เข้าสู่ระบบหญิงสาวเอเชียรูปร่างหน้าตาสวยเดินเข้าไปในคฤหาสน์หรูอย่างมาดมั่น ตั้งใจจะเข้าไปพบกับผู้เป็นเจ้านาย หลังจากภารกิจลอบสังหารคริสไม่เป็นผลสำเร็จ
“สวัสดีค่ะนายท่าน”
ชายหนุ่มรูปงามตามฉบับหนุ่มละติน ละสายตาจากหน้าจอมือถือ เงยหน้าขึ้นมองผู้เข้ามาใหม่ แม้ว่าแผนการครั้งนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จ แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไม่คิดจะต่อว่าเธอเลยสักนิด
“มาแล้วเหรอ นั่งก่อนสิยูเมโกะ”
“ขอบคุณค่ะ” เจ้าหล่อนหย่อนก้นลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม นั่งหลังตรงจัดระเบียบร่างกายได้เป็นอย่างดี สมกับที่ถูกฝึกมาเพื่อเป็นนักฆ่าโดยตรง
ยูเมโกะ เป็นเด็กกำพร้าชาวญี่ปุ่น ที่ถูกบิดาของลูคัสนำมาชุบเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าตั้งแต่ยังเด็ก จนทำให้เธอมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้หญิงทั่วไป บางทีอาจจะมากกว่าผู้ชายหลาย ๆ คนด้วยซ้ำ
“ฉันได้ยินข่าวว่าพวกมันจับตัวไปผิดคนงั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ คืนนั้นขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไป กลับมีสาวไทยคนหนึ่งเข้าไปหามันก่อน เป็นความบังเอิญที่เธอแต่งตัวคล้ายกับฉัน เลยทำให้พวกมันเข้าใจผิด แต่นายท่านไม่ต้องกังวลนะคะ ถึงยังไงฉันก็จะหาทางกำจัดมันให้ได้”
“ขอบใจเธอมากที่ทุ่มเทมาโดยตลอด แต่ไอ้คริสมันเป็นคนฉลาด มีลูกน้องเก่ง ๆ หลายคนเธอเองก็ต้องระวังตัวด้วยล่ะ”
“ค่ะนายท่าน”
“ช่วงนี้เธอไปพักผ่อนก่อนละกัน รอให้เรื่องมันซาลงสักพักแล้วค่อยไปจัดการใหม่ เดี๋ยววันนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอเป็นการตอบแทน ให้สมกับความทุ่มเทในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา”
“ขอบคุณค่ะนายท่าน”
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกับอีกสักพัก เกี่ยวกับแผนการลอบสังหารคู่อริ ก่อนจะปิดท้ายของวันนั้น ด้วยการทานอาหารมื้อพิเศษสองต่อสอง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
วันนี้ชญานีไม่ได้ถูกขังไว้ในห้องเหมือนเช่นเคย เอเดนเป็นคนไขกุญแจพาเธอลงมาหาคริสที่ห้องนั่งเล่น โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการจะกลั่นแกล้งอะไรอีก สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องอดทน และพยายามมองโลกในแง่ดีให้ได้มากที่สุด เผื่อว่าความเป็นคนดีจะช่วยให้พวกเขาตาสว่าง และยอมปล่อยเธอไปจากที่แห่งนี้เสียที
“วันนี้จะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ”
“นั่งก่อนสิ”
ได้ยินอย่างนั้นชญานีก็นั่งลงบนโซฟา มองหน้าเขารอฟังคำประกาศิตอย่างตั้งใจ แต่ทว่าคริสส่งสัญญาณทางสีหน้า สั่งให้เธอลงไปนั่งที่พื้น
“เป็นอะไรของคุณ ตะคริวกินคอหรือไง”
“ลงไปนั่งที่พื้น”
“จะบ้าเหรอ ฉันไม่ใช่คนรับใช้ของคุณนะ”
“ฉันกำลังเมื่อยเท้า นวดเท้าให้หน่อยสิ”
“ไม่! ฉันไม่เคยนวด แล้วก็นวดไม่เป็นด้วย” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“นวดไม่เป็นก็ต้องนวด ไม่งั้นก็ขึ้นไปนาบกับฉันข้างบน เลือกเอา” ชายหนุ่มยักคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อ กระดิกเท้ารออย่างผู้ชนะ
“ก็ได้ ๆ” เจ้าหล่อนเหลือบตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น นำเท้าของคริสมาวางไว้บนตักอย่างรังเกียจ
“ให้มันดี ๆ หน่อย”
“ก็คนมันไม่เคยนี่นา จะให้ถูกใจเหมือนหมอนวดได้ยังไงกัน ถ้าเมื่อยมากก็ไปที่ร้านนวดเลยสิ”
“ไปทำไมในเมื่อมีคนคอยนวดให้อยู่แล้ว”
“คอยดูเถอะถ้าฉันทนไม่ไหวเข้าสักวัน จะเผาที่นี่ไม่ให้เหลือแม้แต่ซากเลย” มือก็นวดเท้าไป ตาก็ถลึงมองเขาไปด้วย
“ก็ลองดูสิ ถ้าเธอทำอย่างนั้นฉันจะให้ลูกน้องทุกคนของฉัน ต่อคิวยัดเยียดความเป็นผัวให้เธอจนกว่าจะขาดใจตาย”
“โรคจิต คิดแต่เรื่องใต้สะดือ สักวันเถอะจะตายก็เพราะเรื่องใต้สะดือ” เจ้าหล่อนเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ก้มหน้าลงไปนวดเท้าให้เขาต่อ
“คนอย่างฉันไม่ตายเพราะเรื่องนี้หรอก แต่คนที่จะตายเพราะเรื่องใต้สะดือคงเป็นเธอมากกว่านะ โดนของใหญ่ ๆ อย่างนี้ทุกวัน อีกไม่นานคงจะช้ำในตายก็เป็นได้” ว่าแล้วก็หัวเราะยกใหญ่ จ้องมองดวงหน้าสวยอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกแปลก ๆ หัวใจเต้นแรงเอาซะดื้อ ๆ แถมยังหลงใหลความมีเสน่ห์ของเธอเสียอย่างนั้น จนต้องสะบัดหน้าหนี เพื่อระงับอารมณ์ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น
“โรคจิต” เธอเงยขึ้นมาแลบลิ้นใส่หน้า เหลือบตามองอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ทว่าชายหนุ่มกลับเห็นความน่ารักที่แสดงออกมา
เอเดนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบสามขวบของชนา หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปไม่นานทั้งสองก็เข้าพิธีวิวาห์ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ความรักที่มีให้กันไม่เคยลดลงเลย กลับหวานขึ้นทุกวัน จนหลายคู่ต่างก็อิจฉาไปตาม ๆ กัน“วันนี้ร่าเริงเป็นพิเศษ สงสัยจะได้มาเจอพี่ชนาแน่ ๆ” ยูเมโกะกล่าวถึงลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดสามี เธอยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกสาว ไม่นึกว่าชีวิตจะมีวันนี้ได้“นั่นสิ เมื่อเช้ายังงอแงอยู่เลย อย่างนี้ต้องรีบพาเข้าไปแล้วล่ะ”“ป่านนี้น่าจะเตรียมเป่าเค้กกันแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ”หลังจากนั้นทั้งสองก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน มาถึงแล้วก็พบว่าทุกคนได้รออยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว เมื่อเห็นแขกคนสำคัญของบ้าน ชญานีก็ยิ้มอย่างดีใจ“ฮานาโกะของน้ามาแล้ว” ชญานีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ฮานาโกะมาแล้ว” เจ้าหนูชนายิ้ม ปรบมือด้วยความดีใจ“สวัสดีครับทุกคน ขอโทษที่มาช้านะครับ” เอเดนกล่าวทักทาย“ไม่เป็นไรจ้ะ มาครบแล้วเราเป่าเค้กกันเลยดีกว่า ดูเหมือนว่าใครบางคนอยากจะกินเต็มทีแล้ว” พิมพ์ผกาเอ่ยพลางเสตามองหลานรักกล่าวจบแล้ว
สามปีผ่านไป“ออกไปจากหน้าร้านฉันเดี๋ยวนี้ สกปรกสิ้นดี”“ทำไมถึงหน้าด้านเข้ามาขอข้าวคนอื่นกินอย่างนี้นะ”“ออกไปสิวะ อยากโดนดีหรือไง”เสียงเจ้าของร้านอาหารไทยกำลังขับไล่ชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่แต่งตัวซอมซ่อ ผมเผ้ายาวรุงรัง เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เดินมาขอข้าวหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ต้องโดนไล่ราวกับหมูกับหมาอย่างนี้เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชายผู้นั้นจึงเดินออกไป เขาเป็นคนสติไม่สมประกอบ จึงได้แต่ทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อหาเป้าหมายใหม่ที่ใจดีกว่าคริสและชญานีพร้อมกับลูกชายตัวน้อยนามว่า ‘ชนา’ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในร้าน มองผ่านกระจกออกมาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะชญานีที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยากเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ชายไร้บ้านผู้นั้นต้องอดอยากเป็นแน่“ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารจังเลยค่ะ ฉันว่าเราซื้ออาหารไปให้เขาดีไหม ดูจากสภาพคงยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแน่ ๆ”“เอาสิเดี๋ยวฉันจะนั่งรอเช็กบิล เธอไปสั่งอาหารนะ”“โอเคค่ะ” เธอยิ้มให้สามี ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกชายตัวน้อยที่นั่งข้างกัน “ชนาจะ
ปัง!เสียงปืนทำให้ทุกคนต่างก็ชะงักงัน โดยเฉพาะลูคัสที่ยืนถือปืนมองไปรอบตัว ก็เจอกับใครบางคนที่คุ้นหน้าเดินเล็งปืนมาที่ตนเอง“ไอ้คริส!”มองไปอีกทางก็เห็นเอแดนเล็งปืนไปที่ลูกน้องของตัวเอง แถมยังมีคนของคริสเกือบยี่สิบนายยืนล้อมวงเอาไว้ พวกมันจึงใช้หญิงสาวเป็นตัวประกันทันที“ว่าไงไอ้ลูคัส มึงกับกูได้เจอกันเสียทีนะ” คริสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“มึงรนหาที่ตายแท้ ๆ ไอ้คริส คนอย่างกูไม่มีทางจนมุมให้มึงหรอก เอาตัวพวกมันมานี่” ได้รับคำสั่งสมุนของลูคัสก็พาตัวทั้งสองสาวเข้ามาหา เอเดนทำได้เพียงมองคนรักอย่างไม่ละสายตา“ปล่อยผู้หญิงซะ แล้วกูจะปล่อยมึงไป”“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ เอาตัวชญานีมาแลก ไม่งั้นคนแรกที่จะต้องตายคือยูเมโกะ กูรู้นะว่าลูกน้องมึงรักเธอมากแค่ไหน” ลูคัสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“ไม่ต้อง! ฉันยอมตาย ไม่ต้องเอาใครมาแลกทั้งนั้น”“ฉันก็ยอมตาย ถ้ามันจะทำให้ยัยนีกับลูกมีชีวิตต่อไป” เจนสุดากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“ช่างเป็นคนเสียสละเสียจริง หึ ๆ”ปัง!“โอ๊ย!”เสียงปืนปริศนาดังขึ้น ลูคัสถูกยิ่งเข้าที่หน้าท้อง ในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็หาที่หลบซ่อนตัว เพราะไม่รู้ว่ากระสุนปริศนามาจากทิศทางไหน เอเดนรีบฉ
ลานท่าเรือที่เคยมีผู้คนเดินพลุกพล่าน บัดนี้กลายเป็นเพียงสถานที่อันเงียบสงัด มีเพียงแสงจากเสาไฟส่องสว่างเป็นจุด ๆ ยูเมโกะเดินไปยืนอยู่ตรงกลางลาน กวาดสายตามองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มั่นใจว่าผู้เป็นเจ้านายจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง“ยัยนี! ฮือ... แกไม่น่ามาที่นี่เลย” เสียงเจนสุดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ยูเมโกะชะงักงัน ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งยังไม่ยอมเอ่ยอะไร“ในที่สุดคุณก็มาจนได้ หึ ๆ” เอเดนหัวเราะอย่างพอใจ“ยัยนีรีบกลับไปตอนนี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” เจนสุดาตะโกนลั่น หญิงสาวที่เคยมีใบหน้าสวย ตอนนี้กลับโทรมขึ้นถนัดตา ขอบตาคล้ำราวกับคนที่อดหลับอดนอนมาหลายวัน นั่นเป็นเพราะยาเสพติดที่ลูกคัสฉีดเข้าไปในตัวเธอ จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นทาสเขาเพราะฤทธิ์ยานรกนั่นไปแล้ว“ทำไมไม่หันมา คิดจะเล่นตุกติกอะไรงั้นเหรอ มาถึงที่นี่แล้วยังไงคุณก็ไม่มีทางรอดหรอก” ลูคัสเริ่มหวาดระแวง มองไปรอบตัวเพื่อสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติไหมยูเมโกะกำลังจะเลื้อยมือลงไปหยิบปืนแต่ทว่าลูคัสกลับรู้ทันเสียก่อน“ห้ามขยับ! ไม่งั้นเพื่อนคุณตายแน่”“เอาเลยฆ่าฉันเลย! อยู่แบบนี้มันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ฉันโคตรเสียใจที่เคยรั
ชญานีตัดสินใจใส่ยานอนหลับลงในอาหารมื้อเย็น ทำให้คนทั้งบ้านหลับไม่ได้สติ รวมถึงคริสเองที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วชญานีก็เดินมาหาคนรัก จ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าการเดินออกจากบ้านครั้งนี้ จะมีโอกาสได้กลับมาไหมมือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าคมอย่างทะนุถนอม จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตนเองจนแปดเปื้อนคราบน้ำตาที่ไหลบ่าลงมาไม่หยุดหย่อน“ฉันขอโทษนะคะคุณคริส ที่ตัดสินใจทำอย่างนี้ ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักมาก ฉันทนไม่ได้หากเพื่อนต้องตกอยู่ในนรกขุมนั้น”กล่าวจบแล้วก็วางมือเขาไว้บนเตียงเช่นเดิม โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเร่งฝีเท้าออกมาจนพ้นรั้วบ้าน ชญานีก็เห็นรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหล่อนจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เธอใช้วิธีไหนถึงออกมาได้”“ฉัน...วางยานอนหลับคนทั้งบ้าน แต่หลับแค่ไม่นานหรอก”“พร้อมแล้วใช่ไหม”“อื้ม ฉันพร้อมแล้ว” เจ้าหล่อนสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า“ไปถึงที่นั่นแล้วเข้าไปคนเดียวนะ ฉันจะคอยคุ้มกันให้เธอเอง”“ขอบใจนะยูเมโกะ ฉันต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ” ชญานีส่งรอยยิ้มที่จริงใจให้เพื่อนใหม่“เธอเป็นเพื่อนฉันแล้ว ยังไงเพื
“ยัยเจน! ฮึก ขอร้องล่ะนะอย่าทำอะไรเพื่อนฉันเลย” ได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนชญานีก็น้ำตาไหล ใจจะขาดรอน ๆ(ตอนนี้ชีวีตคุณเจนขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ถ้าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ผมไม่เห็นคุณที่นั่น พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวมารับศพคุณเจนได้เลย หึ ๆ) กล่าวจบแล้วลูคัสก็วางสายไปชญานีเข่าทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลพรั่งพรูลงอาบสองแก้มด้วยความเสียใจ รู้สึกสับสนกับชีวิตที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ไม่หยุดหย่อน คราวนี้เธอจะตัดสินใจอย่างไรดี“ใจเย็น ๆ นะชญานี นายท่านว่ายังไงบ้าง บอกได้ไหม เผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรได้” ยูเมโกะโอบไหล่เธอเพื่อให้กำลังใจ“ไอ้นั่นมันจับเพื่อนฉันไปทรมาน มันบอกว่าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ถ้าฉันไม่ไปที่ท่าเรือมันจะฆ่าเพื่อนฉัน มันสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ฉันควรจะทำยังไงดียูเมโกะ ฮือ ๆ ฉันกลัวเหลือเกิน”“นายท่านไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าเพื่อนเธอตายก็จะไม่มีอะไรต่อรอง ควรเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณคริส เขาต้องช่วยเธอได้แน่ ๆ”“ไม่นะ! ฉันกลัวว่าเพื่อนจะโดนทำร้าย ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนฉันเป็นอะไรไปแน่”
8 PMหลังจากทานมื้อเย็นแล้ว คริสก็เดินขึ้นไปหานักโทษที่ถูกขังอยู่ในห้อง ชายหนุ่มไขกุญแจก่อนจะเปิดเข้าไปอย่างถือวิสาสะ เมื่อเห็นว่าห้องมืดสนิทจึงชะงักฝีเท้าแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดไฟฉาย แล้วส่องไปทั่วห้องเพื่อหาบุคคลเป้าหมาย แล้วก็พบว่าเธอนอนหมดสภาพอยู่บนเตียงนั่นเอง จึงเดินเ
รถหรูเคลื่อนล้อเข้ามายังคฤหาสน์สไตล์อเมริกัน ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนหญ้าเขียวขจีบนเนื้อที่หลายไร่ ชญานีได้แต่นั่งนิ่ง ๆ มองภาพนั้นด้วยแววตาใสแป๋ว เพราะตั้งแต่อยู่เมืองนี้มาไม่เคยเห็นที่นี่มาก่อน ทางเข้าสลับซับซ้อนจนแทบจะจำทางไม่ได้“ถึงใช่แล้วไหม”“อืม ถึงแล้ว ทำไม! กำลังคิดหาทางเล่นงานฉันอ
หลังจากผ่านบทรักอันร้อนแรงมาเกือบทั้งคืน คนทั้งสองก็นอนอย่างหมดแรงอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า ชญานีรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เลือกผู้ชายคนนี้ เพราะเขารุนแรงและป่าเถื่อนจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด เจ็บปวดระบมไปทั้งตัวจนแทบจับไข้นอนเอาแรงจนเกือบจะถึงบ่ายโมงแล้ว เปลือกตาสวยก็ค่อย ๆ ขยับ คิ้วโก่งขมวดเข้าหากั
“คุณคริสอย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ ถึงยังไงวันนี้เราก็จะได้ไปสนุกกันแน่นอน ว่าแต่ผู้ชายที่เพอร์เฟคอย่างคุณมีแฟนแล้วรึยังคะ” เจ้าหล่อนจับมือเขาออกจากต้นขา เพราะรู้สึกรำคาญเต็มที หากไม่ติดว่าคนคนนี้เหมาะที่จะเป็นพ่อของลูก คงจะซัดหมัดเข้าไปที่ใบหน้าแล้ว“ถ้าบอกว่าไม่มี คุณจะเชื่อไหม”“ไม่ค่ะ”“นั่นไงบอกแล้วก







