Partager

บทที่ 7

Auteur: ACHICHI
last update Date de publication: 2025-03-13 18:21:22

พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน

ตอนที่ 7

วันต่อมา

ฉันตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงประตูเปิดออก ร่างสูงของพี่สิงห์กำลังยืนพิงประตูอยู่ เขายังคงอยู่ในสภาพกางเกงนอนตัวเดียวเหมือนเมื่อคืน แต่ดูท่าจะตื่นมาสักพักแล้ว สายตานิ่งสนิทมองสภาพการนอนของฉันเงียบ ๆ

“ไม่กลับบ้านแล้วมั้ง”

“ยังเช้าอยู่เลย”

“เช้าบ้าอะไร เที่ยงแล้วเนี่ย”

“อ้าวเหรอ?” ฉันขยับตัวลุกขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีฝนตกพรำ ๆ มองยังไงก็ไม่เหมือนเที่ยงวันเลยสักนิด

“กลับเองได้ใช่ไหม?” พี่สิงห์เดินเข้ามาคว้าผ้าเช็ดตัว

“อือ” ฉันขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างเมื่อยล้า แต่ก็ไม่ลืมถามคนตัวสูงที่กำลังจะเดินไปอาบน้ำ “พี่จะไปไหน?”

“ทำงาน”

“วันอาทิตย์ก็ทำ?” ฉันเหลือกตามองอย่างตกใจ อย่างน้อยมันต้องมีวันหยุดบ้างสิ

“…”

เขาหันกลับมามองโดยที่ไม่ได้ตอบคำถาม สายตาเหลือบไปมองกองเสื้อผ้าที่ฉันถอดทิ้งไว้ ก่อนจะหันมามองเสื้อตัวเองที่อยู่บนตัวฉัน มันใหญ่จนคลุมถึงหน้าขาอ่อน และฉันก็ถึงบางอ้อกับสายตานั้น ถึงกับต้องหันหลังให้เขาเพราะความเขินอาย บนชุดราคาแพงของฉันมีทั้งบราเซียลูกไม้ และชั้นในวางอยู่อย่างไม่ระวังนั่นเอง ตอนนี้ร่างฉันเปลือยเปล่าอยู่ในเสื้อตัวใหญ่ตัวเดียวของพี่สิงห์เท่านั้น

“ระวังตัวบ้างสิ... เด็กบ้า”

“...”

ฉันไม่ได้หันไปมองว่าคนคนนั้นทำหน้ายังไง แต่ให้เดาก็คงเอือม ๆ เหมือนเดิมนั่นแหละ เสียงปิดประตูดังขึ้นเดาว่าเจ้าของห้องเดินออกไปแล้ว ฉันเลยรีบวิ่งไปใส่เสื้อผ้าแทบจะในทันที

ให้ตาย… นี่เขาจะมองว่าฉันอ่อยเบอร์แรงหรือเปล่าเนี่ย?

หลังจากนั้นไม่นานนลินคนนี้ก็ต้องกลับบ้านอย่างช่วยไม่ได้ เพราะว่าพี่สิงห์ต้องไปทำงานจริงจังไม่มีเวลามาคุยเล่นด้วย พอฉันขึ้นรถ เจ้าตัวก็แว้นไอ้แก่ออกไปเลย ไม่บอกลงบอกลาสักคำ…

เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยมาใหม่ก็ได้! แค่นี้ก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้ว!

ฉันใช้เวลากลับบ้านไม่นานนักเพราะไม่ได้ไกลกันเท่าไร แต่พอกลับมาถึงก็พบกับสถานการณ์ตึงเครียด ป๊ากำลังนั่งอยู่ที่โซฟาเข้าชุดกันสุดอลังการของหม่าม้าเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตรงหน้ามีบิลบัตรเครดิตวางอยู่เพียบ

ฉันลอบกลืนน้ำลาย แล้วพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะเดินผ่านหน้าท่านไปเงียบ ๆ กลัวน่ะสิ… จะไม่ให้กลัวได้ยังไง? ก็ไอ้บิลพวกนั้นฉันเองนั่นแหละเป็นคนรูดกระจาย… เหมือนสวรรค์จะไม่เห็นใจเหมือนครั้งก่อน ๆ ปะป๊าเงยหน้าขึ้นมามองฉันที่กำลังลักลอบเข้าบ้านตัวเอง ใบหน้าสูงวัยดูโมโหขึ้นมาทันที

“อาลิน! ลื้อมานี่เดี๋ยวนี้เลย” เสียงเรียกของป๊าทำให้ฉันจำต้องหันกลับไปมอง และเดินเข้าไปหาอย่างช่วยไม่ได้

“อะไรอะป๊า?” ฉันกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟา พร้อมวางถุงกระดาษที่เพิ่งชอปปิงมาเมื่อวานไว้ข้างตัว สายตาดุ ๆ ของคนเป็นพ่อเลื่อนไปมองของพวกนั้นอย่างไม่สบอารมณ์

“ลื้อนี่มันจริง ๆ เลย จะให้อั๊วะสอนอีกกี่ครั้ง อย่าใช้เงินให้มันสิ้นเปลืองนัก เงินทอง…”

“…เป็นของหายาก” ฉันต่อประโยคให้เสร็จสรรพ คนตรงหน้าตบเข่าฉาดใหญ่ท่าทางเดือดจัด

“เออ… ก็ใช่น่ะซี… อย่าคิดว่าบ้านรวยแล้วจะใช้ยังไงก็ล่าย! หัดคิดให้เยอะๆ ก่อนใช้!ถ้าวันนึงอั๊วไม่อยู่ใครมันจะไปตามเช็ดตามล้างให้พวกลื้อ!” ไม่พูดเปล่าแต่ป๊าหยิบบิลต่าง ๆ มาให้ฉันส่องดู

“โธ่ป๊า… แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกน่า” ฉันบอกอย่างเอาแต่ใจ

“มันไม่เกี่ยวว่าจะร่วงรึไม่ร่วง! มันคือเรื่องที่ลื้อใช้เงินอย่างไม่รู้จักคุงค่า!!”

“…” ฉันคว่ำปากลงทันที รู้ได้เลยว่าวันนี้คงโดนสวดยาวแน่ ๆ

“ลื้อไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนา! ถ้าลื้อสองคงพี่น้องยังใช้เงินเป็นกระดาษแบบนี้ อั๊วจะยึดให้หมด ทั้งบัตรทั้งเงิน!”

“โธ่ป๊า…”

“ไม่ต้องมาธงมาโธ่! อั๊วเอาจริง!”

ว่าแล้วป๊าก็ลุกขึ้นเดินหนีไปโดยยังคงบ่นล้งเล้งไม่หยุด ฉันถอนหายใจเบา ๆ หยิบบิลมาดูก็เห็นด้วยตามนั้น หลัง ๆ มาฉันใช้เงินเยอะไปหน่อย… ช่วงนี้อาจจะต้องเพลา ๆ เรื่องชอปปิงลงบ้างแล้วมั้ง…

วันต่อมา…

เมื่อวานเป็นวันแรกที่ฉันไม่ได้ไปหาพี่สิงห์ตั้งแต่รู้จักกันมา เอาแต่นอนเล่นอยู่กับบ้านเพราะโดนป๊าบ่นไม่เลิก วันนี้ฉันก็เลยตั้งท่าจะไปหาคนหล่อตั้งแต่เลิกเรียน แต่ว่าฉันเลิกตั้งแต่เที่ยงนี่สิ…

ยิมกลับไปแล้วเพราะต้องไปงานสมาคมสโมสรกับแม่ ที่มีแต่คนแก่ร้องเพลงกันตั้งแต่บ่ายยันค่ำ ฉันเคยไปกับมันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และไม่ขอไปอีก น่าเบื่อจะตายชัก… มีดีแค่อย่างเดียวคือได้รู้จักกับพวกคนรวย ๆ เพิ่มขึ้น มีโอกาสได้เป็นสะใภ้ไฮโซขึ้นสักสิบเท่าได้ แต่มันไม่ใช่แนวเลย...

เพราะว่างตั้งแต่บ่าย และคิดว่าพี่สิงห์คงยังเรียนอยู่ฉันก็เลยเสิร์ชหาชื่อวิทยาลัยช่างอะไรนั่นว่าอยู่ที่ไหน ปรากฏว่ามันอยู่ใกล้ ๆ แค่นี้เอง

อืม… ถ้าฉันจะแอบไปส่องดูหน่อยจะเป็นอะไรไหมนะ?

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฉันจะมาจริง ๆ และตอนนี้ก็กำลังนั่งอยู่บนรถ สอดส่องสายตามองเหล่านิสิตช่างเดินไปเดินมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แทบไม่เห็นผู้หญิงเลย แต่ละคนก็ท่าทางน่ากลัวทั้งนั้น… ก็มีไม่น้อยที่หน้าตาดี…

อืม… บางคนก็ดีมากเลย…

เพราะฉันจอดอยู่ใกล้กับทางออกก็เลยมองเห็นแทบทุกคนที่กำลังเดินเข้าออก หรือขับรถออกจากรั้ววิทยาลัยไป ไม่ยักเห็นพี่สิงห์เลยแฮะ ทั้งที่ป่านนี้น่าจะได้เวลาไปทำงานแล้วแท้ ๆ

แล้วจังหวะหนึ่งฉันก็เห็นร่างสูงคุ้นตากำลังเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อน

พี่สิงห์กำลังคุยอะไรสักอย่างกับเพื่อนสองคนที่หล่อระเบิดไม่ต่างกัน โหแฮะ… วัดกันเรื่องสถานที่ศึกษาไม่ได้เลย ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะซ่อนคนหล่อโคตรไว้อย่างน้อยก็ตั้งสามคน!

ร่างสูงทั้งสามหยุดยืนตรงจุดสูบบุหรี่ แล้วดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบคนละตัว ฉันนั่งเกาะพวงมาลัยมองพวกเขาอยู่เงียบ ๆ เหมือนสตอล์กเกอร์ยังไงยังงั้น วันนี้คนหล่อของฉันมัดผมเป็นจุกไว้ด้านบน สีหน้าดูสดใสกว่าเวลาที่เจอหน้าฉันสักร้อยเท่าเห็นจะได้ ถึงจะไม่ได้ยิ้มแต่ก็ไม่ได้มีสีหน้าตึง ๆ แบบที่ฉันเจอ

เพื่อนเขาดูท่าทางจะเป็นคนสนุกสนานทั้งคู่ เพราะเอาแต่หัวเราะไม่หยุด ในขณะที่พี่สิงห์ทำอย่างมากก็แค่ยิ้มกว้าง คนนึงไว้ผมสีดำสนิทยาวระต้นคอมัดเป็นจุกอยู่ด้านหลัง เขาดูแบดบอยไม่น้อย เพราะตามข้อแขนมีรอยสักลายเต็มไปหมด ส่วนอีกคนตัดสกินเฮด โครงหน้าหล่อจัดไม่แพ้พี่สิงห์ของฉันเลย แต่ที่ดูจะขัดกับลุคของเขาไปนิดคือดูจะเป็นคนอารมณ์ดีมากไปหน่อย…

แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้งขึ้นมาทั้ง ๆ ที่นั่งอยู่บนรถแท้ ๆ เมื่อสายตาของคนที่ฉันมาตามแอบดูหันมามองทางรถฉันนิ่ง ๆ มองจากตรงนี้ยังรู้ได้เลยว่าเจ้าตัวชะงักไปไม่น้อย ร่างสูงหยัดตัวยืนเต็มความสูงจากราวเหล็กที่ใช้พิงสูบบุหรี่ เขาหันไปพึมพำบอกอะไรเพื่อนสักอย่าง แล้วจ้องมาทางนี้อีกครั้ง และคราวนี้เพื่อนทั้งสองคนก็จ้องตามมาบ้าง

เรียวคิ้วเข้มขมวดมองมา ก่อนที่เจ้าตัวจะสาวเท้าเร็ว ๆ เดินข้ามฟากมา ฉันตื่นตระหนกจนทำอะไรแทบไม่ถูก และดูเหมือนจะไม่มีทางทำอะไรทันแล้วด้วย เมื่อเสียงเคาะกระจกดังขึ้น

ก๊อก ๆ

สุดท้ายก็จำใจต้องเลื่อนกระจกลงเพราะไม่มีทางเลือก คนที่ยืนอยู่ข้างประตูรถดูไม่แปลกใจเลยที่เป็นฉันเองกำลังนั่งอยู่บนนี้ เขาคงจำรถฉันได้นั่นแหละ พี่สิงห์เลียริมฝีปากค้างไว้แล้วเลิกคิ้วถาม

“มาทำไม?”

“ลินผ่านมาเลยลองแวะเข้ามาดูบรรยากาศ” ฉันพูดมั่วซั่วไปเรื่อย ใครจะไปบอกว่าแอบมาตามดูผู้ชายกันเล่า!

“…” พี่สิงห์ถอนหายใจเบา ๆ ยืนเท้าสะเอวอย่างพูดไม่ออก

แต่แล้วสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปเมื่อเพื่อนสองคนของเขาเดินมาหยุดยืนข้าง ๆ ทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน และทำตาโตเมื่อเห็นฉันนั่งอยู่บนรถ ในขณะที่พี่สิงห์ทำเพียงยืนมองนิ่ง ๆ เท่านั้น

“สวัสดีค่ะ ลินค่ะ” ฉันพยายามผูกมิตรด้วยการยิ้มหวานให้

“ไหนมึงบอกไม่มีหญิง? แล้วนี่?” พ่อหัวสกินเฮดไม่ได้สนใจฉันเลย แต่หันกลับไปมองหน้าเพื่อนอย่างหยอกล้อ

“…” คนหัวดำรอยสักเยอะ ๆ เองก็เหมือนกัน ทำแค่มองสำรวจฉันเงียบ ๆ เท่านั้น มุมปากยกยิ้มขึ้นเมื่อหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองที่ยืนใบ้กินอยู่

สรุปว่าเป็นฉันเองที่ต้องหุบยิ้มลงเพราะไม่มีใครสนใจกัน พี่สิงห์ที่ดูหงุดหงิดอยู่แล้วที่เห็นฉันโผล่หน้ามาที่นี่ ก็ดูเหมือนจะเหนื่อยใจหนักกว่าเก่าเมื่อโดนเพื่อนร้องแซว

“พวกมึงไปก่อนเลย เดี๋ยวกูตามไป” ว่าแล้วก็ไล่เพื่อนไปหนึ่งกรุบ

เพื่อนของเขาเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้างเลยยอมถอยห่างออกไปแต่ก็ไม่วายหันมามองฉันอีกรอบด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ แต่ก็ห่างออกไปได้ไม่เท่าไรหรอก ฉันยังเห็นคนหัวเกรียนนั่นพยายามตะแคงคอแอบฟังอยู่เลย เมื่อเพื่อนเดินห่างออกไปแล้วคนตรงหน้าก็เริ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“มาหา?”

“ก็… ใช่แหละ”

ฉันจำต้องหันกลับมามองพี่สิงห์อีกรอบ แล้วยอมรับออกไปตรง ๆ ท่าทางไม่สบอารมณ์ของเขาฉายชัดจนฉันแอบกังวลว่าล้ำเส้นเกินไปหรือเปล่า เราเงียบกันอยู่ชั่วอึดใจ คนตรงหน้าเหมือนไม่อยากจะคุยด้วยแต่ก็ยังไม่ได้เดินหนีไป เอาแต่จ้องกันอยู่ได้ จนในที่สุดฉันก็พึมพำออกมาก่อน

“ขอโทษก็ได้”

“…”

“ก็ลินว่างอะ แค่จะแวะมาดูว่าเรียนที่ไหน”

“…”

“โกรธเหรอ?” ฉันช้อนสายตามองเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ คือมันก็ออกจะล้ำเส้นเกินไปจริง ๆ

“…” พี่สิงห์พ่นลมหายใจยาว แต่แล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย “เห็นแล้วนี่…”

“หืม?”

“เห็นแล้วก็กลับได้แล้ว”

“แล้วพี่เลิกกี่โมง?” เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรอย่างที่คิดฉันเลยรีบปั้นหน้ายิ้มอีกรอบ “ลินไปรอที่อู่ได้ไหม?”

“ไม่ได้” คราวนี้น้ำเสียงฟังดูเฉียบขาด

“ปกติก็ไปได้” ฉันเริ่มทำหน้างอ “ไปมาตั้งหลายวันไม่ได้ก่อเรื่องอะไรเลยด้วย”

“บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ จะให้ผู้หญิงมานั่งรอทำงานได้ไง? เดี๋ยวก็โดนไล่ออกพอดี”

“…” นั่นสิ… ฉันเองก็ลืมคิดไปเหมือนกัน

“ทางที่ดีไม่ต้องมาเจออีกก็…”

“ไม่เอา!” ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะพูดจบฉันก็รีบสวนขึ้น “ก็บอกแล้วไงว่าชอบ จะจีบ”

“…”

คนโดนจีบทำหน้าบอกบุญไม่รับ แต่ปฏิกิริยาของสองคนที่ยืนห่างออกไปกลับทำตาลุกวาวเมื่อได้ยินข่าวใหม่ ฉันพยายามไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนเขา แต่กำลังจ้องหน้าไอ้คนที่เอาแต่ไล่อย่างไม่ลดละ จนแล้วจนรอดก็ไล่อยู่ได้

“ไม่ว่างต้องทำงาน ไม่มีเวลาคุยเล่นด้วยหรอก” พี่สิงห์เอ่ยด้วยเสียงเหนื่อยใจ

“ก็งั้นจะให้ลินทำยังไง?”

“ก็บอกว่าไม่ต้องมาแล้ว”

“ก็บอกไม่เอาไง”

“…”

“เดี๋ยวลินหาวิธีเองละกัน พี่ไปเถอะ”

เมื่อเห็นว่าเราคงเถียงกันไม่จบไม่สิ้นแน่ ๆ ฉันก็เลยเลื่อนกระจกรถปิด คนโดนตามยังยืนนิ่งมองอยู่อย่างนั้น ฉันไม่สนใจเขาก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนรถออกจากซองจอดช้า ๆ มองผ่านกระจกมองข้างพบว่าตอนนี้เพื่อนเขากำลังเดินเข้าไปหาร่างสูงของพี่สิงห์พร้อมทำสีหน้าล้อเลียน และยิงคำถามไม่หยุด

สายตาทั้งสามคู่มองตามรถฉันมาด้วยอาการที่แตกต่างกัน เพื่อนเขาดูตื่นเต้นอยู่หรอกที่เห็นฉันมาตามจีบเพื่อนตัวเองถึงที่ขนาดนี้

แต่คนโดนจีบนี่สิ… เอาแต่ทำตัวซีเรียสอยู่ได้

มันจะไปยากอะไร… เฮียลงเฮียเล้งอะไรนั่นดูท่าทางไม่ได้ใจร้ายอะไรเท่าไร… ถ้าฉันไปคุย ก็คงพอได้นั่นแหละ!

หนึ่งชั่วโมงต่อมา…

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งเลื่อนโทรศัพท์เล่นอยู่ตรงโซฟาตัวเดิมในอู่เฮียเล้ง แต่รอบนี้ไม่ค่อยมีใครหันมาสนใจแล้ว คงเพราะเริ่มจะชินแล้วนั่นแหละ และพวกเขาก็รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าฉันมาหาใคร...

เรื่องเฮียเล้งไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรนัก แค่ฉันบอกว่ากำลังจีบพี่สิงห์เท่านั้นแหละ

‘ดีเลย! อาสิงห์อีบ้างานมากถ้ามีเมียก็คงดี!’

และนั่นก็เป็นเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมฉันถึงยังนั่งเล่นอยู่ที่อู่ได้โดยไม่มีใครว่า และไม่มีใครคิดจะสนใจ ทุกคนเป็นกันเองกับฉันมาก ๆ ส่วนมากเรียกฉันว่าพี่บ้าง เจ๊บ้าง… ถึงแม้ว่าบางคนจะอายุเท่าฉันก็ตาม พวกเขาบอกว่าถ้าเป็นแฟนพี่สิงห์ก็ต้องเป็นเจ๊นั่นแหละ

แหม… ยังไม่ถึงขั้นนั้นเลยนี่สิ…

“งานน้อยเหรอ?” ฉันส่งยิ้มให้ร่างสูงของ ‘พายุ’ เมื่อเด็กนั่นเดินเฉียดเข้ามาใกล้ ก็คนนั้นไงที่ว่าหล่อ ๆ เหมือนพี่สิงห์ และเป็นคนรับเรื่องทำสีรถให้ฉันวันแรกนั่น

“วันนี้ไม่ค่อยมีใครเอารถเข้ามาเลยพี่” ใบหน้าหล่อยกยิ้มบอกอย่างเป็นกันเอง “ดูท่าจะชอบไอ้พี่สิงห์มันจริง ๆ นะเนี่ย?”

“เอ้า! ไม่ชอบแล้วจะมาขนาดนี้เหรอ?” ฉันยิ้มอย่างเต็มภาคภูมิ จนคู่สนทนาหัวเราะออกมา

“ก็ขอให้จีบติดละกัน… พี่สิงห์มันไม่สนผู้หญิงเท่าไรหรอก”

“อย่าบอกนะ…” ฉันหรี่ตาลงนิด ๆ ก่อนจะป้องปากถาม “พี่สิงห์เป็นเกย์เหรอ?”

“บ้า!” คนตัวโตถึงกับเกือบพ่นน้ำที่กำลังดื่มอยู่ออกมา “แมน ๆ แบบนั้นเนี่ยนะ? ไม่ใช่หรอก… แค่ไม่เคยเห็นคุยกับใคร มีคนที่ร้านเหล้าจีบมันเยอะจะตาย”

“นั่นสิ”

“อย่าบอกนะว่าตามไปที่ร้านมาแล้ว?”

“ของมันแน่อยู่แล้ว”

พายุเอาแต่หัวเราะไม่หยุดเมื่อฉันเล่าเรื่องที่ฉันไปแอบส่องพี่สิงห์ที่ร้านเหล้าที่เขาทำงานมา แต่เราคุยกันได้ไม่เท่าไรเจ้าตัวก็ต้องรีบเดินออกไปรับลูกค้า และจังหวะเดียวกันร่างสูงของพี่สิงห์ก็เดินสวนเข้ามาพอดี พอเห็นหน้าฉันก็มองมาอย่างดุ ๆ ทำท่าจะเข้ามาไล่อีกเหมือนเคย

“ลินขออนุญาตเฮียเล้งแล้ว” ฉันรีบบอกทันทีที่เขามาหยุดยืนลงตรงหน้า

“คือ?” เจ้าตัวดูแปลกใจกับคำบอกเล่าของฉัน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขยายความอะไรให้ฟัง บุคคลที่ถูกพูดถึงตอนนี้มายืนอยู่ข้างหลังเขาเรียบร้อยแล้ว

“อาสิงห์เอ๊ย… อย่าไปไล่อีเลย คนมันรักมันชอบก็ปล่อย ๆ อีไปบ้าง” ชายสูงวัยนามว่าเฮียเล้งพูดอย่างเห็นอกเห็นใจกัน ซ้ำยังมองคนของตัวเองด้วยสายตาตำหนิอีกต่างหาก

“…” คนถูกว่าถึงกับไปไม่เป็น และนั่นทำให้ฉันอดลอบยิ้มกับสีหน้าปั้นยากของเขาไม่ได้เลย

“อั๊วอนุญาตให้ลื้อนั่งรอจนอาสิงห์อีเลิกงานนั่นแหละไม่ต้องรีบหรอก สบาย ๆ” เฮียเล้งหันมาบอกฉันอย่างใจดี ก่อนจะหันไปตบบ่าคนตัวสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม “มีเมียก็ดีนะ ลื้อจะได้ไม่เครียดมาก”

“…” พี่สิงห์ทำท่าอึกอักแต่ก็ไม่ยักเถียงอะไรออกมา

กระทั่งเฮียเล้งเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศแล้วฉันยังหยุดยิ้มไม่ได้เลย ในขณะที่คนตัวโตยกมือเกาหางคิ้วอย่างงุนงงกับสถานการณ์ พี่สิงห์ชำเลืองมามองกันแล้วส่ายหัว

“เอาจนได้สินะ”

“ของมันแน่อยู่แล้ว ยากตรงไหนกัน”

ฉันยกยิ้มขึ้นอย่างเป็นต่อ เจ้าตัวไม่ว่าอะไรอีก เดินเลี่ยงไปทำงานเหมือนกับคนอื่น ๆ โดยระหว่างทำงานก็โดนแซวไม่หยุด ทุกครั้งที่โดนแซวหน้างี้แดงเถือกเลย…

เขินแหละ… แหม… ก็คนสวยมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นขนาดนี้เชียว!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 113

    “พี่ก็ต้องเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีกแล้ว” พี่เตถอนหายใจเบา ๆ ฉันกับพี่สิงห์มองหน้ากันอย่างรู้ทันคนที่แกล้งทำเป็นซึมเหมือนอาภัพรักเสียเต็มประดา“มึงก็หาเมียสิ เลิกเล่นไปเรื่อยได้แล้ว…”“กูไม่ได้เล่น แต่คนอื่นเขามองว่ากูเล่น!” พี่เตเถียงเสียงดัง สีหน้าเซ็งจัด“พี่ก็หัดทำตัวจริงจังหน่อย…” ฉันยกมือตบบ่าพี่เต

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 112

    ฉันพยายามจะไม่สนใจร่างสูงที่เอาแต่พูดเรื่องพี่เลี้ยงเด็กอะไรนั่นแล้วเดินเข้าครัวเพื่อไปทำอาหารให้เขากินใช่… ฉันมันแม่บ้านสุดเก๋ายังไงล่ะ… ฝีมือฉันพัฒนาไปถึงขั้นนั้นแล้ว!“พี่สิงห์!”แต่แล้วก็ต้องร้องเสียงดังเมื่อตัวเองถูกอุ้มจนลอยขึ้นจากพื้น พี่สิงห์ส่ายหน้าไปมาเพื่อจะบอกว่ายังไงก็ไม่ยอมให้ฉันทำอะไ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 111

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 48หกปีผ่านไป...ไม่อยากจะเชื่อว่าชีวิตของฉันจะวุ่นวายได้ขนาดนี้!ตอนนี้ฉันกำลังห่อข้าวใส่กล่องข้าวสามกล่อง จัดการเอากระเป๋านักเรียนของเด็ก ๆ มาวางต่อ ๆ กันแล้วยัดไอ้กล่องข้าวที่ใช้เวลาทำตลอดทั้งเช้าลงไป เสียงเด็ก ๆ กำลังผลัดกันตะโกนผลัดกันร้องไห้โยเยอยู่ตรงห้อ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 110

    แต่มันก็เป็นมันหน้าหนายิ่งกว่าปูนโบกตึก… จะไปอายอะไร…ตรงนี้คงมีแค่ยิมที่นอนอยู่เก้าอี้ตัวถัดไปจากผมกับลินเท่านั้นที่ดูเหมือนจะหลับไปง่าย ๆ ร่างบางในชุดว่ายน้ำถูกคลุมด้วยผ้าเช็ดตัวที่ผมจำได้ว่าเป็นของไอ้ยีนซึ่งผมเห็นอยู่บ่อย ๆ เวลามันไปนอนค้างกับไอ้เตที่บ้านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาอยู่กับเด็กน

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 109

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 47ก็คิดผิดจริง ๆตอนนี้เรามาถึงทะเลแล้ว ผมสามคนกำลังนั่งคุยเล่นกันอยู่ที่เก้าอี้ชายหาด ทุกคนหันหน้าเข้าหาทะเล แสงแดดตอนบ่ายมันจ้าเสียจนต้องเอาแว่นกันแดดมาใส่ เพราะอากาศค่อนข้างร้อนจัดพวกผมเลยนอนถอดเสื้อนอนกันเรียงคนสาว ๆ กำลังยืนอยู่ห่างออกไปยังหน้าชายหาดที่แ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 108

    วันนั้นผมอยู่อู่จนดึก… ดึกชนิดที่ว่าไม่เคยมีวันไหนอยู่ดึกขนาดนั้นมาก่อนเพราะงานมันล้นมือมาก ๆ และวันนั้นเองผมก็ได้เจอกับร่างเล็กที่ยืนแกร่วอยู่คนเดียวตรงฟุตพาทฝั่งตรงกันข้าม ถึงเรื่องมันจะทุเรศไปสักหน่อยที่ผมปากหมาไปเอ่ยทักลินแบบนั้นแต่ก็นั่นแหละ… ตอนนั้นตัวผมเองไม่ได้เสี้ยนบุหรี่ขนาดนั้น ง่วงนอนจะ

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 102

    “ลื้อเชื่อใจได้ อั๊วรับประกันว่าอาลินเองก็เลือกคนไม่ผิดร้อก!” เฮียเล้งตบบ่าเพิ่มความมั่นใจให้ปะป๊า สีหน้าผ่อนคลายลงกว่าชั่วโมงก่อนอันที่จริงก็เราทุกคนนั่นแหละ ใครจะไปคาดคิดว่าเรื่องมันจะกลับตาลปัตรขนาดนี้… ฉันปาดน้ำตารอบแล้วรอบเล่านั่งมองคนนั้นทีคนนี้ที พี่สิงห์เองก็ดูโล่งใจเป็นอย่างมากกับสถานการณ์

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 95

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 42หลังจากรอพี่สิงห์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จเราก็พากันเดินลงมาข้างล่าง ดูเหมือนทุกคนไม่ได้รอแล้ว สามคนกำลังนั่งกระดกเบียร์คนละขวดเปิดไพ่เล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะของยิมทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ ดูเหมือนมันจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนพี่สิงห์ทั้งสองคนมากขึ้นทุกขณะ“ไม่ล

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 90

    “ว่าไง… จะไปเที่ยวไหนกัน?”“ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อย แต่จะกลับไปนั่งเล่นที่บ้าน เลยอยากแวะมาหาพี่ก่อน” ฉันบอกเสียงใสพร้อมกับชูแก้วน้ำในมือส่งให้พี่สิงห์“…” เจ้าตัวรับมันไปแล้วก็หลุดขำออกมาเมื่อเห็นว่ามีลายมือเขียนอยู่บนแก้ว ฉันก็แค่ให้พนักงานเขียนว่า...‘ของพี่สิงห์สุดที่รักของลิน’ แค่นั้นเอง…“วันนี

  • พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน   บทที่ 84

    พี่สิงห์เด็กช่างคนดุกับคุณนลิน ตอนที่ 38โอเค… แล้วเรื่องยัยเพลินอะไรนั่นก็จบลงได้ด้วยดี ฉันพยายามทำความเข้าใจว่ามันเป็นแค่อดีต ส่วนพี่สิงห์เองก็… ง้อด้วยการจัดหนักทั้งคืนแทบไม่ได้หยุดหายใจเห็นทรงนิ่ง ๆ แบบนี้... แต่คือดุเรื่องบนเตียงมากนะบอกเลยวันนี้พี่สิงห์เริ่มกลับไปทำงานที่อู่แล้ว ต่อให้ฉันบอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status