Share

1.1 : อู๋เซียนลี่

นับตั้งแต่วันที่ 'อู๋เซียนลี่' ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของใครก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าชื่อแซ่เดียวกับนางอย่างน่าอัศจรรย์ใจก็ผ่านมาแล้วสามราตรีที่นางเอาแต่นอนเป็นผักอยู่บนตั่งเตียงใหญ่เพื่อคิดทบทวนในเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งเรื่องเล่าต่าง ๆ ที่อู๋เจียบอก เอาทุก ๆ อย่างมาเรียงต่อกันจนเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว

เดิมทีเจ้าของร่างนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ อาการเป็นตายเท่ากัน ถ้าฟื้นก็รอด ถ้าไม่ฟื้นก็ตาย ไม่ต้องเดาเลยว่าเจ้าของร่างตัวจริงไปไหนเพราะตายแล้วแน่นอน ในเมื่อคนที่ฟื้นขึ้นมามันคือเธอ นี่ก็นอนรอมาสามวันแล้ววิญญาณของเจ้าของร่างที่แท้จริงยังไม่ปรากฏตัวให้เห็นเลย

"เดี๋ยวข้าจะรออีกหนึ่งสัปดาห์ ถ้าเจ้ายังไม่โผล่มาทวงร่างคืน ข้าจะถือว่าร่างนี้ตกเป็นของข้าโดยสมบูรณ์แล้วนะ เกิดข้าพาร่างกายเจ้าไปปู้ยี่ปู้ยำ กระทำเรื่องเสื่อมเสียก็อย่ามากล่าวโทษกันนะ"

นางพูดขึ้นคนเดียวภายในห้องที่เงียบสงัดเผื่อว่าวิญญาณเจ้าของร่างตัวจริงจะอยู่แถวนี้จะได้รับรู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ถ้ามาทวงคืนก็ยินดีจะให้คืนแต่โดยดีเพราะร่างนี้มันไม่ใช่ของนางตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มาทวงคืนนางก็จะใช้สอยร่างนี้ให้คุ้มค่ากับการได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเลยแหละ

"เอาแหละอู๋เซียนลี่ มาใช้ชีวิตใหม่กันเถอะ!"

หลังจากตัดสินใจจะใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้ให้คุ้มค่านางก็จัดการอาบน้ำผลัดผ้าเสียใหม่ สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินที่ทำจากผ้าไหมเนื้อดี ปักทอลวดลายด้วยดิ้นสีทองดูหรูหราสมฐานะ หญิงสาวเดินสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะหยุดลงที่ชั้นวางของที่มีทั้งตำรา ศาสตราวุธ และกล่องน้อยใหญ่มากมายวางอยู่จึงเลือกจะหยิบเอากล่องไม้ใบเล็กใบหนึ่งขึ้นมาดู แต่เมื่อเปิดมันออกก็ต้องตกใจสุดขีดจนทำมันหลุดมือ ดวงตามนุษย์หลุดกลิ้งออกมาจากกล่องชวนให้หวาดผวายามมันจ้องมาทางนางจนต้องรีบถดถอยหนี

"ของสะสมบ้าบออะไรของหล่อนเนี่ย!" นางสถบออกมาอย่างหัวเสียเพราะของสะสมของเจ้าของร่างเก่าช่างพิสดารนัก คนบ้าอะไรสะสมดวงตาเช่นนี้หาใช่ตาปลอมด้วย แต่เป็นตาจริง ๆ เพราะยังมีเส้นเลือดห้อยสอยติดอยู่เลย

"แล้วกล่องอื่นไม่มีตับไตไส้พุงเลยหรือไงกัน"

"เข้ากล่องไปเลยนะ"

นางชี้นิ้วไปที่ดวงตาคู่นั้นพลันก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ใจขึ้นเมื่อมีสายพลังไหลออกมาจากนิ้วของนางดันลูกตามนุษย์กลับเข้าไปในกล่องไม้เหมือนเดิมจนหญิงสาวต้องมองนิ้วของตนเองก่อนจะโบกสะบัดไปทางชั้นวางของพลันชั้นทั้งชั้นก็สั่นคลอนขึ้นจนหญิงสาวแย้มยิ้มด้วยความดีใจ

"นี่ข้ามีวรยุทธ์ด้วยหรือ ถึงว่ารู้สึกร่างกายฟื้นตัวเร็วกว่าคนทั่วไปทั้งที่บาดเจ็บหนักขนาดนั้น แต่เพียงแค่สามวันก็รู้สึกเหมือนหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว"

ร่างอรชรลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกมาจากห้องด้วยรอยยิ้มมือก็หมุนวนแล้วปล่อยพลังปราณออกไปด้านหน้าจนต้นไม้ใบหญ้าโอนเอนไปตามกระแสพลังที่พัดผ่าน นางรวบรวมสมาธิของตนอีกครั้งกำหนดลมหายใจเข้าออกก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเพ่งสมาธิมาที่ฝ่ามือกลั่นสายพลังปราณของตัวเองให้ไหลมารวมกันจุดเดียวแล้วซัดไปยังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างกำแพงมันสั่นไหวก่อนจะตามมาด้วยเสียงลั่นของเนื้อไม้ที่แตกหักออกจากกันแบ่งครึ่งต้นไม้ใหญ่ออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย

โครม!

"โอ๊ย!"

ทันทีที่สิ้นเสียงกัมปนาทของต้นไม้ที่หักเป็นสองท่อนก็มีเสียงหนึ่งดังตามมาจนอู๋เซียนลี่ตกใจ รีบวิ่งไปดูยังต้นเสียงในทันทีเพราะมันมาจากทางต้นไม้ที่เธอเพิ่งหักทิ้งไป เมื่อมองเข้าไปก็เห็นว่ามีคนนั่งอยู่ท่ามกลางซากต้นไม้ที่หัวมีเลือดไหลซึมออกมาคล้ายจะได้รับบาดเจ็บ เลือดยังคงสดใหม่ไม่ต้องเดาเลยว่าเกิดจากอะไรและใครเป็นคนทำ

เวร! ไม่ใช่ว่าเป็นฆาตกรฆ่าคนตายแล้วหรอกนะ!

"นี่เจ้าตรงนั้นน่ะ ตายหรือยัง?" นางตะโกนถามเข้าไป

"ท่านหญิงใหญ่! คารวะท่านหญิงใหญ่ขอรับ"

อีกฝ่ายรีบลนลานยกมือขึ้นคารวะอู๋เซียนลี่ในทันที แต่เมื่อมองดี ๆ นางกลับต้องตกใจเพราะผู้ชายตรงหน้าตาบอด มิหนำซ้ำเนื้อตัวยังมีแต่รอยฟกช้ำและรอยแผลอีกต่างหาก

"เกิดอะไรขึ้นท่านพี่ใหญ่" อู๋เจียรีบวิ่งเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงโครมครามแต่เมื่อหันไปเห็นใครอีกคนด้วยก็รีบหันมาทำหน้าดุใส่พี่สาวทันที

"ท่านพี่ใหญ่ ท่านความจำเสื่อม จำผู้ใดมิได้แต่ก็ยังติดนิสัยชอบกลั่นแกล้งทุบตีน้องสามไม่เปลี่ยน"

"ห๊ะ? ขะ… ข้าเนี่ยนะทำร้ายทุบตีเขา" อู๋เซียนลี่ชี้นิ้วไปยังชายตาบอดชุดขาวตรงหน้า

"ท่านอาจจะหลงลืม แต่คนผู้นี้มีชื่อว่าเจียงซิงเยี่ยน ที่ศักดิ์เป็นน้องชายบุญธรรมของเราสองคน เป็นบุตรบุญธรรมของบิดา แต่ว่ากันตามจริง ท่านก็ไม่เคยรับเขาเป็นน้องชาย เขายกน้ำชาให้ท่าน ท่านก็ปัดทิ้งไม่พอยังปาถ้วยชาใส่เขาอีก"

"ห๊ะ?" อู๋เซียนลี่หันกลับไปมองชายตาบอดชุดขาวในทันที ชายคนนี้มีนามว่า 'เจียงซิงเยี่ยน' สินะ แต่นางน่ะหรือจะลงมือทุบตีเขาได้ลงคอ คนพิกลพิการตาบอดเช่นนี้เนี่ยนะ

"ข้าเนี่ยนะจะกลั่นแกล้งทุบตีคนตาบอดเช่นเขา?" นางหันมาถามน้องสาวพร้อมชี้นิ้วเข้าหาตนเอง

"ที่เขาตาบอดเพราะท่านนั่นแหละที่ควักลูกตาเขากับมือ"

"ห๊ะ! ข้าเนี่ยนะ!"

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจจนร่างอรชรทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตาหงส์หันกลับไปมองชายตาบอดที่มีศักดิ์เป็นน้องบุญธรรมด้วยสายตาละห้อย อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก ทั้งผ้าปิดตา ทั้งรอยฟกช้ำ และบาดแผลบนร่างกายมันตอกย้ำเหลือเกิน ตอกย้ำว่านางทำร้ายทุบตีเขาดั่งคำน้องสาวว่าจริง ๆ

อย่าบอกนะว่าดวงตาที่อยู่ในห้องของนางจะเป็นของเขา พระพุทธองค์ช่วยลูกด้วย! ควักลูกตาเขาไม่พอ ยังเก็บลูกตาเขาทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ทำตกพื้นอีกต่างหาก เชื้อโรคเกาะติดแล้วมั้ง เมื่อหันไปมองน้องชายตาบอดอีกรอบลมหายใจก็เริ่มติดขัด น้ำลายเหนียวหนึบจนกลืนลงคอลำบากก็เจ้าเด็กคนนี้มันตัวใหญ่กว่านางตั้งเยอะ ถ้าเกิดว่าอาฆาตแค้นคิดจะเอาคืนขึ้นมาภายหลัง หญิงสาวบอบบางเช่นนางจะไปสู้อันใดได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   25.1 : ความรู้สึก

    อู๋เซียนลี่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งภายในห้องที่ไม่คุ้นเคยนัก กลิ่นกำยานที่เหมือนกลิ่นยาอบอวลไปทั่วทั้งเรือนจนต้องขยับตัวลุกขึ้นความเจ็บก็แล่นแปล๊บจากหัวไหล่ในทันที ภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ผุดเข้ามาในหัวมันทำให้นางไม่สามารถนอนอยู่ได้ทำท่าจะรีบลุกออกไปหาเจียงซิงเยี่ยนแต่ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกเสียก่อน"ตื่นแล้วหรือ?" อู๋เซินเดินเข้ามา"เจ้าค่ะท่านพ่อ" นางก้มหน้าหลบสายตาของคนเป็นบิดา"อย่ามาเรียกข้าว่าพ่อ""ทะ… ทำไมเจ้าคะ?""เจ้าคิดว่าข้ามิรู้หรือว่าเจ้ามิใช่บุตรสาวของข้า อู๋เซียนลี่ที่เป็นบุตรสาวของข้าตายไปแล้ว ส่วนเจ้าเป็นวิญญาณที่ไหนไม่รู้มาสิงร่างนี้"เมื่อได้ฟังนางก็อึ้งในทันทีเพราะไม่คิดว่าบิดาที่ไม่สนใจลูกแบบอู๋เซินจะรับรู้ได้ด้วยว่านางไม่ใช่ลูกของเขา "ท่านรู้ได้ยังไงเจ้าคะ?""ลมปราณของเจ้ากับอู๋เซียนลี่ต่างกันถ้าไม่ใช่ระดับข้าคงตรวจจับยาก ครั้งแรกข้าไม่แน่ใจนักแต่พอครั้งที่สองที่ได้รักษาเจ้าข้าเลยมั่นใจว่าเจ้ามิใช่บุตรของข้า""งั้นท่านก็รู้แล้วแต่ทำไมยังนิ่งเฉย?""เจ้าใช้ร่างของบุตรสาวข้า สวมรอยเป็นนางมาตั้งนานถ้าให้ข้าบอกว่าเจ้ามิใช่บุตรสาวของข้าจริง ๆ มันจะเกิดอันใดขึ้น ผู้คน

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   25 : ความรู้สึก

    Chapter 25‘ความรู้สึก’“แล้วถ้าข้ามิใช่อู๋เซียนลี่ มิใช่เจ้าของร่างกายนี้จริง ๆ เล่า เจ้าจะยังรักข้าหรือไม่?”“ท่านหมายความว่ายังไง?” เจียงซิงเยี่ยนดันตัวลุกขึ้นนั่งอู๋เซียนลี่เลยเลือกจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปยืนที่ริมหน้าต่างจ้องมองดวงดาวแพรวพราวบนท้องฟ้า มองไปยังที่ไกลแสนไกลที่นางจากมา ทั้งพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูง ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่จากมาโดยไม่มีโอกาสจะร่ำลา มันคล้ายสวรรค์จะเห็นใจไม่ให้นางต้องตายแต่มันก็เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้งเสียด้วยที่นำพานางย้อนอดีตมาไกลถึงขนาดนี้ ย้อนมาเป็นใครก็ไม่รู้ที่ชื่อเดียวกัน แต่หน้าตาไม่ได้เหมือนกันเท่าไหร่นัก แต่ความจริงนางก็เลิกสงสัยเรื่องเหล่านี้ไปนานแล้วมันไม่มีประโยชน์ที่จะหาคำตอบในเมื่อยังต้องติดอยู่ที่นี่อาจจะต้องติดตลอดไปจนตายอีกครั้งก็ได้แล้วถ้าตายครั้งนี้วิญญาณจะได้ตายอย่างสงบสุขจริง ๆ ไหม“ที่ท่านพูดหมายความว่ายังไง?” เสียงทุ้มของเจียงซิงเยี่ยนดังขึ้นจนนางต้องละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนหันกลับมามองเขาแทน“ข้ามิใช่ท่านหญิงของเจ้าหรอก”มันคงถึงเวลาที่นางต้องบอกเขาเสียที เห็นแก่ตัวมานานแล้วที่ยืมใช้ร่างกายนี้เพื่อตอบสนองความรู้สึกของตนเอ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   24.1 : เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน

    โครม!"ว้ายยยย!"เหล่านางจิ้งจอกพากันวงแตกกระเจิงเมื่อเจียงซิงเยี่ยนทำลายข้าวของรอบข้างจนเรือนไม้กลางป่ารกทึบแทบจะพังครือลงมา บางตนก็แปลงร่างเป็นจิ้งจอกตัวน้อยวิ่งกระโดดออกไปตั้งหลักเพราะไม่อยากเป็นที่ระบายอารมณ์ของราชาจิ้งจอก"นะ… นายท่าน ท่านเป็นอันใดเจ้าคะ?" นางจิ้งจอกแดงผู้กล้าเดินเข้ามาหาเจียงซิงเยี่ยนก่อนจะนั่งลงตรงหน้าของชายหนุ่ม"ข้าเจอผนึกจิ้งจอกแล้ว""จริงหรือนายท่าน" นางจิ้งจอกแดงรีบคลานเข่าเข้ามาหาเขาก่อนจะซบใบหน้าลงบนต้นขาอย่างออดอ้อน "แล้วไยไม่รีบชิงมาเล่า?""ข้ายังเอามาตอนนี้มิได้""ทำไมล่ะ?""มันอันตรายเกินไป""มีสิ่งใดที่ท่านต้องกลัว ถ้าท่านได้ผนึกจิ้งจอกมาพลังของท่านก็จะสมบูรณ์ไม่ว่าเซียนหน้าไหนก็ทำอะไรท่านมิได้อีก" นางจิ้งจอกแดงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมมายังด้านหลังแล้วโอบกอดเขาสอดแทรกมือลูบไปด้านหน้าอย่างยั่วยวน"ถ้าได้มันมาท่านก็จะแก้แค้นให้อดีตราชินีได้นะ"เมื่อพูดถึงมารดาไฟแค้นในใจของเจียงซิงเยี่ยนก็ถูกจุดให้ติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะหลงลืมไปเพราะอู๋เซียนลี่ที่เข้ามาในชีวิตของเขาจนสุดท้ายแล้วก็นึกถึงแต่เรื่องของนาง ลืมสิ้นบุญคุณความแค้นใด ๆ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   24 : เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน

    Chapter 24‘เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน’อู๋เซียนลี่ขยับกายไปมาอย่างไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดกดทับลงมาบนร่างกายจนแทบหายใจไม่ออกดึงให้นางฟื้นขึ้นจากห้วงนิทรา ดวงตาคู่สวยขยับเปิดขึ้นพลันนัยน์ตาก็เบิกกว้างเมื่อผสานเข้ากับแววตาสีแดงฉานของใครบางคนที่กำลังนั่งทับบนอกของนาง'เอาร่างของข้าคืนมา'"อึก! อะ… อู๋เซียนลี่" นางจ้องมองผู้หญิงที่กำลังนั่งทับบนอกก็มั่นใจแน่ชัดว่านั่นคือเจ๊ลี่คนเก่าไม่ผิดแน่นอน ถึงมันจะมืดถึงใบหน้าของอีกฝ่ายจะถมึงทึงมากแค่ไหนก็ตาม'เอาร่างของข้าคืนมา ปีศาจร้ายออกไปจากร่างข้า'มือเย็นเฉียบบีบลงบนคอของนางจนตาเหลือกลน เริ่มดิ้นพล่านเมื่อหายใจไม่ออกจะขยับกายสู้กลับก็ทำไม่ได้อาการตอนนี้เหมือนผีอำจะร้องให้คนช่วยก็ไม่มีเสียงจะเปล่งออกไป"ขะ… ข้า ข้ามิใช่ปีศาจ"'ลักขโมยร่างกายของข้ายังมีหน้ามาพูด ข้าจะเอาร่างกายของข้าคืนและเจ้าต้องตาย!'"ฟะ… ฟัง ฟังข้าก่อน อึก!"ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นจนแทบถลนออกมาจากเบ้า ใบหน้าซีดเผือดชโลมไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดออกมาจากความหวาดกลัวมันทั้งอึดอัดทั้งทรมานจนอธิบายเป็นภาษาไม่ได้เลย"ท่านหญิง ท่านหญิงขอรับ""ท่านหญิงฟื้นสิขอรับ!"เฮือก!อู๋

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   23.1 : ปราบปีศาจ

    เจียงซิงเยี่ยนเดินวนไปวนมาหน้าเรือนนอนของอู๋เซียนลี่ด้วยความกังวลใจ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในเป็นคำสั่งจากบิดาบุญธรรมที่บอกว่าการรักษานางไม่ควรให้บุรุษเช่นเขาเห็นเลยต้องออกมารอด้านนอก ได้ยินเพียงเสียงพูดคุยแผ่วเบาดังออกมาเป็นครั้งคราว"ท่านพ่อเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ?" อู๋เจียรีบถามบิดาที่เพิ่งถ่ายพลังปราณรักษาอู๋เซียนลี่เสร็จ"พี่สาวของเจ้ายามนี้ร่างกายอ่อนแอนัก เดิมทีนางก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก มาแข็งแรงได้ก็เพราะฝึกวรยุทธ์ มาโดนพิษจิ้งจอกอีกถึงจะขจัดพิษออกหมดแล้วแต่มันก็กลืนกินจินตันและร่างกายไปบางส่วนทำให้ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ใช้พลังมากไปก็จะทรุดลงแบบนี้" อู๋เซินกล่าวก่อนจะหันไปหยิบโอสถทิพย์มากรอกใส่ปากของบุตรสาวคนโต"แค่นั้นหรือเจ้าคะ?" อู๋เจียจ้องมองบิดาของตนจนเขาชักสีหน้าบึ้งตึงใส่อย่างไม่พอใจกับสายตาของบุตรสาวคนรองนัก"เจ้าต้องการจะพูดอันใดเจ้าก็พูดมาเสี่ยวเจีย อย่ามามองพ่อด้วยสายตาเช่นนั้น พ่อมิชอบ""ท่านพ่อก็รู้ดีแก่ใจว่าที่ท่านพี่ใหญ่ร่างกายอ่อนแอลงเช่นนี้เป็นเพราะผนึกจิ้งจอก""เสี่ยวเจียเจ้าพูดให้มันเบา ๆ หน่อย""ตอนท่านพ่อผนึกมันไว้ในกายท่านพี่ใหญ่ ท่านพ่อบอกมันจะ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   23 : ปราบปีศาจ

    Chapter 23'ปราบปีศาจ'"กรี๊ดดดด!"เสียงกรีดร้องของชาวบ้านดังไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนต่างวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนบางคนก็ล้มลุกคลุกคลานจนโดนเหยียบซ้ำก็มี เด็กน้อยร้องกระจองอแงพ่อแม่ต่างพากันอุ้มหลีกหนีออกไปจากตรงนั้นให้ไวที่สุดปีศาจงูสีดำมะเมื่อมเลื้อยไปตามบ้านเรือนจนแตกร้าวผุพังลงมา ลิ้นสองแฉกแลบเลียออกมาจากปากใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตจับจ้องเหล่ามนุษย์ที่กำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดราวกับเหยื่ออันโอชะ"ช่วยด้วย!""ช่วยข้ากับลูกด้วย"เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นภายในซากบ้านที่ปรักหักพังเรียกปีศาจงูยักษ์ให้หันไปมอง มันพุ่งไปหาเหยื่อที่ไม่มีทางสู้ในทันที สองแม่ลูกต่างกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัว ใจก็ยอมรับในโชคชะตาว่าต้องตายแน่แล้ว แต่อยู่ดี ๆ ร่างของปีศาจร้ายก็กระเด็นออกไปไถลไปกับพื้นกวาดเอาบ้านเรือนพังพินาศไปหลายหลังอู๋เซียนลี่ลอยตัวอยู่ในอากาศเบื้องหน้าของสองแม่ลูกที่มองนางราวกับเทพมาโปรด ตี้เซียนแห่งแดนอุดรในชุดสีแดงประจำตนเป็นที่ติดตาของชาวบ้านทุกหย่อมย่าน นางหันกลับมาหาสองแม่ลูกก่อนจะคลี่ยิ้มหวานให้ทำเอาสองคนนั่งนิ่งค้างแบบที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนถึงนางจะช่วยเหลือชาวบ้าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status