LOGINอีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที
เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้
"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้.."
"เหมยมาปฏิเสธค่ะ"
"ทำไมล่ะ"
"คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น"
"คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"
แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น
"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ"
"เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย"
"ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า"
วิชชี่พูดตลบให้อีกที
"โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"
การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ
"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ"
"ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม"
"เรื่องอะไร"
สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง
"มันดืออ่า เมื่อวานที่ฉันลาป่วยเพราะจุก" วิชชี่เล่าไปตาลอยไป ทำหน้าฟินไปถึงดาวอังคาร "แล้วเขาเป็นสุภาพบุรุษมากเลยนะ รักเขา!"
"แกหาจากแอปไหน"
"ถามนี่จะเอามั้งเหรอเหมย" ลูกตาลทำตาโต
"แกก็ต้องเอาด้วย แก้เหงาไง"
"ฉันไม่ได้เหงา"
"แต่ฉันอยากลองดู วิชสอนฉันเล่นบ้างสิ"
เหมยลี่ขยับไปนั่งข้างวิชชี่ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนัดเดทยอดนิยมมาไว้ในมือถือ สอนวิธีสมัครใช้งาน ตั้งชื่อปลอมๆ และใช้รูปโปรไฟล์ที่เปิดเผยตัวตนน้อยที่สุด
"เขาชื่อแบล็ค กรี๊ด! ชื่อโคตรเท่ห์"
เพียงสมัครสมาชิกก็จับคู่ได้มาหนึ่งคน รูปโปรไฟล์เป็นภาพผู้ชายสวมใส่หมวกแก๊ปลางๆ
"อายุ 23 เรียนมอ X ด้วย"
"เปคเหรอ"
"ชอบแบบโตกว่าอ่า"
ยิ้มจนตาปิดให้ลูกตาลแล้วพิมพ์แชทคุยโต้ตอบกับคุณแบล็ค
"ดูให้ดีนะยะ ฉันโชคดีเจอคนดี แค่หลอกเย็บก็เยอะอยู่"
"ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่หลอกเย็บได้นะวิช เขาหลอกเย็บเราได้ เราก็หลอกได้เหมือนกัน"
ค่านิยมเปลี่ยนตามยุคสมัย เด็กสมัยใหม่ต้องเรียนรู้และก้าวตามให้ทันอย่างมีสติ เหมยลี่จะตั้งสติให้ดี หากเขาไม่หล่อเกินไปจนทำให้สติหลุดอ่ะนะ
หนึ่งสัปดาห์ที่เธอคุยกับคุณแบล็ค เขาเป็นคนคุยเก่ง ชอบส่งรูปแผ่นหลังตอนออกกำลังกายมาให้ดู ทว่าไม่เคยให้เห็นใบหน้าเลยสักครั้ง เหมยลี่ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ถ่ายรูปให้เห็นเฉพาะมือขาวๆ โชว์เล็บบ้าง โชว์นาฬิกาเรือนละสองร้อยบาทบ้าง
กระทั่งวันหนึ่งที่เขาชักชวนมาพบเจอ เธอมาคุยกับเพื่อนที่ตึกคณะด้วยความตื่นเต้น
"เขาส่งพิกัดนี้มา บอกว่าทำธุระเสร็จจะมารับ พวกแก.. ฉันไปดีป่ะ"
"นองอกขนาดนี้แกอยากไป"
"ก็อยากลองไปเดทครั้งแรกดูไง ไม่เคยเดทเลยนะ"
"แค่เดทเหรอ" ลูกตาลถามย้ำให้แน่ชัด
"เขาบอกว่าจะพาไปกินข้าวแล้วก็ไปให้อาหารปลา"
"นัดกี่โมงนะ"
วิชชี่ชะโงกหน้ามามองหน้าจอมือถือ
"สองทุ่มครึ่ง มีที่ไหนไปให้อาหารปลาอีก เอานี่ไปด้วย" มองซ้ายมองขวาแล้วหยิบของในกระเป๋ายัดใส่มือของเหมยลี่ "เผื่อไว้ อาจได้ใช้งาน"
"ถุงยาง.." เหมยลี่ขยับปากพูดแบบไม่มีเสียง
"ของดีเลยนะ ห้ามทำหาย เดี๋ยวฉันกับตาลจะไปรอส่งแก โอเค๊!"
เหมยลี่กำของในมือแน่น หัวใจเต้นตึกตัก เธอกำลังนัดยิ้มแบบวิชชี่เหรอ เปิดประสบการณ์แบบก้าวกระโดดสุดๆ ไปเลย
ก่อนเวลานัดสิบห้านาทีเหมยลี่ก็มายืนอยู่จุดนัดพบ เธอมาในชุดนักศึกษาสวมทับเสื้อฮู้ดสีดำของลูกตาล เพิ่มเติมคือหมวกแก๊ปสีดำของวิชชี่
ตรงนี้เป็นริมฟุตบาทย่านหนึ่งที่เหมยลี่ไม่เคยมา มีผู้หญิงแต่งตัวสวยยืนอยู่ตรงนี้หลายคน แต่ละคนยืนห่างกันออกไป บางคนก็ยืนอยู่กันเป็นกลุ่ม
ด้านหลังเธอคือเพื่อนที่มาส่ง เหมยลี่ตื่นเต้นหัวใจเต้นแรงแทบระเบิด ขาสั่นหงึกๆ ราวกับคนหนาวสั่น
"เขาอาจจะพาไปกินข้าวเฉยๆ ก็ได้ แกอ่ะคิดมาก"
ไอ้พวกข้างหลังก็ด้วยที่มีแต่เรื่องพรรค์ในหัว
เอี๊ยด! พลันก็มีรถเก๋งสีดำมาจอด
เหมยลี่สะดุ้งโหยงหันไปสบตาเพื่อน วิชชี่โบกมือไล่ให้ขึ้นรถเพราะตามที่คุณแบล็คบอกคือเขาจะขับรถเก๋งสีดำมารับ
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้า กลับตัวไม่ทันแล้วเหมยลี่ เธอเปิดประตูรถแล้วเข้ามานั่ง ประตูปิดลงรถก็เคลื่อนตัวออกทันที
ภายในรถเงียบสนิท ไม่มีการทักทาย ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรุนแรง ตรงนี้ทำให้เหมยลี่ไม่กล้าเงยหน้าและไม่กล้าเป็นฝ่ายทักทายก่อนเช่นกัน ผิดวิสัยของคนอย่างเธอมาก อาจเพราะตื่นเต้น..
ใช่แล้ว! เธอตื่นเต้นมากจนมือกำแน่นชื้นเหงื่ออยู่บนหน้าตัก
เฟี้ยว! เอี๊ยด!
กระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาในสถานที่หนึ่งที่มีผ้าม่านขนาดใหญ่เปิดอ้ารอ ครั้นรถจอดสนิทผ้าม่านนั้นก็ถูกปิดลง มือที่ว่ากำแน่นอยู่แล้วแน่นกว่าเดิม
"ไหนว่ากินข้าวไงคะ" เธอส่งคำถามที่กลั่นออกมาจากหัวทันที
"เสร็จแล้วผมจะสั่งมาให้ครับ"
เขาตอบกลับมาแล้วเปิดประตูรถลงไป เหมยลี่ทันเห็นด้านหลังของคุณแบล็คเป็นอันชัวร์แล้วว่าตรงปก แผ่นหลังภายใต้เสื้อยืดสีขาวนั้นกว้างมาก ดูก็รู้ว่าเขาหุ่นดีอย่างที่ส่งคลิปมาให้ดู
ประตูรถฝั่งเธอถูกเปิดออกโดยเขา เหมยลี่ลงจากรถแล้วเดินไปทางประตูห้องพักของโรงแรมม่านรูด ถอดรองเท้าผ้าใบเอาไว้ตรงนี้พร้อมกับมองมือที่ยื่นมาจากด้านหลังจับลูกบิดแล้วผลักมันเปิดอ้าออก
เหมยลี่คิดว่าอย่างน้อยควรได้คุยกันสักนิด เธอหมุนตัวกลับไปหา แต่วินาทีเดียวกันลำตัวก็ถูกรวบกอดแล้วผลักดันเข้ามาด้านในห้อง โถมลงบนเตียงนอนพร้อมกับจูบที่เข้ารุกรานริมฝีปากโดยไม่ทันตั้งตัว
คนไม่ประสาข่มความกลัว จูบตอบด้วยความเงอะงะ มือกำเสื้อยืดตรงบ่าของเขาแนบแน่น
ถึงจะแอบโลกสวยว่าเขาอาจพาไปกินข้าวเฉยๆ พอมาเจอสถานการณ์จริงในรูปแบบนี้ เหมยลี่สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าเธอจะต้องรับมือให้ได้
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"







