Partager

บทที่ 5

Auteur: ACHICHI
last update Date de publication: 2025-03-12 17:34:06

พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน

ตอนที่ 5

สิบห้านาทีต่อมา

รถจอดนิ่งสนิทลงตรงหน้าร้านเหล้าแบบนั่งดื่มมีดนตรีสดร้านหนึ่ง ฉันเองก็ขับผ่านร้านนี้บ่อย ๆ แต่ไม่เคยได้มีโอกาสแวะมาเพราะยิมชอบเที่ยวผับมากกว่า พี่สิงห์หันมามองหน้ากันอีกครั้งบอกเสียงเครียด

“กลับบ้านเลย เข้าใจ?”

“อือฮึ” ฉันพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มให้ คนข้าง ๆ ยังคงทำหน้าเหมือนไม่ไว้ใจกัน

“ห้ามไปก่อกวนเวลาทำงาน?” ว่าแล้วก็ย้ำมาอีกที

“รู้แล้วน่า รีบไปสิเดี๋ยวก็สายหรอก” ฉันทำเป็นโบกมือไล่

“เออ”

ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถไปแล้ว แต่ยังคงยืนนิ่งโบกมือไล่กันอยู่อย่างนั้น ฉันพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ แล้วเริ่มเคลื่อนรถอีกครั้ง มองผ่านกระจกมองหลังยังเห็นว่าเจ้าตัวยืนอยู่ที่เดิมราวกับระแวงว่าฉันจะไม่ยอมกลับจริง ๆ

ก็แหงสิ! เรื่องอะไรต้องกลับด้วย ไปวนรถมาอีกรอบก็ได้!

ฉันทำเป็นขับรถตรงไปเรื่อย ๆ พอเห็นว่าเลยมาไกลพอสมควรก็หาที่กลับรถเพื่อจะกลับไปที่เดิมอีกครั้ง อยากรู้จะตายชักว่าทำงานเสริมอะไรอีก เรื่องอะไรต้องยอมกลับด้วยล่ะ…

นี่ใคร นี่นลินนะ! ฉันเนี่ยเบอร์หนึ่งเรื่องดื้อเลยขอบอก!

หลังจากหาที่จอดรถได้แล้ว ฉันก็เดินไปที่หน้าร้านเดิมที่พี่สิงห์เข้าไปเมื่อไม่ถึงยี่สิบนาทีก่อน เพราะเป็นย่านที่มีร้านเหล้าหลายเจ้าติด ๆ กันทำให้ผู้คนเยอะเป็นพิเศษ โต๊ะในร้านก็ดูแน่นขนัดละลานตาไปด้วยผู้คนเต็มไปหมด ซ้ำวันนี้ยังเป็นวันเสาร์ด้วย…

ฉันพยายามสอดส่องสายตาเข้าไปในร้านเพื่อหาเป้าหมาย แต่กลับไม่เจอเลย ไม่มีเด็กเสิร์ฟคนไหนหน้าตาหล่อถึงขั้นนั้น งานในร้านเหล้าก็มีแค่เด็กเสิร์ฟกับนักร้องนักดนตรีนี่นา…

ไม่หรอกมั้ง… ทรงนิ่ง ๆ อย่างนั้นจะร้องเพลง?

ฉันเลื่อนสายตาไปมองที่เวทียกสูงแค่ช่วงเข่าตรงด้านหน้าบาร์เครื่องดื่ม แล้วก็ต้องตกใจเพราะเห็นร่างสูงคุ้นตากำลังถือกีตาร์ตัวหนึ่งเดินไปเดินมาอยู่บนนั้น เหมือนกำลังต่อสายกีตาร์เข้ากับลำโพงร้าน

ร้องเพลงอย่างนั้นเหรอ?

“มีโต๊ะว่างไหมคะ?” ฉันรีบสอบถามเด็กร้านที่เดินผ่านหน้ามาทันที แต่คนถูกถามทำเหมือนจะปฏิเสธเมื่อลองกวาดสายตาดูสภาพคนแน่นขนัดในวันหยุด ฉันเลยรีบควักแบงก์พันออกมา ก่อนจะส่งให้แล้วถามอีกรอบ “มีหรือเปล่าคะ?”

“ข้างในได้เลยค่ะลูกค้า”

“ขอบคุณค่ะ”

ฉันเดินตามเข้าไปในร้าน โดยที่คนบนเวทียังคงวุ่นวายอยู่กับการเทสเสียงกีตาร์ไม่ได้หันมาสนใจสิ่งรอบตัว และในที่สุดก็ได้โต๊ะเล็ก ๆ ที่มุมหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นโต๊ะสุดท้ายที่เหลืออยู่ กลุ่มผู้ชายหน้าตาดีด้านหน้าพากันหันมามองพร้อมส่งยิ้มให้ ฉันชินกับสายตาแบบนั้นมาแต่ไหนแต่ไรเลยไม่ได้สนใจ คนที่ฉันสนใจอยู่นู่นต่างหาก!

คนที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ และเกากีตาร์เบา ๆ

“รับอะไรดีคะ?” เด็กร้านคนเดิมเอ่ยถามเมื่อเห็นฉันเอาแต่มองไปยังทิศทางหนึ่งโดยไม่คิดจะสั่งอะไร

“เบียร์อะไรก็ได้ขวดนึงค่ะ”

“คะ? ขวดเดียว?” เสียงสูงจากคนข้าง ๆ ทำให้ต้องหันกลับมายิ้มให้อย่างเข้าใจธุรกิจแนวนี้

“งั้นเอามาโหลนึงเลย”

“ได้ค่ะ” คนรับออเดอร์สีหน้าดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเดินผละไป

พอละสายตากลับมาก็พบว่าพี่สิงห์กำลังร้องเพลงอยู่ ฉันใจเต้นแรงขึ้นมาทีละนิด ไม่ใช่เพราะว่าผู้ชายคนนั้นกำลังร้องเพลง แต่เป็นเพราะตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากำลังยกยิ้มให้บรรดาลูกค้าที่พากันหันไปมอง เพราะเขาเป็นคนร่างสูง หุ่นดี ซ้ำยังหล่อมาก เลยเรียกสายตาแขกได้เป็นอย่างดี

ฉันเม้มริมฝีปากมองไปรอบตัว ก็เห็นว่าผู้หญิงเกินค่อนร้านกำลังมองไปยังหน้าเวที บางคนกำลังทำหน้าเคลิ้ม บางคนกำลังกระซิบกระซาบตีแขนกันไม่หยุด

โอเค... คู่แข่งฉันเพียบเลยสิเนี่ย…

นอกจากเสียงเพลงแล้ว บรรยากาศร้านดูคึกคักเพราะคนส่วนใหญ่มากันเป็นกลุ่มก้อน เท่าที่ประเมินด้วยสายตาคงมีแค่ฉันเท่านั้นที่สะเหล่อนั่งอยู่คนเดียว ซ้ำยังสั่งเบียร์มากองตรงหน้าสิบสองขวด ผู้ชายกลุ่มเดิมยังคงหันมามองไม่เลิก แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ทำได้เพียงไม่สนใจ

“สวัสดีวันเสาร์ครับคุณลูกค้า สนใจขอเพลงขึ้นมาได้เลยนะครับ”

หลังจากเพลงแรกจบไป พ่อคนหล่อก็ได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดร้องระงมจากบรรดาผู้หญิงในร้านอย่างท่วมท้น ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั่นดูเป็นงานเอามาก ๆ เพราะถ้าเป็นพี่สิงห์ที่เพิ่งลงจากรถฉันเมื่อกี้ละก็… ถ้ามีผู้หญิงมากรี๊ดกร๊าดอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้คงหันหน้ามามองเอือม ๆ แล้วพูดว่า ‘รำคาญ’ เป็นแน่ แต่เพราะเป็นงานเลยยิ้มไม่หยุดสินะ…

น่าหมั่นไส้นัก แบบนี้คงต้องจ้างทำงานบ้างแล้วละมั้ง…

มีคนไม่น้อยพากันเรียกเด็กร้านเพื่อส่งกระดาษไปขอเพลงกับนักร้องสุดฮอตคนนั้น ฉันเลยเอาบ้างด้วยการกวักมือเรียกคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดพร้อมขอกระดาษกับปากกา ก่อนจะจรดปากกาลงบนกระดาษ โดยไม่ลืมหยิบแบงก์สีเทาแนบไปด้วยสองใบ เด็กร้านรับไปพร้อมทำตาโต ฉันเลยยิ้มหวานให้ก่อนจะบอก

“ไม่ต้องบอกนะว่าโต๊ะไหน”

“ไม่ต้องบอกเหรอครับพี่?”

“ใช่”

ก็พี่สิงห์บอกว่าอย่ามาก่อกวนเขาที่ทำงานนี่นา… ถ้าเกิดว่าเห็นหน้าฉันขึ้นมาเจ้าตัวอาจจะหงุดหงิดจนไม่เป็นอันทำงานทำการเลยก็ได้ งั้นขอนั่งเงียบ ๆ รอก็แล้วกัน…

เด็กร้านคนนั้นเดินไปที่หน้าเวทีเพื่อส่งทั้งกระดาษ และเงินให้เจ้าตัว คนรับไปกำลังร้องเพลงอื่นอยู่หัวคิ้วขมวดน้อย ๆ พอได้จังหวะก็ลดไมค์ลงแล้วคุยอะไรบางอย่างกับคนนำสารมาส่งให้ แต่เด็กนั่นก็เป็นงานเอาแต่ส่ายหน้าไปมา เจ้าตัวมีสีหน้าติดขัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็กลับมาร้องเพลงต่อได้อย่างมืออาชีพ

นัยน์ตาสีอ่อนกวาดมองไปทั่วร้าน จนฉันต้องรีบก้มหน้าลงหลบหลังกองขวดเบียร์บนโต๊ะ ถ้าพี่สิงห์เห็นฉันต้องโดนดุแน่ ๆ ตลอดทางที่ขับมาเขาเอาแต่พูดให้ฉันกลับบ้านไม่หยุด ห้ามตาม ห้ามก่อกวน…

นี่ไม่ได้ก่อกวนเลยนะ แต่ทำไมมันกลัวอย่างงี้ไม่รู้ TT_____TT

พอผ่านไปชั่วอึดใจฉันก็ค่อย ๆ โผล่หัวขึ้นมาสังเกตการณ์ แต่ก็เหมือนจะคิดผิด ถึงแม้เสียงนุ่ม ๆ จะยังร้องเพลงอยู่ แต่สายตานิ่งสนิทกลับจ้องมาทางนี้อย่างชัดเจนเหมือนรอแค่ให้ฉันโผล่หัวขึ้นมาเท่านั้น แค่เราสบตากันพี่สิงห์ก็ถึงกับต้องหันหน้าหนีคนอื่นแล้วใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มท่าทางไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

แต่เขาก็มืออาชีพพอที่จะทำงานต่อ ฉันกลืนน้ำลายลงคอฝืด ๆ พยายามฝืนยิ้มส่งไปให้เจ้าตัว พี่สิงห์หันกลับไปร้องเพลงให้คนอื่นฟังโดยไม่ได้มองมาทางนี้อีก ซ้ำยังกลับไปโปรยเสน่ห์ได้เหมือนเดิม โดยทำเป็นว่าไม่มีฉันอยู่ตรงนี้ซะงั้น…

แต่ก็ดีแล้ว… ถึงฉันจะเป็นคนแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เขามีปัญหาเรื่องงานสักหน่อย

ยี่สิบนาทีผ่านไป

ฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิมโดยดื่มเบียร์ไปแค่สองอึกเท่านั้น ใช้เวลาที่เหลือหมดไปกับการฟังคนที่อยู่ตรงนั้นร้องเพลงที่ถูกขอขึ้นไปจนเกือบหมดแล้วก็ยังไม่ถึงคิวเพลงฉันสักที

พี่สิงห์ที่ไม่ได้หันมาสนใจกันอีกตั้งแต่เขารู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้ ตอนนี้กลับกำลังชำเลืองมองมา พร้อมเสียงกีตาร์ที่เจ้าตัวเกาขึ้นช้า ๆ เป็นทำนองเพลงที่คุ้นหู และกำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ฉันเม้มริมฝีปากแน่นเพราะนั่นมันเป็นเพลงที่ฉันขอขึ้นไปเอง…

‘ตกหลุมรักรอบที่ล้าน มองยังไงก็แพ้ทุกทาง ไม่รู้เป็นอะไร

มอง มองไปก็เห็น คำว่าน่ารักเต็มไปหมด เหมือนโดนสะกด... ฮืม...’

ฉันถึงกับกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่เมื่อเราสบตากัน พี่สิงห์ดูติดขัดอย่างเห็นได้ชัด สายตาแปลก ๆ รีบเบนมองไปทางอื่น และทำทียิ้มให้เหล่าลูกค้าที่พากันโห่ร้องให้อย่างเกรียวกราวแทน

‘รู้ไหมฉันโคตรชอบรอยยิ้มเธอ รู้ไหมสายตาเธอทำฉันเพ้อ

เธอแทบไม่ใช่คนที่ฉันชอบเท่านั้น

แต่ฉันรักเธอมากขึ้นทุกวัน’

เสียงเพลงยังคงดังต่อไป เสียงผู้หญิงหลายคนกำลังช่วยคนบนเวทีร้องเพลง สายตานั้นชำเลืองมองมาอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับจ้องมาโดยไม่ขวยเขิน พี่สิงห์มองฉันระหว่างที่กำลังร้องเพลง ซ้ำยังไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดเหมือนตอนแรกด้วย

ก็แบบนี้… เรียกอ่อยได้หรือเปล่า?

‘หนีไปไหนก็คงจะไม่ไหว ก็ฉันรักหาทางออกไม่ได้

ก็เธอช่วยอย่าน่ารักเกินไปได้ไหม…

ใจฉันก็มีอยู่เท่านี้…’

‘ตกหลุมรักรอบที่ล้าน

มองยังไงก็แพ้ทุกทางไม่รู้เป็นอะไร

มอง ๆ ไปก็เห็นคำว่าน่ารักเต็มไปหมด

เหมือนโดนสะกด ก็เธอดีเกินต้านไหว…’

ฉันเพิ่งเข้าใจวันนี้นี่เองว่าไอ้คำที่ว่าเขินจนใจจะละลายมันเป็นยังไง เพราะสายตาแบบนั้นที่มองมาทำให้ฉันเขินจนกลายเป็นฝ่ายต้องหลบตาแทน ใบหน้าเห่อร้อนจนรู้สึกได้ มาจีบเขาแท้ ๆ แต่เหมือนโดนจีบกลับเลย…

ก็ไหนไม่ชอบ ๆ แล้วอ่อยทำไมเนี่ย…

หลังจากนั้นฉันก็ซัดเบียร์ไปสามขวดเต็ม ๆ เพราะไม่สามารถควบคุมอาการใจสั่นของตัวเองได้ คนบนเวทียังทำงานต่อไปอีกสักพัก จนถึงเวลาที่เขาลงนั่นแหละฉันถึงได้เรียกเก็บเงิน

ร่างสูงของพี่สิงห์กำลังยื่นกีตาร์ส่งต่อให้เด็กร้านเอาไปเก็บ เจ้าตัวยังคงส่งยิ้มให้บรรดาลูกค้าที่กำลังส่งเสียงเรียก ‘น้องสิงห์’ ‘พี่สิงห์’ กันเต็มไปหมด เหมือนจะเป็นลูกค้าประจำที่รู้จักเขาอยู่แล้วยังไงยังงั้น

แหม… มีแฟนคลับเหมือนกันนะเนี่ย

หลังจากลาทุกคนเสร็จ ใบหน้านิ่งสนิทที่กลับมาเป็นปกติก็มองมาทางฉันที่กำลังลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเหมือนกัน เจ้าตัวยืนนิ่งอยู่ครู่ก็เดินหมุนตัวออกไปทางหน้าร้าน ฉันเลยรีบวิ่งตามออกไปกลัวว่าไอ้พี่บ้าจะหนีไปซะก่อน…

แต่พอออกมาข้างนอกกลายเป็นว่าเจอร่างสูงกำลังยืนรออยู่แล้ว ปากคีบบุหรี่ทำท่าจุดสูบ สายตาชำเลืองมองมาทางฉันที่กำลังเดินไปหา เจ้าตัวเกาหางคิ้วแล้วเริ่มทำหน้าไม่สบอารมณ์

อะไร… เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย

“บอกแล้วไงว่าอย่ามาก่อกวน” พออยู่ในระยะที่คุยกันได้ เสียงหงุดหงิดก็บอกมาทันที

“ไม่ได้ก่อกวนสักหน่อย แค่อยากมานั่งชิลล์ ๆ”

“…” พี่สิงห์พ่นควันพร้อมถอนหายใจจนควันลอยออกทางจมูก เขาล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะส่งแบงก์พันคืนมาให้

“ไม่เอาหรอก ก็อยากให้” ฉันยกแขนกอดอกไม่ยอมรับคืน

“ไม่อยากได้ ขอเพลงบ้าอะไรให้มาตั้งสองพัน?”

“เอ้า! ก็ไม่เห็นเป็นไร”

“เป็น… เพราะเธอมันใช้เงินไม่รู้เรื่อง”

“แต่…”

คนตรงหน้าไม่สนใจคำปฏิเสธของฉันแต่กลับใช้มือข้างที่ถือเงินอยู่ยัดเงินคืนใส่มาในกระเป๋า พร้อมทำท่าจะเดินหนี…

“เดี๋ยวลินไปส่ง ไกลออกจะเดินทำไม?” ฉันรีบวิ่งไปขวางหน้า พี่สิงห์เลียริมฝีปากก่อนจะเม้มแน่น

“กลับบ้านไป”

“ไม่กลับหรอก จะไปส่ง”

“มีขาเว้ย กลับเองได้”

“น่า… อุตส่าห์นั่งรอตั้งนาน” ฉันถือวิสาสะเข้าไปจับแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเขย่าเบา ๆ ตนตรงหน้าไม่ได้ชักแขนกลับแต่มองหน้านิ่ง ๆ แล้วเบนสายตาไปทางอื่น ฉันเลยรีบพูดต่อ “ไม่ต้องเกรงใจหรอก คนกันเอง”

“ไม่ได้เกรงใจ แต่ไม่อยากไปด้วย” เสียงฉุน ๆ สวนทันควัน

“ทำไมอะ? กลัวจะทำมิดีมิร้ายลินหรือยังไง?” ฉันยักคิ้วให้อย่างกวน ๆ ร่างสูงหันกลับมามองแทบจะในทันทีพร้อมแค่นลมหายใจ นัยน์ตาสีอ่อนดูแปลกไปเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“แน่ใจนะว่าจะไป?”

“จะให้ไปส่ง?”

“เอ้า… อยากไปก็ไป”
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 113

    “พี่ก็ต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีกแล้ว” พี่เตถอนหายใจเบา ๆ ฉันกับพี่สิงห์มองหน้ากันอย่างรู้ทันคนที่แกล้งทำเป็นซึมเหมือนอาภัพรักเสียเต็มประดา“มึงก็หาเมียสิ เลิกเล่นไปเรื่อยได้แล้ว…”“กูไม่ได้เล่น แต่คนอื่นเขามองว่ากูเล่น!” พี่เตเถียงเสียงดัง สีหน้าเซ็งจัด“พี่ก็หัดทำตัวจริงจังหน่อย…” ฉันยกมือตบบ่าพี่เต

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 112

    ฉันพยายามจะไม่สนใจร่างสูงที่เอาแต่พูดเรื่องพี่เลี้ยงเด็กอะไรนั่นแล้วเดินเข้าครัวเพื่อไปทำอาหารให้เขากินใช่… ฉันมันแม่บ้านสุดเก๋ายังไงล่ะ… ฝีมือฉันพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้ว!“พี่สิงห์!”แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงดังเมื่อตัวเองถูกอุ้มจนลอยขึ้นจากพื้น พี่สิงห์ส่ายหน้าไปมาเพื่อจะบอกว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ฉันทำอะไ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 111

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 48หกปีผ่านไป...ไม่อยากจะเชื่อว่าชีวิตของฉันจะวุ่นวายได้ขนาดนี้!ตอนนี้ฉันกำลังห่อข้าวใส่กล่องข้าวสามกล่อง จัดการเอากระเป๋านักเรียนของเด็ก ๆ มาวางต่อ ๆ กันแล้วยัดไอ้กล่องข้าวที่ใช้เวลาทำตลอดทั้งเช้าลงไป เสียงเด็ก ๆ กำลังผลัดกันตะโกนผลัดกันร้องไห้โยเยอยู่ตรงห้อ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 110

    แต่มันก็เป็นมันหน้าหนายิ่งกว่าปูนโบกตึก… จะไปอายอะไร…ตรงนี้คงมีแค่ยิมที่นอนอยู่เก้าอี้ตัวถัดไปจากผมกับลินเท่านั้นที่ดูเหมือนจะหลับไปง่าย ๆ ร่างบางในชุดว่ายน้ำถูกคลุมด้วยผ้าเช็ดตัวที่ผมจำได้ว่าเป็นของไอ้ยีนซึ่งผมเห็นอยู่บ่อย ๆ เวลามันไปนอนค้างกับไอ้เตที่บ้านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาอยู่กับเด็กน

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 109

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 47ก็คิดผิดจริง ๆตอนนี้เรามาถึงทะเลแล้ว ผมสามคนกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่เก้าอี้ชายหาด ทุกคนหันหน้าเข้าหาทะเล แสงแดดตอนบ่ายมันจ้าเสียจนต้องเอาแว่นกันแดดมาใส่ เพราะอากาศค่อนข้างร้อนจัดพวกผมเลยนอนถอดเสื้อนอนกันเรียงคนสาว ๆ กำลังยืนอยู่ห่างออกไปยังหน้าชายหาดที่แ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 108

    วันนั้นผมอยู่อู่จนดึก… ดึกชนิดที่ว่าไม่เคยมีวันไหนอยู่ดึกขนาดนั้นมาก่อนเพราะงานมันล้นมือมาก ๆ และวันนั้นเองผมก็ได้เจอกับร่างเล็กที่ยืนแกร่วอยู่คนเดียวตรงฟุตพาทฝั่งตรงกันข้าม ถึงเรื่องมันจะทุเรศไปสักหน่อยที่ผมปากหมาไปเอ่ยทักลินแบบนั้นแต่ก็นั่นแหละ… ตอนนั้นตัวผมเองไม่ได้เสี้ยนบุหรี่ขนาดนั้น ง่วงนอนจะ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 78

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 36หลายวันต่อมาช่วงนี้พี่สิงห์ไม่ได้ไปทำงานที่อู่เฮียเล้ง แต่แทนที่จะใช้เวลาพักผ่อนให้มากกลับแอบหนีไปรับงานร้องเพลงมากขึ้นซะงั้น ฉันจะไปห้ามอะไรได้รู้อีกทีก็แต่งตัวหล่อออกไปแล้วนั่นแหละถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้จนเหมือนที่ใครหลายคนจินตนาการ ซ้ำยังมีเงินเก็บเป็นล้า

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 75

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 35และไม่นานสามคนนั้นก็กุลีกุจอช่วยกันขนข้าวขนของทำบุญของหม่าม้าลงจากท้ายรถอย่างน่าประทับใจ เรียกสายตาของคนหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี รวมถึงม้าฉันเองก็ด้วย สีหน้าแปลกใจของหม่าม้าฉายชัดขนาดว่ายืนมองจากตรงนี้ยังเห็น ก็แหงล่ะ… จู่ ๆ เด็กวัดจะหล่อระเบิดเหมือนนายแบบถึ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 69

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลินตอนที่ 33ทุกคนซัดกันแหลกไม่มีใครยอมใคร จากที่สู้กันอยู่ตรงขอบถนนก็พากันลากออกไปกลางถนน เหมือนเป็นวันนรกยังไงยังงั้นเพราะซอยที่เปลี่ยวในตอนดึกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว วันนี้กลับไม่มีรถผ่านไปมาสักคันเลือดหยดเป็นดวง ๆ กระจายเป็นวงกว้างอยู่บนถนนคอนกรีต เสียงต่อสู้กันยังคงดำเน

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 64

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 31และบรรยากาศสนุกสนานก็เป็นอันต้องหยุดลงกลางคันเมื่อทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้เงียบเสียงลงโดยไม่ได้นัดหมาย ยิมเดินเอาเค้กไปวางลงบนโต๊ะเงียบ ๆ ในขณะที่พี่เตยืดตัวเต็มความสูงแล้วขยับเท้าเดินออกห่างเล็กน้อย พี่สิงห์จ้องมองฉันนิ่ง ๆ แล้วระบายลมหายใจออกมา“รู้แล้วเหรอ?”

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status