Share

ตอนที่ 8 กินข้าว

last update publish date: 2025-12-24 08:09:51

ฝนตกอยู่เกือบชั่วโมงก็ยังไม่หยุด หนูนานั่งเล่นอยู่กับปอร์เช่ที่มุมหนึ่งของบ้าน ส่วนย่าน้อยเข้าไปทำกับข้าวอยู่ในครัว

"เมื่อไหร่จะหยุดน้า"

หนูนาบ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วจู่ ๆ ปอร์เช่ก็วิ่งไปที่บันได เธอรีบวิ่งตามไปเพราะกลัวหนูน้อยจะตก

"ลุงสิงห์"

ปอร์เช่กระโดดใส่ลุงสิงห์ของเขาทันทีที่ลุงสิงห์โผล่ขึ้นมาพ้นบันไดบ้าน เขารวบเอาตัวเจ้าหนูน้อยเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนทันที

"ลุงกลับมาแล้ว เราดื้อไหม ?"

ปอร์เช่ส่ายหัว สิงห์อุ้มหนูน้อยเดินเข้าไปในบ้าน และเพิ่งจะสังเกตุเห็นว่ามีแขกอยู่ในบ้านด้วย เขาชะงักเล็กน้อย

"สวัสดีค่ะ"

หนูนากล่าวสวัสดีเขาอีกรอบเป็นรอบที่สองของวัน สิงห์วางเจ้าหนูน้อยลง

"คุณย่าล่ะครับ ?"

ปอร์เช่ชี้ไปที่ในครัว ลุงของเขาก็พยักหน้า

"คุณครู มารอพบผม ?"

เขาเอ่ยปากถาม

"เปล่าค่ะ แค่เอาร่มมาคืน แต่ฝนดันตกซะก่อน กะว่าถ้าฝนหยุดแล้วก็จะกลับ"

แต่ว่า..ฝนเจ้ากรรมก็ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดตกเลย สิงห์ไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินเข้าไปในครัว

"แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว"

ย่าน้อยหันมามองลูกชายและเอ่ยปากถาม

"ทำไมกลับค่ำนักล่ะลูก แล้วนี่หิวรึยัง ? กับข้าวเสร็จพอดี"

"หิวแล้วครับ"

เขาเดินเข้าไปชะโงกดูว่าแม่ทำกับข้าวอะไรให้กินบ้าง

"ถ้างั้นก็ยกสำรับออกไปเลย คุณครูของปอร์เช่จะได้กินด้วย"

สิงห์จึงยกสำรับกับข้าวไปวางไว้ที่กลางชานบ้าน ย่าน้อยหิ้วกระติบข้าวเหนียวตามออกมา

"คุณครูทานข้าวด้วยกันก่อนจ้ะ"

ในตอนแรกหนูนาก็คิดจะปฏิเสธ แต่ว่าฝนก็ยังไม่หยุดตกสักที อีกอย่างการปฏิเสธก็อาจจะเป็นการดูถูกน้ำใจ เธอจึงพยักหน้า

"เข้าไปล้างมือในครัวก็ได้จ้ะครู"

เธอจึงเดินเข้าไปล้างมือที่ซิงค์ล้างจาน เมื่อออกมาก็พบว่าย่าน้อย นายกเทศมนตรีสิงห์และปอร์เช่ นั่งล้อมวงกันแล้ว

"มา ๆๆ อิหล่า"

ย่าน้อยเรียกเธออีกครั้ง เธอจึงเดินไปนั่งลงระหว่างปอร์เช่กับเขา

"อ่อมปลาไหล ครูกินได้บ่ ?"

อ่อมปลาไหล !! ฉันไม่เคยกิน ในใจคิดแบบนั้น แต่ว่า

"กินได้ค่ะ"

กลับพูดออกไปอีกอย่าง สิงห์มองหน้าเธออย่างไม่เชื่อว่าเธอจะกินได้ หนูนาจึงจกข้าวเหนียวและจิ้มไปที่ถ้วยแกงอ่อมปลาไหลและเอาเข้าปากเคี้ยวแล้วกลืนลงไป เมื่อเห็นดังนั้นทุกคนจึงลงมือกินข้าว หนูนาฝืนกินไปได้สองสามคำก็อิ่ม ลุกออกจากวงข้าวไปล้างมือในครัวแล้วก็มานั่งรอทุกคน ฝนเริ่มซาเม็ดทุกคนก็อิ่มพอดี หนูนาไปช่วยย่าน้อยเก็บสำรับและล้างถ้วยจาน

"ฝนหยุดแล้วหนูกลับก่อนนะคะคุณย่า"

พูดพร้อมกับยกมือไหว้ลาท่าน

"เดี๋ยวก่อนครู มันมืดแล้วบ้านช่องอยู่ใหนล่ะ อยู่ไกลหรือเปล่า ?"

"บ้านหนูอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันนี่แหละค่ะย่า หนูเช่าบ้านยายแดงอยู่ค่ะ"

ยายแดงก็คือเจ้าของบ้านเช่า

"อ้อ..แต่ก็ไกลอยู่นะ เดี๋ยวย่าให้พ่อสิงห์ไปส่ง"

"ไม่เป็นไรค่ะ หนูเกรงใจ ฝากท้องด้วยแล้วยังต้องลำบากให้ไปส่งอีก"

"เอาเถอะน่า พ่อสิงห์ไปส่งคุณครูเขาหน่อย"

หันไปบอกลูกชาย เธอคร้านจะปฏิเสธจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ หันไปบอกลากับปอร์เช่

"คนเก่ง ครูกลับก่อนน้า รีบนอนนะคะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียน"

ปอร์เช่พยักหน้า หนูนาจึงสะพายกระเป๋าและเดินลงบันไดไป สิงห์ก้าวยาว ๆ สองสามก้าวก็เดินมาทันเธอ

"ตกลงว่า มาทำไม ?"

เพราะว่าเธอมีใบหน้าที่เหมือนกับคนในอดีตของเขา และบางทีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันด้วยจึงทำให้สิงห์ไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ ไม่ค่อยชอบแต่กลับอยากอยู่ใกล้เป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างประหลาด

"ก็บอกแล้วว่าเอาร่มมาคืน"

เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่คว้าแขนของเธอให้ตามเขาไป

"เอามอเตอร์ไซค์คุณจอดไว้นี่แหละ ไปรถยนต์ดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้คนเอาไปส่งให้ที่บ้าน"

เมื่อสิงห์ขับรถพ้นจากรั้วบ้านของเขาฝนก็กระหน่ำลงมาอีกรอบ เขาค่อย ๆ ขับฝ่าสายฝนตรงไปยังบ้านของ เธอไม่นานก็มาถึง หนูนาวิ่งลงจากรถและไขกุญแจบ้านเข้าบ้านไป เขามองจนเธอเปิดไฟสว่างรอบบ้านถึงได้ขับรถออกมา

ใจของสิงห์เต้นกระหน่ำ ความรู้สึกเริ่มสั่นคลอน หวั่นไหวให้กับครูสาวคนนั้น ยี่สิบกว่าปีมานี้เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ให้กับผู้หญิงคนไหนเลย นับจากวันที่หนึ่งฤทัยบอกเลิกเขาไปโดยไม่บอกเหตุผล ปณิธานของเขาก็คือจะไม่รักผู้หญิงคนใหนอีกแล้ว แต่เพราะเธอ 'หนูนา'​หน้าตาเหมือนกับหนึ่งฤทัยอย่างนั้นหรือเขาถึงได้รู้สึกแบบนี้

เอาฝ่ามือข้างขวาประกบตรงหน้าอกข้างซ้ายแล้วสูดหายใจเข้าออกช้า ๆ ทำอย่างนี้ถึงสามครั้งสิงห์จึงสามารถปรับอารมณ์ให้กลับมาอยู่ในระดับปกติได้ ก่อนนอนคืนนี้เขาเอารูปหนึ่งฤทัยขึ้นมาดู ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างหนอ สุขสบายดีหรือเปล่า

"สิงห์ หนึ่งขอโทษนะ"

ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงภวังค์ นายกเทศมนตรีหนุ่มเหมือนแว่วได้ยินเสียงของใครบางคนกล่าวคำขอโทษออกมา ซึ่งมันแผ่วเบาราวกับว่ามันมาจากดินแดนอันไกลโพ้น

"ป้ะ ไปโรงเรียน"

ปอร์เช่ที่สะพายกระเป๋าเรียบร้อยกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของลุงสิงห์ เขาอุ้มเด็กน้อยไปขึ้นรถ และขับออกไป ส่งปอร์เช่ที่โรงเรียนก่อนแล้วค่อยไปทำงาน

เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งแต่แดดแผดแสงจ้าราวกับว่าเมื่อคืนที่ฝนตกเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หนูนาตื่นแต่เช้าเพื่ออาบน้ำทำธุระส่วนตัวเตรียมไปสอนเด็ก ๆ ตอนแรกเธอเป็นกังวลอยู่เหมือนกันว่าเขาจะไม่เอารถมอเตอร์ไซค์มาให้ ถ้าเป็นแบบนั้นหนูนากะว่าจะเดินไปที่บ้านของเขาเพื่อไปเอารถมอเตอร์ไซค์ของเธอ แต่พอเธอกำลังจะล็อคประตูบ้านก็มีคนขับมอเตอร์ไซค์มาส่งให้

"นายกสิงห์ให้เอารถมาให้ครับครู"

"ขอบคุณค่ะคุณน้า"

กล่าวขอบคุณคุณน้าคนนั้น เมื่อเอารถจอดไว้ให้หนูนาแล้วโจซึ่งเป็นคนงานที่มารับจ้างทำนาให้กับสิงห์ก็รีบเดินกลับทันที

เคารพธงชาติเสร็จแล้วเด็ก ๆ ก็เข้าห้องเรียน ส่วนหนูนาก็จะไปสำรวจบ้านของมะขามและของขวัญพร้อมกับคณะของเทศบาลต่อ คราวนี้เธอขับมอเตอร์ไซค์ไปที่เทศบาลเองเลย ป้องกันเหตุการณ์เหมือนเมื่อวานที่เธอต้องเดินฝ่าสนามหญ้าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนแรง ถึงแม้จะได้ร่มคันเล็กจากท่านนายกเทศมนตรีมาช่วยบรรเทา แต่ยังไงก็กันไว้ดีกว่าแก้

เมื่อเธอไปถึง คณะเดิมที่ประกอบไปด้วย นายกเทศมนตรี จอมและเอกก็เตรียมตัวเสร็จพอดี

"อ้าว..คุณครู สวัสดีครับ กำลังจะไปรับพอดี"

จอมเอ่ยทักทายขึ้น

"ค่ะ สวัสดีค่ะ"

หนูนากล่าวทักทายและยกมือไหว้ทุกคนรวมทั้งท่านนายกเทศมนตรีด้วย

"ขึ้นรถกันเถอะ"

สิงห์เอ่ยปากชวน ทุกคนจึงได้ขึ้นรถ วันนี้ไปแต่เช้าจะได้สำรวจบ้านของมะขามกับของขวัญให้เสร็จเลย หลังจากนั้นจะได้รีบดำเนินการการช่วยเหลือต่อไป หนูนากับสิงห์นั่งเบาะหลังคู่กันเหมือนเดิม พอดีเลยมีเรื่องจะปรึกษาอยู่พอดี

"คุณสิงห์คะ"

เขาหันหน้าไปตามเสียงเรียกของเธอ และเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

"บ้านของน้องมะลินอกจากซ่อมแซมแล้ว ขยะรอบ ๆ บ้านก็น่าจะทำความสะอาดด้วยนะคะ"

"อือ..ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่งบประมาณเราอาจจะไม่พอกับตรงนั้น บางทีเราอาจจะต้องขออาสาสมัคร"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 31 รักกันแล้ว (The End)

    เกือบบ่ายสามสิงห์ก็มาถึงร้านประจำที่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้ เขาจอดรถที่หน้าร้านและเดินจูงมือเธอเข้าไป ผู้หญิงที่อัคนีสนใจ แล้วไงล่ะหนูนาคือผู้หญิงที่เขารัก วันนี้ล่ะเขาจะแนะนำกับเพื่อน ๆ ทุกคนให้ได้รู้ว่าหนูนาคือคนที่เขารัก เดินตรงไปยังโต๊ะประจำก็พบว่าไอ้พวกเพื่อนตัวดียังไม่มีใครมาสักคน เด็กเสิร์ฟรีบเดินมาจัดโต๊ะให้คนทั้งสอง และเมื่อสิงห์กับหนูนานั่งลงเรียบร้อยแล้ว อัคนีก็โทรมาหาสิงห์"รู้สึกยังไงก็บอกกับเธอซะ ขืนชักช้าข้าจะแย่งนะเว้ย"พอวางสายจากอัคนีสิงห์ก็นึกขอบใจเพื่อน ๆ นี่พวกมันคงรวมหัวกันเพื่อให้เขาสารภาพรักกับหนูนา เธอเงยหน้าขึ้นจากเมนูสอบถามเขา"เพื่อน ๆ ของคุณสิงห์ล่ะคะ ?""พวกมันมาไม่ได้แล้วล่ะ""อ้าว..ไหงงั้นล่ะคะ ?""ไม่เป็นไรหรอก พวกมันไม่มาเราก็ทานกันสองคน""ถ้างั้นพอแล้วล่ะค่ะ เพราะหนูนาสั่งไปหลายอย่างแล้ว"พูดจบก็ส่งเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป แล้วก็ยกน้ำขึ้นจิบวันนี้เธอรู้สึกว่าสิงห์มีท่าทางแปลก ๆ โดยเฉพาะสายตาของเขาที่ส่งความหวานเชื่อมมาให้เธอตลอดเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงอาหารและเบียร์ก็ทยอยมา เมื่อได้ครบแล้วทั้งสองคนก็ลงมือทานข้าวกันเงียบ ๆ"ครูครับผมรักครู เราแต่งงานกันได้ไหม ?

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 30 กามเทพเริ่มทำงาน (ต่อ)

    หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จแล้ว สิงห์ก็อาสาเก็บล้างถ้วยชามเพราะมือของหนูนายังเจ็บอยู่ แม้เธอจะบอกว่าหายแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำเองโดยที่มีปอร์เช่เป็นลูกมือ ในเมื่อสิงห์ยืนยันแบบนั้นเธอจึงขอตัวไปอาบน้ำเพราะรู้สึกปวดหัวคงเพราะคิดมากเรื่องของเขา พอสิงห์ล้างถ้วยชามเสร็จหนูนาก็อาบน้ำเสร็จพอดี"คุณดาวน่ะเธอมาขอข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์"จู่ ๆ สิงห์ก็เอ่ยออกมา "เล่าให้ฟังทำไมคะ ?""ผมไม่อยากให้ครูเข้าใจผิด"พูดจบเขาก็อุ้มปอร์เช่เดินออกไปนอกบ้าน"ครูครับ กลับก่อนน้า บ๊าย ๆ"เธอจึงเดินออกไปส่งลุงกับหลานที่หน้าบ้าน พร้อมกับโบกมือบ๊าย ๆ ตอบกลับหนูน้อย สิงห์เองก็ยิ้มกว้างให้เธอเช่นกัน ส่งผลให้ใบหน้าของเขาดูหล่อและสดใสขึ้นหลายเท่า คำอธิบายทื่อ ๆ สั้น ๆ ของเขาทำให้หนูนายิ้มออกมาได้ แต่อาการปวดหัวยังคงมีอยู่จึงเดินไปหยิบยาพาราที่อยู่ในกล่องยาซึ่งวางอยู่บนหลังตู้เย็นกินไปหนึ่งเม็ดและปิดบ้านปิดไฟเตรียมตัวเข้านอนเพราะตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว"ลุงสิงห์ คุณครูอยู่คนเดียวทำไมเราไม่ชวนครูมาอยู่ด้วยล่ะ ?"ปอร์เช่เอ่ยถามลุงของเขาในตอนที่หนูน้อยกำลังจะเข้านอนและลุงสิงห์มาเล่านิทานให้ฟังเพราะย่าน้อยยั

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 29 กามเทพเริ่มทำงาน

    อัคนีเห็นอาการของสิงห์แล้วก็ชักจะทนไม่ไหว เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเพื่อหาทางช่วยเหลือให้สิงห์กับหนูนาได้ลงเอยกัน"แกแน่ใจนะโว้ยว่าสิงห์กับครูรักกันจริง"คิมหันต์ถามย้ำกับอัคนีอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ"แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังไอ้สิงห์มันแห้งเหี่ยวตายแน่"อัคนีตอบเพื่อนไปอย่างมั่นใจ เมื่อได้คำตอบที่หนักแน่นจากอัคนีเพื่อนทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะช่วยให้สิงห์กับหนูนาสมหวังเสียงปะทัดดังมาเป็นระยะ ๆ ในช่วงใกล้ออกพรรษาแบบนี้ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านจะจุดประทัดเล่นกัน มันเป็นค่านิยมที่มีมานานแล้ว หนูนาเองก็เคยจุดเล่นตอนเป็นเด็ก หลังจากออกพรรษาก็จะเปิดเทอมและก็จะเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัววันนี้ปอร์เช่มาเล่นกับเธอที่บ้าน สิงห์มาส่งหนูน้อยเพราะวันนี้เขาต้องทำงาน ส่วนย่าน้อยก็ไปเตรียมขนมนมเนยเพื่อจะเอาไว้ทำบุญในวันออกพรรษา ขนมที่คนอีสานทำในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ส่วนมากก็จะเป็นข้าวต้มมัด ข้าวต้มผัด และขนมจีนน้ำยา คนเป็นครูแบบเธอก็รออิ่มท้องได้เลย เพราะผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะเอามาฝากเธอเป็นประจำ พอนึกถึงผู้ปกครองของเด็ก ๆ ขึ้นมาหนูนาก็นึกถึงวันนั้น ตกลงแล

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 28 ค้างคืน (ต่อ)

    หนูนาเข้าไปนั่งรอเขาในห้องเริ่มรู้สึกมึน ๆ เพราะกินเบียร์หมดไปเกือบขวดแล้ว สิงห์หิ้วขวดเบียร์ที่เหลือตามเธอเข้ามา"เปิดให้หน่อย"ส่งเบียร์อีกขวดให้เขาเพื่อให้เขาเปิดให้ กินไปกินมารสชาดก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอาจจะเป็นเพราะลิ้นของเธอคุ้นชินกับรสชาดของเบียร์แล้วก็ได้ สิงห์รับขวดเบียร์มาเปิดและส่งให้เธอ เขาคงได้แค่จิบ ๆ เบา ๆ เท่านั้นแหละคงเมาไม่ได้เพราะดูทรงแล้วครูสาวอาจเมาแล้วอาละวาด"อือ..เบียร์มันรสชาดดีแบบนี้นี่เองถึงได้ชอบกินกัน"เริ่มพูดอ้อแอ้เหมือนคนลิ้นไก่สั้น และเมื่อเริ่มมีแอลกอฮอล์อยู่ในสายเลือด ความยับยั้งชั่งใจก็มีน้อยความใจกล้าหน้าด้านก็เริ่มเยอะขึ้น"คุณสิงห์ขออะไรปู่กับย่าคะ ขอเนื้อคู่รึเปล่า ?"หนูนาหมายถึงปู่ศรีสุทโธกับย่าศรีประทุมมา "อุ๊บ..แค่กก"สิงห์สำลักเบียร์ทันที สบตากับเธอตรง ๆ"หนูนาก็ขอเหมือนกันนะ ขอให้คนที่หนูนารัก รักหนูนาตอบ""อัคนีมันก็รักครูนะ""ม่ายย..หนูนาไม่ได้รักคุณหินแต่หนูนารักคุณสิงห์"พูดเสียงยานคางแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ หัวใจของสิงห์เต้นตึกตัก นี่หนูนากำลังสารภาพรักกับเขาใช่ไหม เธอพูดออกมาจากใจหรือพูดเพราะความเมา แต่มีคนบอกว่าคนเมามักพูดความจริงนี่นา

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 27 ค้างคืน

    บ่ายโมงครึ่งก็มาถึงคำชะโนด ใช้เวลาในการเดินทางสี่ชั่วโมงกว่า ย่าน้อยกับปอร์เช่ตื่นเต้นกันมาก คนก็เยอะด้วย ทั้งสี่คนเข้าไปไหว้ปู่ศรีสุทธิโธ และย่าศรีประทุมมา พร้อมทั้งอธิษฐานขอให้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิตคำชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด เป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา เข้าไปภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นีแห่งเดียวเท่านั้นเมื่อเดินจนทั่วบริเวณเกาะคำชะโนดแล้วทั้งสี่คนก็เตรียมตัวกลับแต่แล้วจู่ ๆ ฝนก็ตั้งเค้าและตกลงมา ผู้คนวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น ย่าน้อยกับปอร์เช่ได้ที่หลบฝนตรงร้านขายดอกไม้ ส่วนสิงห์กับหนูนาหลบอยู่ที่ร้านขายส้มตำ "หนาวไหม ?"เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะเธอเปียกเขาจึงถามเธอด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาเช็ดน้ำตามใบหน

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 26 ชิดใกล้ (ต่อ)

    เด็ก ๆ ปิดเทอมแล้วแต่กว่าคุณครูจะได้หยุดก็ต้องเคลียส์งานและเอกสารอีกหลายอย่าง อากาศในช่วงเดือนตุลาคมเริ่มมีสายลมหนาวพัดมาเอื่อย ๆ แล้ว ท้องทุ่งนากลายเป็นสีเหลืองทอง วันนี้ถือว่าเป็นวันปิดเทอมที่คุณครูได้หยุดจริง ๆ หนูนาจึงตื่นสายที่สุดในรอบหลายปี เธอตื่นหกโมงเช้าเพื่อมาสัมผัสสายลมหนาว ความเหงาแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ คิดถึงคนตัวโตขึ้นมาอีกแล้วล่าสุดที่เธอเจอสิงห์ก็คือเมื่อสามอาทิตย์ก่อนตอนที่เขากลับมาจากการไปอบรมที่ต่างจังหวัด เขาเอาของฝากมาให้เธอที่บ้านและหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยหนูนามองซิ่นไหมผืนสวยที่สิงห์ซื้อมาฝากเธอ ถ้าจะให้ใส่เป็นผ้าซิ่นหนูนาก็ไม่ค่อยถนัดเธอจึงคิดจะนำซิ่นไหมผืนนั้นไปตัดเป็นชุดจะได้ใส่ไปทำงานด้วย นอกจากคิดถึงคนตัวโตแล้วหนูนาก็คิดถึงปอร์เช่ด้วย เพราะตั้งแต่ปิดเทอมเธอก็ไม่ได้เจอหนูน้อยเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปหาปอร์เช่และบางทีอาจจะเจอกับเขาด้วยก็ได้ เธอคิดถึงข้อความในสมุดไดอารี่ของแม่ขึ้นมา 'การที่เราได้รักใครมันดีที่สุดแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม'เธออ่านไดอารี่ของแม่จบไปหลายสิบรอบแล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เปิ

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 9 ทำงานร่วมกัน

    "อือ..ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่งบประมาณเราอาจจะไม่พอกับตรงนั้น บางทีเราอาจจะต้องขออาสาสมัคร"ได้ฟังคำตอบจากเขาหนูนาก็นิ่งเงียบ แอบชื่นชมเขาในใจที่เป็นคนละเอียดรอบคอบ ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบางทีเธออาจจะขอความร่วมมือกับเพื่อน ๆ นะ คิดถึงตอนที่ยังเรียนอยู่ เคยไปออกค่ายอาสาสร้างโน่นสร้างนี

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 7 รู้จักกันทางการ (ต่อ)

    บ้านของมะลิคือบ้านหลังแรกที่ถูกเลือก ที่บ้านมีเพียงคุณยายอยู่คนเดียว ส่วนพ่อกับแม่ของมะลิไปทำงานที่กรุงเทพ ฯ นาน ๆ ถึงจะกลับมาที "คุณยาย สวัสดีครับ"สิงห์กล่าวทักทายคุณยายที่กำลังตากผ้าอยู่หน้าบ้าน "สวัสดีจ้า คุณนายก มา ๆ กินน้ำกินท่ากันก่อน"ผู้คนในชนบทโดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ต่างก็มีน้ำใจ แขกไปใครมา

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน   ตอนที่ 6 รู้จักกันอย่างเป็นทางการ

    "สวัสดีค่ะ"หนูนายืนรอรับเด็ก ๆ ที่หน้าศูนย์เด็กเล็ก วันนี้เช้าวันจันทร์แถมยังฝนตกอีกด้วย จึงสร้างความลำบากในการเดินทางมาโรงเรียนของเด็ก ๆ พอสมควร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครหยุดหรือมาสายสักคน เด็ก ๆ มากันครบแล้วหนูนากับครูฟ้าก็ปิดประตูศูนย์และเริ่มทำการสอนส่วนครูติ๋วก็นำรายงานไปส่งนายกที่เทศบาลตำบล ศู

  • พุบ่าวเฒ่า..สาววัยทีน    ตอนที่ 5 ปอร์เช่

    หนูนากับครูฟ้ามาพบหัวหน้าศูนย์ที่ศูนย์เด็กเล็กตามเวลานัด เมื่อเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มภาระกิจเยี่ยมบ้านนักเรียนที่เหลืออีกสี่หมู่บ้าน ตระเวณเยี่ยมเยือนนักเรียนจนเกือบครบ เหลืออีกคนเดียวเท่านั้น"สวัสดีค่า !"พี่ติ๋วตะโกนเรียกคนในบ้านพร้อมกับกดกริ่งไปด้วย ครูทั้งสามคนตอนนี้ยืนอยู่ที่หน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status