เข้าสู่ระบบ"อือ..ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่งบประมาณเราอาจจะไม่พอกับตรงนั้น บางทีเราอาจจะต้องขออาสาสมัคร"
ได้ฟังคำตอบจากเขาหนูนาก็นิ่งเงียบ แอบชื่นชมเขาในใจที่เป็นคนละเอียดรอบคอบ ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือบางทีเธออาจจะขอความร่วมมือกับเพื่อน ๆ นะ คิดถึงตอนที่ยังเรียนอยู่ เคยไปออกค่ายอาสาสร้างโน่นสร้างนี่อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้เพื่อน ๆ ก็ทำงานกันหมดแล้วจะมีใครว่างหรือเปล่าหนอ "ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจัดการเอง" เห็นเธอนิ่งเงียบสิงห์ก็คิดว่าเธอมีความกังวลในใจ ที่จริงเธอไม่ได้กังวลอะไรแค่ครุ่นคิดหาวิธีเท่านั้นเองว่าจะทำอย่างไรกับขยะรอบบ้านของน้องมะลิดี มาถึงบ้านของมะขามคุณยายของมะขามก็ออกมาต้อนรับ เพราะเมื่อเช้าตอนที่ไปส่งน้องที่โรงเรียนพี่ติ๋วแจ้งยายให้รับทราบไว้แล้ว นายกสิงห์ เอกและจอมก็ลงมือสำรวจ บ้านของมะขามไม่ต้องทำอะไรเพิ่มมาก มีแค่หลังคาเท่านั้นที่ผุพัง ส่วนบริเวณรอบ ๆ บ้านนั้นสะอาดสะอ้านและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากพอสมควร พักเที่ยงนายกเทศมนตรีสิงห์ก็เลี้ยงก๋วยเตี๋ยว เมื่อรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วก็ไปสำรวจที่บ้านของน้องของขวัญต่อ เช่นกันยายของของขวัญก็รับทราบจากครูติ๋วแล้วว่าจะมีคณะจากเทศบาลตำบลมาสำรวจบ้านเพื่อจะช่วยซ่อมแซม บ้านของของขวัญก็ไม่ได้ซ่อมแซมอะไรมากมาย แต่ห้องน้ำนั้นควรจะสร้างใหม่ให้ถูกสุขลักษณะ "กลับไปนี้เดี๋ยวผมขอประชุมกับทุกคนเลยนะ รวมทั้งคุณครูด้วย" เมื่อขึ้นมาบนรถแล้วสิงห์ก็บอกกับทุกคน จอม เอกและหนูนาพยักหน้า มาถึงเทศบาลแล้วทั้งสี่คนก็เข้าประชุมทันที สรุปได้ว่างบประมาณของโครงการนี้มีเพียงพอ ส่วนเรื่องเก็บขยะและปรับปรุงพื้นที่รอบ ๆ บ้านของน้องมะลินั้นอยากจะขอแรงคนในชุมชนมาร่วมแรงร่วมใจกันมากกว่าเพื่อสร้างความรัก ความสามัคคีและความเข้มแข็งในชุมชน เลิกประชุมเกือบห้าโมงเย็นหนูนาไม่กลับไปที่ศูนย์เด็กเล็กแล้ว เธอขับเวฟ 100 คันสีแดงตรงกลับบ้านเลย ระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ ขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อย ๆ มองดูต้นข้าวที่อยู่ในนากำลังแตกกอเขียวชะอุ่มก็หวนนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่เธอเคยตามปู่กับย่าไปนาบ่อย ๆ และบางครั้งเธอก็ไปกับตากับยายด้วย น่าเสียดายที่ท่านทั้งสี่มาด่วนจากเธอไปซะก่อน ส่วนพ่อกับแม่นั้นตอนที่ท่านทั้งสองจากไป เธอยังจำความอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะพวกท่านจากไปตอนที่เธอมีอายุได้เพียงขวบเดียวเท่านั้นเอง แวะเก็บลูกตะขบข้างทางที่มันสุกแดงเต็มต้น หนูนาชอบกินมากโดยเฉพาะลูกแดง ๆ จะมีรสชาดที่หอมหวานมาก โชคดีที่เธอมีถุงก๊อบแก๊บติดมาด้วย เก็บได้มากจนเป็นที่พอใจแล้วก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน บรรยากาศโดยรอบเย็นสบายแสงแดดเริ่มโรยตัวลงแล้ว เธอเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์และจะสตาร์ทมัน แต่แล้ว...มันก็สตาร์ทไม่ติด "สงสัยน้ำมันหมด" บ่นพึมพำกับตัวเอง ที่จริงแล้วเกจ์วัดน้ำมันก็ขยับมาตรงขีดแดงแล้วล่ะ แต่เธอคิดว่าตอนเย็นค่อยไปซื้อน้ำมันขวดที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านมาเติม เป็นไงล่ะมัวแต่เอ้อระเหยลอยชาย ก็ต้องจูงสิคะงานนี้ ดีที่วันนี้ไม่ได้ใส่รองเท้าส้นสูงมา ไม่งั้นน่องปูดแน่ ๆ ระยะทางจากตรงนี้ไปที่ร้านขายของชำอย่างต่ำก็สามกิโลเมตร เธอเอาถุงตะขบใส่ตะกร้าหน้ารถ กระเป๋าสะพายห้อยไว้ตรงแฮนด์ ค่อย ๆ เข็ญรถเดินไปตามขอบถนน เข็น ๆ หยุด ๆ ได้ระยะทางประมาณห้าร้อยเมตรก็มีรถกระบะสี่ประตูขับตามหลังเธอมา รถคันนั้นชะลอ ๆ แอบข้างทางเพื่อจอด คนขับเปิดประตูลงมา "รถเป็นอะไรครับคุณครู ?" นายกเทศมนตรีสิงห์นั่นเอง หนูนาหยุดเข็นรถและตอบเขาไป "น้ำมันหมดค่ะ" สิงห์เดินตรงมาหาเธอ พร้อมกับเปิดเบาะรถมอเตอร์ไซค์และเปิดฝาถังน้ำมันเขย่า ๆ รถและมองลงไปที่ช่องตรงถังน้ำมันนั้น "น้ำมันหมดจริง ๆ ด้วย นี่แหละผู้หญิงขี่เป็นอย่างเดียว" ท้ายประโยคยังบ่นเธอด้วย หนูนาไม่พอใจแต่ก็ระงับอารมณ์เอาไว้ เพราะยังไงเขาก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจจอดรถไต่ถามเธอ "ขับรถยนต์เป็นมั้ย ?" "เป็นค่ะ" สิงห์จึงขนสัมภาระของเธอเอาไปวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ "ถ้างั้นครูขับรถผมไปที่ปั๊มน้ำมัน เดี๋ยวผมจะพามอเตอร์ไซค์เกาะท้ายรถยนต์ไป ถ้าจะยกขึ้นใส่ท้ายกระบะสองคนก็คงไม่ไหว" หนูนาไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเดินไปที่รถกระบะของเขาและไปนั่งประจำที่คนขับ ส่วนสิงห์ก็คร่อมที่มอเตอร์ไซค์ของเธอ หนูนาค่อย ๆ เคลื่อนรถช้า ๆ สิงห์รีบคว้าหมับที่ตรงท้ายกระบะเกร็งข้อมือจับท้ายรถไว้เหนียวแน่นค่อย ๆ ประคองมอเตอร์ไซค์ให้เคลื่อนตัวตามรถกระบะไป หนูนามองกระจกส่องข้างเห็นเขาเกาะท้ายรถท่าทางชิลล์ ๆ แต่ก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ดีกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่จริงเธอก็อยากแนะนำเขาว่าให้เขาขับรถเข้ามาซื้อน้ำมันให้เธอก็ได้ แต่ก็เกรงใจ เขาคงจะพิจารณาแล้วล่ะว่าวิธีนี้ดีที่สุด เกือบสิบห้านาทีจึงเข้ามาถึงหมู่บ้าน หนูนาจอดรถที่หน้าร้านขายของชำและเปิดประตูลงมา "ทำไมไม่ไปปั๊มล่ะ ?" "ไม่ล่ะค่ะ มันไกล หนูนาเกรงใจ" แล้วก็เดินไปหยิบขวดน้ำมันที่แม่ค้ากรอกไว้มาสองขวดและจ่ายเงิน สิงห์ช่วยเธอเติมน้ำมันและลองสตาร์ทดู "เรียบร้อย" "ขอบคุณมากค่ะคุณสิงห์" เธอกล่าวขอบคุณเขา ก่อนที่จะขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากร้านขายของชำเพื่อกลับบ้าน "พุสาวติ้นายก ? ( แฟนเหรอ )" ท่านนายกเทศมนตรีหนุ่มยิ้มกับคำถาม "บ่แมนครับ ครูที่ศูนย์เด็กเล็ก" เขาขึ้นรถและขับออกมา เหลือบมองที่เบาะข้างคนขับก็เห็นกระเป๋าสะพายกับถุงใส่ลูกตะขบสุกวางอยู่ สิงห์จึงเปลี่ยนเส้นทางตรงไปที่บ้านของเธอแทน ทางด้านหนูนานั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเธอลืมกระเป๋าไว้ในรถของนายกสิงห์ กุญแจบ้านและโทรศัพท์อยู่ในนั้นด้วย ในช่วงจังหวะที่เธอตัดสินใจยังไม่ได้ว่าจะเอายังไงดีอยู่นั้น รถกระบะของเขาก็มาจอดที่หน้าบ้านของเธอพอดี สิงห์เปิดประตูรถลงมาในมือถือสัมภาระของเธอมาด้วย "ขอบคุณมากค่ะ" ยื่นมือไปรับของในมือเขาและกล่าวขอบคุณ "ผมขอเบอร์คุณหน่อย อ๊ะ ๆ.. อย่าเข้าใจผิด ยังไงเราก็น่าจะได้ร่วมงานกันไปอีกนาน มีไว้ติดต่อกันก็ดี" เขารีบอธิบายเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิดคิดไปไกลว่าเขาจะจีบเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยแอบแอดไลน์เธอไปแล้วก็ตามตอนที่เขาเจอเธอที่กลางทุ่งนาเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาอยากรู้จักเธอเพราะเธอหน้าตาเหมือนหนึ่งฤทัย แต่การที่มีเบอร์โทรมันก็จะสะดวกกว่าในการติดต่อกัน หนูนาไม่ปฏิเสธเธอจึงจดเบอร์โทรให้เขา เมื่อได้เบอร์ของเธอแล้วเขาก็โทรเข้ามือถือเธอทันที เสียงริงโทนเธอดังอยู่สักครู่เขาก็กดวางสาย "นั่นเบอร์ผม เมมไว้ด้วย" พูดจบเขาก็เดินไปขึ้นรถและขับออกไป หนูนามองตามเขาไปอย่างไม่เข้าใจ จะขอเบอร์ทำไมก็เขามีไลน์เธอแล้วนี่นา เธอเองก็เพิ่งรู้ว่าคุณลุงที่ขับรถไถคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับท่านนายกเทศมนตรีสิงห์เมื่อวานนี้เอง เพราะเธอเห็นภาพพักหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเป็นรูปวิวที่เธอถ่ายวันนั้นแล้วเขาขอจากเธอ ในตอนแรกเธอก็ไม่รู้ว่าเป็นเขาเพราะรูปโปรไฟล์ที่เขาใช้ในไลน์นั้นเป็นรูปของตัวการ์ตูนชินจัง"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"หนูนารีบกล่าวขอโทษคนที่เธอเดินชนทันที พร้อมกับควักผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาเช็ดกาแฟเย็นที่หกเลอะเทอะชุดข้าราชการสีกากีตรงบริเวณหน้าอกของเขาคนนั้น วันนี้เธอมีธุระต้องเข้ามาที่ว่าการอำเภอ เพราะบัตรประชาชนของเธอหาย"ไม่เป็นไรครับ"เสียงทุ้มกล่าวกับหนูนา พร้อมกับคว้าแขนของเธอให้หลบผู้คนไปยังมุมหนึ่งของทางขึ้นที่ว่าการอำเภอ เพราะตอนนี้ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางบันได"เสื้อคุณเลอะหมดเลย ขอโทษนะคะ""ไม่เป็นไรหรอกคุณ"ปลัดอัคนีกล่าวออกมาด้วยเสียงอ่อนโยน ปกติเขาก็ใจดีกับประชาชนทุกคนอยู่แล้ว ยิ่งประชาชนคนนั้นสวยน่ารักเหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ความใจดีของเขาก็พุ่งกระฉูด"แล้วมาทำอะไรที่อำเภอครับ ?"เห็นหน้าเธอชัด ๆ แล้วอยากรู้จักเขาจึงชวนคุย"มาทำบัตรประชาชนค่ะ กระเป๋าสตางค์หาย บัตรทุกอย่างหายหมดเลย"เขาพยักหน้าน้อย ๆ"ถ้างั้นเชิญครับ พวกเราทุกคนยินดีรับใช้ประชาชน""ขอบคุณค่ะ"หนูนายิ้มกว้างออกมา ถ้าข้าราชการทุกคนเต็มใจทำงานเพื่อประชาชนประเทศชาติของเราก็คงเจริญก้าวหน้า หนูนายัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือของเขา"เช็ดเสื้อคุณให้สะอาดก่อนค่ะ ฉันขอตัวไปทำบัตรก่อนนะคะ"แล้วเธอก็ร
วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้หนูนากลับไปที่หมู่บ้านเดิมของเธอ เพื่อไปไหว้กระดูกพ่อ แม่ ปู่ ย่า และตากับยาย เธอจึงถือโอกาสนี้แวะเที่ยวบ้านเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตอนมัธยม เพื่อนของหนูนาคนนี้เรียนจบบริหารแต่เพราะที่บ้านมีกิจการเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ควายเธอจึงต้องกลับมารับช่วงต่อ"ว้าววว นกควายของแกตัวใหญ่มากกก"หนูนาอุทานด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นควายที่ตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน"เจ้าสวยน่ะ ตอนนี้มันกำลังท้องอยู่"'นก' หรือนิภาพร นันทชัยญา ตอบเพื่อนสาวไป"มิน่าล่ะมันถึงได้ดูท้องป่อง ๆ""อือ..ท้องแรกของมันน่ะ"แล้วทั้งหนูนาและนกก็เดินเข้าไปในบ้าน"งานสอนเป็นไงบ้าง ?""ก็ดี เด็ก ๆ น่ารักทุกคน""พ่อกับแม่ถามหาแกอยู่พอดีเลย ไปวัดมาแล้วใช่ไหม ?"หนูนาพยักหน้าแทนคำตอบ "อย่าทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยแบบนี้ดิ เดี๋ยววันนี้พากินหมูกะทะ"นกปลอบใจเพื่อนสาวเพราะรู้เรื่องของหนูนาดี ทั้งสองสนิทกันมากแม้จะเรียนกันคนละคณะแต่ก็ยังติดต่อและไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ"อือ..ฝากท้องแล้วก็ฝากตัวด้วยนะวันนี้"เพราะวันนี้หนูนาจะค้างที่บ้านของนกพรุ่งนี้ตอนสาย ๆ ค่อยกลับ"เราไปไหว้พ่อกับแม่กันดีกว่า"นกเอ่ยปากชวนหนูนาซึ่งเธอก็ไม่
เลิกเรียนเย็นนี้หนูนาก็ยังแวะไปหาปอร์เช่เช่นเคย วันนี้อาการของเจ้าหนูดีขึ้นมาก ดูท่าทางก็สดใสขึ้นเยอะ เธออยู่เล่นกับปอร์เช่สักพักและคุยกับย่าน้อยนิดหน่อยก็ขอตัวกลับที่ร้านคาราโอเกะในตัวอำเภอ วันนี้สิงห์มีนัดกับเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกันซึ่งเรียนด้วยกันตอน ม.ปลาย ทุกคนต่างก็มีหน้าที่การงานที่ดีฐานะก็ร่ำรวยเพราะคอยช่วยเหลือ ปรึกษาหารือ และแนะนำช่องทางทำมาหากินให้กันตลอดเวลา ส่วนใหญ่ก็แต่งงานมีลูกมีเมียกันหมดทุกคนแล้วยกเว้นเขากับปลัด 'อัคนี' เท่านั้น เพื่อน ๆ ทุกคนมากันครบแล้วสิงห์มาถึงเป็นคนสุดท้าย"เฮ้ย ! ทางนี้ ๆ"เขาจึงเดินเข้าไปยังโต๊ะที่เพื่อน ๆ นั่ง เด็กเสิร์ฟรีบหาเก้าอี้และแก้วมาเพิ่ม "มาช้าจังวะ ?"อัคนีหรือไอ้หินเอ่ยปากถาม"ก็บ้านข้าไกล"พูดจบก็นั่งลงและรับแก้วเหล้ามาจากเด็กเสิร์ฟ "มากันครบทุกคนแล้วใช่ไหม ?""อือ"เพื่อน ๆ ในกลุ่มของเขามีกันทั้งหมดห้าคน 'เอกภพ' เป็นเจ้าของตลาดสดในอำเภอแต่งงานแล้ว 'สายชล' มีสวนยางสองร้อยไร่และเปิดร้านรับซื้อขี้ยางจากชาวบ้านใกล้เคียง แต่งงานแล้ว'คิมหันต์' มีฟาร์มวัวเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด แต่งงานแล้วเช่นกัน'อัคนี' เป็นปลัดอำเภอที่หล่อและร
โรงเรียนเลิกแล้วหนูนาตรงไปที่บ้านของสิงห์เลยเพื่อจะไปเยี่ยมหนูน้อยปอร์เช่ เมื่อไปถึงบ้านของเขาก็ปรากฎว่ามีคนอยู่ที่นั่นกันหลายคน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่เพราะว่าคนเฒ่าคนแก่ตามชนบทนั้นหากได้ยินข่าวว่ามีเด็กน้อยไม่สบายก็จะไปเยี่ยมยามถามข่าวและนำฝ้ายไปผูกแขนให้ด้วยเพื่อเป็นการเอิ้นขวัญหนูนาเก้ ๆ กัง ๆ ไม่กล้าเข้าไปในบ้านเพราะเห็นว่ามีคนเยอะ ในจังหวะที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้นสิงห์ก็ขับรถมาพอดี เห็นเธอทำท่าลังเลไม่กล้าเข้าไปเขาจึงจอดรถและรีบเดินไปหาเธอ"ครู..ทำไมไม่เข้าไปล่ะ ?""คุณสิงห์"หันไปตามเสียงของเขา"คนเยอะ หนูนาไม่เข้าไปดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยมาเยี่ยมปอร์เช่ใหม่"เธอทำท่าจะเดินออกไปแต่สิงห์ก็คว้าแขนของเธอเอาไว้"เข้าไปเถอะ ปอร์เช่ถามหาครู"เธอก้มมองมือของเขาที่กุมแขนของเธอเอาไว้เขาจึงปล่อย"ก็ได้ค่ะ"เธอจึงเดินเข้าไปพร้อมเขา และทันทีที่คนเฒ่าคนแก่เห็นว่านายกเทศมนตรีสิงห์เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มก็กลายเป็นจุดสนใจทันที"พุสาวนายกติ้น้อย ?" ( แฟนของนายกเหรอน้อย )คุณย่าคนหนึ่งถามย่าน้อย"บ่แม่นดอก ครูของปอร์เช่น่ะ" ( ไม่ใช่ ครูของปอร์เช่ )เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงแค
วันนี้หนูนาตื่นสายนิดหน่อยเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เที่ยงคืนแล้ว รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเจ็ดโมงเพราะเผลอปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนต่อ รีบกระโดดลงจากเตียงอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เกือบแปดโมง ต้มน้ำชงกาแฟกำลังจะกิน ก็พอดีกับที่สิงห์มาถึง"คุณสิงห์เข้ามาก่อนค่ะ"สิงห์จึงเดินเข้าไปในบ้านของเธอ และนั่งลงที่โต๊ะไม้หน้าบ้านซึ่งมีแก้วกาแฟวางอยู่"สักแก้วไหมคะ ?"เขาพยักหน้า"มีแต่กาแฟทรีอินวันนะ"พูดจบก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อชงกาแฟให้เขา ระหว่างที่นั่งรอสิงห์ก็สำรวจบ้านของเธอไปด้วย เมื่อเธอออกมาจากในครัวพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟให้"หญ้าเริ่มยาวแล้ว เดี๋ยวผมให้คนมาตัดให้เอาไหม ?"รับแก้วกาแฟมาแล้วก็เอ่ยปากถามเธอ"ดีเลยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า"ทานกาแฟและขนมแล้วทั้งคู่ก็ไปที่โรงพยาบาล หนูนาแวะซื้อกับข้าวไปฝากย่าน้อยด้วย"หมอบอกว่าอาการของปอร์เช่ดีขึ้นมากแล้ว พรุ่งนี้น่าจะได้กลับบ้าน"เมื่อเห็นหน้าลูกชายกับคุณครูย่าน้อยจึงบอกเล่าอาการของปอร์เช่ให้คนทั้งคู่ฟัง"ดีจังเลย คุณย่าทานข้าวหรือยังคะ ? หนูมีไก่ย่างกับปลาร้าสับมาฝากด้วย""ยังเลยครู ขอบใจมากนะ""ถ้างั้นแม่ทานข้าวก่อนเถอะครับ"สิงห์บอกกับแม่ด้วยความเป็น
"อุ๊ย..ขอโทษค่ะ"สิงห์พยุงเอวของเธอไว้กลิ่นกายหอม ๆ ปะทะจมูกเขาเข้าเต็มเปา "ไม่เป็นไร กลับกันเถอะ"ปล่อยมือจากเอวบางของเธออย่างนึกเสียดาย หนูนาเองก็หน้าแดงไปยันใบหู เกิดมายังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใหนมากขนาดนี้ใจเธอจึงกระตุกแปลก ๆหนูนาเดินตามเขาไปขึ้นรถ แดดร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอมองบรรยากาศรอบ ๆ ตัวอย่างทึ่ง ๆ สวนของนายกสิงห์มีพื้นที่เยอะมากและเขาแบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนด้วย มีสวนยาง มีสวนผลไม้ มีนาข้าว มีบ่อน้ำ มีผักสวนครัว และแบ่งพื้นที่ไว้เลี้ยงวัวชัดเจน มีวัวหลายสิบตัวเดินเลาะเล็มหญ้าท่าทางมีความสุข"คุณสิงห์มีวัวกี่ตัว ?"เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบออกมา"น่าจะสักร้อยกว่าได้ล่ะมั้ง""ว้าววว เป็นร้อยเลย""อยากได้สักตัวไหมล่ะ ? จะขายให้ถูก ๆ""หึ..ไม่เอาหรอก หนูนาขี้เกียจเลี้ยง"เขายิ้มกับคำตอบของเธอ ดูท่าทางแล้วเธอไม่น่าจะใช่คนขี้เกียจ แค่อาจจะไม่ชอบวิถีชีวิตเกษตรกร"จะไปที่โรงพยาบาลด้วยไหม ?"เขาถามเธอ หนูนาคิดอยู่ครู่หนึงจึงพยักหน้า เมื่อมาถึงบ้าน สิงห์ก็เปลี่ยนเป็นรถคันที่เขาขับไปทำงาน เธอเข็นมอเตอร์ไซค์เวฟ 100 ของตัวเองไปจอดไว้ที่ใต้ร่มมะขามภายในบริเวณบ้านของเขามาถึงโรงพยาบ







