Masukชญานีเดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนจำทางกลับแทบจะไม่ได้ เห็นคนรับใช้ในบ้านก็พยายามหลบเลี่ยงเพื่อหาทางออก แต่ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงใครบางคนจากด้านหลัง
“หนูเป็นใครจ๊ะ!”
หันกลับไปมองก็เจอกับหญิงเอเชียสูงวัยแต่งตัวดูดี ยืนกอดอกมองอย่างไม่ละสายตา ชญานีมั่นใจว่าเธอคนนี้ต้องเป็นคนไทยแน่นอน จึงยกมือไหว้เผื่อว่าความอ่อนน้อมถ่อมตน จะช่วยอะไรได้บ้าง
“สวัสดีค่ะ คุณเป็นคนไทยใช่ไหม”
“ใช่! ฉันเป็นคนไทยเหมือนอย่างหนูนั่นล่ะ แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน”
“หนู...หนูถูกจับตัวมาค่ะ คุณป้าพอจะช่วยหนูออกไปจากที่นี่ได้ไหม”
“ใครจับตัวหนูมา”
“เจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ หนูไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว ช่วยหนูด้วยนะคะ หนูอยากกลับบ้าน” ชญานีนั่งลงบนพื้นยกมือไหว้พร้อมทั้งน้ำตา
“แล้วทำไมเขาต้องจับตัวหนูมาด้วยล่ะ ไปทำความผิดอะไรมางั้นเหรอ”
“หนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ คุณคริสเข้าใจผิดว่าหนูเป็นคนที่จะมาฆ่าเขา เลยจับตัวมาที่นี่ หนูไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเลยนะคะ ฮือ...”
“เอาล่ะ เลิกร้องไห้ได้แล้ว ถ้าหนูมั่นใจว่าไม่ผิดฉันจะช่วยเอง”
ชญานียิ้มเมื่อได้ยินอย่างนั้น “จริง ๆ นะคะ ขอบคุณคุณป้ามากเลยค่ะ”
“ลุกขึ้นก่อนเถอะ ดูจากสภาพแล้วคงยังไม่ได้ทานอะไรมาสินะ”
“ใช่ค่ะ ไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว แถมยัง...” เธอนึกถึงบทรักอันร้อนแรงที่เผาผลาญพลังงานไปจนเกือบหมด ทำให้เธอแทบจะไม่มีแรงเดินแล้วในตอนนี้
“แถมยังอะไร”
“ปะ...เปล่าค่ะ มันเป็นเรื่องน่าอายที่ไม่ควรพูด”
“เอาเถอะ ลุกขึ้นแล้วตามฉันมา”
“ค่ะ”
หญิงสูงวัยเดินนำหน้าไปอย่างสงบเสงี่ยม ชญานีได้แต่ยิ้มอย่างมีความหวัง เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ก็น่าจะมีสิทธิ์มีเสียงในบ้านหลังนี้มากพอสมควร
...........
เมื่อได้มีโอกาสทานอาหารไทยรสชาติถูกปาก ชญานีจึงซัดจนแทบจะเกลี้ยงจาน ความหิวโหยทำให้เสียมารยาทไปนิดหน่อย แต่ทว่าก็ทำให้คนที่นั่งมองยิ้มได้
“ดูท่าทางหนูคงจะหิวมากเลยสินะ”
“มาก ๆ เลยค่ะคุณป้า นี่ฝีมือคุณป้าเองเหรอคะ หนูไม่เคยทานอาหารไทยอร่อย ๆ อย่างนี้มาก่อน”
“ใช่จ้ะ ฝีมือฉันเอง เอาอีกไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจคุณป้าจะแย่แล้ว ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่เห็นใจหนู” เธอยกมือไหว้อีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอก ถึงยังไงเราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ว่าแต่หนูชื่ออะไรนะ”
“หนูชื่อนีน่าค่ะ หรือเรียกนีเฉย ๆ ก็ได้ แล้วคุณป้าล่ะคะ”
“ฉันชื่อพิมพ์ แล้วหนูอยู่ที่นี่มานานหรือยังล่ะ”
“ประมาณสามปีได้แล้วค่ะ หนูเปิดร้านขายเครื่องประดับกับเพื่อนสองคน เราต่างก็เป็นเด็กกำพร้ากันทั้งคู่ อยู่เมืองไทยชีวิตก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เลยตัดสินใจมาตายเอาดาบหน้าที่นี่ค่ะ”
“เห็นหนูแล้วฉันก็นึกถึงตัวเองตอนสมัยยังเป็นสาว มาด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ล่ะ” คนพูดเหมือนนึกอะไรบางอย่างในใจ
“หนูขอถามได้ไหมคะ”
“ได้สิถามมาเลย”
“คุณป้ามาทำอะไรที่คฤหาสน์หลังนี้คะ ดูเหมือนว่าคนอื่น ๆ จะเกรงใจคุณป้ามากเลย”
“ถ้าตอบไปแล้ว หนูจะกลัวฉันไหมนะ”
“ในบ้านหลังนี้คงไม่มีใครใจดีเท่าป้าอีกแล้วค่ะ”
“ฉัน...เป็นแม่ของคนที่จับตัวหนูมาไงล่ะ”
แกร๊ง!
ช้อนที่อยู่ในมือหล่นลงกระทบจานเสียงดัง ชญานีอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่นึกฝันว่าจะหนีเสือปะจระเข้อย่างนี้ แต่ก็มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้คงจะไม่ใจร้ายใจดำเหมือนอย่างลูกชายเป็นแน่
“คุณป้าไม่ได้ล้อหนูเล่นใช่ไหมคะเนี่ย” สีหน้าคนพูดเริ่มเสียเล็กน้อย
“ทำไมฉันต้องล้อหนูเล่นด้วยล่ะ ถึงฉันจะเป็นแม่ของคริส แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะจับหนูส่งไปให้เขาหรอกนะ”
“จริง ๆ นะคะคุณป้า หนูไม่รู้จะไปพึ่งใครอีกแล้ว ช่วยหนูด้วยเถอะนะคะ”
“ฉันจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ละกัน เอาเป็นว่าอยู่ที่นี่ก่อนสักพัก ถ้าคริสมาแล้วฉันจะช่วยพูดให้เอง”
“ขอบคุณค่ะคุณป้า หนูจะไม่ลืมบุญคุณป้าไปตลอดชีวิตเลย ว่าแต่หนูขออีกสักเรื่องได้ไหมคะ”
“ว่ามาสิ”
“หนูขอโทรฯ ไปบอกเพื่อนได้ไหมคะ ไม่ได้กลับบ้านมาหนึ่งวันเต็มแล้วมันคงจะเป็นห่วงมาก”
“ได้สิ โทรศัพท์อยู่ตรงโน้น” พิมพ์ผกาชี้ไปยังมุมห้อง
“ขอตัวสักครู่นะคะคุณป้า”
ผู้อาวุโสกว่าพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่ชญานีจะลุกขึ้นแล้วรีบเดินตรงไปยังโทรศัพท์บ้าน โชคดีที่เธอจำเบอร์มือถือเพื่อนรักได้แม่น จึงรีบกดเบอร์โทรฯ หาทันที
“ฮัลโหลยัยเจน นี่ฉันเองนะ”
(แกอยู่ไหนยัยนี ทำไมถึงได้เหลวไหลอย่างนี้ ติดผู้ชายจนไม่กลับบ้านกลับช่อง)
“เปล่านะ แต่มันเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยน่ะสิเลยยังกลับบ้านไม่ได้”
(เรื่องอะไรยะ แกเป็นอะไรรึเปล่ายัยนี)
“คือฉัน...”
เอเดนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบสามขวบของชนา หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปไม่นานทั้งสองก็เข้าพิธีวิวาห์ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ความรักที่มีให้กันไม่เคยลดลงเลย กลับหวานขึ้นทุกวัน จนหลายคู่ต่างก็อิจฉาไปตาม ๆ กัน“วันนี้ร่าเริงเป็นพิเศษ สงสัยจะได้มาเจอพี่ชนาแน่ ๆ” ยูเมโกะกล่าวถึงลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดสามี เธอยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกสาว ไม่นึกว่าชีวิตจะมีวันนี้ได้“นั่นสิ เมื่อเช้ายังงอแงอยู่เลย อย่างนี้ต้องรีบพาเข้าไปแล้วล่ะ”“ป่านนี้น่าจะเตรียมเป่าเค้กกันแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ”หลังจากนั้นทั้งสองก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน มาถึงแล้วก็พบว่าทุกคนได้รออยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว เมื่อเห็นแขกคนสำคัญของบ้าน ชญานีก็ยิ้มอย่างดีใจ“ฮานาโกะของน้ามาแล้ว” ชญานีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ฮานาโกะมาแล้ว” เจ้าหนูชนายิ้ม ปรบมือด้วยความดีใจ“สวัสดีครับทุกคน ขอโทษที่มาช้านะครับ” เอเดนกล่าวทักทาย“ไม่เป็นไรจ้ะ มาครบแล้วเราเป่าเค้กกันเลยดีกว่า ดูเหมือนว่าใครบางคนอยากจะกินเต็มทีแล้ว” พิมพ์ผกาเอ่ยพลางเสตามองหลานรักกล่าวจบแล้ว
สามปีผ่านไป“ออกไปจากหน้าร้านฉันเดี๋ยวนี้ สกปรกสิ้นดี”“ทำไมถึงหน้าด้านเข้ามาขอข้าวคนอื่นกินอย่างนี้นะ”“ออกไปสิวะ อยากโดนดีหรือไง”เสียงเจ้าของร้านอาหารไทยกำลังขับไล่ชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่แต่งตัวซอมซ่อ ผมเผ้ายาวรุงรัง เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เดินมาขอข้าวหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ต้องโดนไล่ราวกับหมูกับหมาอย่างนี้เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชายผู้นั้นจึงเดินออกไป เขาเป็นคนสติไม่สมประกอบ จึงได้แต่ทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อหาเป้าหมายใหม่ที่ใจดีกว่าคริสและชญานีพร้อมกับลูกชายตัวน้อยนามว่า ‘ชนา’ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในร้าน มองผ่านกระจกออกมาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะชญานีที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยากเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ชายไร้บ้านผู้นั้นต้องอดอยากเป็นแน่“ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารจังเลยค่ะ ฉันว่าเราซื้ออาหารไปให้เขาดีไหม ดูจากสภาพคงยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแน่ ๆ”“เอาสิเดี๋ยวฉันจะนั่งรอเช็กบิล เธอไปสั่งอาหารนะ”“โอเคค่ะ” เธอยิ้มให้สามี ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกชายตัวน้อยที่นั่งข้างกัน “ชนาจะ
ปัง!เสียงปืนทำให้ทุกคนต่างก็ชะงักงัน โดยเฉพาะลูคัสที่ยืนถือปืนมองไปรอบตัว ก็เจอกับใครบางคนที่คุ้นหน้าเดินเล็งปืนมาที่ตนเอง“ไอ้คริส!”มองไปอีกทางก็เห็นเอแดนเล็งปืนไปที่ลูกน้องของตัวเอง แถมยังมีคนของคริสเกือบยี่สิบนายยืนล้อมวงเอาไว้ พวกมันจึงใช้หญิงสาวเป็นตัวประกันทันที“ว่าไงไอ้ลูคัส มึงกับกูได้เจอกันเสียทีนะ” คริสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“มึงรนหาที่ตายแท้ ๆ ไอ้คริส คนอย่างกูไม่มีทางจนมุมให้มึงหรอก เอาตัวพวกมันมานี่” ได้รับคำสั่งสมุนของลูคัสก็พาตัวทั้งสองสาวเข้ามาหา เอเดนทำได้เพียงมองคนรักอย่างไม่ละสายตา“ปล่อยผู้หญิงซะ แล้วกูจะปล่อยมึงไป”“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ เอาตัวชญานีมาแลก ไม่งั้นคนแรกที่จะต้องตายคือยูเมโกะ กูรู้นะว่าลูกน้องมึงรักเธอมากแค่ไหน” ลูคัสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“ไม่ต้อง! ฉันยอมตาย ไม่ต้องเอาใครมาแลกทั้งนั้น”“ฉันก็ยอมตาย ถ้ามันจะทำให้ยัยนีกับลูกมีชีวิตต่อไป” เจนสุดากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“ช่างเป็นคนเสียสละเสียจริง หึ ๆ”ปัง!“โอ๊ย!”เสียงปืนปริศนาดังขึ้น ลูคัสถูกยิ่งเข้าที่หน้าท้อง ในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็หาที่หลบซ่อนตัว เพราะไม่รู้ว่ากระสุนปริศนามาจากทิศทางไหน เอเดนรีบฉ
ลานท่าเรือที่เคยมีผู้คนเดินพลุกพล่าน บัดนี้กลายเป็นเพียงสถานที่อันเงียบสงัด มีเพียงแสงจากเสาไฟส่องสว่างเป็นจุด ๆ ยูเมโกะเดินไปยืนอยู่ตรงกลางลาน กวาดสายตามองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มั่นใจว่าผู้เป็นเจ้านายจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง“ยัยนี! ฮือ... แกไม่น่ามาที่นี่เลย” เสียงเจนสุดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ยูเมโกะชะงักงัน ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งยังไม่ยอมเอ่ยอะไร“ในที่สุดคุณก็มาจนได้ หึ ๆ” เอเดนหัวเราะอย่างพอใจ“ยัยนีรีบกลับไปตอนนี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” เจนสุดาตะโกนลั่น หญิงสาวที่เคยมีใบหน้าสวย ตอนนี้กลับโทรมขึ้นถนัดตา ขอบตาคล้ำราวกับคนที่อดหลับอดนอนมาหลายวัน นั่นเป็นเพราะยาเสพติดที่ลูกคัสฉีดเข้าไปในตัวเธอ จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นทาสเขาเพราะฤทธิ์ยานรกนั่นไปแล้ว“ทำไมไม่หันมา คิดจะเล่นตุกติกอะไรงั้นเหรอ มาถึงที่นี่แล้วยังไงคุณก็ไม่มีทางรอดหรอก” ลูคัสเริ่มหวาดระแวง มองไปรอบตัวเพื่อสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติไหมยูเมโกะกำลังจะเลื้อยมือลงไปหยิบปืนแต่ทว่าลูคัสกลับรู้ทันเสียก่อน“ห้ามขยับ! ไม่งั้นเพื่อนคุณตายแน่”“เอาเลยฆ่าฉันเลย! อยู่แบบนี้มันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ฉันโคตรเสียใจที่เคยรั
ชญานีตัดสินใจใส่ยานอนหลับลงในอาหารมื้อเย็น ทำให้คนทั้งบ้านหลับไม่ได้สติ รวมถึงคริสเองที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วชญานีก็เดินมาหาคนรัก จ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าการเดินออกจากบ้านครั้งนี้ จะมีโอกาสได้กลับมาไหมมือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าคมอย่างทะนุถนอม จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตนเองจนแปดเปื้อนคราบน้ำตาที่ไหลบ่าลงมาไม่หยุดหย่อน“ฉันขอโทษนะคะคุณคริส ที่ตัดสินใจทำอย่างนี้ ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักมาก ฉันทนไม่ได้หากเพื่อนต้องตกอยู่ในนรกขุมนั้น”กล่าวจบแล้วก็วางมือเขาไว้บนเตียงเช่นเดิม โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเร่งฝีเท้าออกมาจนพ้นรั้วบ้าน ชญานีก็เห็นรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหล่อนจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เธอใช้วิธีไหนถึงออกมาได้”“ฉัน...วางยานอนหลับคนทั้งบ้าน แต่หลับแค่ไม่นานหรอก”“พร้อมแล้วใช่ไหม”“อื้ม ฉันพร้อมแล้ว” เจ้าหล่อนสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า“ไปถึงที่นั่นแล้วเข้าไปคนเดียวนะ ฉันจะคอยคุ้มกันให้เธอเอง”“ขอบใจนะยูเมโกะ ฉันต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ” ชญานีส่งรอยยิ้มที่จริงใจให้เพื่อนใหม่“เธอเป็นเพื่อนฉันแล้ว ยังไงเพื
“ยัยเจน! ฮึก ขอร้องล่ะนะอย่าทำอะไรเพื่อนฉันเลย” ได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนชญานีก็น้ำตาไหล ใจจะขาดรอน ๆ(ตอนนี้ชีวีตคุณเจนขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ถ้าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ผมไม่เห็นคุณที่นั่น พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวมารับศพคุณเจนได้เลย หึ ๆ) กล่าวจบแล้วลูคัสก็วางสายไปชญานีเข่าทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลพรั่งพรูลงอาบสองแก้มด้วยความเสียใจ รู้สึกสับสนกับชีวิตที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ไม่หยุดหย่อน คราวนี้เธอจะตัดสินใจอย่างไรดี“ใจเย็น ๆ นะชญานี นายท่านว่ายังไงบ้าง บอกได้ไหม เผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรได้” ยูเมโกะโอบไหล่เธอเพื่อให้กำลังใจ“ไอ้นั่นมันจับเพื่อนฉันไปทรมาน มันบอกว่าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ถ้าฉันไม่ไปที่ท่าเรือมันจะฆ่าเพื่อนฉัน มันสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ฉันควรจะทำยังไงดียูเมโกะ ฮือ ๆ ฉันกลัวเหลือเกิน”“นายท่านไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าเพื่อนเธอตายก็จะไม่มีอะไรต่อรอง ควรเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณคริส เขาต้องช่วยเธอได้แน่ ๆ”“ไม่นะ! ฉันกลัวว่าเพื่อนจะโดนทำร้าย ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนฉันเป็นอะไรไปแน่”
ณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกาค่ำคืนแห่งแสงสีในผับหรูชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องราตรีหลายชีวิต ต่างก็สนุกสนานกับเสียงเพลง และเครื่องดื่มอย่างสุดเหวี่ยง บ้างก็นั่งดื่มอยู่บนโซฟานุ่ม ๆ กับผองเพื่อน บ้างก็กำลังออกสเต็ปโยกย้ายอย่างสุด
“เธอไม่น่ามาเป็นนักฆ่าเลยจริง ๆ” เขาเปรยออกมาอย่างไม่รู้ตัว สายตาคมจ้องมองเธออย่างเสน่หา ชญานีเงยหน้าขึ้นมาหมายใจจะต่อว่าเขาอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อสบตากันแล้วกลับนั่งนิ่ง สายตาคมคู่นั้นจริงจังจนรู้สึกแปลก ๆ ต้องหลุบตาลงมองที่เท้าแทน“ก็ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณเข้าใจ ไม่รู้จะพูดยังไงให้เชื่อแล้ว”“
หญิงสาวเอเชียรูปร่างหน้าตาสวยเดินเข้าไปในคฤหาสน์หรูอย่างมาดมั่น ตั้งใจจะเข้าไปพบกับผู้เป็นเจ้านาย หลังจากภารกิจลอบสังหารคริสไม่เป็นผลสำเร็จ“สวัสดีค่ะนายท่าน”ชายหนุ่มรูปงามตามฉบับหนุ่มละติน ละสายตาจากหน้าจอมือถือ เงยหน้าขึ้นมองผู้เข้ามาใหม่ แม้ว่าแผนการครั้งนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จ แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไ
พูดยังไม่ทันจบก็โดนแย่งโทรศัพท์ไปเสียก่อน หันไปมองก็เจอกับคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในตอนนี้“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”“ไม่!” เขาวางมันลงที่เดิม แล้วดึงแขนชญานีจะออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจมารดาของตนเองเลยสักนิด“นี่แกจะมากไปแล้วนะ นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของฉัน จะมาทำอะไรตามอำเภอใจได้ยังไงกัน” พิมพ์ผกาต







