LOGINบทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะข้อความจาก 'ภาคิน' เด้งขึ้นบนหน้าจอ[Phakin: ผมถึงคณะแล้วครับ]เมลมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป[Mel: สติกเกอร์โอเค][Phakin: อย่าลืมรางวัลของผมนะครับ][Mel: ไว้สอบผ่านก่อนค่อยมาทวง][Phakin: ครับ ผมจะรีบสอบให้ผ่าน แล้วกลับมาทวงรางวัลจากพี่นะครับ]เมลอ่านแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่[Mel: ตั้งใจสอบนะ][Phakin: ครับ...ตื่นเต้นจัง][Mel: ไม่ต้องตื่นเต้น ทำดีที่สุดพอ][Phakin: ผมทำดีที่สุดแน่นอนครับ เพราะอยากให้พี่ภูมิใจ]เมลวางโทรศัพท์ลงข้างโน้ตบุ๊ก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้าการสอบวันนี้ไม่ใช่การสอบรวมทั้งสาขา แต่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มตามสตูดิโอและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้ห้องสอบวิจารณ์ผลงานหรือที่เด็กสถาปัตย์เรียกติดปากว่า "ห้องจูรี่" (Jury Room) ซึ่งเป็นสนามรบขนาดย่อมที่นักศึกษาต้องเอาผลงานมา "ดีเฟ้น" ต่อหน้าคณะกรรมการกลุ่มของภาคินมีสิบเอ็ดคน แต่ละคนได้เวลาพรีเซนต์คนละยี่สิบถึงสามสิบนาที บวกกับช่วงตอบคำถามหินๆ จากกรรมการ รวมเบ็ดเสร็จเฉลี่ยคนละสี่สิบห้านาที ขึ
บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวผมนอนห้องพี่เคนเองครับ” ภาคินตอบนิ่งๆ ทิ้งให้เมลยืนใบ้กิน โดยมีกะทิบนตักเขาส่งเสียงครางครืดเหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย“แต่นั่นห้องนาย”“ครับ แต่พี่เหนื่อยแล้ว ผมย้ายง่ายกว่า”เหตุผลเรียบง่ายจนเธอเถียงไม่ออก สุดท้ายทำได้แค่กอดอกเบือนหน้าหนี“ก็ตามใจแล้วกัน”เธอย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมา กะทิส่งเสียงงึมงัมบ่นที่ถูกขัดจังหวะนอน“ไปนอนในห้องกันลูก”ภาคินมองตามหลังร่างบางด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“อยากเป็นกะทิจัง”เมลหันขวับทันควัน“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”“เปล่าครับ แค่คิดว่ากะทิโชคดี...” ชายหนุ่มส่งยิ้ม สายตาคมกริบแพรวพราว มองเธออย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะกั๊ก“...ได้นอนกอดพี่ทั้งคืน”“ภาคิน...นายอยากโดนตีสักทีหรือไง”แทนที่จะสลด ภาคินกลับยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมาใกล้...ปลายจมูกแทบชนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสี แล้วกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ยอมให้ตีครับ...แต่ตีเสร็จแล้ว พี่ต้องยอมให้ผมนอนด้วยนะ”ลมหายใจอุ่นผ่าวรดข้างหูทำเอาหัวใจกระตุกวูบ เลือดฉีดขึ้นหน้าจนตัวเกร็งไปหมด“คิน!”เธอรีบถอยหนีหนึ่งก
บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วตลอดทางกลับคอนโด เมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกรุ๊ปงานเป็นระยะ ข้อความยังทยอยเด้งเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ส่วนธามก็เงียบไปแล้ว ซึ่งสำหรับเธอ...นั่นคือข่าวดีที่สุดของวันนี้พอกลับถึงคอนโด เสียงกระดิ่งจากปลอกคอกะทิก็ดังขึ้นทันทีที่เปิดประตู แมวส้มตัวอ้วนเดินมาหา หางชี้โด่ หน้าตาบูดบึ้งราวกับถูกเจ้าของทิ้งไปหลายวัน ทั้งที่จริงเพิ่งหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง“ว่าไงลูก” เมลย่อตัวลงลูบหัว“พ่อแกหนีไปเชียงใหม่แล้วนะ เหลือแค่เราแล้วเนี่ย”“เมี้ยว~” กะทิร้องเสียงยาวเหมือนกำลังฟ้อง“พี่เคนไม่อยู่ วันแรกก็งอแงเลยเหรอ”เจ้าส้มสะบัดหางใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนเดินไปคลอเคลียถูขาเมลอย่างออดอ้อน เมลหัวเราะเบาๆ แล้วย่อตัวลงเกาโคนคางให้ กะทิถึงกับหลับตาพริ้ม ส่งเสียงครืดๆ ในคออย่างพออกพอใจ“ขี้อ้อนจริงๆ เลย ไอ้อ้วน”ภาคินมองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ เมลเล่นกับแมวได้แค่ครู่เดียว ความเงียบในห้องที่ไร้เงาเคนก็เริ่มทำงานวันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องอยู่กับภาคินกันสองคน...แล้วบรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนประหม่าก็เริ่มปกคลุมจนเมลทำตัวไม่ถูกเธอลุกขึ้นยืนทันที“ฉันไปอาบน้ำก่อน”“ครับ”เธอหมุนตั
บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ
บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว
บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส
บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ
บทที่ 2 เกรงใจว่ะ“ขำอีกที กูผลักมึงลงน้ำในห้องกูนี่แหละ”เคนยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่ริมฝีปากยังกลั้นยิ้มไม่อยู่“โอเคๆ ไม่ขำแล้วครับคุณผู้ประสบภัย”“ไอ้เคน”“ครับๆ ไม่พูดแล้วครับ”ถึงปากจะกวน แต่เคนก็เดินเข้าไปช่วยยกของทันที เขากวาดตามองกล่องเอกสาร กระเป๋าเดินทาง โน้ตบุ๊กและกล่องตัวอย่างวัสดุที
บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะเมลดายืนมองสภาพห้องตัวเองอยู่เงียบๆ ความเหนื่อยสะสมจากทั้งวันค่อยๆ ถาโถมขึ้นมาจนปวดหัวไปหมดหยดน้ำยังคงร่วงลงมาจากฝ้าเพดานดังแปะ แปะ ไม่หยุด พื้นไม้บริเวณห้องนั่งเล่นเริ่มบวมขึ้นเป็นคลื่นเล็กๆ จากการถูกแช่น้ำ ส่วนโซฟาสีครีมตัวโปรดก็เปียกไปเกือบครึ่ง“…เออ เอาให้สุดไปเลย”หญิงสา
บทนำฝุ่นสีขาวลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศภายในไซต์งานรีโนเวตคาเฟ่หรูย่านทองหล่อ เสียงสว่าน เสียงตัดไม้และเสียงช่างตะโกนคุยกันดังแข่งกับเพลงร็อกเก่าๆ ที่เปิดคลอจากลำโพงตัวเล็กมุมห้อง“พี่ชัย! บอกแล้วว่าเคาน์เตอร์มันต้องขยับอีกสิบเซน! พี่โยนตลับเมตรทิ้งไปแล้วเหรอคะ ถึงไม่เอามาวัด!”เสียงผู้หญิงดังขึ้นชัดเจน







