Share

บทที่ 2 เกรงใจว่ะ

Penulis: Huneybunch
last update Tanggal publikasi: 2026-06-04 17:27:21

บทที่ 2 เกรงใจว่ะ

“ขำอีกที กูผลักมึงลงน้ำในห้องกูนี่แหละ”

เคนยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่ริมฝีปากยังกลั้นยิ้มไม่อยู่

“โอเคๆ ไม่ขำแล้วครับคุณผู้ประสบภัย”

“ไอ้เคน”

“ครับๆ ไม่พูดแล้วครับ”

ถึงปากจะกวน แต่เคนก็เดินเข้าไปช่วยยกของทันที เขากวาดตามองกล่องเอกสาร กระเป๋าเดินทาง โน้ตบุ๊กและกล่องตัวอย่างวัสดุที่เมลพยายามแยกไว้บนโต๊ะ ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ของจำเป็นมีแค่นี้ใช่ไหม”

“มีกระเป๋าเสื้อผ้าอีกใบ แล้วก็กล่องตัวอย่างหินตรงนั้น ห้ามทำตกเด็ดขาด”

“ถ้าตกนี่กูต้องขายไตแทนมึงไหม”

“เออ มึงต้องเอาไตมึงมาขายชดใช้กู”

เคนหัวเราะ ก่อนก้มลงยกกล่องใบใหญ่ขึ้นอย่างระมัดระวัง

“โอเค เดี๋ยวขนพวกของสำคัญออกก่อน”

“ระวังกล่องนั้นด้วยนะ ของลูกค้า”

“เออ รู้แล้วน่า มึงพูดเหมือนกูเป็นโจร”

“มึงดูไม่น่าไว้ใจ”

“อ้าว ไอ้เมล”

เมลช่วยประคองกล่องเอกสารอีกใบขึ้นจากพื้น ก่อนเหลือบมองเคนที่กำลังยกกล่องตัวอย่างวัสดุอย่างระมัดระวัง แล้วถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยใจ ถึงปากมันจะกวนประสาทไปหน่อย แต่ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมา คนแรกที่เธอโทรหาก็มักจะเป็นไอ้เคนอยู่ดี อย่างน้อยในคืนที่ทุกอย่างพังจนแทบไม่รู้จะเริ่มแก้จากตรงไหน เธอก็ยังมีเพื่อนบ้าคนหนึ่งที่ขับรถมาช่วยขนของกลางดึกโดยไม่ถามมากเกินไป แม้ปากมันควรโดนเย็บสักสามเข็มก็ตาม

เมลลดาแทบไม่มีญาติพี่น้องอยู่เมืองไทยเลย พ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนแม่แต่งงานใหม่และย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ตั้งแต่เธอขึ้นมหาลัยปีหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกจึงเหลืออยู่ในรูปแบบของค่าเทอม ค่าใช้จ่ายและข้อความถามไถ่เป็นครั้งคราว

แม่ไม่ได้ทอดทิ้งเธอ อย่างน้อยก็ยังส่งเงินมาให้ใช้จนเรียนจบ แต่เงินไม่เคยแทนความรู้สึกของการมีใครสักคนรออยู่ที่บ้านได้ เพราะโตมากับการจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เมลลดาจึงกลายเป็นคนที่ไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใคร อะไรทำเองได้ก็ทำ อะไรแบกเองได้ก็แบก ต่อให้เหนื่อยก็ไม่พูด ต่อให้เจ็บก็กลืนลงคอ แล้วใช้สกิลปากแซ่บกับท่าทางแข็งๆ เป็นเกราะกันตัวเองจากโลกที่ไม่เคยใจดีกับเธอมากนัก

เคนยกของลงไปที่รถอยู่สองรอบ ส่วนเมลก็ช่วยขนเท่าที่สภาพร่างกายยังพอไหว เธอหอบแฟ้มเอกสารลูกค้าแนบอก มืออีกข้างลากกระเป๋าใบเล็กตามไปด้วย ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังช่วยกันขนของลงมารอบสุดท้าย โทรศัพท์ในมือเมลก็สั่นขึ้นอีกครั้ง

“เดี๋ยวนะ กูรับสายก่อน”

หญิงสาวกดรับทันที พลางใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้ขณะถือแฟ้มเอกสาร

“ฮัลโหลค่ะ”

[สวัสดีครับคุณลูกค้า อีกห้านาทีผมจะถึงแล้วครับ]

เมลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเธอกดสั่งอาหารไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มเก็บของ

“อ๋อ ค่ะ เดี๋ยวลงไปนะคะ”

ก่อนวางสาย เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้อีกอย่าง

“เอ่อ พี่คะ ขอรบกวนได้ไหมคะ”

[ครับ?]

“ช่วยแวะซื้อเบียร์ให้หน่อยได้ไหมคะ สี่กระป๋องก็พอ เดี๋ยวหนูโอนเพิ่มให้พร้อมทิปค่ะ”

ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งเหมือนอึ้ง ก่อนหัวเราะเบาๆ

[ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมแวะร้านข้างหน้าให้]

“ขอบคุณมากนะคะ”

เมลกดวางสาย ก่อนถอนหายใจยาว เคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เลิกคิ้วทันที

“มึงถึงขั้นฝากไรเดอร์ซื้อเบียร์แล้วเหรอ”

หญิงสาวหันไปมองเขาหน้านิ่ง

“คืนนี้กูสมควรได้ดื่ม”

“ก็จริง...สภาพ”

ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง แล้วเดินกลับเข้าห้องไปยกของรอบสุดท้าย กว่าจะขนของจำเป็นขึ้นรถครบ ทั้งสองคนก็เปียกเหงื่อปนละอองน้ำจนสภาพไม่ต่างจากเพิ่งผ่านสงครามย่อมๆ มา

เคนปิดฝากระบะดังปัง ก่อนหันมามองเธอ

“คืนนี้มึงไปนอนคอนโดกูก่อนละกัน”

เมลชะงักเล็กน้อย

“เกรงใจว่ะ”

เคนหรี่ตามองเธอทันที

“มึงโทรเรียกกูมาขนของกลางดึก ตอนนี้เพิ่งมาเกรงใจ?”

“เออ ก็เกรงใจแบบมีจังหวะ”

“ประสาท”

เมลหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกของคืนนั้น ก่อนก้มมองเสื้อเชิ้ตเปียกๆ ของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ

“กูขออาบน้ำก่อนเลยนะ”

เคนเปิดประตูรถฝั่งคนขับ แล้วหันมายิ้มกวน

“ได้ แต่อย่าทำฝ้าห้องกูถล่มนะ กูไม่มีห้องสำรองให้มึงแล้ว”

“ไอ้เคน!”

เสียงด่าของเมลดาดังไล่หลัง ขณะที่เคนหัวเราะแล้วขับกระบะสีดำเคลื่อนออกไปรอด้านหน้าอย่างรู้จังหวะ

เธอลากกระเป๋าเดินทางใบสุดท้ายไปเก็บไว้ท้ายรถ Tesla สีขาวของตัวเอง พอดีกับที่ไรเดอร์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด หญิงสาวรับถุงอาหารกับของที่ฝากซื้อไว้มาไว้ในมือ จัดการโอนเงินเพิ่มให้เรียบร้อย ก่อนเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วทิ้งตัวลงบนเบาะอย่างหมดแรง

ภายในรถเงียบสนิท ต่างจากความวุ่นวายด้านบนราวกับคนละโลก เมลวางถุงอาหารไว้ข้างเบาะ แล้วเอนหน้าผากพิงพวงมาลัยอยู่พักหนึ่ง ปล่อยให้ไอเย็นจากแอร์ค่อยๆ แผ่ออกมาแตะผิวที่ยังชื้นน้ำ

เธอหลับตาลงช้าๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวยังเปียกแนบผิวจากน้ำที่สาดใส่ตอนฝ้าถล่ม เส้นผมบางส่วนหลุดลุ่ยลงมาปรกแก้ม ความเมื่อยล้าลามตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงหัวไหล่

“…เหนื่อยฉิบหาย”

เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนถอนหายใจยาว ทันใดนั้น โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างคอนโซลก็สว่างขึ้นพร้อมเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ทันที

[หมาเคนเพื่อนรัก: ขับตามกูมาดีๆ]

[หมาเคนเพื่อนรัก: มึงยังไม่เคยไปคอนโดใหม่กูเดี๋ยวหลง]

[หมาเคนเพื่อนรัก: อย่าหลับในตายกลางทางนะ]

เมลมองข้อความ ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ

[เมล: ปากมึงนี่ควรโดนเย็บ]

เธอกดส่ง ก่อนสตาร์ตรถ หน้าจอกลางสว่างขึ้นพร้อมเสียงระบบสั้นๆ เมลถอนหายใจยาว แล้วค่อยๆ ขับตามท้ายรถกระบะของเคนที่เลี้ยวออกสู่ถนนใหญ่ไปก่อน

แสงไฟยามค่ำคืนทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ถนนช่วงเกือบเที่ยงคืนมีรถบางตากว่าปกติ กระจกหน้ารถสะท้อนแสงสีส้มจากไฟข้างทางเป็นระยะ เมลจับพวงมาลัยไว้หลวมๆ พลางมองท้ายรถกระบะคันหน้าอย่างเหม่อลอย วันนี้ทั้งวันเหนื่อยจนเกินจะบรรยายจริงๆ แต่ก็ยังดี...อย่างน้อยคืนนี้เธอก็ไม่ต้องกลับไปนอนเฝ้าฝ้าที่พร้อมจะถล่มใส่หัวอยู่คนเดียว

ประมาณสี่สิบนาทีต่อมา รถกระบะของเคนก็เลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถใต้คอนโดหรูใจกลางเมือง เมลขับตามเข้าไปจอดข้างๆ ก่อนดับเครื่อง แล้วเอนหลังพิงเบาะอยู่พักหนึ่งเหมือนกำลังรวบรวมพลังชีวิตเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่

เคนลงจากรถก่อน พร้อมเดินมายืนเคาะกระจกฝั่งเธอเบาๆ

“ไอ้เมล ตื่น”

เมลค่อยๆ ลดกระจกลง ก่อนส่งสายตาอ่อนแรงไปให้

“กูขอนอนตรงนี้ได้ไหม”

“ไม่ได้ เดี๋ยว รปภ. มาไล่มึงหรอก”

“งั้นกูขึ้นไปตายบนห้องมึงก็ได้”

“เออ ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย...ถุ้ย”

หญิงสาวหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนยอมเปิดประตูลงจากรถ อากาศยามดึกค่อนข้างเย็น ลมจากลานจอดรถพัดผ่านจนเธอขนลุกนิดๆ เสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นยิ่งทำให้สภาพตอนนี้ดูน่าเวทนากว่าเดิม เคนกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนส่ายหน้า

“มึงนี่สภาพเหมือนคนหนีน้ำท่วมจริงๆ”

“กูก็หนีน้ำท่วมอยู่จริงๆ ไง”

“เออ ก็จริง”

ทั้งคู่ช่วยกันขนเฉพาะของจำเป็นใส่รถเข็นของคอนโดอยู่พักใหญ่ ทั้งโน้ตบุ๊ก เอกสารลูกค้า เสื้อผ้าสำหรับสองสามวัน แล้วก็กล่องตัวอย่างวัสดุที่เมลหวงยิ่งกว่าชีวิต ส่วนของที่เหลือยังถูกกองไว้ท้ายกระบะ เพราะคืนนี้ดึกเกินกว่าจะจัดการทุกอย่างไหวแล้ว กว่าจะลากของทั้งหมดเข้าไปในลิฟต์ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยอีกรอบ เคนยืนเท้าเอวมองกองสัมภาระบนรถเข็น ก่อนส่ายหน้า

“นี่ขนาดเอามาแค่ของจำเป็นนะ”

เมลกอดแฟ้มเอกสารแน่น พลางถอนหายใจยาว

“งานกูทั้งนั้นเลย”

“มึงนี่แบกชีวิตไว้เยอะเกินไปปะ”

“ถ้าหายขึ้นมา ลูกค้าฆ่ากูก่อนแน่”

เคนหลุดขำ ก่อนเอื้อมมือไปช่วยดันรถเข็นต่อ

“โอเคครับคุณผู้ประสบภัย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาขนที่เหลืออีกที”

เมลยืนพิงผนังลิฟต์เงียบๆ พลางถือถุงข้าวต้มกับเบียร์ไว้ในมือ ส่วนเคนก้มเล่นโทรศัพท์สบายใจเหมือนไม่ใช่คนเพิ่งแบกของมาสองชั่วโมง

‘ติ๊ง’

ประตูลิฟต์เปิดออกตรงชั้นพักอาศัย โถงทางเดินเงียบสงบ ต่างจากความโกลาหลที่คอนโดของเมลอย่างสิ้นเชิง ไฟสีวอร์มส่องสว่างอย่างนุ่มตา พื้นหินอ่อนสะอาดจนแทบสะท้อนเงาได้ เคนเดินนำไปหยุดหน้าห้องหนึ่ง ก่อนกดรหัสผ่านอย่างคุ้นเคย

‘แกร๊ก’

ประตูห้องเปิดออก พร้อมกับเสียงแมวร้องดัง ทันทีจากด้านใน

“เมี้ยวว!”

เมลกะพริบตา ก่อนจะเห็นเจ้าก้อนขนสีส้มตัวอ้วนพุ่งออกมาต้อนรับเคนอย่างรวดเร็ว

“อ้าว ลูกพ่อ ยังไม่นอนอีกเหรอ”

เคนก้มอุ้มแมวขึ้นมาอย่างคล่องมือ ส่วนเมลยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนหลุดขำออกมาเบาๆ

“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”


Talk Talk 

นักเขียน: บทนี้เมลยังไม่พ้นสถานะผู้ประสบภัยค่ะ

เมล: ขอร้อง อย่าตอกย้ำ

เคน: แต่สภาพมึงมันได้จริง ๆ

เมล: ไอ้เคน

กะทิ: เมี้ยวว!

นักเขียน: ฝากกดหัวใจให้เมลคนสู้ชีวิต เคนคนปากดี และเจ้าส้มด้วยนะคะ

แล้วคอมเมนต์บอกกันหน่อยว่า ถ้าเป็นเมลคืนนี้ ทุกคนจะขอดื่มเบียร์ก่อน หรืออาบน้ำก่อนดี 5555

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับ

    บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับ

    บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับในเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงแฟนเก่าที่เธอไม่มีวันนับญาติให้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว เมลดาก็ขอน้อมรับกรรมเก่าชิ้นนี้ไว้ด้วยความยินดี เพราะไม่มีอะไรจะบันเทิงใจไปกว่าการได้เห็นคนเคยปากดีในวันนั้น ต้องมาทำหน้าเหมือนอยากกลืนแท็บเล็ตลงท้อง แล้วยืนก้มหัวรับกรรมโดนเธอสับจนเละในวันนี้...ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาชีวิตในอดีตแล้วกันบรรยากาศรอบข้างกดดันจนธามเป็นฝ่ายทนสายตากดดันของเธอไม่ไหว ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล้ำกลืนความอับอายแล้วฝืนพยักหน้ารับ“ครับ เดี๋ยวผมให้ทีมเช็กใหม่”เมลดายกยิ้มสุภาพ ทว่านัยน์ตากลับเย็นราวน้ำแข็ง“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ...เช็กตอนนี้เลย”เธอหันไปออกคำสั่งโฟร์แมนทันทีโดยไม่ให้ใครได้ตั้งตัว“รบกวนวัดระยะจริงตรงนี้ใหม่ทั้งหมด ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกจุด แล้วรีบแจ้งทีม MEP เข้ามาหน้างานด่วนเลยค่ะ ให้พวกเขามาเช็กให้ชัดเจนว่าท่อที่พวกคุณติดตั้งผิดแบบไปแล้วเนี่ย มันจะมีปัญหาอะไรกับระบบอื่นไหม แล้วพอจะขยับปรับเลื่อนไปตำแหน่งไหนได้บ้าง ถ้าเช็กแล้วท่อมันขยับไม่ได้จริงๆ ก็ให้เสนอทางเลือกแก้ดีเทลด้านหลังของตู้มา ไม่ใช่เอะอะก็จะลักไก่ขยับหน้าบิลต์อินเข้ามากินพื้นที่ทางเดินแบบน

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 69 ซวยฉิบหาย

    บทที่ 69 ซวยฉิบหาย“เมล?”แค่เสียงเรียกห้วนๆ คำเดียว ปลายนิ้วของเมลที่กำลังเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตก็ชะงักนิ่งไป ไม่ใช่เพราะความตกใจหรือคิดถึง แต่อวัยวะทุกส่วนในร่างกายมันดันจดจำได้ก่อนสมองเสียอีกว่า ไอ้น้ำเสียงชวนประสาทเสียแบบนี้มันเป็นของใคร!เมลค่อยๆ หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มของทีมบิลต์อินก้าวเท้าออกมา บัตรพนักงานที่ห้อยอยู่ตรงอกระบุชื่อบริษัทซัพพลายเออร์ชัดเจน สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเต็มประดา แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะปั้นรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ในแบบที่เจ้าตัวคงคิดว่าดูดีนักหนาส่งมาให้‘ธาม’แค่เห็นหน้ามัน ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเมลคือคำอุทานสั้นๆ คำเดียว...‘ซวยฉิบหาย’ไซต์งานออกจะใหญ่โตระเบิดระเบ้อ บริษัทคู่ค้ามีคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่คนที่โผล่มารับหน้าตรงนี้ดันเป็นไอ้ธาม แฟนเก่าเฮงซวยที่เธอเกลียดขี้หน้าจนอยากจะเอาชื่อมันไปเขียนแปะไว้ใต้ฐานรากอาคารแล้วสั่งเทปูนสำเร็จรูปทับหนาๆ ให้จบเรื่องจบราวไปซะโฟร์แมนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยยังคงส่งยิ้มพิมพ์ใจ แนะนำเพื่อนร่วมไซต์อย่างขยันขันแข็ง “คุณเมลครับ นี่คุณธาม Project Coordinator (ผู้ประสานงานโครงการ) ฝั่งทีมบิลต์

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับ

    บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับรถของเมลออกจากลานจอดในช่วงเช้าที่ถนนเริ่มแน่นขึ้นทีละนิด ภาคินเป็นคนขับ เขาปรับเบาะกับกระจกเพียงเล็กน้อยก่อนพารถออกจากอาคารอย่างระวัง ขณะที่เมลนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือหนึ่งถือโทรศัพท์เช็กข้อความงานรถเลี้ยวเข้าสู่เขตสนามบิน ตอนเก้าโมงนิดๆ ยังเหลือเวลามากพอให้คณินเดินไปเช็กอินและโหลดกระเป๋าได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องวิ่งหน้าตื่นทันทีที่ล้อรถจอดสนิทข้างทางเท้า ภาคินก็ลงไปเปิดท้ายรถเพื่อยกกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ลงมาให้พี่ชาย ส่วนเมลเปิดประตูลงตามไปยืนกอดอกอยู่ข้างๆ สายตาคู่สวยจับจ้องเคนที่กำลังขยับสายกระเป๋าเป้บนบ่าด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคุณแม่ที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเด็กอนุบาลก่อนส่งขึ้นรถโรงเรียนไม่มีผิด“เอกสารครบใช่ไหม”คณินเหลือบมองเธอ“ครบ”“บัตรประชาชน กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ สายชาร์จ”“ครบหมดแล้วครับแม่”เมลยิ้มเย็นส่งกลับไป“ดี...งั้นแม่จะได้ไม่ต้องวนรถกลับมาส่งให้ลูกชายที่ซุ่มซ่ามลืมของ”เคนหัวเราะร่า ก่อนจะรับกระเป๋าเดินทางจากภาคินมาลากไว้ข้างตัว เขาหันไปมองน้องชายตัวโตอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าทะเล้นลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นตามนิสัย“อยู่บ้านอ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 67 พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับ

    บทที่ 67 พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับระยะห่างที่ร่นกระชั้นเข้ามาทำเอาเมลเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาเธอรีบยกมือขึ้นปัดมือหนาของเขาออกเบาๆ“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ป่วย”แทนที่จะถอยออก ภาคินกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมหลุบมองพวงแก้มใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อลามไปจนถึงใบหู“งั้น...พี่หน้าแดงขนาดนี้เพราะอะไรครับ”ภาคินถามด้วยสีหน้าซื่อเสียจนถ้าไม่ติดว่าแววตานั่นเหมือนรู้คำตอบอยู่เต็มอก เมลคงเชื่อไปแล้วว่าเด็กมันถามเพราะสงสัยจริงๆ‘เขินไง แต่พูดได้เหรอ’หญิงสาวกัดฟันเบาๆ“เก็บของนายให้เสร็จ แล้วออกไปได้แล้ว”เธอชี้ไปทางตู้เสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย ภาคินมองปลายนิ้วที่ชี้ไล่เขา ก่อนยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี“ครับๆ”ภาคินรับคำง่ายๆ พลางหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยอมขยับตัวออกห่าง เมลเม้มปากแน่น มองตามแผ่นหลังกว้างที่หันไปจัดการพับเสื้อผ้าเข้าตู้จนเรียบร้อย เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อระบายความร้อนที่ยังคงพุ่งสูงอยู่บนใบหน้า‘ไปซะทีเถอะ เขินจะแย่แล้ว’ เธอบ่นอุบอิบในใจคิดว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จึงเอ่ยปากไล่อีกรอบ“เสร็จแล้วก

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 66 มึงยังมีสมองเหลือให้จิ้มอีกเหรอ

    บทที่ 66 มึงยังมีสมองเหลือให้จิ้มอีกเหรอทั้งคู่เดินเข้าร้านข้าวหัวมุมหน้าคณะ ร้านเล็กๆ ที่มีโต๊ะไม่กี่ตัวตั้งเรียงอยู่ริมทาง กลิ่นอาหารลอยปะปนมากับลมช่วงหัวค่ำ หลังจากรีวิวงานลากยาวมาทั้งวัน ข้าวง่ายๆ สักจานกลับดูน่ากินกว่าที่เมลคิดไว้มากพอกินใกล้เสร็จ เมลถึงนึกขึ้นได้ว่าเคนยังอยู่ห้อง เธอเลยบอกให้ภาคินสั่งข้าวกลับไปเผื่อพี่ชายด้วย จะได้ไม่ต้องตื่นมาคุ้ยตู้เย็นหรือจบที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหมือนทุกครั้งเมลนั่งมองภาคินเดินไปสั่งและรอรับถุงข้าวจากแม่ค้า ท่าทางเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติของเขาทำให้เธอเผลอมองอยู่นานกว่าที่ควร มื้อเย็นครั้งนี้ไม่มีอะไรพิเศษ เป็นแค่การกินข้าวธรรมดา ทว่าความธรรมดาแบบนี้นี่แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันทำให้เธอเริ่มคุ้นชินกับการมีเขาอยู่ข้างๆ โดยแทบไม่ทันรู้ตัวทั้งคู่กลับมาถึงคอนโดตอนฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มสนิท ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ลมแอร์เย็นฉ่ำก็ลอยมาปะทะใบหน้า ส่วนกลางห้องมีคณินนอนแผ่อยู่บนโซฟาราวกับร่างไร้วิญญาณ ผ้าห่มหลุดลงมากองที่เอว เสื้อยืดยับย่นจนรู้ว่าไม่ได้ขยับตัวมาตั้งแต่เช้า ส่วนเจ้ากะทิแมวส้มตัวอ้วนจ้ำม่ำก็นอนหมอบอยู่บนหน้าท้องของเขาอย่างสบายใจเม

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้ง

    บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วย

    บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย

    บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ

    บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status