Teilen

บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะ

last update Veröffentlichungsdatum: 04.06.2026 17:26:10

บทที่ 1 ชีวิตกูนี่นะ

เมลดายืนมองสภาพห้องตัวเองอยู่เงียบๆ ความเหนื่อยสะสมจากทั้งวันค่อยๆ ถาโถมขึ้นมาจนปวดหัวไปหมด

หยดน้ำยังคงร่วงลงมาจากฝ้าเพดานดังแปะ แปะ ไม่หยุด พื้นไม้บริเวณห้องนั่งเล่นเริ่มบวมขึ้นเป็นคลื่นเล็กๆ จากการถูกแช่น้ำ ส่วนโซฟาสีครีมตัวโปรดก็เปียกไปเกือบครึ่ง

“…เออ เอาให้สุดไปเลย”

หญิงสาวพึมพำด้วยเสียงแห้งๆ ก่อนรีบเดินลุยน้ำเข้าไปด้านในห้อง ยกโน้ตบุ๊ก เอกสารงาน และกล่องตัวอย่างวัสดุ ไปวางบนโต๊ะกินข้าวที่ยังพอแห้งอยู่

พนักงานนิติรีบเดินตามเข้ามา

“เดี๋ยวทางเราช่วยย้ายของนะครับคุณเมล”

“ขอบคุณค่ะ ฝากระวังกล่องนั้นหน่อยนะคะ ในนั้นมีตัวอย่างหินของลูกค้า ถ้าพังเมลคงต้องขายไตจริงๆ”

อีกฝ่ายพยักหน้าทันทีก่อนช่วยยกของไปไว้บนโต๊ะ เมลก้มมองพื้นไม้ที่เริ่มโก่งตัว ก่อนถอนหายใจยาว

“พื้นน่าจะบวมหมดแล้ว…”

พนักงานนิติบุคคลมองตาม ก่อนอธิบายอย่างระมัดระวัง

“เบื้องต้นต้องให้ช่างขึ้นไปเช็กห้องด้านบนก่อนครับ ว่าน้ำรั่วมาจากท่อหรือจุดใช้น้ำตรงไหน ถ้ายังมีน้ำไหลอยู่ต้องปิดวาล์วให้เรียบร้อยก่อน ส่วนฝ้าห้องคุณเมลน่าจะต้องเปิดบางจุดเพื่อระบายน้ำที่ค้างอยู่ แล้วค่อยเช็กระบบไฟกับพื้นไม้อีกทีครับ”

หญิงสาวเงยหน้ามองฝ้าที่บวมแอ่นเหนือหัวอย่างระแวง คราบน้ำสีเข้มลามกินพื้นที่เกือบครึ่งเพดานห้องนั่งเล่นแล้ว

“มันจะร่วงไหมเนี่ย…”

“มีโอกาสครับ ถ้าน้ำยังค้างอยู่ด้านบนเยอะ”

“…”

“คืนนี้ผมว่าไม่ควรนอนในห้องนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทางโครงการจะให้ทีมช่างกับฝ่ายอาคารเข้ามาตรวจความเสียหายละเอียดอีกที ถ้าต้องรื้อฝ้าหรือเกี่ยวกับระบบไฟ อาจต้องให้วิศวกรเข้ามาดูร่วมด้วยครับ”

เมลยกมือกุมหน้าผาก สีหน้าเหมือนอยากลาออกจากชีวิตสักห้านาที

“แล้วค่าเสียหายใครรับผิดชอบคะ”

“เบื้องต้นถ้าเกิดจากห้องด้านบน ทางโครงการจะประสานกับเจ้าของห้องและประกันให้อีกทีครับ แต่ตอนนี้ต้องหยุดความเสียหายก่อน”

หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ จริงๆ เธอก็รู้ขั้นตอนพวกนี้ดีอยู่แล้ว เพราะเคยเจอเคสลูกค้าคอนโดน้ำรั่วมาหลายครั้ง ไม่คิดว่าวันหนึ่งมันจะมาเกิดกับห้องของตัวเอง

เมลทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งอย่างหมดแรง ก่อนเงยหน้ามองสภาพห้องที่ตัวเองแต่งอยู่เป็นปี ตอนนี้มันแทบไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว

“…ชีวิตกูนี่นะ”

เสียงน้ำหยดยังคงดังต่อเนื่องอยู่ภายในห้องเงียบๆ เมลดานั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนสุดท้ายจะยกมือขึ้นลูบหน้าแรงๆ เหมือนพยายามปลุกตัวเองให้กลับมามีสติอีกครั้ง ร้องไห้ไปก็ไม่ได้ทำให้ฝ้ากลับขึ้นไปติดเพดานเอง ตอนนี้ต้องคิดก่อนว่าจะเอายังไงต่อ

หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปโน้ตอย่างรวดเร็ว ไล่เช็กของจำเป็นในหัวทันที เมลลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำออกมาแล้วเริ่มโยนเสื้อผ้าลงไปแบบแทบไม่ดู ส่วนของงานยังถูกแยกไว้อีกฝั่งอย่างระวัง

พนักงานนิติที่ยืนอยู่ด้านหลังมองเธออย่างเกรงใจ

“ถ้าคุณเมลต้องการ เดี๋ยวพรุ่งนี้ทางโครงการจะให้แม่บ้านขึ้นมาช่วยเก็บความสะอาดบางส่วนนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เมลตอบพลางยัดเสื้อยืดลงกระเป๋าเพิ่มอีกสองสามตัว ก่อนชะงักเมื่อหยดน้ำเย็นๆ หล่นใส่แขน เธอเงยหน้าขึ้นทันที

‘แอ๊ด’

เสียงเบาๆ ดังขึ้นจากฝ้าเพดานด้านบน พนักงานนิติเบิกตากว้าง

“คุณเมลครับ ถอยก่อนครับ!”

‘พรึ่บ!’

แผ่นฝ้าบริเวณมุมห้องทรุดตัวลงมาทันทีพร้อมน้ำจำนวนมากที่สาดกระจายลงพื้นเสียงดังโครม

“เชี่ย!”

เมลถอยหลบไม่ทัน ทำให้น้ำกระเด็นใส่เสื้อเชิ้ตจนเปียกไปครึ่งตัว ทั้งห้องเงียบไปสองวินาที ก่อนหญิงสาวจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างคนเริ่มประสาทจะกิน

“…เออ ดี”

เธอพยักหน้าช้าๆ

“เอาให้จบคืนนี้ไปเลยก็ได้”

เมลสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ ทั้งที่ความจริงอยากนับถึงหนึ่งแล้วกรี๊ดใส่ฝ้าเพดานมากกว่า เธอเหลือบมองสภาพห้องตัวเองที่ตอนนี้เหมือนผ่านสงครามย่อมๆ มา ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ที่อยู่บนสุดของรายการโปรด บุคคลคนเดียวที่เธอกล้าโทรหาในสภาพชีวิตพังตอนเกือบเที่ยงคืนแบบนี้

ปลายสายรับเร็วมาก ราวกับอีกฝ่ายยังไม่ได้นอน

[ว่าไง]

เสียงผู้ชายคุ้นหูดังขึ้นจากปลายสาย น้ำเสียงยังติดกวนเหมือนเดิม จนเมลแทบอยากวางสายใส่ทั้งที่ตัวเองเป็นคนโทรไปก่อน

“มึง”

น้ำเสียงของเธอนิ่งผิดปกติจนปลายสายเงียบไปเล็กน้อย

เขาจับความผิดปกติในน้ำเสียงเธอได้แทบจะในวินาทีนั้น เพราะเมลในเวลาปกติไม่มีทางโทรมาแล้วเปิดบทสนทนาด้วยเสียงนิ่งขนาดนี้ อย่างน้อยเธอต้องด่าเขาสักคำก่อน

[…เกิดอะไรขึ้น]

“ฝ้าห้องกูเพิ่งถล่ม”

[ห๊ะ!?]

[เดี๋ยวนะ มึงโอเคไหม โดนอะไรหรือเปล่า]

“ไม่โอเคเท่าไร”

เมลตอบพลางมองสภาพห้องตัวเองที่ตอนนี้แทบไม่เหลือสภาพเดิม น้ำกับเศษฝ้ากระจายเต็มพื้นไปหมด

“ห้องกูใกล้เป็นสระว่ายน้ำละ...แล้วคืนนี้กูน่าจะไร้บ้าน”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังประมวลผลระหว่างความเป็นห่วงกับความอยากขำ ก่อนเสียงถอนหายใจแรงๆ จะดังลอดมา

[ฮ่าๆๆ โอ๊ย ขำสภาพมึงตอนนี้แม่งนึกภาพออกเลย]

“ไอ้เคน”

[โอเคๆ กูไม่ขำละ มึงเก็บของจำเป็นก่อน เดี๋ยวกูขับรถไปรับ]

“เอากระบะมานะ ของกูเยอะ”

[เออๆ รู้แล้วน่า]

เมลก้มมองกล่องตัวอย่างวัสดุ กระเป๋าเดินทาง แล้วก็เอกสารงานกองโต ก่อนถอนหายใจยาวจนไหล่ตก

“รีบมา กูหิวจะตายอยู่ละ”

[โอเคๆ เดี๋ยวอีกประมาณสี่สิบนาทีกูถึง]

“เร็วหน่อยนะ เดี๋ยวกูสั่งอาหารรอ เอาไปกินที่คอนโดมึง”

[ครับคุณเมล]

เมลกดวางสาย ก่อนถอนหายใจยาวแล้วหันกลับไปมองห้องตัวเองอีกครั้ง สภาพตรงหน้าทำให้เธออยากนั่งลงกลางพื้นแล้วปล่อยชีวิตให้ไหลไปกับน้ำสักห้านาที แต่ความจริงคือถ้านั่งลงตอนนี้ กางเกงคงเปียกเพิ่มอีกตัวและเธอยังไม่มีอารมณ์ซักผ้าหนีน้ำท่วมตอนเกือบเที่ยงคืน

หญิงสาวจึงกัดฟันพับแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มแยกของจำเป็นออกจากความพังตรงหน้า เสื้อผ้าถูกโยนลงกระเป๋าแบบพอเอาชีวิตรอดได้ ส่วนโน้ตบุ๊ก เอกสารลูกค้า และกล่องตัวอย่างวัสดุถูกวางแยกไว้อย่างระมัดระวังราวกับเป็นของศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว

ระหว่างนั้นพนักงานนิติบุคคลกับช่างยังเดินเข้าออกห้องไม่หยุด เสียงวิทยุสื่อสาร เสียงน้ำหยด และเสียงรองเท้าเหยียบน้ำดังปะปนกันจนห้องที่เคยเป็นพื้นที่พักใจของเธอกลายเป็นไซต์งานย่อมๆ ไปเรียบร้อย

เมลก้มดูนาฬิกาหลายครั้ง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย ทั้งอยากอาบน้ำ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนเช็กลิสต์ของจำเป็นในโทรศัพท์ไปพลาง ขยับของหนีน้ำไปพลาง จนกระทั่งประมาณสี่สิบนาทีต่อมา โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นอีกครั้ง

[ถึงละ ลงมารับหน่อย]

“เค กำลังลง”

เมลตอบสั้นๆ ก่อนหยิบกระเป๋าสะพายกับคีย์การ์ดติดมือ แล้วเดินออกจากห้องท่ามกลางความวุ่นวายของช่างและพนักงานนิติ

เคนหรือคณิน เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเมลตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งคู่เรียนคณะเดียวกันและเป็นตัวป่วนประจำรุ่นพอๆ กัน จุดเริ่มต้นของความสนิทไม่ได้มาจากเรื่องสวยงามอะไรนัก แต่เริ่มจากวันที่เมลดาเกือบโดนนักเรียนหญิงกลุ่มหนึ่งรุมตบหลังโรงเรียน

เคนที่เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดีและจำได้ว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้อง จึงพุ่งเข้าไปช่วยแบบไม่คิดชีวิต สุดท้ายแทนที่จะรอดแบบเท่ๆ ทั้งคู่กลับโดนลากเข้าห้องปกครองด้วยกัน หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนที่ไปไหนไปกันมาตลอดหลายปี

เคนเป็นคนเข้ากับคนง่าย ขี้เล่น ปากกวน แต่ชอบสร้างเสียงหัวเราะ ส่วนเมลก็เป็นผู้หญิงประเภทที่คุยเก่ง ทันคนและปากไวไม่แพ้กัน เวลาอยู่ด้วยกันทีไร คนรอบข้างปวดหัวทุกที เพราะเถียงกันเก่งเหมือนหมาสองตัวที่ไม่มีใครยอมใคร

ที่สำคัญ…เคนเป็นเกย์

เพราะแบบนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก ไม่มีเส้นแบ่งน่าอึดอัดอะไรให้ต้องระวัง เมลสามารถโทรด่าเคนตอนตีสองได้ ในขณะที่เคนก็สามารถบุกเข้าห้องเธอมานอนเล่นเหมือนเป็นบ้านตัวเองได้

ทันทีที่เดินออกมาหน้าคอนโด รถกระบะสีดำคันหนึ่งก็ค่อยๆ เลี้ยวเข้ามาจอดตรงหน้า ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขาสั้นเปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากฝั่งคนขับอย่างรวดเร็ว ผมสั้นดูยุ่งนิดๆ เหมือนเพิ่งรีบออกจากบ้าน ใบหน้าหล่อแบบตี๋ๆ ที่ชนิดที่มองแวบแรกก็รู้ว่าเจ้าตัวกวนประสาทแน่นอน ดวงตาคมใต้คิ้วเข้มกวาดมองสภาพเพื่อนสาวตรงหน้า ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“เชี่ย หนักจริงว่ะ”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา ก่อนก้มมองเสื้อเชิ้ตที่เปียกไปครึ่งตัวของเธอ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย

“มึงไปเล่นน้ำมาหรือไง”

ทันทีที่เห็นหน้าเพื่อน เมลก็ถอนหายใจเหมือนคนใกล้หมดพลังทันที

“กูจะร้องไห้ละนะ”

เคนหลุดขำทันที

“ร้องดิ กูเตรียมถ่ายลงสตอรี่รอเลย”

เมลถลึงตาใส่เขาทันที ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว จนแทบไม่มีแรงจะด่า แต่สายตายังพร้อมฆ่าเพื่อนสนิทได้อยู่

“ฝ้าเกือบถล่มใส่กูตายแล้วเนี่ย มึงยังมาตลกอีก”

เคนหลุดขำออกมาทันที แต่พอเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของเธอจริงๆ รอยยิ้มก็ค่อยๆ จางลง

“โอเคๆ ขึ้นไปดูของก่อน เดี๋ยวกูช่วยขน”

หญิงสาวพยักหน้า ก่อนพาอีกฝ่ายขึ้นไปบนห้อง

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เคนก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสภาพทางเดินหน้าห้องของเธอ

“โห…”

น้ำยังคงนองอยู่บนพื้น ส่วนหน้าห้องก็เต็มไปด้วยเศษฝ้าและอุปกรณ์ของช่างที่กำลังเร่งจัดการระบบน้ำกันอยู่

เมลเปิดประตูห้องให้เพื่อนดูเงียบๆ เคนมองเข้าไปด้านใน ก่อนหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

“นี่ห้องนอนหรือฉากหนังภัยพิบัติวะ..กูนึกว่าสึนามิถล่มห้องมึง”


Talk Talk

เปิดบทแรกมาก็ให้เมลรับบทผู้ประสบภัยน้ำท่วมในห้องตัวเองไปเลยค่ะ ฝ้าถล่มไม่พอ ชีวิตยังจะพาไปเจอความวุ่นวายชุดใหญ่กว่าเดิมอีก

ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เมลด้วยนะคะ เพราะดูทรงแล้วชีวิตนางยังไม่หยุดแกล้งง่ายๆ แน่นอน

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 77 พี่พูดถูกทุกอย่างเลย

    บทที่ 77 พี่พูดถูกทุกอย่างเลยราวๆ ยี่สิบนาทีต่อมา พยาบาลก็ประกาศเรียกชื่อของภาคิน เมลเดินเคียงข้างพาเขาเข้าไปในห้องตรวจ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงสำหรับญาติ ท่ามกลางกลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ ขณะที่แพทย์เจ้าของไข้เริ่มแกะผ้าพันแผลออกเพื่อตรวจดูความเสียหายรอยแผลฉีกขาดปรากฏชัดที่บริเวณฝ่ามือขวาใกล้โคนนิ้วหัวแม่มือ ปากแผลค่อนข้างกว้างจนเห็นเนื้อสีสด ทว่ายังโชคดีที่แผลไม่ได้กินลึกถึงเส้นเอ็นสำคัญ แต่จำเป็นต้องเย็บแผลพอได้ยินคำว่า ‘เย็บแผล’ เมลก็เผลอกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ภาคินที่คอยลอบสังเกตปฏิกิริยาของเธออยู่ตลอดเห็นเข้าพอดี“พี่ไม่ต้องกลัวแทนผมหรอกครับ”เมลหันขวับมามองทันที“ใครกลัวกัน”มุมปากของภาคินหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่มองอย่างไรก็เปี่ยมเสน่ห์“ครับๆ ไม่กลัวก็ไม่กลัว”“นายนั่นแหละที่ควรจะกลัว เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นยิ้ม”“ผมโอเคจริงๆ ครับ”แววตาคมคายที่มองเธอทอประกายอ่อนโยน...คล้ายอยากจะบอกผ่านสายตาว่า แค่มีเธอคอยยืนอยู่เคียงข้างตรงนี้ แผลจะหนักหนาแค่ไหนเขาก็ทนได้ทั้งนั้นพยาบาลเริ่มต้นล้างแผลด้วยน้ำเกลือก่อนที่คุณหมอจะฉีดยาชาเฉพาะจุดรอบปากแผลเพื

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะ

    บทที่ 76 ก็ถ้าฉันไม่มา จะมีใครลากนายมาได้ล่ะข้อความจาก 'ภาคิน' เด้งขึ้นบนหน้าจอ[Phakin: ผมถึงคณะแล้วครับ]เมลมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไป[Mel: สติกเกอร์โอเค][Phakin: อย่าลืมรางวัลของผมนะครับ][Mel: ไว้สอบผ่านก่อนค่อยมาทวง][Phakin: ครับ ผมจะรีบสอบให้ผ่าน แล้วกลับมาทวงรางวัลจากพี่นะครับ]เมลอ่านแล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่[Mel: ตั้งใจสอบนะ][Phakin: ครับ...ตื่นเต้นจัง][Mel: ไม่ต้องตื่นเต้น ทำดีที่สุดพอ][Phakin: ผมทำดีที่สุดแน่นอนครับ เพราะอยากให้พี่ภูมิใจ]เมลวางโทรศัพท์ลงข้างโน้ตบุ๊ก หัวใจเต้นแรงขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่งานตรงหน้าการสอบวันนี้ไม่ใช่การสอบรวมทั้งสาขา แต่แบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่มตามสตูดิโอและอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อใช้ห้องสอบวิจารณ์ผลงานหรือที่เด็กสถาปัตย์เรียกติดปากว่า "ห้องจูรี่" (Jury Room) ซึ่งเป็นสนามรบขนาดย่อมที่นักศึกษาต้องเอาผลงานมา "ดีเฟ้น" ต่อหน้าคณะกรรมการกลุ่มของภาคินมีสิบเอ็ดคน แต่ละคนได้เวลาพรีเซนต์คนละยี่สิบถึงสามสิบนาที บวกกับช่วงตอบคำถามหินๆ จากกรรมการ รวมเบ็ดเสร็จเฉลี่ยคนละสี่สิบห้านาที ขึ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน

    บทที่ 75 เหมือนภรรยาจัดปกเสื้อให้สามีก่อนไปทำงาน“เดี๋ยวผมนอนห้องพี่เคนเองครับ” ภาคินตอบนิ่งๆ ทิ้งให้เมลยืนใบ้กิน โดยมีกะทิบนตักเขาส่งเสียงครางครืดเหมือนเห็นดีเห็นงามด้วย“แต่นั่นห้องนาย”“ครับ แต่พี่เหนื่อยแล้ว ผมย้ายง่ายกว่า”เหตุผลเรียบง่ายจนเธอเถียงไม่ออก สุดท้ายทำได้แค่กอดอกเบือนหน้าหนี“ก็ตามใจแล้วกัน”เธอย่อตัวลงอุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมา กะทิส่งเสียงงึมงัมบ่นที่ถูกขัดจังหวะนอน“ไปนอนในห้องกันลูก”ภาคินมองตามหลังร่างบางด้วยสายตากรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“อยากเป็นกะทิจัง”เมลหันขวับทันควัน“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”“เปล่าครับ แค่คิดว่ากะทิโชคดี...” ชายหนุ่มส่งยิ้ม สายตาคมกริบแพรวพราว มองเธออย่างเปิดเผยโดยไม่คิดจะกั๊ก“...ได้นอนกอดพี่ทั้งคืน”“ภาคิน...นายอยากโดนตีสักทีหรือไง”แทนที่จะสลด ภาคินกลับยิ้มกริ่ม เขาก้าวเข้ามาประชิดอย่างถือดี ก่อนจะก้มลงมาใกล้...ปลายจมูกแทบชนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสี แล้วกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม“ยอมให้ตีครับ...แต่ตีเสร็จแล้ว พี่ต้องยอมให้ผมนอนด้วยนะ”ลมหายใจอุ่นผ่าวรดข้างหูทำเอาหัวใจกระตุกวูบ เลือดฉีดขึ้นหน้าจนตัวเกร็งไปหมด“คิน!”เธอรีบถอยหนีหนึ่งก

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว

    บทที่ 74 มึงเลิกเพ้อเจ้อได้แล้วตลอดทางกลับคอนโด เมลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กกรุ๊ปงานเป็นระยะ ข้อความยังทยอยเด้งเข้ามาเรื่อยๆ แต่ไม่มีเรื่องเร่งด่วน ส่วนธามก็เงียบไปแล้ว ซึ่งสำหรับเธอ...นั่นคือข่าวดีที่สุดของวันนี้พอกลับถึงคอนโด เสียงกระดิ่งจากปลอกคอกะทิก็ดังขึ้นทันทีที่เปิดประตู แมวส้มตัวอ้วนเดินมาหา หางชี้โด่ หน้าตาบูดบึ้งราวกับถูกเจ้าของทิ้งไปหลายวัน ทั้งที่จริงเพิ่งหายไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง“ว่าไงลูก” เมลย่อตัวลงลูบหัว“พ่อแกหนีไปเชียงใหม่แล้วนะ เหลือแค่เราแล้วเนี่ย”“เมี้ยว~” กะทิร้องเสียงยาวเหมือนกำลังฟ้อง“พี่เคนไม่อยู่ วันแรกก็งอแงเลยเหรอ”เจ้าส้มสะบัดหางใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนเดินไปคลอเคลียถูขาเมลอย่างออดอ้อน เมลหัวเราะเบาๆ แล้วย่อตัวลงเกาโคนคางให้ กะทิถึงกับหลับตาพริ้ม ส่งเสียงครืดๆ ในคออย่างพออกพอใจ“ขี้อ้อนจริงๆ เลย ไอ้อ้วน”ภาคินมองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ เมลเล่นกับแมวได้แค่ครู่เดียว ความเงียบในห้องที่ไร้เงาเคนก็เริ่มทำงานวันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องอยู่กับภาคินกันสองคน...แล้วบรรยากาศแปลกๆ ที่ชวนประหม่าก็เริ่มปกคลุมจนเมลทำตัวไม่ถูกเธอลุกขึ้นยืนทันที“ฉันไปอาบน้ำก่อน”“ครับ”เธอหมุนตั

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอ

    บทที่ 73 เป็นอะไรก็ได้ครับ...ขอแค่มีคำว่าของพี่ต่อท้ายก็พอเมลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเล่า“มันเข้ามาจีบฉันตอนใกล้เรียนจบ...”เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มยอมเปิดใจ ภาคินจึงนิ่งฟังโดยไม่พูดขัด“ตอนนั้นฉันกำลังทะเลาะกับแม่หนักมาก”นิ้วเรียวของเมลไล้ไปตามขอบแก้วน้ำช้าๆ เหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูดในหัว ไม่ให้มันฟังดูน่าสมเพชจนเกินไป“แม่ฉันอยู่ต่างประเทศ เขามีสามีใหม่ มีลูกใหม่...หน้าที่แม่ของเขาคือการโอนเงินให้ฉันทุกเดือน เงินน่ะมีใช้ไม่เคยขาดหรอก แต่มันไม่เคยซื้อความรู้สึกว่าฉันยังมีใครสักคนได้เลย”เธอหัวเราะเบาๆ ทว่าน้ำเสียงกลับแห้งผากยิ่งกว่าเดิม“ตอนนั้นใกล้เรียนจบ...แม่เคยสัญญาว่าจะบินกลับมางานรับปริญญาฉัน ฉันไม่ได้หวังให้เขามาอยู่ปราบปลื้มอะไรมากมายหรอกนะ แค่อยากถ่ายรูปคู่กันสักรูป...ตั้งแต่จำความได้ ฉันไม่เคยมีรูปถ่ายคู่กับแม่เลยสักใบเดียว”เธอหยุดไปนิด นัยน์ตาสั่นคลอนเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันกลับมาเรียบตึงตามเดิม“แค่รูปเดียว...วันนั้นฉันขอแค่นั้นจริงๆ”เมลหลุบตาลงมองแก้วน้ำตรงหน้า“แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้มา...แล้วหลังจากนั้น ก็เหมือนแม่จะค่อยๆ ตัดฉันออกจากชีวิตไป เพราะฝั่งสามีใหม่เขาไ

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส

    บทที่ 72 ผมอยากได้โอกาส“พี่เก่งมากครับ”คำชมตรงๆ ทำเอาเมลที่กำลังจะยกน้ำขึ้นดื่มหยุดมือชะงัก เธอเงยหน้ามองคนพูดทันที“ชมบ่อยไปแล้วนะวันนี้”“ก็มันจริงนี่ครับ”เมลกลอกตาเบาๆ กลบความอุ่นวาบที่เริ่มแล่นขึ้นมาในอก“ชมมากๆ ฉันไม่มีค่าแรงให้หรอกนะ”“ผมไม่ได้อยากได้ค่าแรง”ภาคินโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามานิดหนึ่ง นัยน์ตาแพรวพราวสบตาเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มต่ำ ทิ้งจังหวะการเว้นวรรคหนักเบาได้อย่างน่าตี“ผมอยากได้โอกาส...”เขาเว้นวรรคไปครู่หนึ่ง สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากบางของเธอ ชวนให้คนฟังเผลอคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน“...ได้กิน”เมลชะงักกึก แก้วน้ำยังค้างอยู่ที่ปาก“...พี่”ประโยคนั้นทำเอาเมลตาโตเท่าไข่ห่าน หัวใจกระตุกวูบ“...หมายถึงกินข้าวกับพี่อีกครับ”“แค่ก! แค่ก! ฮึก...”เมลสำลักน้ำทันทีจนไอออกมาอย่างหนัก หน้าแดงเผือดไปจนถึงใบหู ร้อนถึงภาคินที่ต้องรีบยื่นกระดาษทิชชูให้“กินน้ำดีๆ สิครับ...พี่ใจร้อนไปไหน” ภาคินพูดเสียงนุ่มพลางส่งสายตาหยอกล้อ“ภาคิน!” เมลคว้าทิชชูมาปิดปากพลางถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้“ภาษาไทยนายมันเป็นอะไร! พูดให้มันต่อกันไม่ได้หรือไง!”จังหว

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้ง

    บทที่ 7 ตอนนี้ไม่ตกใจเลยมั้งเช้าวันต่อมา เมลถูกปลุกด้วยน้ำหนักนุ่มๆ ที่ทับอยู่บนอก เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนจะเห็นก้อนขนสีส้มๆ นั่งจ้องหน้าอยู่ในระยะประชิด ดวงตากลมใสของเจ้ากะทิมองเธอนิ่งๆ ราวกับมันตื่นมานานแล้วและกำลังรอให้มนุษย์คนนี้รู้หน้าที่ของตัวเองเสียทีเมลกะพริบตาช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วย

    บทที่ 6 ลูกกูก็ใจง่ายซะด้วยหญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนเอนตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง คืนเดียวชีวิตเธอเหมือนถูกจับโยนเข้าเครื่องปั่น ทั้งห้องน้ำท่วม เจอน้องชายเพื่อนในสภาพที่ไม่ควรเจอ แล้วยังโดนไอ้เพื่อนตัวดีนั่งล้อไม่หยุดอีกต่างหากเมลยกหมอนขึ้นมากอดแน่นกว่าเดิม พยายามบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเสียงทุ้มต่ำข้างห

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ย

    บทที่ 5 กูพลาดอะไรไปวะเนี่ยหญิงสาวรีบคว้าชุดนอนบนเตียงขึ้นมากอดไว้แน่น ก่อนถอยหลังกรูดกลับไปทางห้องน้ำทันที ท่าทางลนลานของเธอแทบไม่เหลือเค้าคนที่ปกติคุมไซต์งานทั้งไซต์ด้วยสายตาเดียวอยู่เลย“ห้ามมองนะ!”“ครับ”“แล้วก็หันหน้าไปทางอื่นด้วย!”ภาคินยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแบบขำๆ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างคน

  • พี่สาวครับผมจีบได้ไหม   บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ

    บทที่ 4 ผมไม่เด็กแล้วนะ‘แกร๊ก’เมลเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอยังคงแพรวพราวไปด้วยหยาดน้ำ เกาะพราวตามผิวเนียนละเอียด ทั่วทั้งร่างมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวสะอาด พันกายเอาไว้แบบหมิ่นเหม่ ปมผ้าถูกขมวดไว้เหนือทรวงอกอวบอิ่มที่เบียดชิดจนเห็นร่องอกลึกชัดเจน ความยาวของผ้าเช็ดตัวสั้นเพียงต้นขา

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status