Share

บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะ

Author: Huneybunch
last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-04 17:26:10

บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะ

เมลดายืนมองสภาพห้องตัวเองอยู่เงียบๆ ความเหนื่อยสะสมจากทั้งวันค่อยๆ ถาโถมขึ้นมาจนปวดหัวไปหมด

หยดน้ำยังคงร่วงลงมาจากฝ้าเพดานดังแปะ แปะ ไม่หยุด พื้นไม้บริเวณห้องนั่งเล่นเริ่มบวมขึ้นเป็นคลื่นเล็กๆ จากการถูกแช่น้ำ ส่วนโซฟาสีครีมตัวโปรดก็เปียกไปเกือบครึ่ง

“…เออ เอาให้สุดไปเลย”

หญิงสาวพึมพำด้วยเสียงแห้งๆ ก่อนรีบเดินลุยน้ำเข้าไปด้านในห้อง ยกโน้ตบุ๊ก เอกสารงาน และกล่องตัวอย่างวัสดุ ไปวางบนโต๊ะกินข้าวที่ยังพอแห้งอยู่

พนักงานนิติรีบเดินตามเข้ามา

“เดี๋ยวทางเราช่วยย้ายของนะครับคุณเมล”

“ขอบคุณค่ะ ฝากระวังกล่องนั้นหน่อยนะคะ ในนั้นมีตัวอย่างหินของลูกค้า ถ้าพังเมลคงต้องขายไตจริงๆ”

อีกฝ่ายพยักหน้าทันทีก่อนช่วยยกของไปไว้บนโต๊ะ เมลก้มมองพื้นไม้ที่เริ่มโก่งตัว ก่อนถอนหายใจยาว

“พื้นน่าจะบวมหมดแล้ว…”

พนักงานนิติบุคคลมองตาม ก่อนอธิบายอย่างระมัดระวัง

“เบื้องต้นต้องให้ช่างขึ้นไปเช็กห้องด้านบนก่อนครับ ว่าน้ำรั่วมาจากท่อหรือจุดใช้น้ำตรงไหน ถ้ายังมีน้ำไหลอยู่ต้องปิดวาล์วให้เรียบร้อยก่อน ส่วนฝ้าห้องคุณเมลน่าจะต้องเปิดบางจุดเพื่อระบายน้ำที่ค้างอยู่ แล้วค่อยเช็กระบบไฟกับพื้นไม้อีกทีครับ”

หญิงสาวเงยหน้ามองฝ้าที่บวมแอ่นเหนือหัวอย่างระแวง คราบน้ำสีเข้มลามกินพื้นที่เกือบครึ่งเพดานห้องนั่งเล่นแล้ว

“มันจะร่วงไหมเนี่ย…”

“มีโอกาสครับ ถ้าน้ำยังค้างอยู่ด้านบนเยอะ”

“…”

“คืนนี้ผมว่าไม่ควรนอนในห้องนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทางโครงการจะให้ทีมช่างกับฝ่ายอาคารเข้ามาตรวจความเสียหายละเอียดอีกที ถ้าต้องรื้อฝ้าหรือเกี่ยวกับระบบไฟ อาจต้องให้วิศวกรเข้ามาดูร่วมด้วยครับ”

เมลยกมือกุมหน้าผาก สีหน้าเหมือนอยากลาออกจากชีวิตสักห้านาที

“แล้วค่าเสียหายใครรับผิดชอบคะ”

“เบื้องต้นถ้าเกิดจากห้องด้านบน ทางโครงการจะประสานกับเจ้าของห้องและประกันให้อีกทีครับ แต่ตอนนี้ต้องหยุดความเสียหายก่อน”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ จริงๆ เธอก็รู้ขั้นตอนพวกนี้ดีอยู่แล้ว เพราะเคยเจอเคสลูกค้าคอนโดน้ำรั่วมาหลายครั้ง ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะมาเกิดกับห้องของตัวเอง

เมลทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างหมดแรง ก่อนเงยหน้ามองสภาพห้องที่ตัวเองแต่งอยู่เป็นปี ตอนนี้มันแทบไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว

“…ชีวิตกูนี่นะ”

เสียงน้ำหยดยังคงดังต่อเนื่องอยู่ภายในห้องเงียบๆ เมลดานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบหน้าแรงๆ เหมือนพยายามปลุกตัวเองให้กลับมามีสติอีกครั้ง ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ทำให้ฝ้ากลับขึ้นไปติดเพดานเอง ตอนนี้ต้องคิดก่อนว่าจะเอายังไงต่อ

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปโน้ตอย่างรวดเร็ว ไล่เช็กของจำเป็นในหัวทันที เมลลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำออกมาแล้วเริ่มโยนเสื้อผ้าลงไปแบบแทบไม่ดู ส่วนของงานยังถูกแยกไว้อีกฝั่งอย่างระวัง

พนักงานนิติที่ยืนอยู่ด้านหลังมองเธออย่างเกรงใจ

“ถ้าคุณเมลต้องการ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทางโครงการจะให้แม่บ้านขึ้นมาช่วยเก็บความสะอาดบางส่วนนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เมลตอบพลางยัดเสื้อยืดลงกระเป๋าเพิ่มอีกสองสามตัว ก่อนชะงักเมื่อหยดน้ำเย็นๆ หล่นใส่แขน เธอเงยหน้าขึ้นทันที

‘แอ๊ด’

เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากฝ้าเพดานด้านบน พนักงานนิติเบิกตากว้าง

“คุณเมลครับ ถอยก่อนครับ!”

‘พรึ่บ!’

แผ่นฝ้าบริเวณมุมห้องทรุดตัวลงมาทันทีพร้อมน้ำจำนวนมากที่สาดกระจายลงพื้นเสียงดังโครม

“เชี่ย!”

เมลถอยหลบไม่ทัน ทำให้น้ำกระเด็นใส่เสื้อเชิ้ตจนเปียกไปครึ่งตัว ทั้งห้องเงียบไปสองวินาที ก่อนหญิงสาวจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างคนเริ่มประสาทจะกิน

“…เออ ดี”

เธอพยักหน้าช้าๆ

“เอาให้จบคืนนี้ไปเลยก็ได้”

เมลสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ ทั้งที่ความจริงอยากนับถึงหนึ่งแล้วกรี๊ดใส่ฝ้าเพดานมากกว่า เธอเหลือบมองสภาพห้องตัวเองที่ตอนนี้เหมือนผ่านสงครามย่อมๆ มา ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ที่อยู่บนสุดของรายการโปรด บุคคลคนเดียวที่เธอกล้าโทรหาในสภาพชีวิตพังตอนเกือบเที่ยงคืนแบบนี้

ปลายสายรับเร็วมาก ราวกับอีกฝ่ายยังไม่ได้นอน

[ว่าไง]

เสียงผู้ชายคุ้นหูดังขึ้นจากปลายสาย น้ำเสียงยังติดกวนเหมือนเดิม จนเมลแทบอยากวางสายใส่ทั้งที่ตัวเองเป็นคนโทรไปก่อน

“มึง”

น้ำเสียงของเธอนิ่งผิดปกติจนปลายสายเงียบไปเล็กน้อย

เขาจับความผิดปกติในน้ำเสียงเธอได้แทบจะในวินาทีนั้น เพราะเมลในเวลาปกติไม่มีทางโทรมาแล้วเปิดบทสนทนาด้วยเสียงนิ่งขนาดนี้ อย่างน้อยเธอต้องด่าเขาสักคำก่อน

[…เกิดอะไรขึ้น]

“ฝ้าห้องกูเพิ่งถล่ม”

[ห๊ะ!?]

[เดี๋ยวนะ มึงโอเคไหม โดนอะไรหรือเปล่า]

“ไม่โอเคเท่าไร”

เมลตอบพลางมองสภาพห้องตัวเองที่ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพเดิม น้ำกับเศษฝ้ากระจายเต็มพื้นไปหมด

“ห้องกูใกล้เป็นสระว่ายน้ำละ...แล้วคืนนี้กูน่าจะไร้บ้าน”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังประมวลผลระหว่างความเป็นห่วงกับความอยากขำ ก่อนเสียงถอนหายใจแรงๆ จะดังลอดมา

[ฮ่าๆๆ โอ๊ย ขำสภาพมึงตอนนี้แม่งนึกภาพออกเลย]

“ไอ้เคน”

[โอเคๆ กูไม่ขำละ มึงเก็บของจำเป็นก่อน เดี๋ยวกูขับรถไปรับ]

“เอากระบะมานะ ของกูเยอะ”

[เออๆ รู้แล้วน่า]

เมลก้มมองกล่องตัวอย่างวัสดุ กระเป๋าเดินทาง แล้วก็เอกสารงานกองโต ก่อนถอนหายใจยาวจนไหล่ตก

“รีบมา กูหิวจะตายอยู่ละ”

[โอเคๆ เดี๋ยวอีกประมาณสี่สิบนาทีกูถึง]

“เร็วหน่อยนะ เดี๋ยวกูสั่งอาหารรอ เอาไปกินที่คอนโดมึง”

[ครับคุณเมล]

เมลกดวางสาย ก่อนถอนหายใจยาวแล้วหันกลับไปมองห้องตัวเองอีกครั้ง สภาพตรงหน้าทำให้เธออยากนั่งลงกลางพื้นแล้วปล่อยชีวิตให้ไหลไปกับน้ำสักห้านาที แต่ความจริงคือถ้านั่งลงตอนนี้ กางเกงคงเปียกเพิ่มอีกตัวและเธอยังไม่มีอารมณ์ซักผ้าหนีน้ำท่วมตอนเกือบเที่ยงคืน

หญิงสาวจึงกัดฟันพับแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มแยกของจำเป็นออกจากความพังตรงหน้า เสื้อผ้าถูกโยนลงกระเป๋าแบบพอเอาชีวิตรอดได้ ส่วนโน้ตบุ๊ก เอกสารลูกค้า และกล่องตัวอย่างวัสดุถูกวางแยกไว้อย่างระมัดระวังราวกับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว

ระหว่างนั้นพนักงานนิติบุคคลกับช่างยังเดินเข้าออกห้องไม่หยุด เสียงวิทยุสื่อสาร เสียงน้ำหยด และเสียงรองเท้าเหยียบน้ำดังปะปนกันจนห้องที่เคยเป็นพื้นที่พักใจของเธอกลายเป็นไซต์งานย่อมๆ ไปเรียบร้อย

เมลก้มดูนาฬิกาหลายครั้ง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย ทั้งอยากอาบน้ำ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนเช็กลิสต์ของจำเป็นในโทรศัพท์ไปพลาง ขยับของหนีน้ำไปพลาง จนกระทั่งประมาณสี่สิบนาทีต่อมา โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นอีกครั้ง

[ถึงละ ลงมารับหน่อย]

“เค กำลังลง”

เมลตอบสั้นๆ ก่อนหยิบกระเป๋าสะพายกับคีย์การ์ดติดมือ แล้วเดินออกจากห้องท่ามกลางความวุ่นวายของช่างและพนักงานนิติ

เคนหรือคณิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเมลตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งคู่เรียนคณะเดียวกันและเป็นตัวป่วนประจำรุ่นพอๆ กัน จุดเริ่มต้นของความสนิทไม่ได้มาจากเรื่องสวยงามอะไรนัก แต่เริ่มจากวันที่เมลดาเกือบโดนนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งรุมตบหลังโรงเรียน

เคนที่เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีและจำได้ว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้อง จึงพุ่งเข้าไปช่วยแบบไม่คิดชีวิต สุดท้ายแทนที่จะรอดแบบเท่ๆ ทั้งคู่กลับโดนลากเข้าห้องปกครองด้วยกัน หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนที่ไปไหนไปกันมาตลอดหลายปี

เคนเป็นคนเข้ากับคนง่าย ขี้เล่น ปากกวน แต่ชอบสร้างเสียงหัวเราะ ส่วนเมลก็เป็นผู้หญิงประเภทที่คุยเก่ง ทันคนและปากไวไม่แพ้กัน เวลาอยู่ด้วยกันทีไร คนรอบข้างปวดหัวทุกที เพราะเถียงกันเก่งเหมือนหมาสองตัวที่ไม่มีใครยอมใคร

ที่สำคัญ…เคนเป็นเกย์

เพราะแบบนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก ไม่มีเส้นแบ่งน่าอึดอัดอะไรให้ต้องระวัง เมลสามารถโทรด่าเคนตอนตีสองได้ ในขณะที่เคนก็สามารถบุกเข้าห้องเธอมานอนเล่นเหมือนเป็นบ้านตัวเองได้

ทันทีที่เดินออกมาหน้าคอนโด รถกระบะสีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้า ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นเปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว ผมสั้นดูยุ่งนิดๆ เหมือนเพิ่งรีบออกจากบ้าน ใบหน้าหล่อแบบตี๋ๆ ที่ชนิดที่มองแวบแรกก็รู้ว่าเจ้าตัวกวนประสาทแน่นอน ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มกวาดมองสภาพเพื่อนสาวตรงหน้า ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เชี่ย หนักจริงว่ะ”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา ก่อนก้มมองเสื้อเชิ้ตที่เปียกไปครึ่งตัวของเธอ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มึงไปเล่นน้ำมาหรือไง”

ทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน เมลก็ถอนหายใจเหมือนคนใกล้หมดพลังทันที

“กูจะร้องไห้ละนะ”

เคนหลุดขำทันที

“ร้องดิ กูเตรียมถ่ายลงสตอรี่รอเลย”

เมลถลึงตาใส่เขาทันที ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว จนแทบไม่มีแรงจะด่า แต่สายตายังพร้อมฆ่าเพื่อนสนิทได้อยู่

“ฝ้าเกือบถล่มใส่กูตายแล้วเนี่ย มึงยังมาตลกอีก”

เคนหลุดขำออกมาทันที แต่พอเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของเธอจริงๆ รอยยิ้มก็ค่อยๆ จางลง

“โอเคๆ ขึ้นไปดูของก่อน เดี๋ยวกูช่วยขน”

หญิงสาวพยักหน้า ก่อนพาอีกฝ่ายขึ้นไปบนห้อง

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เคนก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสภาพทางเดินหน้าห้องของเธอ

“โห…”

น้ำยังคงนองอยู่บนพื้น ส่วนหน้าห้องก็เต็มไปด้วยเศษฝ้าและอุปกรณ์ของช่างที่กำลังเร่งจัดการระบบน้ำกันอยู่

เมลเปิดประตูห้องให้เพื่อนดูเงียบๆ เคนมองเข้าไปด้านใน ก่อนหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“นี่ห้องนอนหรือฉากหนังภัยพิบัติวะ..กูนึกว่าสึนามิถล่มห้องมึง”


Talk Talk

เปิดบทแรกมาก็ให้เมลรับบทผู้ประสบภัยน้ำท่วมในห้องตัวเองไปเลยค่ะ ฝ้าถล่มไม่พอ ชีวิตยังจะพาไปเจอความวุ่นวายชุดใหญ่กว่าเดิมอีก

ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เมลด้วยนะคะ เพราะดูทรงแล้วชีวิตนางยังไม่หยุดแกล้งง่ายๆ แน่นอน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอ

    บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส

    บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับ

    บทที่ 71 ให้พี่กินผมได้ทั้งตัวเลยครับเมลดามองตรงไปที่เขานิ่งๆ“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ คุณธาม” เธอเน้นคำอย่างสุภาพ“หน้างานผิดพลาดหลายจุด ถ้าคุณยังใช้คำว่าเดี๋ยวอีก ฉันจะสรุปในรายงานส่งผู้บริหารว่า ปัญหาหลักของไซต์นี้ไม่ใช่เรื่องโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่เป็นการประสานงานที่ล่าช้าและไม่มีการแจ้งขออนุมัติแบบก่อนแก้ไข”รอยยิ้มของธามค้างเติ่งไปทันที โฟร์แมนถึงกับก้มหน้าหลบตาลงเหมือนกลัวโดนลูกหลง แต่เมลดา ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า“ฉันไม่ได้อยากเขียนรายงานแบบนั้นนะคะ แต่ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง ฉันก็จำเป็นต้องรายงานตามตรง”ธามนิ่งไปเกือบสองวินาที ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ“ครับ คุณเมล ผมจะจัดการให้เสร็จตามเวลาที่แจ้ง”“ขอบคุณค่ะ”คำขอบคุณของเธอเบามาก แต่น้ำเสียงที่นิ่งสนิทกลับทำให้บรรยากาศตรงนั้นเหมือนเพิ่งผ่านพายุลูกใหญ่ไปได้อย่างหวุดหวิด โฟร์แมนรีบหันไปสั่งทีมให้แยกย้ายกันไปดูจุดแก้ไข ส่วนคนงานอีกสองคนก็เริ่มถ่ายรูปหน้างานเก็บรายละเอียดทันที ไม่มีใครกล้าปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเฉยๆ อีกแล้วหญิงสาวไม่ได้ยืนรอให้ใครพูดอะไรต่อ เธอหมุนตัวเดินออกจากโซนหน้างานทันที โดยมีภาคินเดินตามหลังมาเงียบๆ เสียงสว่าน เส

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับ

    บทที่ 70 แถมยังชอบมากด้วยครับในเมื่อโชคชะตาเหวี่ยงแฟนเก่าที่เธอไม่มีวันนับญาติให้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว เมลดาก็ขอน้อมรับกรรมเก่าชิ้นนี้ไว้ด้วยความยินดี เพราะไม่มีอะไรจะบันเทิงใจไปกว่าการได้เห็นคนเคยปากดีในวันนั้น ต้องมาทำหน้าเหมือนอยากกลืนแท็บเล็ตลงท้อง แล้วยืนก้มหัวรับกรรมโดนเธอสับจนเละในวันนี้...ถือว่าเป็นค่าเสียเวลาชีวิตในอดีตแล้วกันบรรยากาศรอบข้างกดดันจนธามเป็นฝ่ายทนสายตากดดันของเธอไม่ไหว ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล้ำกลืนความอับอายแล้วฝืนพยักหน้ารับ“ครับ เดี๋ยวผมให้ทีมเช็กใหม่”เมลดายกยิ้มสุภาพ ทว่านัยน์ตากลับเย็นราวน้ำแข็ง“ไม่ใช่เดี๋ยวค่ะ...เช็กตอนนี้เลย”เธอหันไปออกคำสั่งโฟร์แมนทันทีโดยไม่ให้ใครได้ตั้งตัว“รบกวนวัดระยะจริงตรงนี้ใหม่ทั้งหมด ถ่ายรูปเก็บไว้ทุกจุด แล้วรีบแจ้งทีม MEP เข้ามาหน้างานด่วนเลยค่ะ ให้พวกเขามาเช็กให้ชัดเจนว่าท่อที่พวกคุณติดตั้งผิดแบบไปแล้วเนี่ย มันจะมีปัญหาอะไรกับระบบอื่นไหม แล้วพอจะขยับปรับเลื่อนไปตำแหน่งไหนได้บ้าง ถ้าเช็กแล้วท่อมันขยับไม่ได้จริงๆ ก็ให้เสนอทางเลือกแก้ดีเทลด้านหลังของตู้มา ไม่ใช่เอะอะก็จะลักไก่ขยับหน้าบิลต์อินเข้ามากินพื้นที่ทางเดินแบบน

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 69 ซวยฉิบหาย

    บทที่ 69 ซวยฉิบหาย“เมล?”แค่เสียงเรียกห้วนๆ คำเดียว ปลายนิ้วของเมลที่กำลังเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตก็ชะงักนิ่งไป ไม่ใช่เพราะความตกใจหรือคิดถึง แต่อวัยวะทุกส่วนในร่างกายมันดันจดจำได้ก่อนสมองเสียอีกว่า ไอ้น้ำเสียงชวนประสาทเสียแบบนี้มันเป็นของใคร!เมลค่อยๆ หันไปมองตามเสียง ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีเข้มของทีมบิลต์อินก้าวเท้าออกมา บัตรพนักงานที่ห้อยอยู่ตรงอกระบุชื่อบริษัทซัพพลายเออร์ชัดเจน สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเต็มประดา แต่กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่จะปั้นรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ในแบบที่เจ้าตัวคงคิดว่าดูดีนักหนาส่งมาให้‘ธาม’แค่เห็นหน้ามัน ความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเมลคือคำอุทานสั้นๆ คำเดียว...‘ซวยฉิบหาย’ไซต์งานออกจะใหญ่โตระเบิดระเบ้อ บริษัทคู่ค้ามีคนเป็นร้อยเป็นพัน แต่คนที่โผล่มารับหน้าตรงนี้ดันเป็นไอ้ธาม แฟนเก่าเฮงซวยที่เธอเกลียดขี้หน้าจนอยากจะเอาชื่อมันไปเขียนแปะไว้ใต้ฐานรากอาคารแล้วสั่งเทปูนสำเร็จรูปทับหนาๆ ให้จบเรื่องจบราวไปซะโฟร์แมนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยยังคงส่งยิ้มพิมพ์ใจ แนะนำเพื่อนร่วมไซต์อย่างขยันขันแข็ง “คุณเมลครับ นี่คุณธาม Project Coordinator (ผู้ประสานงานโครงการ) ฝั่งทีมบิลต์

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับ

    บทที่ 68 งั้น...ได้ผลไหมครับรถของเมลออกจากลานจอดในช่วงเช้าที่ถนนเริ่มแน่นขึ้นทีละนิด ภาคินเป็นคนขับ เขาปรับเบาะกับกระจกเพียงเล็กน้อยก่อนพารถออกจากอาคารอย่างระวัง ขณะที่เมลนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มือหนึ่งถือโทรศัพท์เช็กข้อความงานรถเลี้ยวเข้าสู่เขตสนามบิน ตอนเก้าโมงนิดๆ ยังเหลือเวลามากพอให้คณินเดินไปเช็กอินและโหลดกระเป๋าได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องวิ่งหน้าตื่นทันทีที่ล้อรถจอดสนิทข้างทางเท้า ภาคินก็ลงไปเปิดท้ายรถเพื่อยกกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ลงมาให้พี่ชาย ส่วนเมลเปิดประตูลงตามไปยืนกอดอกอยู่ข้างๆ สายตาคู่สวยจับจ้องเคนที่กำลังขยับสายกระเป๋าเป้บนบ่าด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคุณแม่ที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเด็กอนุบาลก่อนส่งขึ้นรถโรงเรียนไม่มีผิด“เอกสารครบใช่ไหม”คณินเหลือบมองเธอ“ครบ”“บัตรประชาชน กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ สายชาร์จ”“ครบหมดแล้วครับแม่”เมลยิ้มเย็นส่งกลับไป“ดี...งั้นแม่จะได้ไม่ต้องวนรถกลับมาส่งให้ลูกชายที่ซุ่มซ่ามลืมของ”เคนหัวเราะร่า ก่อนจะรับกระเป๋าเดินทางจากภาคินมาลากไว้ข้างตัว เขาหันไปมองน้องชายตัวโตอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าทะเล้นลดลงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ทิ้งความขี้เล่นตามนิสัย“อยู่บ้านอ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ

    บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก

    บทที่ 3 บ้านกูเรียกสกปรก“ไอ้ส้มอ้วนขึ้นเยอะเลย...”“เมี้ยววว” แมวสีส้มในอ้อมแขนเคนหันมามองเธอตาแป๋ว ก่อนจะร้องใส่ทันที เหมือนกำลังเถียงว่าไม่ได้อ้วนสักหน่อยเคนหัวเราะ“มันไม่ได้อ้วน ขนมันหนา”“กูเชื่ออยู่หรอก”หญิงสาวยื่นมือไปเกาคางแมวเบาๆ เจ้าก้อนส้มก็หลับตาพริ้มอย่างพอใจทันที จนเธอหลุดยิ้มออกมาอ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 2 เกรงใจว่ะ

    บทที่ 2 เกรงใจว่ะ“ขำอีกที กูผลักมึงลงน้ำในห้องกูนี่แหละ”เคนยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่ริมฝีปากยังกลั้นยิ้มไม่อยู่“โอเคๆ ไม่ขำแล้วครับคุณผู้ประสบภัย”“ไอ้เคน”“ครับๆ ไม่พูดแล้วครับ”ถึงปากจะกวน แต่เคนก็เดินเข้าไปช่วยยกของทันที เขากวาดตามองกล่องเอกสาร กระเป๋าเดินทาง โน้ตบุ๊กและกล่องตัวอย่างวัสดุที

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทนำ

    บทนำฝุ่นสีขาวลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศภายในไซต์งานรีโนเวตคาเฟ่หรูย่านทองหล่อ เสียงสว่าน เสียงตัดไม้และเสียงช่างตะโกนคุยกันดังแข่งกับเพลงร็อกเก่าๆ ที่เปิดคลอจากลำโพงตัวเล็กมุมห้อง“พี่ชัย! บอกแล้วว่าเคาน์เตอร์มันต้องขยับอีกสิบเซน! พี่โยนตลับเมตรทิ้งไปแล้วเหรอคะ ถึงไม่เอามาวัด!”เสียงผู้หญิงดังขึ้นชัดเจน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status