Masukเย็นวันแรกของการฝึกงานสี่หนุ่มแก๊งตีนมหันตภัยนัดหมายพบปะกันที่บ้านของจอมพลเพื่อแชร์ประสบการณ์ที่พบเจอกันวันแรก
จอมพลมาเปิดบ้านรอก่อน มีเฉินตามมาติดๆ มานั่งเล่นกับไอ้กลิ้งไอ้แก้วสุนัขพันธ์ุบางแก้วที่จอมพลเลี้ยงเอาไว้
"มึงเคยพาพวกมันไปหาหมอบ้างไหม แดกเก่งแต่ผอม มันมีพยาธิหรือเปล่า"
เฉินตะโกนถามเจ้าของหมา รูปร่างของพวกมันสูงแต่ผอม ใครมาเห็นก็คิดว่าเจ้าของไม่เลี้ยงดูกันทั้งนั้น
"พาไปแล้ว หมอเขาตรวจเช็คร่างกายบอกว่าปกติดีทุกอย่าง แข็งแรงมากด้วย อาจจะเป็นพันธุ์ที่พ่อแม่มันผสมกันมานั่นแหละมั้ง มึงอย่าคิดว่ากูไม่เลี้ยงพวกมันนะเว้ย แก้มเลี้ยงอย่างดีว่ะ"
พูดถึงแฟนสาวของเขาเพราะเธอก็เคยบ่นว่าเขาไม่เลี้ยงพวกมัน จนเธอต้องคอยมาให้ข้าวให้น้ำจนเลยเถิดมาป้อนข้าวเจ้าของหมาด้วย
"น้องแก้มเลี้ยงไง มึงไม่ได้เลี้ยง"
"นู้น ไอ้นู้นอีกคน"
บุ้ยปากไปทางหน้าบ้าน คุณเดินลงจากรถมาพร้อมไก่ทอดที่แวะซื้อมาฝากสองตัวแสบเป็นประจำ ทว่าเฉินกลับสนใจคนที่ลงมาจากประตูด้านหลัง
พามาทำไมวะ!
เดี๋ยวก็มากัดกูอีก เขาส่งคำถามไปถามคุณทางสายตา ทว่าคุณกลับลอยหน้าลอยตาเทไก่ให้หมากิน
ก็นั่นน้องกู จะพามาด้วยก็ไม่เห็นแปลก
"สวัสดีค่าเฮียๆ"
เหมยลี่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเนือยอ่อน ไม่ได้มองหน้าเฮียๆ ที่ยกมือไหว้ด้วยซ้ำก็เดินตามหลังแอลลี่เข้าไปด้านใน นั่งลงบนโซฟารับรองแล้วแกะลูกอมยี่ห้ออาหมวยโยนใส่ปาก
"เป็นไรวะนั่น" จอมพลสงสัย
"มีเรื่องที่ตัดสินใจลำบาก" คุณตอบในสิ่งที่เพิ่งได้คุยกับน้องมาหมาดๆ เพราะเขาไปรับแอลลี่ที่มหาวิทยาลัย ก็เจอเหมยลี่อยู่กับแฟนสาวจึงติดรถมาด้วยกันถึงได้รู้
"มึงก็ตัดสินใจให้น้องไปดิ จะได้ไม่ลำบาก"
เฉินตัดบท ทำเหมือนเป็นเรื่องง่ายทั้งที่ไม่รู้เลยว่าคืออะไร
"เดี๋ยวกูก็ยุให้น้องมาฝังเขี้ยวอีกหรอก"
"รอบนี้กูสวนแน่"
"สวนน้อง?"
"สวนหน้ามึงนั่นแหละไอ้เหี้ย"
รอยยังมีเต็มไปหมด ที่บริษัทถึงได้คิดว่าเขาเป็นพวกสายเก๋า ไปฝึกงานวันแรกก็พกบาดแผลไปโชว์
คนทั้งหมดรวมถึงไผ่ที่ไปรับเอิร์ทมาจากมหาวิทยาลัยมานั่งรวมตัวกันใต้ถุนบ้าน แก้มหวานนำขนมขบเคี้ยวจากบนบ้านมาเสิร์ฟแล้วก็ไปนั่งพูดคุยกับเหมยลี่และแอลลี่ที่พกเรื่องลำบากใจมา
"เหมยเกรงใจรุ่นพี่ค่ะ ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง"
"ก็แค่บอกเขาไปตรงๆ นั่นแหละว่าเราทำไม่ได้" แก้มหวานแนะนำ
"น้องเหมยเนี่ยนะเต้นไม่ได้" จอมพลโพล่งขึ้นแกมแซว "เฮียไม่เชื่อหรอก"
"เชื่อเถอะค่ะเฮียจอมพล เหมยถนัดแต่วาดรูป เต้นมันจะออกมาแบบเนี่ย"
แล้วเหมยลี่ก็ลุกขึ้นเต้นยึกๆ ยือๆ เรียกเสียงหัวเราะของทุกคน จะมีคนหนึ่งที่ก็นั่งมองเฉยๆ ไม่ขบขัน ทว่ามองไม่ละสายตาพลางนึกในใจว่าก็เต้นได้นี่หว่า
"เหมือนไม่รู้จักร่างกายตัวเองอ่ะค่ะ ยากอ่า ให้ไปวาดรูปสิ เหมยสู้ตายเลย"
"งั้นก็ไปบอกเขาตรงๆ นั่นแหละว่าไม่เอา"
"จะดีแน่ใจใช่ไหมเฮียคุณ เหมยจะไม่ถูกเขาเกลียดใช่ป่ะ"
"ใครมาทาบทามเหรอครับน้องแก้ม"
"พี่เบลล์นิเทศน์ปีสี่ค่ะ เฮียไผ่รู้จักไหม"
พลันทุกอย่างก็เงียบสนิทไปราวสามวินาที หนุ่มๆ สามคนหันมองเฉินยิ้มๆ
"รู้จักครับ แต่เฉินรู้จักกว่า"
"อย่าโบ้ย"
เฉินหยิบมันฝรั่งทอดใส่ปากแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น แต่ก็ต้องสบตากับเหมยลี่ที่มองอย่างสงสัย
"อย่ามอง" แล้วเฉินก็พาลใส่น้องไปอีกคน
"เอ้า! เหมยรอฟังอยู่นี่คะว่าเฮียเฉินรู้จักพี่เบลล์กว่ายังไง"
"ไม่ต้องรอ.."
"กิ๊กเก่าสมัยปีหนึ่ง" คนที่เฉลยคือจอมพล วินาทีเดียวกันก็ต้องโยกตัวหนีฝ่าเท้าที่ลอยมากระทบขา "ไวฉิบ เกือบโดนเมียกูเลย"
เฉินเอ่ยขอโทษแก้มหวาน แต่ด่าจอมพลในใจไปอีกสองประโยค เรื่องตั้งแต่สมัยไหนแล้ว พวกมึงจะขุดหาห่าอะไร
"อ๋อ ที่แท้ก็แฟนเก่า ให้เดาพี่คงทิ้งเธอแหงๆ สวยขนาดนั้นโง่ทิ้งไปได้ไง"
ดวงตาคมของเฉินจ้องมองเหมยลี่ หากมีลูกไฟพ่นออกไปได้เธอคงถูกแผดเผาจนตาย เหมยลี่ตัวชาวาบรีบเม้มริมฝีปาก ดูแล้วตอนนี้เธอไม่น่าจะสู้เขาได้ รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
"เอ่อ มาคุยเรื่องฝึกงานของพวกพี่ๆ ดีกว่านะคะ" แอลลี่โพล่งขึ้นท่ามกลางความเงียบและบรรยากาศที่ไม่ค่อยจะดี
"ใช่ๆ เป็นยังไงกันบ้างเหรอคะ มีสาวๆ มาจีบพี่ไผ่ของหนูไหม" เอิร์ทเข้าเรื่องด้วยอีกคน
แต่เหมือนว่าบรรยากาศมันจะเสียไปแล้ว เฉินคว้ามวนบุหรี่บนโต๊ะแล้วเดินออกไปยืนหน้าบ้าน จุดมันสูบด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"กูผิดเอง กูไปง้อมันเอง"
เพราะไผ่เป็นคนเปิดประเด็น รู้ทั้งรู้ว่าเฉินไม่ชอบให้พูดถึงความหลังเขาก็ยังเล่น
"เหมยจี้จุดมากกว่า เหมยง้อเอง" แต่เหมยลี่กลับอาสา
"จะไปง้อหรือจะไปสุมกองไฟ"
"โถเฮียคุณ เห็นเหมยเป็นคนยังไง"
"ก็คนแบบนี้ มันโกรธเราเรื่องรอยเขี้ยวอยู่เลย"
"นี่ไง เดี๋ยวเหมยจะไปง้อทีเดียว"
เหมยลี่เดินตามหลังเฉินออกมายืนข้างเขา เห็นดังนั่นบุหรี่ในมือก็ถูกโยนทิ้งแล้วใช้เท้าบดบี้ให้ไฟมอดดับ
"ฝังใจมากเลยเหรอคะ"
"เรื่องอะไร"
"พี่เบลล์มั้ง"
"กวนตีน" เฉินพูดตรงๆ น่าแปลกที่เหมยลี่ไม่รู้สึกอะไรที่ถูกเขาด่า
"เหมยมีวิธีทำให้เฮียหายอารมณ์เสีย ป่ะ"
มือเล็กคว้ามือใหญ่มาจับแล้วดึงให้เดินไปตามริมถนนในซอยเล็กแคบ
"อดีตก็คืออดีต ไม่ดีก็ไม่ต้องจำ ถึงเฮียจะเป็นคนทำไม่ดีก็เถอะ"
มือใหญ่ในอุ้งมือเล็กออกแรงกระตุกจะดึงออก ขณะเดียวกันมือเล็กก็จับหมับแน่นขึ้นให้เขาเดินตามหลังเธอมาเหมือนเดิม
"เหมยก็มีอดีตที่ไม่อยากจำนะเฮีย แต่เหมยพยายามไม่นึกถึงมันแล้วสนแค่วันนี้พรุ่งนี้เหมยจะทำในสิ่งที่อยากทำ"
"อะไรคือสิ่งที่อยากทำ"
เหมยลี่หยุดเดินแล้วหันมายิ้ม "เฮียว่าเชียร์ลีดเดอร์ดีไหม"
"พูดตรงๆ อย่าไปเป็นภาระคนอื่นเลย"
"ไม่ใช่เพราะมีอดีตอยู่ที่นั่นใช่ป่ะ"
"พูดอีกทีไม่ใจดีแล้วนะ" เฉินขู่ ยิ่งได้ยินยิ่งหงุดหงิด
"อ่ะๆ ไม่พูดแล้วก็ได้"
เหมยลี่เดินต่อ จับจูงเขาเดินตามหลังเหมือนเดิม
"เหมยแค่อยากใช้ชีวิตแบบมีอิสระ อะไรก็ได้ที่ทำให้เหมยไม่รู้สึกว่าอยู่ในกรอบ แค่เท่านี้แหละเฮีย"
"เจอยัง อิสระที่ว่า"
"ก็กำลังหาอยู่ บางอย่างที่อยากทำมันก็ยังถูกจำกัดอยู่ดี"
แล้วเหมยลี่ก็หยุดเดิน หันหน้ากลับมาแล้วปล่อยมือเขา
"ถึงเหมยจะดื้อ แต่ก็คิดได้อยู่ว่าตรงไหนทำผิด ขอโทษค่ะที่พูดจี้ใจดำ ขอโทษเรื่องที่ทำเฮียเจ็บตัวด้วย แต่เฮียก็อย่ามาขโมยกินของพี่ชายเหมยอีกล่ะ ขอบคุณที่เดินมาส่งนะคะ"
ตอนนี้แหละที่เฉินเพิ่งเห็นว่าด้านหลังของเหมยลี่เป็นคอนโดมิเนียมสูงและเธอก็เดินเข้าไปในตัวอาคารแล้ว
เฉินหันมองซ้ายมองขวา ตัวเปล่าเล่าเปลือย
ฉิบหาย! เขารีบหยิบมือถือมาโทรหาคุณ ไม่นานทางนั้นก็รับสาย
"ไอ้คุณ! น้องมึงเล่นกูแล้ว"
ขนมปังปิ้งหน้าเนยนมพร้อมเสิร์ฟ เหมยลี่ออกมานั่งกินมัน เอามันจิ้มโอวัลติน กินเหมือนเด็กที่กำลังเตรียมตัวไปโรงเรียน"เหมยก็กำลังไปเรียนนี่ไง เดี๋ยวจะไปกินปาโก๋จิ้มนมต่อด้วยค่ะ""แล้วจะกินไหว?""เหมยกระเพาะใหญ่ค่ะ""อือ จิ๋มก็ใหญ่" แค้กๆๆ เหมยลี่ถึงกับไอโครกครากรีบยกโอวัลตินขึ้นกระดกก่อนจะทำตาโตใส่เขา"พูดอะไรเนี่ย""พูดจริง ไม่ภูมิใจ?""ก็น่าภูมิใจ ถ้าเฮียไม่พูดตอนกิน" ขนมปังทั้งหมดถูกยัดใส่ปากเพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที"ดีนะเนี่ยที่ไม่ต้องกลับไปเอาของที่ห้อง เดี๋ยวเหมยไปเลยนะคะ" เฉินเก็บรวบของทั้งหมดไปวางในซิงค์ล้างจาน เดินตามหลังเหมยลี่มาหน้าประตูห้อง ย่อตัวนั่งสวมใส่รองเท้าผ้าใบให้อย่างเบามือเหมยลี่ขบกัดริมฝีปาก หัวใจเต้นตึกตัก วันแรกดูแลดีขนาดนี้ พรุ่งนี้เธอจะถูกดูแลแบบนี้ไหม อยากรู้จัง ฉะนั้นพรุ่งนี้เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อพอออกมาจากห้องมือเล็กก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ จับจูงกันลงมาชั้นล่าง มีรถแท็กซี่มาจอดพอดี เหมยลี่เลยปล่อยมือแล้วโบกมือลา"เหมยไปนะคะ" แต่กลับไม่มีการตอบรับนอกจากการมองเฉยๆ เหมยลี่ดึงมือนั้นมาเกาหัวแก้เก้อแล้วขึ้นรถแท็กซี่ ทว่าก้นกลับถูกฟาดตามหลังให้ขยับไปนั่งช
จบรอบสุดท้ายในห้องน้ำก็อาบน้ำให้สดชื่น ทว่าเหมยลี่หลับป็อกไปทันทีที่หัวถึงหมอน คนที่ตั้งใจจะไปหาข้าวให้เธอกินต้องชะงักและเปลี่ยนมาเป็นนั่งไดรฟ์ผมให้แทน ทั้งที่เจ้าตัวนอนคว่ำหน้ากางแขนกางขาเต็มเตียงนอน ทว่าเขาก็มีความสามารถเป่าผมให้เธอได้นั่นแหละติ๊งๆๆ มีเสียงแชทดังแทรกผ่านเสียงไดรฟ์ เฉินกดปิดอุปกรณ์แล้วมองหาจนไปพบเจอกระเป๋าสะพายตกอยู่แถวประตู เสียงแชทยังดังอีกสองครั้ง ด้วยความขี้เสือก อยากรู้จนตัวสั่นว่าใครรัวแชทขนาดนั้นมาหาเหมยลี่ เขาวางไดรฟ์ทิ้งไว้แล้วไปหยิบกระเป๋ามาหามือถือพอเจอเสียงแชทก็เด้งเข้ามาอีกหน 'เงียบไปเลยนะน้องหมวย ให้แก้ตัวเอาไหม นัดเจอกันใหม่ไหมครับ'แชทล่างๆ เป็นสติ๊กเกอร์ที่ส่งเข้ามาเรียก อยากเข้าไปตอบให้ใจจะขาดว่า 'หนูอยู่กับผัว' แต่ดันไม่รู้รหัสมือถือเครื่องนี้ เฉินเดินวนไปวนมา รู้สึกหงุดหงิดฉิบหายจนกลับมามองหน้าจอมือถืออีกครั้ง"ลายนิ้วมือนี่หว่า" เฉินเดินไปหาเหมยลี่ เสี่ยงหยิบนิ้วโป้งมาทาบหน้าจอไม่ผ่าน! เขาก็เปลี่ยนนิ้วใหม่เป็นนิ้วชี้ พลันคนตัวเล็กก็ขยับมานอนตะแคง สองมือใหญ่ยกขึ้น ใจหายวาบเตรียมตัวถูกจับได้ ทว่าทุกอย่างก็นิ่งสนิทไป เฉินรีบเอาหน้าจอมามองดู
เข้ามาในห้องชุดสองห้องนอนสองห้องน้ำเหมยลี่ก็วิ่งปรู๊ดไปมองกรอบรูปที่วางตั้งอยู่บนตู้โชว์ข้างทีวี"คนนี้น้องเฮียเหรอ เหมยจำได้ว่าเคยเจอเขาที่โซนวอ.""ใช่ เดี๋ยวค่อยดู มาคุยกับเฮียก่อน"เฉินยกคนตัวเล็กลอยขึ้นราวกับตุ๊กตาให้มานั่งบนโต๊ะกินข้าวในห้องครัว หันไปหยิบน้ำผลไม้กล่องจากในตู้เย็นมาเจาะหลอดแล้วยื่นให้เธอ "ขอบคุณค่ะ" เหมยลี่รับไปดูด ดวงตาจ้องมองเฉินที่ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงหน้า"เฮียขอคำตอบ""คบนี่คือเป็นแฟนเหรอคะ""ครับ""ไม่ใช่ว่าต้องชอบกันหรือรักกันเหรอคะถึงเป็นแฟนกันได้ ถึงเหมยจะไม่เคยมีแฟน แต่เหมยก็รู้แหละเฮีย""เฮียขอเหมยคบเพราะอยากรับผิดชอบ เกิดไอ้คุณรู้เราจะได้มีเหตุผลตอบมัน""อ๋อ ที่แท้ก็หาทางเอาตัวรอด เหมยแอบคิดว่าเฮียเป็นสุภาพบุรุษงี้""เฮียเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายตัวจริง เหมยพิสูจน์แล้ว"วันนี้เธอยังสู้เขาไม่ได้เลยนะ เหมยลี่ทำแก้มป่อง พูดคุยจริงจัง"เราไม่พูด เฮียคุณจะรู้ได้ไงคะ""มันไม่รู้หรอก แต่เฮียอาจจะไปบอกมันเองว่าให้ดูแลน้องดีๆ หน่อย นัดสวบกับผู้ชายแต่ดันขึ้นรถผิดคัน เจอไอ้ฆาตรกรโรคจิต มึงคงไม่ได้เห็นหน้าน้อง""พูดจาอะไรน่ากลัว""ชีวิตจริงเลย เหมยจะรู้ได้ไง
เหมยลี่ไม่เข้าใจ แต่เฉินกลับว้าวุ่นใจ หลังจากขับรถไปส่งเธอที่คอนโดมิเนียมเขาก็กลับมานอน ทว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ สัมผัสคับแน่นยังติดตรึง กลิ่นตัวหอมๆ ก็ด้วยที่ติดจมูกกลับมาถึงว่า! ทำไมคุ้นทั้งเสียงทั้งกลิ่นสิ่งเหล่านั้นไม่ทำให้เขาว้าวุ่นเท่ากับว่าเขาเอาน้องสาวเพื่อนไอ้คุณรู้กูตายคาตีนมันแน่เขาบอกไม่ได้เลยว่าคุณจะรู้หรือไม่รู้ มันจะเป็นความลับตลอดไปได้หรือไม่ แต่เขาไม่อยากให้เหมยลี่ไปทำแบบนี้กับใครอีกจนมานั่งเสียใจและพูดว่า..ไม่น่าเลยแค่มาพลาดกับเขามันก็ไม่สมควรเกิดขึ้นแต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เป็นเขาไม่ใช่คนอื่น"มีเรื่องเครียดเหรอวะ จัดงานแล้วมีปัญหาไง" นั่งทำงานอยู่จอมพลเอ่ยทักเฉิน ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นตลอดเวลา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนเขาจะมีปัญหา"ไม่มี""ไม่มีแล้วคิ้วมึงต้องชิดเบอร์นี้เลย""มันเป็นเอง กูพยายามแล้ว"พยายามจะไม่คิดอะไรและเฝ้ารอเวลาตอนเย็นจะไปเอาคำตอบที่ต้องได้ยินว่าตกลงเท่านั้น เขาไม่มีทางยินยอมให้เหมยลี่นัดเดทนัดบอดนัดสวบกับใครอีกแน่ไม่ใช่เฉินคนเดียวที่ออกอาการเครียดและกังวล เหมยลี่ก็ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อคืน ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายเสียเมื่อไหร่ถูกเปิดซิงเจ็บเป็นบ้า
จูบนั้นรุนแรงต่อเนื่องเคล้าเสียงครางต่ำในลำคอ เธออยากเห็นหน้าเขาจัง เสียงครางยังเท่ห์ขนาดนี้ หน้าตาจะต้องหล่อเหลาแค่ไหนทว่าภายในห้องมืดมิด มีเพียงเสียงไฟสีส้มที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกร็ดให้พอมองเห็นเลือนราง แต่เขานั่นแหละที่ไม่ให้โอกาสเธอได้มองอะไรนานเลย จูบจนพอใจก็ผละไปชั่วขณะให้เหมยลี่ได้ตั้งสติ เห็นเลือนรางว่าเขาถอดเสื้อ ถอดกางเกงและพุ่งเข้ามารูดรั้งเสื้อฮู้ดของเธอออก ตามด้วยการสอดมือเข้าไปในกระโปรงพลีสรูดรั้งแพนตี้ออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณ..อื้อ!"คุณ.. เหมือนคนอดอยาก เธออยากพูดประโยคนี้ เขาพุ่งเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ แผ่ขยายความร้อนระอุมาแนบชิดกายดั่งกองเพลิงและแตะต้องเธอเหมือนคนใจร้อนจับสองขาเรียวแบะกว้าง ใช้นิ้วโป้งบดคลึงจุดที่ทำเธอสะท้านไปทั้งตัว เหมยลี่เริ่มตั้งสติไม่อยู่ ความวาบหวามโหมกระหน่ำรุนแรงเดี๋ยวเกร็งเดี๋ยวอ่อนระทวย สะโพกยกลอยนิดๆ สู้นิ้วนั้นและพยายามมองใบหน้าของเขา.. สันกรามคมจังและกลิ่นตัวหอมกรุ่นนี้.. เคยได้กลิ่นจากไหนมาก่อนนะ"อื้อ!" ก่อนจะนึกออกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นของใคร ช่วงล่างที่ปิดสนิทมาตั้งแต่เกิดก็มีบางอย่างสอดแทรกเข้าไป เหมยลี่สะดุ้งเฮือกผวารั้งเ
อีกวันเหมยลี่ชักชวนเพื่อนเดินไปหาเบลล์ถึงตึกคณะเพื่อพูดคุยเรื่องเชียร์ลีดเดอร์ ตามหาจนพบเจอว่าเธออยู่ในห้องแสดงละครเวที เบลล์เห็นรุ่นน้องที่ไปทาบทามถึงตึกก็ละทิ้งทุกอย่างเดินเข้ามาหา ยิ่งเดินมาใกล้สิ่งที่เหมยลี่เห็นคือตุ๊กตาบลายด์สุดสวย เฉินโง่หรือเปล่าที่ทิ้งเธอคนนี้"น้องเหมยลี่ มาหาพี่แบบนี้..""เหมยมาปฏิเสธค่ะ""ทำไมล่ะ""คือ.. เหมยลองกลับไปเต้นมาแล้วค่ะ มันไม่เหมาะกับเหมยแล้วเหมยก็ไม่ได้กล้าแสดงออกขนาดนั้น""คิดใหม่อีกทีได้ไหม ที่พี่ไปทาบทามเพราะเห็นแววเราจริงๆ นะ"แววจากไหนเหมยลี่ไม่เข้าใจ อัดคลิปเต้นแชร์ในโซเชี่ยลมีเดียก็ไม่เคย จะมีก็แต่คลิปวาดรูปเล่นเท่านั้น"ขอโทษค่ะพี่เบลล์ เหมยทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ""เฮ้อ! น่าเสียดายจัง จะปั้นเป็นตัวตึงสักหน่อย""ทุกวันนี้ก็ตึงที่สุดในสาขาแล้วค่า" วิชชี่พูดตลบให้อีกที "โอเคๆ แต่เปลี่ยนใจได้ตลอดเลยนะ"การปฏิเสธผ่านไปด้วยดีสามสาวก็ควงแขนเดินเรียงหน้ากระดานมายังโรงอาหารรวม สั่งส้มตำมานั่งกินกันด้วยความสบายใจ"ฉันเครียดมาตั้งสองวันเชียวนะ" "ฟังเรื่องของฉันแกจะหายเครียดไหม" "เรื่องอะไร"สองสาวชะโงกหน้าเข้าไปหาหนึ่งอยากสาว กระพริบตาปริบๆ รอฟัง"


![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




