Masuk“แต่อลินคิดว่าคงไม่ต่างกับนักกีฬาว่ายน้ำ”
“ทรงมันก็เหมือนกันและอลินก็เคยเห็นผู้ชายตัวเป็น ๆ หุ่นดี ๆ อยู่ในชุดว่ายน้ำในระยะใกล้ชิดมาแล้วค่ะ”
อลินญาไม่ได้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ เธอแค่ชอบออกกำลังกายแบบที่ไม่ต้องเสียเหงื่อ การว่ายน้ำจึงเป็นสิ่งที่เธอเลือกทำบ่อยมากที่สุด แน่นอนว่าการไปว่ายน้ำในสระขนาดมาตรฐานอลินญาต้องพบกับคนหลากหลายเพศมาใช้บริการสระว่ายน้ำอยู่แล้ว นั่นรวมถึงนักกีฬาว่ายน้ำมืออาชีพด้วย
“คิดงั้นเหรอ กางเกงในของฉันน่ะต้องใส่สบายทั้งเวลาปกติและเวลาที่ส่วนนั้นตื่นตัว ฉันไม่ต้องการให้ผิวผ้าสร้างความระคายเคืองกับส่วนนั้นเวลาที่มัน...” อคิระค้างคำพูดไว้ขณะที่ยกแขนของตัวเองขึ้นมา ใช้ศอกวางบนโต๊ะแล้วให้แขนตั้งฉากกับโต๊ะ พร้อมกับใช้มืออีกข้างมากำรอบข้อมือของตัวเองไว้แล้วพูดต่อ “ขยายใหญ่เต็มตัว”
“ขยาย...ใหญ่”
“ใช่ รู้ไหมว่าเธอต้องวัดกับขนาดจริงตอนที่มันขยายเต็มตัวด้วยนะ” อคิระแสยะยิ้มเมื่อเห็นความวิตกกังวลผ่านออกมาจากดวงตาคู่สวยของอลินญา
เธอกำลังกลัว แน่ละเพราะเขาตั้งใจสร้างความกลัวให้กับเธอ แม้จะไม่ได้เจอกันนานหลายปีแต่เขามองออกว่าอลินญาอ่อนประสบการณ์กับเพศตรงข้าม เด็กอ่อนต่อโลกที่พยายามจะทำตัวกร้านโลกเวลาอยู่ต่อหน้าเขา เหอะ เธอก็แค่คนอวดเก่งถือดี แค่อยากเอาชนะเขาเท่านั้น
“ถ้าเธอทำได้ ฉันก็จะยอมให้เธอเข้ามาเป็นดีไซเนอร์ให้กับAKR” แน่นอนว่าอคิระเดาตำตอบของอลินญาไว้เรียบร้อยแล้ว เธอต้องยอมแพ้ และคำตอบมีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น ‘อลินไม่ทำแล้วค่ะ ชัวร์!’
“ได้ค่ะ ก็แค่วัดจากขนาดจริง อลินทำได้สบายมาก” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวานส่งกลับไปให้คนที่ท้าทายเธอ อลินไม่ยอมราฟหรอกแต่ว่า ‘สบายที่ไหนเล่ายัยอลิน’
เอกสารสมัครงานและเอกสารสัญญาจ้างงานถูกส่งคืนให้พนักงานฝ่ายบุคคลพร้อมลงลายมือชื่อของพนักงานคนใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในตำแหน่ง ดีไซเนอร์ หรือพนักงานส่วนออกแบบดีไซน์ของAKRแบรนด์
“เงินเดือนตามตรงลง รับได้แน่นะ” อคิระยืนกอดอกถามพนักงานใหม่ของตัวเองขณะที่สายตามองตามร่างอรชรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา
ไม่รู้ว่าอลินญาจะรู้ตัวบ้างไหมว่ารอยยิ้มของเธอกำลังทำให้เขารู้สึกอยากยกมือขึ้นมาแล้วหยิกปากสวยได้รูปนั้น เวลาเธอยิ้มแบบนี้ให้เขาทีไรมันเหมือนกับว่าเธอกำลังยิ้มท้าทายกันยังไงก็ไม่รู้ ตอนเด็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้ ขี้ฟ้องพอเขาโดนดุก็แอบยิ้มเย้ยใส่ คิดว่าตัวเองชนะ
“รับได้ค่ะ” อลินญายิ้มหวาน ๆ ให้กับคุณเจ้านายที่รับเธอเข้าทำงานแบบไม่เต็มใจนัก ก็ในเมื่อเขาพูดเองว่าถ้าเธอมั่นใจว่าสามารถทำได้เขาก็จะรับเธอเข้าทำงาน ส่วนเรื่องค่าจ้างอลินญามองว่าสมเหตุสมผล
เธอรู้ว่าอคิระไม่อยากรับเธอเป็นพนักงานเพราะเขาไม่ได้พอใจในตัวเธอเท่าไหร่นัก แต่ในเมื่อเขาปากลั่นออกมาแล้วเขาก็รับผิดชอบคำพูดของตัวเองได้ดีไม่ได้กดเงินเดือนของเธอ อคิระให้เงินเดือนเธอเป็นไปตามโครงสร้างของบริษัทบวกตามประสบการณ์ทำงานของเธอเล็กน้อย ซึ่งที่ผ่านมาอลินญาไม่เคยเป็นพนักงานของบริษัทไหนมาก่อน เธอทำฟรีแลนซ์รับเป็นงาน ๆ ไป
อลินญาชอบเก็บประสบการณ์จากการร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดังหรือคนที่มีประสบการณ์อยู่ในวงการแฟชั่นมานาน เธอชอบเป็นลูกมือเพื่อเรียนรู้การทำงานของมืออาชีพและเอามาปรับใช้ แน่นอนว่าเธอมีเป้าหมายในชีวิตของตัวเองและอลินญาตั้งใจจะทำให้สำเร็จให้ได้
“ขอบคุณนะคะ” ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมที่อคิระอนุญาตให้HRใช้เป็นที่เซ็นหนังสือสัญญาจ้าง อลินญาไม่ลืมยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณพนักงานคนนั้น
“วันพรุ่งนี้แวะมาหาพี่เพื่อทำบัตรพนักงานด้วยนะจ๊ะ” พนักงานคนสวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีและดูเป็นมิตรทำให้อลินญารีบพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม แต่เธอยังไม่ทันจะได้พูดคำอื่นออกมาก็ถูกคุณเจ้านายจับข้อมือเอาไว้แล้วลากเธอเดินออกจากห้องนั้นไป ใช้คำว่าลากไม่ผิดหรอกเพราะอคิระไม่อ่อนโยนกับเธอเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง
“อลินเจ็บนะคะ” บิดข้อมือของตัวเองออกจากการเกาะกุมที่ไม่เต็มใจและอคิระก็ยอมปล่อยแต่โดยดี เขาเองก็ไม่ได้อยากจะแตะเนื้อต้องตัวอลินญาเท่าไหร่นักหรอกถ้าไม่จำเป็น
“อย่ามาเวอร์ ฉันไม่ได้ออกแรงอะไรเลย” ถ้าเขาออกแรงเยอะจริง ๆ ข้อมือเล็ก ๆ นั่นหักไปแล้ว
“ราฟพาอลินกลับมาที่ห้องทำงานทำไมคะ” ห้องทำงานของประธานบริษัทเป็นห้องที่เธอได้เข้ามานั่งก่อนห้องสัมภาษณ์ที่ไม่ได้สัมภาษณ์ซะอีก เหตุเกิดจากเขานั่นแหละที่พอเห็นชื่อเธอก็ไล่กลับทันทีแล้วคิดว่าคนอย่างเธอจะยอมง่าย ๆ เหรอ ไม่มีทางค่ะ ก็แค่เดินตรงเข้ามาโดยไม่สนใจรปภ.ที่กำลังห้ามเธออยู่
นิสัยวู่วามหรือการไม่ให้เกียรติไม่ใช่นิสัยโดยปกติของอลินญา เธอจะไม่มีทางทำแบบนี้แน่หากสิ่งที่เธอได้รับมันยุติธรรมและแน่นอนว่าอคิระไม่ยุติธรรมกับเธอเพราะความไม่พอใจส่วนตัว แล้วแบบนี้จะให้เธอก้มหน้าปาดน้ำตากลับบ้านได้ยังไงกัน ต้องสู้ค่ะ
“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ” อคิระเดินตรงไปที่โซฟาสำหรับรับแขกในห้องทำงานของเขา เขาเดินนำไปสองสามก้าวถึงได้สังเกตเห็นว่าอีกคนไม่เดินตามมาด้วย
“ยืนนิ่งอยู่ทำไม ตามฉันมาสิ!”
“อยากมีบ้าง” ก็ลองหยั่งเชิงดูเผื่อเธอจะใจอ่อนยอมให้เขาทำลูก“ขอดูความประพฤติของโยชิก่อนนะคะ”“ใจร้ายจัง” ทำเป็นอวดครวญแต่ก็รู้ว่าทำไมเธอถึงบอกแบบนั้นและเรื่องนี้โยชิต้องโทษตัวเอง แต่เอาเถอะ แค่ได้เธอกลับมาอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ก็ดีมากแล้ว“กูขอลูกคืนครับ” อคิระก็อยากให้เพื่อนได้อุ้มรีญาต่ออีกสักหน่อยแต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ลูกน้อยของเขาต้องกินนมแล้ว“ไม่ออกไปคุยกับเพื่อนเหรอคะ”อลินญาเห็นสามีเดินตามเข้ามาในห้องนอนของลูกสาวเลยเอ่ยถามเขา นาน ๆ จะได้รวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาและเธอคิดว่าสามีคงมีเรื่องอยากคุยกับเพื่อน ๆ ตามประสาหนุ่ม ๆ เธอไม่ว่าอะไรเลยหากเขาจะปลีกตัวไปอยู่กับเพื่อนอีกสามคน“ฉันอยากดูเธอให้นมลูกมากกว่า”“ราฟก็เห็นแบบนี้ทุกวันนะคะ”“อืม แต่ฉันก็ยังชอบมองเวลานี้มากที่สุด ผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน คนสวยทั้งสองของพ่อ” ก้มหน้าลงไปจูบบนกระหม่อมบอบบางของลูกน้อยด้วยความรักและเลื่อนขึ้นมาจุมพิตภรรยาอย่างหวานซึ้งการได้มองอลินญาพารีญาเข้าเต้าเป็นช่วงเวลาที่วิเศษและสวยงามมากจนอคิระไม่อยากพลาดเลยสักครั้ง เขาชอบมองและมองได้ทั้งวัน และที่เขาอยากอยู่ตรงนี้ก็เผื่อว่าอลินญาต้องการอะไรเขาจะได
10 เดือนต่อมา“พวกมึงช่วยไปล้างมือให้สะอาดก่อนนะครับ ถ้าไม่สะอาดกูไม่ยอมให้อุ้มลูกของกู” อคิระยืนกรานเสียงแข็งขณะที่อุ้มลูกน้อยอายุ 5 เดือนอย่างหวงแหนรีญา ลูกสาวของพ่อ แก้วตาดวงใจของอคิระ เขาหวงลูกเท่ากับหวงเมียและพวกเพื่อนรักทั้ง 3 ก็เห่อหลานกันทุกคน อยากอุ้มหลานสาวใจจะขาดแต่พวกมันมือไม่สะอาดใจก็สกปรก อคิระเลยคิดหนักว่าจะยอมให้อุ้มลูกดีไหมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะอลินญาสั่ง“กูขอเป็นคนอุ้มรีญาก่อนเพราะเมียกูท้องอยู่” เจตน์กวินรีบล้างมือของตัวเองให้สะอาดก่อนใครแล้วเดินมายืนต่อหน้าอคิระพร้อมยืนแขนออกไปเพื่อรอรับรีญาน้อยมาอุ้ม สายตามองเลยไปที่ภรรยาของตัวเอง ‘ชาร์ม’ ที่ตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกคนแรกของเขา การได้อุ้มรีญาก็เหมือนเป็นการฝึกอุ้มเพื่อให้พร้อมสำหรับลูกของตัวเอง“แม่ง เอาสิทธิ์เมียท้องมาอ้างนี่หว่า” ปัณณธรบ่นอุบแต่ก็ยอมต่อคิวเป็นคนที่สองและตามด้วยโยชิที่ล้างมือเสร็จคนสุดท้ายเลยต้องยอมต่อคิวอุ้มรีญาเป็นคนที่สาม“ช่วยไม่ได้ พวกมึงตามไม่ทันเอง” เจตน์กวินหมายถึงทั้งปัณณธรและโยชิอยากพากันลีลาฟอร์มจัดดีนัก ก็เลยพากันแต่งงานช้าสุดและอยู่ในขั้นตอนตั้งใจผลิตทายาทของตัวเอง“รีญาหลานอา” เจตน
เช่นกันกับแจน เหตุการณ์นั้นเธอโกรธแจนมากแต่ก็ไม่ได้แค้นจนอยากเห็นชีวิตของแจนพัง สิ่งเกิดขึ้นกับแจน เหตุการณ์ที่แจนต้องกลายเป็นเด็กส่งยาเลือกเดินในเส้นทางสีเทาก็เพราะแจนต้องหาเงินมาชดใช้ต่อการกระทำของตัวเองและเรื่องนี้อคิระไม่ใจดีเลยแม้แต่น้อยหลายครั้งที่เธอขอให้สามีพิจารณาลดจำนวนเงินลงมาจากหลักล้านเหลือหลักแสน แต่ก็นั่นแหละเมื่อเขาตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้วต่อให้เป็นเธอที่พูดขอร้องอคิระก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ เหตุผลของเขาคือการทำให้คนอื่น ๆ และร่วมถึงพนักงานในบริษัทเห็นว่าเขาเอาจริงการกระทำแบบแจนไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่ากับใครก็ตามเพราะทุกอย่างมันมีราคาที่ต้องจ่าย เมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับผิดชอบต่อความผิดของตัวเอง การที่อ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการมันฟังไม่ขึ้นและถ้าอคิระไม่ทำให้เด็ดขาดต่อไปใครจะกลัว เพราะเขาไม่อยากให้ใครมีความคิดแบบแจนมันก็ต้องมีตัวอย่างให้เห็น“คุณเชนดูสบายใจขึ้นนะ” อคิระอุ้มภรรยามานั่งบนตักและช่วยทาครีมกันแดดให้อลินญาก่อน เขาชอบตัวเองมากเวลาที่ได้ดูแลอลินญา เธอตัวเล็กน่าทะนุถนอมยิ่งท้องก็ยิ่งน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก“ค่ะ อลินดีใจนะคะที่วันนี้คุณเชนปล่อยวางเรื่องนั้นได้แล้ว” เพราะเชนคือ
“โอ๋ ๆ เธออย่าอารมณ์ขึ้นสิ เดี๋ยวลูกจะเป็นเด็กหัวร้อนเก่งนะ” รีบเข้ามาโอบเมียรักแล้วพาเดินไปหาที่นั่งข้างสระว่ายน้ำเพื่อจะได้วางกระเป๋าผ้าและผ้าขนหนู“ก็ราฟชอบทำให้อลินอารมณ์ขึ้นนี่คะ”“ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ที่ทำให้เธอมีอารมณ์” ยัง ยังไม่วายหยุดกวนประสาทเมียอีกนะ“ค่ะ เก่งมาเลยค่ะ” ลูกในท้องต้องกลายเป็นเด็กที่กวนเก่งเหมือนพ่อแน่ ๆ อลินญาเตรียมปวดหัวแบบยกกำลังสองไว้เลย“อลินขอทาครีมกันแดดให้นะคะ”“ไม่ได้ ๆ ฉันต้องเป็นคนทาให้เธอครับที่รัก”“แต่อลิน...” ความพยายามในการแย่งกันทาครีมกันแดดต้องหยุดชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองคน และเมื่ออลินญาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเขาคนนั้นคือเชน“คุณเชน” อลินญาลุกขึ้นยืนโดยมีอคิระเดินมายืนประกบอยู่ข้าง ๆ ตอนนี้เชนคงรู้แล้วว่าเขากับอลินญาเป็นอะไรกันแต่คนมันขี้หวงจะตอนไหนเวลาไหนก็หวงหมด“สวัสดีครับคุณอลิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”“ค่ะ แล้วคุณเชนสบายดีไหมคะ” อลินญาทักทายด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนเวลาที่เราเจอคนที่รู้จัก เธอไม่ได้มีน้ำเสียงหรือแสดงอาการไม่พอใจอะไรคนตรงหน้าเพราะเรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้ว อลินญาและอคิระทิ้งมันไว้ข้างหลังแล้วแต่ดูเหมือนเ
“ราฟขา ต่อจากนี้เรามาถ่ายรูปคู่ของเราให้เต็มเครื่องดีไหมคะ” อลินญาขยับตัวเข้าไปกอดว่าที่สามีอย่างเต็มรัก เธอมีความสุขมากจริง ๆ นะเวลาที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของอคิระแบบนี้เพราะเขาจะกอดเธอแนบแน่นเหมือนหวงแหนซึ่งเธอชอบมาก“ได้สิ ฉันจะถ่ายภาพของเราทุกวัน”“ถ่ายไปเรื่อย ๆ เลยนะคะ”“ฉันจะถ่ายภาพของเราไปจนแก่เลย”จากวันนี้ผมดำและอีกหกสิบหรือเจ็ดสิบปีข้างหน้าก็จะเป็นภาพของเราที่มีผมสีดอกเลานั่งอยู่เคียงข้างกัน จับมือกันไว้แบบนี้เสมอ“เอาลูกแฝดก็ดีนะ” อคิระเอียงหน้าซบบนศีรษะของคนตัวเล็ก“งื้อ ยากนะคะเพราะตระกูลเราไม่มีแฝดเลยสักคน คงต้องพึ่งหมอ” ทางต้นตระกูลของทั้งสองครอบครัวไม่เคยมีประวัติการให้กำเนิดเด็กแฝด และโอกาสที่จะเป็นไปได้ด้วยวิธีธรรมชาติอลินญามองว่าน้อยมาก“งั้นหัวปีท้ายปีก็ได้ ฉันไม่อยากเห็นเธอเจ็บ” เขาพอจะรู้วิธีการมีลูกโดยการพึ่งหมอและคนเป็นแม่ต้องเสียสละมาก ๆ ต้องฉีดฮอร์โมนหลายเข็มเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมแต่เขาไม่อยากเห็นอลินญาทำแบบนั้น“ตอนคลอดก็เจ็บนะคะ” ทำไมเขาน่ารักขึ้นทุกวันแบบนี้เนี่ยและขอให้เขาเป็นอคิระของเธอแบบนี้ตลอดไป เธอชอบมาก ๆ เลยละ เขาทั้งดูแลและเอาใจใส่และเธอได้รับควา
“แหวนน่ารักมากลูก” อรพินและณิชิดาพากันชมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของอลินญา คนหนึ่งดีใจที่จะได้เห็นลูกสร้างครอบครัวเป็นของตัวเองและได้ใช้ชีวิตกับคนที่รัก ส่วนอีกคนก็ยิ้มจนแก้มจะแตกเพราะในที่สุดก็ได้ลูกสะใภ้ที่หมายตามานาน สำเร็จ!ตอนฟังเรื่องเล่าจากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้วคนเป็นแม่อย่าณิชิดาอยากบ่นอคิระสักฉากที่ทำเซอร์ไพรส์แบบใดถึงไม่ได้เซอร์ไพรส์น้องเลย แต่พอฟังเหตุผลจากลูกชายก็พอเข้าใจได้ว่าอคิระใช้สถานการณ์นี้สร้างโอกาสขึ้นมา เรื่องขอแต่งงานอคิระมีความตั้งใจอยู่แล้วแต่เพื่อรักษาเกียรติของอลินญาทำให้อคิระจำเป็นต้องใช้สื่อประกาศให้รู้และเคลียร์ทุกปัญหาให้จบในเวลาเดียวกัน“อลินเซอร์ไพรส์แน่นะลูก” ไมเคิลถามว่าที่ลูกสะใภ้บ้าง ถ้าอลินตอบว่าไม่เขาจะไล่ให้อคิระไปวางแผนขอแต่งงานมาใหม่เดี๋ยวนี้เลย“เซอร์ไพรส์ค่ะ อลินเซอร์ไพรส์ตั้งแต่ราฟพาไปเลือกแหวนแล้วค่ะเพราะตอนนั้นอลินไม่คิดว่าจะถูกราฟขอแต่งงานตรงนั้นจริง ๆ” เพราะอยู่ในสถานที่ที่คิดว่าเขาคงไม่เลือกใช้ร้านเพชรของเพื่อนขอเธอแต่งงานหรอก เพราะคิดแบบนั้นเธอเลยเซอร์ไพรส์มากที่ถูกขอแต่งงานทันทีหลังเลือกแหวนเสร็จ“ผมทำดีใช่ไหมล่ะ” ยักคิ้วให้บิดาของตั







