Share

3 : เหตุเกิดหอตำรา

Chapter 3

'เหตุเกิดหอตำรา'

อู๋เซียนลี่ยกมือขึ้นปิดปากตนเองขณะแอบอยู่หลังชั้นตำราพยายามทำตัวเองให้เงียบที่สุดขณะที่สายตาก็มองดูเจียงซิงเยี่ยนที่กำลังเดินคลำไปทั่วห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเดินเข้าไปหาหอกที่ถูกวางไว้บนที่เก็บถ้าเดินไม่ดีโดนแทงแน่ ๆ จึงรีบพุ่งออกมา เอื้อมมือไปคว้าแขนของชายหนุ่มแล้วดึงถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว

"อ๊ะ!" เจียงซิงเยี่ยนร้องอุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะรีบลนลานผละตัวถอยจากนางแล้วยกมือขึ้นประสานกัน "คารวะท่านหญิงใหญ่ขอรับ ไม่คิดว่าท่านจะอยู่ที่นี่ด้วย ขออภัยที่ข้ามารบกวนท่านจะออกไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"

"ไม่ได้รบกวนข้าหรอก" อู๋เซียนลี่กล่าวเมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่ายแต่ชายหนุ่มกับทำท่าทางเหมือนจะกลัวและระแวงกว่าเดิม ลืมไปเสียสนิทเลยว่าอู๋เซียนลี่คนเก่ามีจิตใจโหดเหี้ยมคงไม่พูดเช่นนี้เป็นแน่ ต้องสวมคาแรคเตอร์ของนางเสียหน่อย

"ข้าหมายความว่าคนแบบเจ้าก็ไม่ได้อยู่ในสายตาข้า ต่อให้ยืนอยู่ตรงนี้ข้าก็หาได้มองเห็นไม่เพราะข้าไม่ใส่ใจเจ้าแม้เพียงแต่น้อย"

คำพูดของนางทำให้เจียงซิงเยี่ยนถึงกับลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ รู้สึกพูดไม่ออกเลยทำได้เพียงแสร้งยิ้มออกไป "ถ้าเช่นนั้นข้าขออนุญาตถามไถ่บางเรื่องกับท่านได้หรือไม่ขอรับ?"

"ว่ามาสิ ข้าก็พอจะมีเวลาอยู่บ้างเล็กน้อย"

"ท่านพี่รองบอกข้าว่าท่านความจำเสื่อมจริงหรือขอรับ?"

"ใช่ อาการบาดเจ็บทำให้ข้าความจำเสื่อม ตอนนี้กำลังหาวิธีรักษาอยู่ แต่ไม่นานคงจะกลับมา"

"เช่นนี้นี่เองแล้วพลังหยางในตัวท่านเป็นเช่นไร"

"ตอนต่อสู้ข้าใช้พลังไปเยอะ ทำให้ตอนนี้พลังหยางในตัวไม่สมบูรณ์เลยต้องบำเพ็ญตนนี่ก็เข้ามาหาตำราความรู้อ่านเผื่อจะมีวิธีอื่นบ้าง แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปยังไงเสียสุดท้ายพลังของข้าก็กลับมาสมบูรณ์แค่ต้องใช้เวลาเท่านั้น"

"ข้าขออวยพรให้ท่านหายไว ๆ ขอรับ"

เขาก้มหัวลงอย่างนอบน้อมมองดูแล้วก็ช่างเป็นเด็กดีมีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตนจะตายไป เหตุใดอู๋เซียนลี่คนเก่าจะต้องทำร้ายเขาขนาดนี้ด้วย ช่างน่าสงสารยิ่งนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะนางต้องคีพคาแรคเตอร์จะแหกมากไม่ได้เดี๋ยวคนอื่น ๆ จะสงสัยเอาว่าทำไมอยู่ดี ๆ นางผู้เหี้ยมโหดถึงกลายเป็นคนดีมีเมตตาไปได้

"แล้วเจ้ามาทำอันใดที่หอตำรา?"

"ข้าเข้ามาทำความสะอาดขอรับ"

"แต่เจ้าตาบอดมิใช่หรือจะทำได้เยี่ยงไร?"

"เพราะท่านเป็นคนสั่งให้ข้าทำขอรับ"

ข้าอีกแล้ว?

นางแทบจะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากตนเอง หญิงสาวหันไปมองทางเงาสะท้อนของตนเองผ่านเครื่องทองเหลืองภายในห้องทันทีก่อนจะชี้หน้าเงาสะท้อนนั้นด้วยใบหน้าดุดัน แล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นยืนเท้าสะเอวเพื่อคุยกับเงาของตนเองแทนด้วยท่าทางถึงพริกถึงขิงประหนึ่งว่าเงานั้นเป็นอีกคนหนึ่ง

"เจ้านี่มันโหดเหี้ยมนัก เขาตาบอดก็ยังจะใช้แรงงานทาสได้ลงคออีก"

"อะไรนะขอรับ?" เจียงซิงเยี่ยนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินในสิ่งที่นางพูด

"อ๋อเปล่าหรอก เจ้าแค่หูฝาด" นางหันมาส่งยิ้มหวานให้เขา แต่ลืมไปเขามองไม่เห็น โธ่ ๆ ชีวิตรันทด พ่อคุณเอ๊ย! อยากจะจูบปลอบลงบนหน้าผากขาว ๆ นั้นเสียจริง

ยัยลี่คนเก่าคิดอะไรอยู่กันนะ ทำไมต้องทำร้ายเขาถึงขนาดนี้ด้วย ทั้งควักลูกตา ทั้งทำร้ายทุบตี นี่ยังใช้แรงงานเยี่ยงทาสอีก ถ้าไม่ติดว่าเขาสวมใส่อาภรณ์ที่ทำจากผ้าไหม มีหยกชิ้นใหญ่ห้อยที่เอว ไหนจะสวมกวานลายหงส์ไว้อีกคงคิดว่าเป็นข้ารับใช้ก้นเรือนเป็นแน่ ยังไงเสียเขาก็เป็นคุณชายสามสกุลอู๋เชียวนะถึงจะเป็นลูกบุญธรรมก็เถอะแต่การทำเช่นนี้ไม่เหยียดหยามเกียรติไปหน่อยหรือ

นอกจากจะทำร้ายเขาแล้วยังเหยียบย่ำให้ตกต่ำอีก

ยัยลี่คนชั่วช้า คนต่ำทราม!

โว๊ย! ด่าไปก็เหมือนด่าตัวเองยังไงก็ไม่รู้

“ท่านหญิงเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ?”

เจียงซิงเยี่ยนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอู๋เซียนลี่เงียบไป ไม่พอเขายังได้ยินอีกฝ่ายบ่นพึมพำเหมือนพูดกับตัวเองถึงจะตาบอดแต่ประสาทหูของเขาแม่นยำขึ้นมาก แปลกมากจริง ๆ อาจจะเพราะนางความจำเสื่อมเลยทำอะไรแปลกประหลาดออกมาเช่นการพูดคนเดียว ตั้งแต่รู้จักกับนางมาอู๋เซียนลี่เป็นคนพูดน้อย สุขุม มักจะพูดเฉพาะยามจำเป็นเท่านั้นและแต่ละคำที่ออกมาก็ล้วนแต่จะเป็นคำด่าทอเหยียดหยามเสียมากกว่า จึงแปลกไม่น้อยที่ตอนนี้นางพูดจานุ่มนวลถึงจะติดดุในคำพูดไปเสียหน่อยแต่ก็ละมุนกว่าแต่ก่อนมากโขเชียว

“เปล่า ข้ามิเป็นอันใด” อู๋เซียนลี่เงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเอ็นดูเพราะเจ้าเด็กคนนี้ช่างเป็นเด็กดีเหลือเกิน ดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ ยัยลี่คนเก่าทำถึงขนาดนี้แต่ก็ยังมาคุยมาถามไถ่อย่างห่วงใยอีก

“เจ้าเนี่ยเป็นคนประเภทเจ็บแล้วไม่จำสินะ”

มือเล็กเอื้อมไปลูบหัวชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางแต่ดันสูงกว่าด้วยความเอ็นดูจนเก็บอาการไม่อยู่ มองยังไงมันก็เหมือนลูกหมาตัวน้อย ๆ ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำกับเขาได้ลงคอนะ แต่เหมือนการกระทำของอู๋เซียนลี่จะทำให้เจียงซิงเยี่ยนตกใจจนยืนตัวแข็งทื่อเพราะไม่คิดว่าพี่สาวบุญธรรมผู้นี้จะลูบหัวของเขาอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนในทุกสัมผัสจนรู้สึกได้ว่ามันล้วนเต็มไปด้วยความใส่ใจภายใต้มือนุ่มนวลนั้น

ผมเขานุ่มชะมัด เหมือนกำลังลูบลงบนเส้นไหมเลย ใช้ยาสระผมอะไรนะมะกรูดเหรอรู้สึกจะได้กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ตอนลมตีเข้ามา มันก็หอมแปลก ๆ ดีเหมือนกัน ถ้าสมัยใหม่คงให้อารมณ์หอมแบบคนเฒ่าคนแก่ นัยน์ตาคู่สวยเลื่อนลงมามองยังใบหน้างดงามราวกับหยกพิสุทธิ์ของเขา แต่เมื่อเลื่อนลงมาถึงริมฝีปากก็ต้องสะดุดเพราะเขากำลังยิ้มอยู่

นี่เขายิ้มเพราะนางลูบหัวหรือ?

เวรแหละ! รู้สึกเหมือนจะฉีกคาแรคเตอร์!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   25.1 : ความรู้สึก

    อู๋เซียนลี่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งภายในห้องที่ไม่คุ้นเคยนัก กลิ่นกำยานที่เหมือนกลิ่นยาอบอวลไปทั่วทั้งเรือนจนต้องขยับตัวลุกขึ้นความเจ็บก็แล่นแปล๊บจากหัวไหล่ในทันที ภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ผุดเข้ามาในหัวมันทำให้นางไม่สามารถนอนอยู่ได้ทำท่าจะรีบลุกออกไปหาเจียงซิงเยี่ยนแต่ประตูเรือนก็ถูกเปิดออกเสียก่อน"ตื่นแล้วหรือ?" อู๋เซินเดินเข้ามา"เจ้าค่ะท่านพ่อ" นางก้มหน้าหลบสายตาของคนเป็นบิดา"อย่ามาเรียกข้าว่าพ่อ""ทะ… ทำไมเจ้าคะ?""เจ้าคิดว่าข้ามิรู้หรือว่าเจ้ามิใช่บุตรสาวของข้า อู๋เซียนลี่ที่เป็นบุตรสาวของข้าตายไปแล้ว ส่วนเจ้าเป็นวิญญาณที่ไหนไม่รู้มาสิงร่างนี้"เมื่อได้ฟังนางก็อึ้งในทันทีเพราะไม่คิดว่าบิดาที่ไม่สนใจลูกแบบอู๋เซินจะรับรู้ได้ด้วยว่านางไม่ใช่ลูกของเขา "ท่านรู้ได้ยังไงเจ้าคะ?""ลมปราณของเจ้ากับอู๋เซียนลี่ต่างกันถ้าไม่ใช่ระดับข้าคงตรวจจับยาก ครั้งแรกข้าไม่แน่ใจนักแต่พอครั้งที่สองที่ได้รักษาเจ้าข้าเลยมั่นใจว่าเจ้ามิใช่บุตรของข้า""งั้นท่านก็รู้แล้วแต่ทำไมยังนิ่งเฉย?""เจ้าใช้ร่างของบุตรสาวข้า สวมรอยเป็นนางมาตั้งนานถ้าให้ข้าบอกว่าเจ้ามิใช่บุตรสาวของข้าจริง ๆ มันจะเกิดอันใดขึ้น ผู้คน

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   25 : ความรู้สึก

    Chapter 25‘ความรู้สึก’“แล้วถ้าข้ามิใช่อู๋เซียนลี่ มิใช่เจ้าของร่างกายนี้จริง ๆ เล่า เจ้าจะยังรักข้าหรือไม่?”“ท่านหมายความว่ายังไง?” เจียงซิงเยี่ยนดันตัวลุกขึ้นนั่งอู๋เซียนลี่เลยเลือกจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปยืนที่ริมหน้าต่างจ้องมองดวงดาวแพรวพราวบนท้องฟ้า มองไปยังที่ไกลแสนไกลที่นางจากมา ทั้งพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนฝูง ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่จากมาโดยไม่มีโอกาสจะร่ำลา มันคล้ายสวรรค์จะเห็นใจไม่ให้นางต้องตายแต่มันก็เหมือนสวรรค์จะกลั่นแกล้งเสียด้วยที่นำพานางย้อนอดีตมาไกลถึงขนาดนี้ ย้อนมาเป็นใครก็ไม่รู้ที่ชื่อเดียวกัน แต่หน้าตาไม่ได้เหมือนกันเท่าไหร่นัก แต่ความจริงนางก็เลิกสงสัยเรื่องเหล่านี้ไปนานแล้วมันไม่มีประโยชน์ที่จะหาคำตอบในเมื่อยังต้องติดอยู่ที่นี่อาจจะต้องติดตลอดไปจนตายอีกครั้งก็ได้แล้วถ้าตายครั้งนี้วิญญาณจะได้ตายอย่างสงบสุขจริง ๆ ไหม“ที่ท่านพูดหมายความว่ายังไง?” เสียงทุ้มของเจียงซิงเยี่ยนดังขึ้นจนนางต้องละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืนหันกลับมามองเขาแทน“ข้ามิใช่ท่านหญิงของเจ้าหรอก”มันคงถึงเวลาที่นางต้องบอกเขาเสียที เห็นแก่ตัวมานานแล้วที่ยืมใช้ร่างกายนี้เพื่อตอบสนองความรู้สึกของตนเอ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   24.1 : เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน

    โครม!"ว้ายยยย!"เหล่านางจิ้งจอกพากันวงแตกกระเจิงเมื่อเจียงซิงเยี่ยนทำลายข้าวของรอบข้างจนเรือนไม้กลางป่ารกทึบแทบจะพังครือลงมา บางตนก็แปลงร่างเป็นจิ้งจอกตัวน้อยวิ่งกระโดดออกไปตั้งหลักเพราะไม่อยากเป็นที่ระบายอารมณ์ของราชาจิ้งจอก"นะ… นายท่าน ท่านเป็นอันใดเจ้าคะ?" นางจิ้งจอกแดงผู้กล้าเดินเข้ามาหาเจียงซิงเยี่ยนก่อนจะนั่งลงตรงหน้าของชายหนุ่ม"ข้าเจอผนึกจิ้งจอกแล้ว""จริงหรือนายท่าน" นางจิ้งจอกแดงรีบคลานเข่าเข้ามาหาเขาก่อนจะซบใบหน้าลงบนต้นขาอย่างออดอ้อน "แล้วไยไม่รีบชิงมาเล่า?""ข้ายังเอามาตอนนี้มิได้""ทำไมล่ะ?""มันอันตรายเกินไป""มีสิ่งใดที่ท่านต้องกลัว ถ้าท่านได้ผนึกจิ้งจอกมาพลังของท่านก็จะสมบูรณ์ไม่ว่าเซียนหน้าไหนก็ทำอะไรท่านมิได้อีก" นางจิ้งจอกแดงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมมายังด้านหลังแล้วโอบกอดเขาสอดแทรกมือลูบไปด้านหน้าอย่างยั่วยวน"ถ้าได้มันมาท่านก็จะแก้แค้นให้อดีตราชินีได้นะ"เมื่อพูดถึงมารดาไฟแค้นในใจของเจียงซิงเยี่ยนก็ถูกจุดให้ติดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะหลงลืมไปเพราะอู๋เซียนลี่ที่เข้ามาในชีวิตของเขาจนสุดท้ายแล้วก็นึกถึงแต่เรื่องของนาง ลืมสิ้นบุญคุณความแค้นใด ๆ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   24 : เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน

    Chapter 24‘เราต่างมีสิ่งที่ปิดบังต่อกัน’อู๋เซียนลี่ขยับกายไปมาอย่างไม่สบายตัว ความรู้สึกอึดอัดกดทับลงมาบนร่างกายจนแทบหายใจไม่ออกดึงให้นางฟื้นขึ้นจากห้วงนิทรา ดวงตาคู่สวยขยับเปิดขึ้นพลันนัยน์ตาก็เบิกกว้างเมื่อผสานเข้ากับแววตาสีแดงฉานของใครบางคนที่กำลังนั่งทับบนอกของนาง'เอาร่างของข้าคืนมา'"อึก! อะ… อู๋เซียนลี่" นางจ้องมองผู้หญิงที่กำลังนั่งทับบนอกก็มั่นใจแน่ชัดว่านั่นคือเจ๊ลี่คนเก่าไม่ผิดแน่นอน ถึงมันจะมืดถึงใบหน้าของอีกฝ่ายจะถมึงทึงมากแค่ไหนก็ตาม'เอาร่างของข้าคืนมา ปีศาจร้ายออกไปจากร่างข้า'มือเย็นเฉียบบีบลงบนคอของนางจนตาเหลือกลน เริ่มดิ้นพล่านเมื่อหายใจไม่ออกจะขยับกายสู้กลับก็ทำไม่ได้อาการตอนนี้เหมือนผีอำจะร้องให้คนช่วยก็ไม่มีเสียงจะเปล่งออกไป"ขะ… ข้า ข้ามิใช่ปีศาจ"'ลักขโมยร่างกายของข้ายังมีหน้ามาพูด ข้าจะเอาร่างกายของข้าคืนและเจ้าต้องตาย!'"ฟะ… ฟัง ฟังข้าก่อน อึก!"ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นจนแทบถลนออกมาจากเบ้า ใบหน้าซีดเผือดชโลมไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดออกมาจากความหวาดกลัวมันทั้งอึดอัดทั้งทรมานจนอธิบายเป็นภาษาไม่ได้เลย"ท่านหญิง ท่านหญิงขอรับ""ท่านหญิงฟื้นสิขอรับ!"เฮือก!อู๋

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   23.1 : ปราบปีศาจ

    เจียงซิงเยี่ยนเดินวนไปวนมาหน้าเรือนนอนของอู๋เซียนลี่ด้วยความกังวลใจ เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในเป็นคำสั่งจากบิดาบุญธรรมที่บอกว่าการรักษานางไม่ควรให้บุรุษเช่นเขาเห็นเลยต้องออกมารอด้านนอก ได้ยินเพียงเสียงพูดคุยแผ่วเบาดังออกมาเป็นครั้งคราว"ท่านพ่อเป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ?" อู๋เจียรีบถามบิดาที่เพิ่งถ่ายพลังปราณรักษาอู๋เซียนลี่เสร็จ"พี่สาวของเจ้ายามนี้ร่างกายอ่อนแอนัก เดิมทีนางก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก มาแข็งแรงได้ก็เพราะฝึกวรยุทธ์ มาโดนพิษจิ้งจอกอีกถึงจะขจัดพิษออกหมดแล้วแต่มันก็กลืนกินจินตันและร่างกายไปบางส่วนทำให้ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ใช้พลังมากไปก็จะทรุดลงแบบนี้" อู๋เซินกล่าวก่อนจะหันไปหยิบโอสถทิพย์มากรอกใส่ปากของบุตรสาวคนโต"แค่นั้นหรือเจ้าคะ?" อู๋เจียจ้องมองบิดาของตนจนเขาชักสีหน้าบึ้งตึงใส่อย่างไม่พอใจกับสายตาของบุตรสาวคนรองนัก"เจ้าต้องการจะพูดอันใดเจ้าก็พูดมาเสี่ยวเจีย อย่ามามองพ่อด้วยสายตาเช่นนั้น พ่อมิชอบ""ท่านพ่อก็รู้ดีแก่ใจว่าที่ท่านพี่ใหญ่ร่างกายอ่อนแอลงเช่นนี้เป็นเพราะผนึกจิ้งจอก""เสี่ยวเจียเจ้าพูดให้มันเบา ๆ หน่อย""ตอนท่านพ่อผนึกมันไว้ในกายท่านพี่ใหญ่ ท่านพ่อบอกมันจะ

  • พี่สาวเจ้าหาใช่คนร้ายกาจเสียหน่อย   23 : ปราบปีศาจ

    Chapter 23'ปราบปีศาจ'"กรี๊ดดดด!"เสียงกรีดร้องของชาวบ้านดังไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนต่างวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนบางคนก็ล้มลุกคลุกคลานจนโดนเหยียบซ้ำก็มี เด็กน้อยร้องกระจองอแงพ่อแม่ต่างพากันอุ้มหลีกหนีออกไปจากตรงนั้นให้ไวที่สุดปีศาจงูสีดำมะเมื่อมเลื้อยไปตามบ้านเรือนจนแตกร้าวผุพังลงมา ลิ้นสองแฉกแลบเลียออกมาจากปากใหญ่ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตจับจ้องเหล่ามนุษย์ที่กำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดราวกับเหยื่ออันโอชะ"ช่วยด้วย!""ช่วยข้ากับลูกด้วย"เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นภายในซากบ้านที่ปรักหักพังเรียกปีศาจงูยักษ์ให้หันไปมอง มันพุ่งไปหาเหยื่อที่ไม่มีทางสู้ในทันที สองแม่ลูกต่างกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัว ใจก็ยอมรับในโชคชะตาว่าต้องตายแน่แล้ว แต่อยู่ดี ๆ ร่างของปีศาจร้ายก็กระเด็นออกไปไถลไปกับพื้นกวาดเอาบ้านเรือนพังพินาศไปหลายหลังอู๋เซียนลี่ลอยตัวอยู่ในอากาศเบื้องหน้าของสองแม่ลูกที่มองนางราวกับเทพมาโปรด ตี้เซียนแห่งแดนอุดรในชุดสีแดงประจำตนเป็นที่ติดตาของชาวบ้านทุกหย่อมย่าน นางหันกลับมาหาสองแม่ลูกก่อนจะคลี่ยิ้มหวานให้ทำเอาสองคนนั่งนิ่งค้างแบบที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนถึงนางจะช่วยเหลือชาวบ้าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status