมาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกในวันที่เธอกับเขาไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรมเทพก่อนเขาจะเร่งรีบกลับอิตาลีอย่างไม่บอกไม่กล่าวในวันต่อมา หากลองคิดทบทวนเวลาก็ล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะยังจำได้ว่าเคยพูดเช่นไรกับเธอเอาไว้และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีวันนี้เพราะคิดว่า ถ้าเขาไม่พามาอย่างที่สัญญา เธอเองที่จะพาเขามาล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกถึงแม้ว่าหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาที่นี่ก็ไม่มีโอกาสเสียทีด้วยเพราะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นจนได้บทเรียนมากมายในชีวิตและการเปลี่ยนเส้นทางเดินของเขาที่ตัดสินใจทิ้งทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลที่ใครต่อใครพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าดีหนักดีหนาจนคนเช่นเธอไม่มีทางเหมาะสมและไม่มีทางดีพอสำหรับเขา แ
บทที่25 หลานที่อยากเจอมากที่สุดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตยังคงเงียบเหงาแต่น้อยลงกว่าแต่ ก่อนเมื่อหลังจบเรื่องของลูกชายของประมุขบ้าน ไม่ว่าจะเป็นลูก ๆ หรือหลาน ๆ ก็พากันแวะเวียนมาหาโดยที่โรมันนาสไม่ต้องออกคำสั่งเหมือนทุกครั้งที่ให้มาทานมื้อเช้าในทุกวัน แม้แต่พ่อของเซนนิก้าก็เดินทางพาลูกสะใภ้กลับมาเยี่ยมหลังไม่ได้เจอกันหลายปีทั้งแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้สละตำแหน่งออกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้ไม่เคยรู้สึกถึงความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเลยแม้แต่สักปีเดียว กระทั่งในครึ่งปีหลังมานี้ทำให้โรมันนาสปลงกับชีวิตได้อย่างน่าประหลาดใจและปรับตัวจากประมุขของบ้านมาเป็นคุณปู่คุณตาให้กับหลาน ๆ ได้แวะเข้ามาเยี่ยมเข้ามาให้คลายเหงาในวันหยุดของภาคเรียน และมันทำให้โรมันนาสรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมานานแล้วตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายตนมีความสุขแต่ยังไม่สุด เมื่อลึก







