Masukสิ้นเสียงกระซิบที่แหบพร่า แทนคณินไม่เปิดโอกาสให้ร่างบางได้เอ่ยคำปฏิเสธแม้แต่ครึ่งคำริมฝีปากหยักร้อนจัดบดทาบลงมาบนกลีบปากอิ่มที่สั่นระริกทันที สัมผัสนั้นไม่ได้มีความอ่อนโยน ทว่ามันอัดแน่นไปด้วยความโหยหา ความเดือดดาล และการตอกย้ำความเป็นเจ้าของของร่างนี้ แม้ไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายแต่สิทธิ์ทางร่างกายเขาก็ขอใช้มันสรัลจันทร์ส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ สองมือพยายามยกขึ้นดันแผงอกเปียกชื้นของเขาออก ทว่าแผ่นหลังที่แนบสนิทอยู่กับผนังกระจกเย็นเฉียบทำให้เธอไร้ทางถอยหนีแทนคณินใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งสอดเข้าใต้กลุ่มผมเปียกชื้นตรงท้ายทอย ล็อกตรึงศีรษะของเธอไว้แน่น ปลายนิ้วขยำเส้นผมนุ่มเพื่อบังคับให้เธอแหงนหน้ารับจุมพิตที่ดุดัน ปลายลิ้นร้อนชื้นแทรกผ่านรอยแยกของกลีบปากเข้ามาอย่างชำนิชำนาญ กวาดต้อนดูดดึงความหวานปนรสฝาดของหยาดฝนอย่างตะกรุมตะกราม บดขยี้จนลมหายใจของเธอสะดุดกึก“อื้อ...”รสจูบที่ทวีความหนักหน่วงบดเบายามเขาดูดดึงริมฝีปากล่างจนเจ่อช้ำ สรัลจันทร์สะท้านเยือกไปทั้งร่าง ความหนาวเหน็บที่เคยเกาะกินผิวเนื้อถูกแผดเผาด้วยไฟราคะที่ลุกโชนอย่างรวดเร็ว สองมือที่เคยดันแผงอกแกร่งเริ่มเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตเป
สรัลจันทร์ส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้าดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับยามนี้สั่นระริก เจิ่งนองไปด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาจนพร่ามัว เธอจ้องมองรอยยิ้มมุมปากของหมอรวินพัฒน์ด้วยความรู้สึกหนาวเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ผู้ชายตรงหน้าที่เธอคิดว่าจะเป็นขอนไม้ให้ยึดเหนี่ยวเพื่อหนีจากความบ้าของพี่เขย กลับมองความทุกข์ทรมานและความไม่ยินยอมของเธอเป็นเพียงเรื่องตรงหน้าที่ไม่ควรเกี่ยวข้อง“หมอ... ช่วยรันด้วย รันไม่ได้...” น้ำเสียงหวานแหบพร่าสั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา“ไม่ได้ยินยอม หรือไม่ได้อยากอยู่บนเตียงฉันล่ะ!”ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง...เธอเองที่ยื่นขาลงนรกนี้ด้วยตนเอง แต่ก็พูดออกมาไม่ได้แทนคณินเค่นเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมตัดบทขึ้นมาทันควัน แขนหนากระชับร่างบางเข้าหาอกแกร่งแน่นขึ้นจนกระดูกซี่โครงแทบจะบดขยี้กัน นัยน์ตาสีรัตติกาลลุกโชนดั่งไฟประลัยกัลป์ จ้องกดดันและประจานความลับของเธอออกมาต่อหน้าผู้ชายอีกคนอย่างไร้ความปรานี“ทั้งที่บ้านใหญ่ ที่พูลวิลล่า หรือที่ปักกิ่ง... ล้วนเป็นเธอที่เรียกร้อง เว้าวอน แล้วก็ร่านมานอนครางใต้ร่างฉันเองทั้งนั้น!” ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขากดลงบนริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำอย่างแรง “
“ปล่อยนะคุณแทน! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!”สรัลจันทร์ตวาดลั่น ร่างระหงถูกแบกขึ้นพาดบ่ากว้างในท่าคว่ำหน้า ชายเสื้อคลุมซาตินร่นลงมากองอยู่ตรงสะโพก อวดเรียวขายาวขาวผ่องที่ดิ้นถีบกลางอากาศ สองมือน้อยทุบกระหน่ำลงบนแผ่นหลังแกร่งของแทนคณินจนเกิดเสียงดังอั่กๆ ทว่าคนตัวโตกลับไม่สะทกสะท้าน แขนหนาข้างหนึ่งรัดรอบข้อพับขาของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็กแทนคณินก้าวขายาวๆ มุ่งหน้าตรงไปยังบานประตูห้อง 2304 ที่เปิดค้างไว้ทว่าเพียงแค่ก้าวเข้าใกล้ธรณีประตู ร่างสูงโปร่งของหมอรวินพัฒน์ก็ก้าวเข้ามายืนขวางทางไว้เต็มตัว หมอหนุ่มยกท่อนแขนแกร่งขึ้นยันกรอบประตูไม้ทั้งสองข้าง สกัดกั้นทางออกจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยวางมาดสุภาพนิ่งขรึมยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว นัยน์ตาใต้แผงขนตาคมกริบลุกโชนไปด้วยประกายดุดัน“วางเธอลงครับคุณแทนคณิน” น้ำเสียงของหมอรวินกดต่ำ ทุ้มหนักและเด็ดขาด “นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล และคุณไม่มีสิทธิ์มาใช้กำลังอุ้มใครออกไปตามใจชอบแบบนี้”“หลีกไป!” แทนคณินเค่นเสียงสั่ง สันกรามบดแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มขึ้นสันนูน “อย่าคิดว่าใส่เสื้อกาวน์แล้วฉันจะไม่กล้าซัดหน้าแก หลบไปให้พ้นทาง ถ้ายังไม่อยากนอนห
ติ๊ด— แกร๊ก!เสียงระบบกลอนดิจิทัลของห้อง 2304 ปลดล็อก หมอรวินพัฒน์ยังไม่ทันได้ผลักบานประตูเข้าไปเต็มแรง ร่างสูงใหญ่ของแทนคณินก็กระแทกไหล่แทรกตัวผ่านเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วและป่าเถื่อนสายตาคมกริบของประธานหนุ่มกวาดมองไปทั่วห้องรับแขกที่เปิดไฟสลัวบนโซฟาหนังสีเทาตัวเดิม ร่างระหงของสรัลจันทร์นั่งไขว่ห้างเอกเขนกอยู่ ในมือถือแก้วน้ำส้มคั้นสด หญิงสาวสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าซาตินเนื้อบางสีชมพูมุก ชายเสื้อคลุมเลิกร่นขึ้นมาเหนือกึ่งกลางต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนสะท้อนแสงไฟ สาบเสื้อด้านหน้าผูกไว้หลวมๆ อวดร่องอกอิ่มที่มีรอยจ้ำแดงจางๆ ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าภาพความผ่อนคลายและไร้ความสะทกสะท้านหรือกลัวสิ่งใดของน้องเมียตัวดีทำเอาเส้นประสาทในหัวของแทนคณินเต้นตุบๆชายหนุ่มก้าวขายาวๆ ตรงเข้าไปหยุดตรงหน้าโซฟา ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนายื่นออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของสรัลจันทร์ ออกแรงกระชากอย่างแรงจนร่างของเธอลอยหวือขึ้นมาจากเบาะ ปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจังแก้วน้ำส้มในมือหญิงสาวกระฉอกเลอะพรมเล็กน้อย“กลับห้องชั้นยี่สิบสี่เดี๋ยวนี้!” แทนคณินออกคำสั่งเสียงห้วนจัด สันกรามคมขึ้นสันนูน แววตาดำสนิทวาว
บานประตูลิฟต์ค้างเปิดนิ่งอยู่ที่ชั้นสิบเก้ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่คุ้นเคยลอยปะทะจมูก แทนคณินก้าวพรวดเดียวออกจากลิฟต์ มือหนาเอื้อมไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของพินระตาทันที แรงบีบมหาศาลทำให้หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดนิ่วหน้า ทว่าริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีไวน์แดงกลับยังคงเหยียดยิ้มอย่างท้าทาย“ปล่อยค่ะท่านประธาน บีบแรงขนาดนี้ แขนพินเขียวหมดพอดี” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ร่องรอยความเกรงกลัว“เธอมาทำอะไรที่นี่ พินระตา” แทนคณินเค่นเสียงถามรอดไรฟัน นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยความเดือดดาล สายตาคมปลาบกวาดมองไปด้านหลังของเธอ เห็นบานประตูห้องพักหมายเลข 1908 เปิดแง้มไว้เล็กน้อยเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังประตูห้องนั้นทำให้เขารู้สึกสะดุดใจ“ที่นี่เป็นคอนโด ใครมีเงินก็ซื้อได้ทั้งนั้นค่ะ” พินระตาเชิดหน้าขึ้น สบตากับอดีตเจ้านายตรงๆ “ทำไมคะ กลัวว่าพินจะขึ้นไปเคาะห้องระรานคนของคุณเหรอ”แทนคณินกระชากร่างระหงเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายถมึงทึง “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน เรื่องที่ปักกิ่งฉันเตือนเธอแล้วใช่ไหม...แล้วนี่อะไร ห้องนี้มันห้องของภีรเดช อย่าบอกนะว่าเธอคบกับมัน ทั้งที่ตอนอยู่จีนเธอสั่งคนจัดการมั
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงบี๊บเป็นจังหวะถี่กระชั้นของเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจดังสะท้อนก้องทั่วห้องไอซียูแทนคณินยืนกอดอกพิงผนังหน้าประตูกระจกบานเลื่อน สันกรามคมขึ้นสันนูนด้วยความตึงเครียด เนกไทถูกดึงหลุดลุ่ย แววตาสีเข้มวาวโรจน์จับจ้องผ่านช่องกระจกเข้าไปยังร่างซีดเซียวของจันทร์ทิพย์ที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงคนไข้ ทันทีที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นหูดังใกล้เข้ามา ชายหนุ่มก็ตวัดสายตากลับไปมองหมอรวินพัฒน์ในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดเดินตรงเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความร้อนรนแทนคณินเหยียดยิ้มเหี้ยม ยกมุมปากขึ้นอย่างดูแคลน “นึกว่าจะมัวแต่กกอยู่กับผู้หญิงจนไม่โผล่หัวมาดูหน้าที่ตัวเองแล้วเสียอีก”หมอรวินหยุดยืนตรงหน้า ไม่แม้แต่จะสบตากับประกายท้าทายนั้น ชายหนุ่มหยิบแฟ้มเวชระเบียนขึ้นมาเปิดตรวจ “หน้าที่รักษาคนไข้ ผมไม่เคยละเลยครับ และผมก็มาทันเวลาเสมอ”พูดจบ หมอหนุ่มก็ก้าวผ่านหน้าแทนคณินเข้าไปในห้องปลอดเชื้ออย่างไม่ไยดีคำสั่งการทางการแพทย์สั้น กระชับ และแม่นยำ หมอรวินตรวจสอบสายน้ำเกลือ สั่งปรับลดอัตราการหยดยาปฏิชีวนะกลุ่มเสี่ยงลงครึ่งหนึ่ง พร้อมสั่งฉีดยาแก้แพ้และสารปรับสมดุลความดั







