เข้าสู่ระบบ"อือ..ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่งบประมาณเราอาจจะไม่พอกับตรงนั้น บางทีเราอาจจะต้องขออาสาสมัคร"
ได้ฟังคำตอบจากเขาหนูนาก็นิ่งเงียบ แอบชื่นชมเขาในใจที่เป็นคนละเอียดรอบคอบ ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบางทีเธออาจจะขอความร่วมมือกับเพื่อน ๆ นะ คิดถึงตอนที่ยังเรียนอยู่ เคยไปออกค่ายอาสาสร้างโน่นสร้างนี่อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เพื่อน ๆ ก็ทำงานกันหมดแล้วจะมีใครว่างหรือเปล่าหนอ "ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเอง" เห็นเธอนิ่งเงียบสิงห์ก็คิดว่าเธอมีความกังวลในใจ ที่จริงเธอไม่ได้กังวลอะไรแค่ครุ่นคิดหาวิธีเท่านั้นเองว่าจะทำอย่างไรกับขยะรอบบ้านของน้องมะลิดี มาถึงบ้านของมะขามคุณยายของมะขามก็ออกมาต้อนรับ เพราะเมื่อเช้าตอนที่ไปส่งน้องที่โรงเรียนพี่ติ๋วแจ้งยายให้รับทราบไว้แล้ว นายกสิงห์ เอกและจอมก็ลงมือสำรวจ บ้านของมะขามไม่ต้องทำอะไรเพิ่มมาก มีแค่หลังคาเท่านั้นที่ผุพัง ส่วนบริเวณรอบ ๆ บ้านนั้นสะอาดสะอ้านและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากพอสมควร พักเที่ยงนายกเทศมนตรีสิงห์ก็เลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เมื่อรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วก็ไปสำรวจที่บ้านของน้องของขวัญต่อ เช่นกันยายของของขวัญก็รับทราบจากครูติ๋วแล้วว่าจะมีคณะจากเทศบาลตำบลมาสำรวจบ้านเพื่อจะช่วยซ่อมแซม บ้านของของขวัญก็ไม่ได้ซ่อมแซมอะไรมากมาย แต่ห้องน้ำนั้นควรจะสร้างใหม่ให้ถูกสุขลักษณะ "กลับไปนี้เดี๋ยวผมขอประชุมกับทุกคนเลยนะ รวมทั้งคุณครูด้วย" เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วสิงห์ก็บอกกับทุกคน จอม เอกและหนูนาพยักหน้า มาถึงเทศบาลแล้วทั้งสี่คนก็เข้าประชุมทันที สรุปได้ว่างบประมาณของโครงการนี้มีเพียงพอ ส่วนเรื่องเก็บขยะและปรับปรุงพื้นที่รอบ ๆ บ้านของน้องมะลินั้นอยากจะขอแรงคนในชุมชนมาร่วมแรงร่วมใจกันมากกว่าเพื่อสร้างความรัก ความสามัคคีและความเข้มแข็งในชุมชน เลิกประชุมเกือบห้าโมงเย็นหนูนาไม่กลับไปที่ศูนย์เด็กเล็กแล้ว เธอขับเวฟ 100 คันสีแดงตรงกลับบ้านเลย ระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ ขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ มองดูต้นข้าวที่อยู่ในนากำลังแตกกอเขียวชะอุ่มก็หวนนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เธอเคยตามปู่กับย่าไปนาบ่อย ๆ และบางครั้งเธอก็ไปกับตากับยายด้วย น่าเสียดายที่ท่านทั้งสี่มาด่วนจากเธอไปซะก่อน ส่วนพ่อกับแม่นั้นตอนที่ท่านทั้งสองจากไป เธอยังจำความอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะพวกท่านจากไปตอนที่เธอมีอายุได้เพียงขวบเดียวเท่านั้นเอง แวะเก็บลูกตะขบข้างทางที่มันสุกแดงเต็มต้น หนูนาชอบกินมากโดยเฉพาะลูกแดง ๆ จะมีรสชาดที่หอมหวานมาก โชคดีที่เธอมีถุงก๊อบแก๊บติดมาด้วย เก็บได้มากจนเป็นที่พอใจแล้วก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน บรรยากาศโดยรอบเย็นสบายแสงแดดเริ่มโรยตัวลงแล้ว เธอเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์และจะสตาร์ทมัน แต่แล้ว...มันก็สตาร์ทไม่ติด "สงสัยน้ำมันหมด" บ่นพึมพำกับตัวเอง ที่จริงแล้วเกจ์วัดน้ำมันก็ขยับมาตรงขีดแดงแล้วล่ะ แต่เธอคิดว่าตอนเย็นค่อยไปซื้อน้ำมันขวดที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านมาเติม เป็นไงล่ะมัวแต่เอ้อระเหยลอยชาย ก็ต้องจูงสิคะงานนี้ ดีที่วันนี้ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูงมา ไม่งั้นน่องปูดแน่ ๆ ระยะทางจากตรงนี้ไปที่ร้านขายของชำอย่างต่ำก็สามกิโลเมตร เธอเอาถุงตะขบใส่ตะกร้าหน้ารถ กระเป๋าสะพายห้อยไว้ตรงแฮนด์ ค่อย ๆ เข็ญรถเดินไปตามขอบถนน เข็น ๆ หยุด ๆ ได้ระยะทางประมาณห้าร้อยเมตรก็มีรถกระบะสี่ประตูขับตามหลังเธอมา รถคันนั้นชะลอ ๆ แอบข้างทางเพื่อจอด คนขับเปิดประตูลงมา "รถเป็นอะไรครับคุณครู ?" นายกเทศมนตรีสิงห์นั่นเอง หนูนาหยุดเข็นรถและตอบเขาไป "น้ำมันหมดค่ะ" สิงห์เดินตรงมาหาเธอ พร้อมกับเปิดเบาะรถมอเตอร์ไซค์และเปิดฝาถังน้ำมันเขย่า ๆ รถและมองลงไปที่ช่องตรงถังน้ำมันนั้น "น้ำมันหมดจริง ๆ ด้วย นี่แหละผู้หญิงขี่เป็นอย่างเดียว" ท้ายประโยคยังบ่นเธอด้วย หนูนาไม่พอใจแต่ก็ระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะยังไงเขาก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจจอดรถไต่ถามเธอ "ขับรถยนต์เป็นมั้ย ?" "เป็นค่ะ" สิงห์จึงขนสัมภาระของเธอเอาไปวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ "ถ้างั้นครูขับรถผมไปที่ปั๊มน้ำมัน เดี๋ยวผมจะพามอเตอร์ไซค์เกาะท้ายรถยนต์ไป ถ้าจะยกขึ้นใส่ท้ายกระบะสองคนก็คงไม่ไหว" หนูนาไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเดินไปที่รถกระบะของเขาและไปนั่งประจำที่คนขับ ส่วนสิงห์ก็คร่อมที่มอเตอร์ไซค์ของเธอ หนูนาค่อย ๆ เคลื่อนรถช้า ๆ สิงห์รีบคว้าหมับที่ตรงท้ายกระบะเกร็งข้อมือจับท้ายรถไว้เหนียวแน่นค่อย ๆ ประคองมอเตอร์ไซค์ให้เคลื่อนตัวตามรถกระบะไป หนูนามองกระจกส่องข้างเห็นเขาเกาะท้ายรถท่าทางชิลล์ ๆ แต่ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ดีกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่จริงเธอก็อยากแนะนำเขาว่าให้เขาขับรถเข้ามาซื้อน้ำมันให้เธอก็ได้ แต่ก็เกรงใจ เขาคงจะพิจารณาแล้วล่ะว่าวิธีนี้ดีที่สุด เกือบสิบห้านาทีจึงเข้ามาถึงหมู่บ้าน หนูนาจอดรถที่หน้าร้านขายของชำและเปิดประตูลงมา "ทำไมไม่ไปปั๊มล่ะ ?" "ไม่ล่ะค่ะ มันไกล หนูนาเกรงใจ" แล้วก็เดินไปหยิบขวดน้ำมันที่แม่ค้ากรอกไว้มาสองขวดและจ่ายเงิน สิงห์ช่วยเธอเติมน้ำมันและลองสตาร์ทดู "เรียบร้อย" "ขอบคุณมากค่ะคุณสิงห์" เธอกล่าวขอบคุณเขา ก่อนที่จะขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากร้านขายของชำเพื่อกลับบ้าน "พุสาวติ้นายก ? ( แฟนเหรอ )" ท่านนายกเทศมนตรีหนุ่มยิ้มกับคำถาม "บ่แมนครับ ครูที่ศูนย์เด็กเล็ก" เขาขึ้นรถและขับออกมา เหลือบมองที่เบาะข้างคนขับก็เห็นกระเป๋าสะพายกับถุงใส่ลูกตะขบสุกวางอยู่ สิงห์จึงเปลี่ยนเส้นทางตรงไปที่บ้านของเธอแทน ทางด้านหนูนานั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเธอลืมกระเป๋าไว้ในรถของนายกสิงห์ กุญแจบ้านและโทรศัพท์อยู่ในนั้นด้วย ในช่วงจังหวะที่เธอตัดสินใจยังไม่ได้ว่าจะเอายังไงดีอยู่นั้น รถกระบะของเขาก็มาจอดที่หน้าบ้านของเธอพอดี สิงห์เปิดประตูรถลงมาในมือถือสัมภาระของเธอมาด้วย "ขอบคุณมากค่ะ" ยื่นมือไปรับของในมือเขาและกล่าวขอบคุณ "ผมขอเบอร์คุณหน่อย อ๊ะ ๆ.. อย่าเข้าใจผิด ยังไงเราก็น่าจะได้ร่วมงานกันไปอีกนาน มีไว้ติดต่อกันก็ดี" เขารีบอธิบายเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิดคิดไปไกลว่าเขาจะจีบเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยแอบแอดไลน์เธอไปแล้วก็ตามตอนที่เขาเจอเธอที่กลางทุ่งนาเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาอยากรู้จักเธอเพราะเธอหน้าตาเหมือนหนึ่งฤทัย แต่การที่มีเบอร์โทรมันก็จะสะดวกกว่าในการติดต่อกัน หนูนาไม่ปฏิเสธเธอจึงจดเบอร์โทรให้เขา เมื่อได้เบอร์ของเธอแล้วเขาก็โทรเข้ามือถือเธอทันที เสียงริงโทนเธอดังอยู่สักครู่เขาก็กดวางสาย "นั่นเบอร์ผม เมมไว้ด้วย" พูดจบเขาก็เดินไปขึ้นรถและขับออกไป หนูนามองตามเขาไปอย่างไม่เข้าใจ จะขอเบอร์ทำไมก็เขามีไลน์เธอแล้วนี่นา เธอเองก็เพิ่งรู้ว่าคุณลุงที่ขับรถไถคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับท่านนายกเทศมนตรีสิงห์เมื่อวานนี้เอง เพราะเธอเห็นภาพพักหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเป็นรูปวิวที่เธอถ่ายวันนั้นแล้วเขาขอจากเธอ ในตอนแรกเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเขาเพราะรูปโปรไฟล์ที่เขาใช้ในไลน์นั้นเป็นรูปของตัวการ์ตูนชินจังเกือบบ่ายสามสิงห์ก็มาถึงร้านประจำที่นัดกับเพื่อน ๆ ไว้ เขาจอดรถที่หน้าร้านและเดินจูงมือเธอเข้าไป ผู้หญิงที่อัคนีสนใจ แล้วไงล่ะหนูนาคือผู้หญิงที่เขารัก วันนี้ล่ะเขาจะแนะนำกับเพื่อน ๆ ทุกคนให้ได้รู้ว่าหนูนาคือคนที่เขารัก เดินตรงไปยังโต๊ะประจำก็พบว่าไอ้พวกเพื่อนตัวดียังไม่มีใครมาสักคน เด็กเสิร์ฟรีบเดินมาจัดโต๊ะให้คนทั้งสอง และเมื่อสิงห์กับหนูนานั่งลงเรียบร้อยแล้ว อัคนีก็โทรมาหาสิงห์"รู้สึกยังไงก็บอกกับเธอซะ ขืนชักช้าข้าจะแย่งนะเว้ย"พอวางสายจากอัคนีสิงห์ก็นึกขอบใจเพื่อน ๆ นี่พวกมันคงรวมหัวกันเพื่อให้เขาสารภาพรักกับหนูนา เธอเงยหน้าขึ้นจากเมนูสอบถามเขา"เพื่อน ๆ ของคุณสิงห์ล่ะคะ ?""พวกมันมาไม่ได้แล้วล่ะ""อ้าว..ไหงงั้นล่ะคะ ?""ไม่เป็นไรหรอก พวกมันไม่มาเราก็ทานกันสองคน""ถ้างั้นพอแล้วล่ะค่ะ เพราะหนูนาสั่งไปหลายอย่างแล้ว"พูดจบก็ส่งเมนูให้เด็กเสิร์ฟไป แล้วก็ยกน้ำขึ้นจิบวันนี้เธอรู้สึกว่าสิงห์มีท่าทางแปลก ๆ โดยเฉพาะสายตาของเขาที่ส่งความหวานเชื่อมมาให้เธอตลอดเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงอาหารและเบียร์ก็ทยอยมา เมื่อได้ครบแล้วทั้งสองคนก็ลงมือทานข้าวกันเงียบ ๆ"ครูครับผมรักครู เราแต่งงานกันได้ไหม ?
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จแล้ว สิงห์ก็อาสาเก็บล้างถ้วยชามเพราะมือของหนูนายังเจ็บอยู่ แม้เธอจะบอกว่าหายแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะทำเองโดยที่มีปอร์เช่เป็นลูกมือ ในเมื่อสิงห์ยืนยันแบบนั้นเธอจึงขอตัวไปอาบน้ำเพราะรู้สึกปวดหัวคงเพราะคิดมากเรื่องของเขา พอสิงห์ล้างถ้วยชามเสร็จหนูนาก็อาบน้ำเสร็จพอดี"คุณดาวน่ะเธอมาขอข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์"จู่ ๆ สิงห์ก็เอ่ยออกมา "เล่าให้ฟังทำไมคะ ?""ผมไม่อยากให้ครูเข้าใจผิด"พูดจบเขาก็อุ้มปอร์เช่เดินออกไปนอกบ้าน"ครูครับ กลับก่อนน้า บ๊าย ๆ"เธอจึงเดินออกไปส่งลุงกับหลานที่หน้าบ้าน พร้อมกับโบกมือบ๊าย ๆ ตอบกลับหนูน้อย สิงห์เองก็ยิ้มกว้างให้เธอเช่นกัน ส่งผลให้ใบหน้าของเขาดูหล่อและสดใสขึ้นหลายเท่า คำอธิบายทื่อ ๆ สั้น ๆ ของเขาทำให้หนูนายิ้มออกมาได้ แต่อาการปวดหัวยังคงมีอยู่จึงเดินไปหยิบยาพาราที่อยู่ในกล่องยาซึ่งวางอยู่บนหลังตู้เย็นกินไปหนึ่งเม็ดและปิดบ้านปิดไฟเตรียมตัวเข้านอนเพราะตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว"ลุงสิงห์ คุณครูอยู่คนเดียวทำไมเราไม่ชวนครูมาอยู่ด้วยล่ะ ?"ปอร์เช่เอ่ยถามลุงของเขาในตอนที่หนูน้อยกำลังจะเข้านอนและลุงสิงห์มาเล่านิทานให้ฟังเพราะย่าน้อยยั
อัคนีเห็นอาการของสิงห์แล้วก็ชักจะทนไม่ไหว เขาจึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษากับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเพื่อหาทางช่วยเหลือให้สิงห์กับหนูนาได้ลงเอยกัน"แกแน่ใจนะโว้ยว่าสิงห์กับครูรักกันจริง"คิมหันต์ถามย้ำกับอัคนีอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ"แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง มีหวังไอ้สิงห์มันแห้งเหี่ยวตายแน่"อัคนีตอบเพื่อนไปอย่างมั่นใจ เมื่อได้คำตอบที่หนักแน่นจากอัคนีเพื่อนทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะช่วยให้สิงห์กับหนูนาสมหวังเสียงปะทัดดังมาเป็นระยะ ๆ ในช่วงใกล้ออกพรรษาแบบนี้ เด็ก ๆ ในหมู่บ้านจะจุดประทัดเล่นกัน มันเป็นค่านิยมที่มีมานานแล้ว หนูนาเองก็เคยจุดเล่นตอนเป็นเด็ก หลังจากออกพรรษาก็จะเปิดเทอมและก็จะเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัววันนี้ปอร์เช่มาเล่นกับเธอที่บ้าน สิงห์มาส่งหนูน้อยเพราะวันนี้เขาต้องทำงาน ส่วนย่าน้อยก็ไปเตรียมขนมนมเนยเพื่อจะเอาไว้ทำบุญในวันออกพรรษา ขนมที่คนอีสานทำในวันสำคัญทางศาสนาแบบนี้ส่วนมากก็จะเป็นข้าวต้มมัด ข้าวต้มผัด และขนมจีนน้ำยา คนเป็นครูแบบเธอก็รออิ่มท้องได้เลย เพราะผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะเอามาฝากเธอเป็นประจำ พอนึกถึงผู้ปกครองของเด็ก ๆ ขึ้นมาหนูนาก็นึกถึงวันนั้น ตกลงแล
หนูนาเข้าไปนั่งรอเขาในห้องเริ่มรู้สึกมึน ๆ เพราะกินเบียร์หมดไปเกือบขวดแล้ว สิงห์หิ้วขวดเบียร์ที่เหลือตามเธอเข้ามา"เปิดให้หน่อย"ส่งเบียร์อีกขวดให้เขาเพื่อให้เขาเปิดให้ กินไปกินมารสชาดก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอาจจะเป็นเพราะลิ้นของเธอคุ้นชินกับรสชาดของเบียร์แล้วก็ได้ สิงห์รับขวดเบียร์มาเปิดและส่งให้เธอ เขาคงได้แค่จิบ ๆ เบา ๆ เท่านั้นแหละคงเมาไม่ได้เพราะดูทรงแล้วครูสาวอาจเมาแล้วอาละวาด"อือ..เบียร์มันรสชาดดีแบบนี้นี่เองถึงได้ชอบกินกัน"เริ่มพูดอ้อแอ้เหมือนคนลิ้นไก่สั้น และเมื่อเริ่มมีแอลกอฮอล์อยู่ในสายเลือด ความยับยั้งชั่งใจก็มีน้อยความใจกล้าหน้าด้านก็เริ่มเยอะขึ้น"คุณสิงห์ขออะไรปู่กับย่าคะ ขอเนื้อคู่รึเปล่า ?"หนูนาหมายถึงปู่ศรีสุทโธกับย่าศรีประทุมมา "อุ๊บ..แค่กก"สิงห์สำลักเบียร์ทันที สบตากับเธอตรง ๆ"หนูนาก็ขอเหมือนกันนะ ขอให้คนที่หนูนารัก รักหนูนาตอบ""อัคนีมันก็รักครูนะ""ม่ายย..หนูนาไม่ได้รักคุณหินแต่หนูนารักคุณสิงห์"พูดเสียงยานคางแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ หัวใจของสิงห์เต้นตึกตัก นี่หนูนากำลังสารภาพรักกับเขาใช่ไหม เธอพูดออกมาจากใจหรือพูดเพราะความเมา แต่มีคนบอกว่าคนเมามักพูดความจริงนี่นา
บ่ายโมงครึ่งก็มาถึงคำชะโนด ใช้เวลาในการเดินทางสี่ชั่วโมงกว่า ย่าน้อยกับปอร์เช่ตื่นเต้นกันมาก คนก็เยอะด้วย ทั้งสี่คนเข้าไปไหว้ปู่ศรีสุทธิโธ และย่าศรีประทุมมา พร้อมทั้งอธิษฐานขอให้มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิตคำชะโนดมีลักษณะเป็นเกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด เป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา เข้าไปภายในพื้นที่ของคำชะโนด จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น อากาศภายนอกที่ร้อน เมื่อมาอยู่ที่นี่จะรู้สึกเย็นอย่างบอกไม่ถูก เพราะปกคลุมด้วยป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ทั่วบริเวณ ต้นชะโนด เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะประหลาดลักษณะคล้ายกับต้นมะพร้าว ต้นหมาก และต้นตาลผสมกัน ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีอยู่เฉพาะที่นีแห่งเดียวเท่านั้นเมื่อเดินจนทั่วบริเวณเกาะคำชะโนดแล้วทั้งสี่คนก็เตรียมตัวกลับแต่แล้วจู่ ๆ ฝนก็ตั้งเค้าและตกลงมา ผู้คนวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น ย่าน้อยกับปอร์เช่ได้ที่หลบฝนตรงร้านขายดอกไม้ ส่วนสิงห์กับหนูนาหลบอยู่ที่ร้านขายส้มตำ "หนาวไหม ?"เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะเธอเปียกเขาจึงถามเธอด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อออกมาเช็ดน้ำตามใบหน
เด็ก ๆ ปิดเทอมแล้วแต่กว่าคุณครูจะได้หยุดก็ต้องเคลียส์งานและเอกสารอีกหลายอย่าง อากาศในช่วงเดือนตุลาคมเริ่มมีสายลมหนาวพัดมาเอื่อย ๆ แล้ว ท้องทุ่งนากลายเป็นสีเหลืองทอง วันนี้ถือว่าเป็นวันปิดเทอมที่คุณครูได้หยุดจริง ๆ หนูนาจึงตื่นสายที่สุดในรอบหลายปี เธอตื่นหกโมงเช้าเพื่อมาสัมผัสสายลมหนาว ความเหงาแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ คิดถึงคนตัวโตขึ้นมาอีกแล้วล่าสุดที่เธอเจอสิงห์ก็คือเมื่อสามอาทิตย์ก่อนตอนที่เขากลับมาจากการไปอบรมที่ต่างจังหวัด เขาเอาของฝากมาให้เธอที่บ้านและหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยหนูนามองซิ่นไหมผืนสวยที่สิงห์ซื้อมาฝากเธอ ถ้าจะให้ใส่เป็นผ้าซิ่นหนูนาก็ไม่ค่อยถนัดเธอจึงคิดจะนำซิ่นไหมผืนนั้นไปตัดเป็นชุดจะได้ใส่ไปทำงานด้วย นอกจากคิดถึงคนตัวโตแล้วหนูนาก็คิดถึงปอร์เช่ด้วย เพราะตั้งแต่ปิดเทอมเธอก็ไม่ได้เจอหนูน้อยเลย เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะไปหาปอร์เช่และบางทีอาจจะเจอกับเขาด้วยก็ได้ เธอคิดถึงข้อความในสมุดไดอารี่ของแม่ขึ้นมา 'การที่เราได้รักใครมันดีที่สุดแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ตาม'เธออ่านไดอารี่ของแม่จบไปหลายสิบรอบแล้วแต่ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่เปิ
สิงห์ไปหาป้าเจ้าของบ้านเช่าที่หนูนาเช่าอยู่ เพื่อเจรจาขอซื้อบ้านพร้อมที่ดินหลังน้อยหลังนั้น ป้าแกก็ไม่ปฏิเสธเพราะช่วงนี้แกไม่ค่อยสบายเจ็บออด ๆ แอด ๆ สามีก็เสียไปหลายปีแล้ว ลูกสาวที่มีเพียงคนเดียวก็หนีตามผู้ชายไปหลายปีไม่ยอมส่งข่าว แกต้องการเงินไปใช้รักษาตัว อีกอย่างเพราะเป็นนายกเทศมนตรีสิงห์ป้าจึงย
เสียงเครื่องตัดหญ้าเริ่มดังขึ้นแล้ว แสงแดดก็ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หนูนารีบผัดกะเพราให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปช่วยสิงห์หอบหญ้าที่ตัดออกไปทิ้ง เธอสวมหมวกผ้าและสวมเสื้อแขนยาว แล้วก็หาหมวกใบเล็กไปให้ปอร์เช่ด้วย"ป้ะเราไปหอบหญ้ากัน"เอ่ยปากชวนหนูน้อยแล้วก็เดินไปหยิบคราดไม้ไผ่ที่ใช้สำหรับกวาดหญ้าและกวาดใบไม้โ
โครงการสร้างบ้านให้เด็กนักเรียนเสร็จแล้ว วันเสาร์นี้ทางศูนย์เด็กเล็กและทางเทศบาลประจำตำบลจึงได้เข้าไปตรวจเยี่ยมเพื่อดูความเรียบร้อยสวยงาม จะได้ทำการส่งมอบให้เจ้าของบ้านอย่างเป็นทางการคุณครูที่ศูนย์เด็กเล็กทั้งสามคน นายกเทศมนตรีสิงห์ และเจ้าหน้าที่กองช่างทุกคนต้องไปด้วย หนูนาจึงต้องตื่นแต่เช้าเพราะ
"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"หนูนารีบกล่าวขอโทษคนที่เธอเดินชนทันที พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดกาแฟเย็นที่หกเลอะเทอะชุดข้าราชการสีกากีตรงบริเวณหน้าอกของเขาคนนั้น วันนี้เธอมีธุระต้องเข้ามาที่ว่าการอำเภอ เพราะบัตรประชาชนของเธอหาย"ไม่เป็นไรครับ"เสียงทุ้มกล่าวกับหนูนา พร้อมกับคว้าแขนของเธอให้ห





![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

