LOGINเสียงนกการเวกส่งสำเนียงเจื้อยแจ้วแว่วมาจากสวนหลังบ้าน สอดประสานกับสายลมเอื่อยที่พาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ไทยลอยละล่องเข้ามา แสงแดดสีทองละมุนยามเช้าเริ่มทอแสงลอดผ่านรอยแยกของม่านบังแดดเนื้อดี ตกกระทบลงบนเตียงกว้างที่อัดแน่นไปด้วยความอบอุ่น
ร่างระหงในชุดนอนซาตินสีขาวมุกของรสรินขยับกายบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้านอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เธอค่อยๆ ปรือตาขึ้นรับแสงสว่าง มุมปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นทีละน้อยด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจที่เปี่ยมล้นอยู่ภายในอก คืนแรกที่ได้เอนกายลงนอนในคฤหาสน์หลังนี้ ในฐานะภรรยาของกวินอย่างเต็มภาคภูมิ มันคือความภาคภูมิใจและชัยชนะที่เธอพยายามไขว่คว้ามาตลอด
รสรินยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงไม้แกะสลักพลางชันเข่าขึ้นมา สองแขนเรียวโอบกอดเข่าเอาไว้ก่อนจะแนบศีรษะลงไปเบาๆ เธอยิ้มให้กับตัวเองในความเงียบ... ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวข้ามเงาอดีตและทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับป๋าไกรได้สำเร็จ ชะตาชีวิตที่เคยผกผันบัดนี้ดูเหมือนจะลงตัวและมั่นคงราวกับฝันที่เป็นจริง
แกร็ก!
เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำดังขึ้นทำลายความเงียบ กวินเดินออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวที่พันกายไว้หมิ่นเหม่เผยให้เห็นแผงอกที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะพราว มือของเขากำลังใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้นอย่างลามเลีย
"ตื่นแล้วเหรอคนขี้เซา" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานพลางส่งสายตาหยอกล้อมายังเมียรัก
"เมื่อคืนรินหลับเป็นตายเลยค่ะ" รสรินตอบกลับพร้อมรอยยิ้มละมุนที่แสนจะอ่อนโยน
"ทำไมรีบตื่นจังเลยคะ ยังเช้าอยู่เลย" เธอซบหน้าลงกับเข่าพลางเอียงคอมองดูสามีที่กำลังจัดแจงตัวเองด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
กวินวางผ้าเช็ดผมลงก่อนจะขยับเข้าประชิดเตียง เขาโน้มตัวลงมาจุ๊บที่หน้าผากของเธออย่างแสนรัก
"วันนี้พี่ต้องเข้าสำนักงานไปจัดการงานที่ค้างไว้แล้วนะจ๊ะ รินอยู่บ้านก็อย่าดื้อล่ะ เดี๋ยวป้าเล็กจะปวดหัวเอา" เขาแกล้งเย้าพลางบีบจมูกมนของเธอเบาๆ
"ถ้าพี่วินกลับบ้านช้า รินจะอาละวาดให้บ้านแตกเลยคอยดู" เธอเย้ากลับพลางทำปากยื่น แววตาซุกซนและรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้านั้นขับให้บรรยากาศในห้องส่วนตัวเต็มไปด้วยมวลแห่งความสุข
กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบเสื้อเชิ้ตที่รีดจนเรียบกริบขึ้นมาสวมใส่ โดยมีรสรินที่ยอมสลัดความง่วงงุนก้าวลงจากเตียงมาช่วยจัดปกเสื้อและผูกเนคไทให้เขาอย่างช่ำชอง มือนุ่มที่คอยปัดป้องและจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้สามีอย่างใส่ใจ คือภาพสะท้อนของชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นได้อย่างงดงาม
ทั้งสองหยอกล้อกันด้วยสัมผัสแผ่วเบาและถ้อยคำออดอ้อนที่แสดงถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง
ก่อนจะก้าวออกจากห้อง กวินรวบเอวภรรยาเข้ามาจูบลาที่แก้มเนียนอีกครั้ง ความเป็นกันเองและความน่ารักที่ทั้งคู่มีต่อกันในพื้นที่ส่วนตัวนี้ ดูเหมือนจะเป็นบทพิสูจน์เริ่มต้นที่ทำให้รสรินเชื่อมั่นว่า ทางเลือกที่เธอตัดสินใจเดินในบ้านหลังนี้... คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับอนาคตของเธอแล้วจริงๆ
เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบกลับเข้ามาครอบคลุมห้องนอนกว้าง รสรินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวที่กรุด้วยกระจกเงาบานใหญ่ตั้งแต่เพดานจรดพื้น แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านม่านเข้ามาฉาบไล้ลงบนผิวเนียนละเอียดจนดูราวกับรูปสลักหินอ่อน
มือเรียวเอื้อมไปเลื่อนสายเสื้อนอนซาตินให้ร่นลงช้าๆ ปล่อยให้เนื้อผ้าลื่นละมุนไหลหลุดจากลาดไหล่มนลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า ตามด้วยอาภรณ์ชิ้นน้อยที่ถูกถอดวางอย่างใส่ใจ จนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าที่สะท้อนเงาอยู่ในกระจก
เธอยืนสำรวจเรือนร่างที่ตนเองแสนภาคภูมิใจด้วยสายตาพินิจพิจารณา ทรวงอกอิ่มขนาดคัฟบีตั้งเต้ากลมกลึงสวยงามโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งประคอง ปลายยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันท้าทายสายตา ลาดไหล่และไหปลาร้าดูบอบบางรับกับลำคอระหง ส่วนเอวของเธอนั้นคอดกิ่วคอดกิ่วจนเห็นส่วนเว้าที่ชัดเจน ก่อนจะลาดเทลงสู่สะโพกที่ผายกว้างและงอนงามได้รูป ต้นขาเรียวยาวกลมกลึงดูขาวผ่องราวกับงาช้างขัดมันสอดรับกับหน้าท้องที่แบนราบ
สายตาของเธอเลื่อนต่ำลงไปยังกึ่งกลางกาย โคกเนินเนื้ออวบอูมลอยเด่นสะดุดตา เส้นไหมนุ่มสลวยถูกตัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสะอาดตา สัมผัสที่กวินมักจะพรอดรักและชื่นชมไม่ขาดปากในทุกค่ำคืนว่ามันคือประติมากรรมที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็น ทว่าในขณะที่เธอกำลังดื่มด่ำกับคำชมของสามีในมโนสำนึก ภาพเหตุการณ์ที่โรงแรมสาทรกลับวูบเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็ว
ภาพฝ่ามือหยาบที่บดคลึง และความรู้สึกของลิ้นร้อนผ่าวที่ตวัดเลียรัวราวมืออาชีพลงบนจุดกระสันนั้นเด่นชัดขึ้นมาจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย ความเสียวซ่านที่ป๋าไกรเคยจารึกไว้ดูเหมือนจะประทับแน่นอยู่ในโสตประสาทอย่างยากจะสลัดออก
"อย่านะรสริน... ที่แล้วก็ให้มันแล้วไป ป๋าสัญญากับแกไว้แล้ว"
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหลับตาแน่นเพื่อขับไล่ภาพร่านร้อนนั้นออกไป รสรินพยายามสูดลมหายใจเรียกสติ รีบหันหลังให้กับกระจกเงาบานนั้นราวกับกลัวว่ามันจะสะท้อนความปรารถนาส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ออกมา เธอต้องเป็นภรรยาที่แสนดีของกวิน และต้องรักษาข้อตกลงลับนั้นไว้ให้มั่น เพื่ออนาคตที่สวยงามในคฤหาสน์หลังนี้ที่เธอเพิ่งจะได้ครอบครองมาครอบครองไว้ในกำมืออย่างยากลำบาก
สายน้ำเย็นฉ่ำจากฝักบัวเรนชาวเวอร์พรั่งพรูลงกระทบลาดไหล่มน รสรินยืนหลับตานิ่งปล่อยให้หยดน้ำไหลผ่านร่องอกและส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ล้างทำความสะอาดร่องรอยแห่งความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อค่ำคืน ทว่าในขณะที่เธอกำลังลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นกุหลาบไปตามผิวพรรณที่เนียนละเอียด
ห้วงคำนึงกลับดิ่งลึกไปสู่การเปรียบเทียบที่เธอก็รู้ดีว่ามันช่างอันตรายและไม่สมควรอย่างยิ่ง
ภายใต้ความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมที่ส่งต่อจากพ่อสู่ลูกจนแทบจะเหมือนแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างใบหน้าคมสัน มัดกล้ามเนื้อแกร่ง หรือแม้แต่กลิ่นอายความเป็นชายที่แผ่ออกมา แต่สำหรับรสรินที่เคยผ่านการเพาะบ่มอย่างเคี่ยวกรำจากมืออาชีพอย่างเกรียงไกรมาแล้ว เธอรู้ซึ้งดีว่าสัจธรรมในห้องหอนั้น "ลีลา" สำคัญยิ่งกว่า "รูปลักษณ์"
รสสวาทที่กวินมอบให้ตลอดคืนที่ผ่านมา แม้จะเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและให้เกียรติในฐานะภรรยาผู้สูงค่า แต่มันกลับดู "เบาบาง" และ "ตื้นเขิน" จนน่าใจหายเมื่อเทียบกับความดุดันและน้ำอดน้ำทนที่ป๋าไกรเคยจารึกไว้ในกมลสันดานของเธอ
กวินเหมือนนักดนตรีที่เล่นตามโน้ตอย่างถูกต้องแม่นยำแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งกามารมณ์ ในขณะที่ป๋าไกรคือศิลปินผู้บ้าคลั่งที่รู้จักจังหวะจะโคน รู้ว่าเมื่อใดควรผ่อนคลายและเมื่อใดควรโถมกระแทกจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง
เธอลูบไล้หน้าท้องแบนราบพลางถอนหายใจออกมาท่ามกลางไอหมอกของน้ำอุ่น ภายในใจเฝ้าหวังว่าการไปใช้ชีวิตเป็นนักเรียนนอกของกวินจะช่วยขัดเกลาให้เขาเป็นชายที่จัดเจนในเชิงกาม มีเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงที่ท้าทาย
แต่ในความเป็นจริงกวินกลับเป็นเพียงสุภาพบุรุษที่แสนดีจนเกินไป เขาทำทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและรีบเร่งที่จะไปให้ถึงจุดหมาย โดยหลงลืมความละเมียดละไมระหว่างทางที่ผู้หญิงอย่างเธอโหยหา
สิ่งที่ทำให้รสรินรู้สึกผิดหวังลึกๆ จนเกือบจะเป็นความโหว่เว้ในอก คือการที่เขาละเลยบทเพลงกามที่เธอโปรดปรานที่สุด... การลงลิ้นที่จุดกระสัน
กวินดูเหมือนจะเขินอายหรือมองข้ามความสำคัญของพื้นที่ลี้ลับตรงนั้นไปสิ้น เขาไม่เคยแม้แต่จะก้มลงไปสำรวจดอกไม้งามที่ฉ่ำแฉะด้วยความทะนุถนอม ไม่เคยใช้ปลายลิ้นตวัดรัวให้เธอต้องบิดกายเร่าอย่างที่ป๋าไกรเคยทำจนเธอเสร็จสมแทบขาดใจ
รสสัมผัสของป๋าไกรในวันวานยังคงรุ่มร้อนและเด่นชัด ราวกับไฟที่ลามเลียอยู่ในโสตประสาท ลิ้นร้อนๆ ที่ซอกซอนไปทุกหลืบเร้น จังหวะการดูดดึงที่ช่ำชองจนเอวของเธอแอ่นลอยจากฟูกนอน... ภาพเหล่านั้นมันช่างห่างไกลกับความเงียบเหงาที่เกิดขึ้นในคืนหอกับกวินเหลือเกิน
รสรินสะบัดศีรษะไล่ความเลอะเทือนในใจออกไป พลางรีบปิดน้ำและเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาพันกาย เธอพยายามเตือนตัวเองว่าตอนนี้เธอคือ "สะใภ้" ของบ้านหลังนี้ เธอได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้ว ทั้งเงินทอง ฐานะ และเกียรติยศ
แต่ความโหยหาในรสชาติกามที่ถึงใจยังคงเป็นเงาที่คอยตามหลอกหลอน และเธอก็เริ่มตระหนักแล้วว่า กวินสามีผู้แสนดีอาจจะมอบทุกอย่างให้เธอได้ ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว... นั่นคือไฟสวาทที่มอดไหม้จนหยดสุดท้ายอย่างที่พ่อของเขาเคยทำได้นั่นเอง
เธอมองกระจกที่ฝ้ามัวด้วยไอน้ำ เห็นเพียงเงาเลือนลางของตัวเอง พร้อมกับคำถามที่ดังขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบว่า เธอจะสามารถทนอยู่กับ "รสชาติที่จืดชืด" นี้ไปได้นานแค่ไหน ท่ามกลางบรรยากาศในบ้านที่ยังมี "ต้นตำรับ" วนเวียนอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ
เสียง "ปึก" จากการปิดประตูท้ายรถอัลพาร์ตสีขาวดังก้องสะท้อนไปในอากาศที่นิ่งสนิท กลิ่นยางรถยนต์ใหม่และกลิ่นอายแดดจาง ๆ ยามสายลอยอบอวลอยู่รอบตัว กวินลดมือลงข้างลำตัว ฝ่ามือของเขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาง ๆ จากตัวรถ แต่หัวใจกลับเบาโหวงอย่างประหลาด เขาค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าท้าทายแสงตะวันภาพตรงหน้าคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นจนเข่าถลอก กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วยังคงโชยมาแตะจมูกเหมือนวันวาน ภาพความทรงจำสีจาง ๆ ในห้องโถงกว้างที่เขาเคยนั่งล้อมวงกินข้าวกับแม่ผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฟองอากาศที่ลอยเด่นก่อนจะแตกสลาย เขาพยายามจะแย้มยิ้มให้กับอดีตเหล่านั้น ทว่ามันกลับเป็นเพียงเงาแห่งความเศร้าที่พาดผ่านริมฝีปาก เพราะในวินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและภาพร่างไร้วิญญาณบนเตียงสีขาวกลับแทรกซึมเข้ามาบดบังทุกสิ่งจนมืดมิด“ขอโทษนะครับหม่ามี้...” เขาพึมพำกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ผู้ล่วงลับที่เคยฝากฝังให้เขาดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด “ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างของที
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังกะพริบถี่รัวจนกวินรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เขาละสายตาจากใบหน้าพ่ายแพ้ของพ่อ แววตาคมกริบกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานประหนึ่งเลือด ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจประหนึ่งถูกแช่แข็ง"ริน!"ชื่อของหญิงสาวหลุดจากปากอย่างแผ่วเบาแต่สั่นเครือ กวินเงยหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ตำแหน่งที่เป็นห้องนอนอันมืดมิดของเมียรัก สมองของเขาฉายภาพขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง—ทางออกเดียวที่เธอใช้ดับความทรมานในใจมาตลอดหลายอาทิตย์ เขาไม่รอช้า รวบร่างหนูกาเหว่าเข้าแนบอกแล้วโผทะยานขึ้นบันไดไม้ไปทีละสองขั้น เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นบันไดดังหนักแน่นสลับกับลมหายใจที่หอบพร่าเขากระชากบานประตูห้องนอนออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดัง ปัง! ทว่าความเงียบงัดที่สวนกลับมานั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่ากวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดวิญญาณออกไปในวินาทีที่เห็นร่างของรสรินพาดอยู่บนขอบฟูกหนา กระปุกยานอนหลับสีขาวนอนนิ่งสนิทโดยไร้ฝาปิดและไร้สิ่งใดหลงเหลืออยู่ข้างใน ใกล้กันนั้นคือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าสดที่ล้มตะแคง น้ำยาสีขุ่นข้นไหลนองอาบพื้นไม้จนเ
เกรียงไกรพุ่งตัวออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นไม้สักดังสนั่นรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบที่บ้าคลั่ง สายตาของเขาตวัดส่ายไปมาดั่งเสือที่กำลังคลั่งเลือด มองหากวิน... ไอ้ลูกในไส้ที่เขาตราหน้าว่าเป็นต้นตอของหายนะที่กำลังแผดเผาเกียรติยศของเขาอยู่ในขณะนี้ความร้อนรนทำให้เขาเกือบจะถลำผ่านโถงทางเดินไป ทว่าหางตากลับสะดุดเข้ากับภาพภายในห้องนั่งเล่น เกรียงไกรชะงักเท้าจนร่างโยน ก่อนจะถอยกลับมาเผชิญหน้ากับภาพที่ทำให้เขายิ่งเดือดดาล กวินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนประคองร่างป้อมของหนูกาเหว่าไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาชี้ไปตามภาพในหนังสือนิทานอย่างใจเย็น“แกทำใช่ไหมไอ้วิน!”เสียงตวาดลั่นปานฟ้าผ่าฉีกกระชากความเงียบสงบในบ้านจนพังพินาศ หนูกาเหว่าสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือนิทานร่วงหลุดจากมือ กวินเงยหน้าขึ้นทันควัน คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขามีเพียงความฉงนและสับสน“ป๊าพูดเรื่องอะไร? ผมทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความมึนงงอย่างที่สุด“อย่ามาทำเป็นไขสือ! ข่าวในเน็ต... เรื่องของป๊ากับหนูริน มันจะหลุดออกไปได้ยังไงถ้าไม่ใช่ฝีมือแก แกโกรธป๊า แกอยากเห็นฉันฉิบหายมากนักใช่มั้ย!”เกรียงไกรถลา
รัตติกาลอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าของคฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตร แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดวงเขื่องสะท้อนวาบวับบนตัวถังรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่จอดเรียงรายจนเต็มลานหินอ่อน กลิ่นควันท่อไอเสียจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตทั่วทั้งงานชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบหลายสิบชีวิต ต่างประคองกระเช้าผลไม้นอกและรังนกสีทองเกรดพรีเมียม เดินสลับข้ามไปมาเพื่อแย่งชิงโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีในการเข้าถึงตัว "เจ้าภาพ" ผู้กุมชะตาในบอร์ดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง“ท่านเกี๊ยง... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านในงานนี้”กรณ์ คู่แข่งคนสำคัญที่มีบารมีสูสีกัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเกรียงไกรสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ซิการ์จางๆ ที่ติดมากับปกเสื้อสูท กรณ์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่าง“งานสำคัญของท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะท่านกรณ์”เกรียงไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเนือยๆ ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฉายประกายแห่งความถื
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบา ไหล่หนากว้างของกวินยังคงสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากแทบจรดซอกเข่า ฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้สั่นเทาประหนึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวในอกกำลังจะระเบิด ทว่าเสียงสะอื้นที่เขาเพียรสะกดกั้นไว้กลับหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะที่ขาดห้วง ราวกับไม่สามารถจะอดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไปในนาทีที่น้ำตาอุ่นจัดไหลนองง่ามนิ้ว กวินเพิ่งตระหนักได้ด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า นรกที่เขาเพียรสร้างขึ้นเพื่อแผดเผาคนบาปทั้งสอง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่โหมกระหน่ำใส่ตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และที่ร้ายไปกว่านั้น ประกายไฟแห่งความแค้นที่เขาจุดขึ้น มันได้ลุกลามไปรั้งดึงเอาดวงใจบริสุทธิ์อย่าง 'หนูกาเหว่า' ให้เข้ามาจมอยู่ในกองเพลิงนี้ไปพวกเขาด้วยความสะใจที่เขาเคยถวิลหา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชตัวเองที่มันตีกลับเข้าหาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ล้มเหลว ไม่ต่างไปจาก เกรียงไกร ชายที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังจะเป็นคนที่ขุดหลุมฝังอนาคตของลูกสาวด้วยมือของตัวเองเพียงเพื่อดับไฟแค้นส่วนตัว ภาพดวงตาที่
"หนูริน... เป็นยังไงบ้าง?"เสียงของเกรียงไกรสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายในชุดสูทเนื้อดีขยับเข้าใกล้ขอบเตียงคนไข้อย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรูหราที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องโถมเข้าใส่รสรินจนเธอรู้สึกอึดอัด แผ่นหลังของเธอลีบติดกับพนักเตียงพยายามถดหนีสัมผัสที่ไม่ได้ร้องขอ ชายชราเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงกำแพงล่องหนที่กั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ ขยับถอยห่างออกมาทีละก้าว ทว่าดวงตายังคงจ้องมองสะใภ้ด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า"รินเขาไม่เป็นไรแล้วครับป๊า... โชคดีที่หมอล้างท้องทัน"คำว่า 'ล้างท้อง' จากปากกวินกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีด บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้งและตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าเล็กที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนออกซิเจนกำลังจะหมดไปจากห้องนี้ เธอขยับผ้ากันเปื้อนในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย"เดี๋ยวป้าออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ... เห็นหนูรินปลอดภัย ป้าก็โล่งใจแล้ว"ป้าเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก แววตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองคนทั้งสามด้วยความรู้สึกประหลาด แฝงไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด หญิงชราขยับตัวเข้าไปใกล้กวินอย่างรู้งาน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ดูฝืนธรรมชาต







