เข้าสู่ระบบพูดยังไม่ทันจบก็โดนแย่งโทรศัพท์ไปเสียก่อน หันไปมองก็เจอกับคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในตอนนี้
“เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ไม่!” เขาวางมันลงที่เดิม แล้วดึงแขนชญานีจะออกไปจากตรงนั้น โดยไม่สนใจมารดาของตนเองเลยสักนิด
“นี่แกจะมากไปแล้วนะ นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของฉัน จะมาทำอะไรตามอำเภอใจได้ยังไงกัน” พิมพ์ผกาตวาดแหวใส่หน้าลูกชาย ยืนขวางไม่ให้ออกไป
“นี่มันเรื่องของผม แม่ไม่เกี่ยวถอยไป”
“แต่แกจะมาทำอย่างนี้กับผู้หญิงไม่ได้นะ อย่าเอานิสัยของพ่อแกมาใช้ให้มันมากนัก”
“แล้วไงก็ผมมันลูกพ่อ เป็นเหมือนพ่อไม่เห็นจะแปลก เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่หลีกทางให้ผม” คริสเอ่ยกับมารดาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ทำให้ชญานีถึงกับโมโห ที่ชายหนุ่มเสียมารยาทต่อมารดาตนเองเช่นนั้น
“ฉันจะให้หนูนีอยู่ที่นี่กับฉัน ขืนไปอยู่กับแกมีหวังโดนรังแกไม่หยุดหย่อนแน่”
“ผมจะทำอะไรกับผู้หญิงคนนี้ก็ได้ แม่ไม่มีสิทธิ์มาห้ามอะไรทั้งนั้น รู้ไหมว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาที่แม่ต้องมาสงสาร เธอเป็นนักฆ่าที่จะฆ่าใครตอนไหนก็ได้ ถ้าแม่ไม่อยากโดนฆ่าตายก็หลีกไปซะ”
“เลวที่สุด ไปว่าแม่ตัวเองอย่างนั้นได้ยังไง ทำกับฉันยังพอทนไหวแต่นี่คุณทำกับแม่ตัวเอง ไม่กลัวบาปบ้างเลยรึไง”
“บาปไม่บาปมันก็เรื่องของฉัน ส่วนเธอมีหน้าที่คอยเป็นทาสรองรับอารมณ์ฉันก็พอแล้ว มานี่เลย!”
“ปล่อยฉันนะไอ้คนบ้า ช่วยหนูด้วยค่ะป้า ช่วยหนูด้วย”
ชญานีได้แต่ตะโกนร้องกลับมา ขณะโดนกระชากตัวให้เดินตามหลังไป พิมพ์ผกาได้แต่ยืนถอนหายใจ ส่ายหน้าให้กับความรั้นของลูกชาย เธอรู้ว่าไม่สามารถห้ามได้ เพราะรู้นิสัยลูกชายดี แต่ทว่าก็มั่นใจว่าชญานีไม่ได้เป็นคนนิสัยเลวร้ายอะไร คงไม่ได้เป็นอย่างที่คริสพูดอย่างแน่นอน
..........
มาถึงห้องนั่งเล่นแล้วคริสก็ผลักร่างบอบบางลงไปที่พื้น ยืนเท้าสะเอวมองอย่างเหลืออด ที่เข้าไปหามารดาถึงที่นั่น ทั้ง ๆ ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น
“กล้าดียังไงถึงถ่อไปหาแม่ฉันถึงที่นั่น”
“ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ในเมื่อคุณป้าพิมพ์ท่านใจดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่า จนไม่นึกว่าจะเป็นแม่ลูกกัน”
“รู้จักแม่ฉันแค่ไม่กี่นาทีก็เยินยอสรรเสริญถึงขนาดนี้แล้ว คงเป็นคนประเภทเดียวกันสินะถึงได้เข้ากันได้ง่ายดายขนาดนี้”
“คุณคริส! นั่นแม่คุณนะ คุณจะด่าจะว่าฉันยังไงก็ได้ แต่คุณจะไปว่าแม่ตัวเองอย่างนั้นไม่ได้”
“ทำไม! มายุ่งอะไรเรื่องครอบครัวฉันห๊ะแม่ตัวดี” เขาเดินเข้าไปบีบคางเธอ จนชญานีหน้านิ่วคิ้วขมวด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวด
“ฉันเจ็บ”
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ ผู้หญิงไม่มีหัวใจอย่างเธอ”
“ว่าแต่คนอื่น ดูตัวเองบ้างเถอะว่ามีหัวใจไหม แม้แต่แม่ตัวเองยังไม่ให้เกียรติ แล้วอย่าหวังว่าคนอื่นจะให้เกียรติคุณ”
คริสชะงักงันกับคำพูดของเธอราวกับเริ่มคล้อยตาม แต่ทว่าจู่ ๆ ภาพที่เกิดขึ้นในอดีตกลับทำให้ชายหนุ่มสะบัดหน้าไปมา ราวกับกำลังสับสนในใจ
“เธอไม่เจออย่างฉันจะไปรู้อะไร”
“แล้วคุณเจออะไรมาล่ะ เล่าให้ฉันฟังสิ บางทีฉันอาจจะเข้าใจคุณก็ได้นะ ว่าไอ้ที่นิสัยแย่ ๆ ของคุณมันสมเหตุสมผลกับสิ่งที่โดนมาหรือไม่”
“ไม่มีทาง! เธอไม่ได้สำคัญอะไรกับฉันแม้แต่น้อย ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรให้ฟังทั้งนั้น ขอเตือนว่าอย่าเข้าไปหาแม่ฉันที่ฝั่งโน้นอีกเด็ดขาด ถ้าจับได้เจอดีแน่”
“ทำไม? กลัวว่าฉันจะไปฆ่าแม่คุณเหรอ สรุปว่าเกลียดหรือเป็นห่วงกันแน่” ชญานียิ้มมุมปาก ราวกับเป็นฝ่ายชนะที่อ่านใจเขาออก
คริสทำตาเลิ่กลั่กก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าให้จริงจังขึ้น “ยัยจุ้นเอ๊ย! ชีวิตตัวเองยังจะเอาไม่รอด เสือกมายุ่งเรื่องของคนอื่น ฉันจะลงโทษเธอให้หนักเลยคอยดู ในข้อหาที่กัดแขนฉันจนเป็นแผล” ว่าแล้วก็แบกร่างเล็กขึ้นบนบ่าอย่างง่ายดาย พาเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อสำเร็จโทษ
“ไอ้บ้า ไอ้หื่นกาม คนนะเว้ยไม่ใช่ตุ๊กตายาง จะเอาได้ทั้งวี่ทั้งวัน ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!!!!” ชญานีได้แต่ตะโกนร้องเสียงดังท่วมบ้าน กำมือทุบไปที่แผ่นหลังกว้าง แต่ทว่าเขากลับไม่สนใจเดินแสยะยิ้มเปิดประตูเข้าไปจนสำเร็จ
ในที่สุดชญานีก็ถูกสำเร็จโทษด้วยวิธีการที่เร้าใจ แม้จะเกลียดขึ้หน้าเขาแต่ทว่าความเก่งกาจในเรื่องอย่างว่า กลับทำให้เธอมีความสุขและคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย ราวกับมีเวทมนตร์คาถา สะกดให้ลืมเรื่องบาดหมางกันเสียอย่างนั้น
เอเดนอุ้มลูกสาววัยขวบเศษเดินเข้ามาพร้อมกับภรรยา เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบสามขวบของชนา หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปไม่นานทั้งสองก็เข้าพิธีวิวาห์ ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว ความรักที่มีให้กันไม่เคยลดลงเลย กลับหวานขึ้นทุกวัน จนหลายคู่ต่างก็อิจฉาไปตาม ๆ กัน“วันนี้ร่าเริงเป็นพิเศษ สงสัยจะได้มาเจอพี่ชนาแน่ ๆ” ยูเมโกะกล่าวถึงลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดสามี เธอยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกสาว ไม่นึกว่าชีวิตจะมีวันนี้ได้“นั่นสิ เมื่อเช้ายังงอแงอยู่เลย อย่างนี้ต้องรีบพาเข้าไปแล้วล่ะ”“ป่านนี้น่าจะเตรียมเป่าเค้กกันแล้วล่ะ รีบไปกันเถอะค่ะ”หลังจากนั้นทั้งสองก็เร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน มาถึงแล้วก็พบว่าทุกคนได้รออยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว เมื่อเห็นแขกคนสำคัญของบ้าน ชญานีก็ยิ้มอย่างดีใจ“ฮานาโกะของน้ามาแล้ว” ชญานีเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ฮานาโกะมาแล้ว” เจ้าหนูชนายิ้ม ปรบมือด้วยความดีใจ“สวัสดีครับทุกคน ขอโทษที่มาช้านะครับ” เอเดนกล่าวทักทาย“ไม่เป็นไรจ้ะ มาครบแล้วเราเป่าเค้กกันเลยดีกว่า ดูเหมือนว่าใครบางคนอยากจะกินเต็มทีแล้ว” พิมพ์ผกาเอ่ยพลางเสตามองหลานรักกล่าวจบแล้ว
สามปีผ่านไป“ออกไปจากหน้าร้านฉันเดี๋ยวนี้ สกปรกสิ้นดี”“ทำไมถึงหน้าด้านเข้ามาขอข้าวคนอื่นกินอย่างนี้นะ”“ออกไปสิวะ อยากโดนดีหรือไง”เสียงเจ้าของร้านอาหารไทยกำลังขับไล่ชายไร้บ้านคนหนึ่ง ที่แต่งตัวซอมซ่อ ผมเผ้ายาวรุงรัง เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล เดินมาขอข้าวหน้าร้าน ทำให้ลูกค้าต่างก็รังเกียจไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ต้องโดนไล่ราวกับหมูกับหมาอย่างนี้เมื่อไม่ได้รับการช่วยเหลือ ชายผู้นั้นจึงเดินออกไป เขาเป็นคนสติไม่สมประกอบ จึงได้แต่ทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อหาเป้าหมายใหม่ที่ใจดีกว่าคริสและชญานีพร้อมกับลูกชายตัวน้อยนามว่า ‘ชนา’ ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในร้าน มองผ่านกระจกออกมาด้วยความสงสาร โดยเฉพาะชญานีที่เห็นคนตกทุกข์ได้ยากเป็นไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าไปช่วยเหลือทุกครั้ง และครั้งนี้เธอจะไม่ยอมปล่อยให้ชายไร้บ้านผู้นั้นต้องอดอยากเป็นแน่“ผู้ชายคนนั้นน่าสงสารจังเลยค่ะ ฉันว่าเราซื้ออาหารไปให้เขาดีไหม ดูจากสภาพคงยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแน่ ๆ”“เอาสิเดี๋ยวฉันจะนั่งรอเช็กบิล เธอไปสั่งอาหารนะ”“โอเคค่ะ” เธอยิ้มให้สามี ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกชายตัวน้อยที่นั่งข้างกัน “ชนาจะ
ปัง!เสียงปืนทำให้ทุกคนต่างก็ชะงักงัน โดยเฉพาะลูคัสที่ยืนถือปืนมองไปรอบตัว ก็เจอกับใครบางคนที่คุ้นหน้าเดินเล็งปืนมาที่ตนเอง“ไอ้คริส!”มองไปอีกทางก็เห็นเอแดนเล็งปืนไปที่ลูกน้องของตัวเอง แถมยังมีคนของคริสเกือบยี่สิบนายยืนล้อมวงเอาไว้ พวกมันจึงใช้หญิงสาวเป็นตัวประกันทันที“ว่าไงไอ้ลูคัส มึงกับกูได้เจอกันเสียทีนะ” คริสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“มึงรนหาที่ตายแท้ ๆ ไอ้คริส คนอย่างกูไม่มีทางจนมุมให้มึงหรอก เอาตัวพวกมันมานี่” ได้รับคำสั่งสมุนของลูคัสก็พาตัวทั้งสองสาวเข้ามาหา เอเดนทำได้เพียงมองคนรักอย่างไม่ละสายตา“ปล่อยผู้หญิงซะ แล้วกูจะปล่อยมึงไป”“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ เอาตัวชญานีมาแลก ไม่งั้นคนแรกที่จะต้องตายคือยูเมโกะ กูรู้นะว่าลูกน้องมึงรักเธอมากแค่ไหน” ลูคัสแสยะยิ้มอย่างเป็นต่อ“ไม่ต้อง! ฉันยอมตาย ไม่ต้องเอาใครมาแลกทั้งนั้น”“ฉันก็ยอมตาย ถ้ามันจะทำให้ยัยนีกับลูกมีชีวิตต่อไป” เจนสุดากล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว“ช่างเป็นคนเสียสละเสียจริง หึ ๆ”ปัง!“โอ๊ย!”เสียงปืนปริศนาดังขึ้น ลูคัสถูกยิ่งเข้าที่หน้าท้อง ในวินาทีนั้นทุกคนต่างก็หาที่หลบซ่อนตัว เพราะไม่รู้ว่ากระสุนปริศนามาจากทิศทางไหน เอเดนรีบฉ
ลานท่าเรือที่เคยมีผู้คนเดินพลุกพล่าน บัดนี้กลายเป็นเพียงสถานที่อันเงียบสงัด มีเพียงแสงจากเสาไฟส่องสว่างเป็นจุด ๆ ยูเมโกะเดินไปยืนอยู่ตรงกลางลาน กวาดสายตามองไปรอบตัวก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่มั่นใจว่าผู้เป็นเจ้านายจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง“ยัยนี! ฮือ... แกไม่น่ามาที่นี่เลย” เสียงเจนสุดาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ยูเมโกะชะงักงัน ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งยังไม่ยอมเอ่ยอะไร“ในที่สุดคุณก็มาจนได้ หึ ๆ” เอเดนหัวเราะอย่างพอใจ“ยัยนีรีบกลับไปตอนนี้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” เจนสุดาตะโกนลั่น หญิงสาวที่เคยมีใบหน้าสวย ตอนนี้กลับโทรมขึ้นถนัดตา ขอบตาคล้ำราวกับคนที่อดหลับอดนอนมาหลายวัน นั่นเป็นเพราะยาเสพติดที่ลูกคัสฉีดเข้าไปในตัวเธอ จนตอนนี้แทบจะกลายเป็นทาสเขาเพราะฤทธิ์ยานรกนั่นไปแล้ว“ทำไมไม่หันมา คิดจะเล่นตุกติกอะไรงั้นเหรอ มาถึงที่นี่แล้วยังไงคุณก็ไม่มีทางรอดหรอก” ลูคัสเริ่มหวาดระแวง มองไปรอบตัวเพื่อสังเกตว่ามีอะไรผิดปกติไหมยูเมโกะกำลังจะเลื้อยมือลงไปหยิบปืนแต่ทว่าลูคัสกลับรู้ทันเสียก่อน“ห้ามขยับ! ไม่งั้นเพื่อนคุณตายแน่”“เอาเลยฆ่าฉันเลย! อยู่แบบนี้มันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ฉันโคตรเสียใจที่เคยรั
ชญานีตัดสินใจใส่ยานอนหลับลงในอาหารมื้อเย็น ทำให้คนทั้งบ้านหลับไม่ได้สติ รวมถึงคริสเองที่ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียง หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้วชญานีก็เดินมาหาคนรัก จ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าการเดินออกจากบ้านครั้งนี้ จะมีโอกาสได้กลับมาไหมมือเรียวเอื้อมไปลูบไล้ใบหน้าคมอย่างทะนุถนอม จับมือเขาขึ้นมาแนบแก้มตนเองจนแปดเปื้อนคราบน้ำตาที่ไหลบ่าลงมาไม่หยุดหย่อน“ฉันขอโทษนะคะคุณคริส ที่ตัดสินใจทำอย่างนี้ ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักมาก ฉันทนไม่ได้หากเพื่อนต้องตกอยู่ในนรกขุมนั้น”กล่าวจบแล้วก็วางมือเขาไว้บนเตียงเช่นเดิม โน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก ก่อนจะเดินออกไปจากห้องเร่งฝีเท้าออกมาจนพ้นรั้วบ้าน ชญานีก็เห็นรถจอดรออยู่ก่อนแล้ว เจ้าหล่อนจึงรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เธอใช้วิธีไหนถึงออกมาได้”“ฉัน...วางยานอนหลับคนทั้งบ้าน แต่หลับแค่ไม่นานหรอก”“พร้อมแล้วใช่ไหม”“อื้ม ฉันพร้อมแล้ว” เจ้าหล่อนสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียกความกล้า“ไปถึงที่นั่นแล้วเข้าไปคนเดียวนะ ฉันจะคอยคุ้มกันให้เธอเอง”“ขอบใจนะยูเมโกะ ฉันต้องพึ่งเธอแล้วล่ะ” ชญานีส่งรอยยิ้มที่จริงใจให้เพื่อนใหม่“เธอเป็นเพื่อนฉันแล้ว ยังไงเพื
“ยัยเจน! ฮึก ขอร้องล่ะนะอย่าทำอะไรเพื่อนฉันเลย” ได้ยินเสียงกรีดร้องของเพื่อนชญานีก็น้ำตาไหล ใจจะขาดรอน ๆ(ตอนนี้ชีวีตคุณเจนขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ถ้าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ผมไม่เห็นคุณที่นั่น พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวมารับศพคุณเจนได้เลย หึ ๆ) กล่าวจบแล้วลูคัสก็วางสายไปชญานีเข่าทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลพรั่งพรูลงอาบสองแก้มด้วยความเสียใจ รู้สึกสับสนกับชีวิตที่เกิดเรื่องร้าย ๆ ไม่หยุดหย่อน คราวนี้เธอจะตัดสินใจอย่างไรดี“ใจเย็น ๆ นะชญานี นายท่านว่ายังไงบ้าง บอกได้ไหม เผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรได้” ยูเมโกะโอบไหล่เธอเพื่อให้กำลังใจ“ไอ้นั่นมันจับเพื่อนฉันไปทรมาน มันบอกว่าคืนนี้เวลาสองทุ่ม ถ้าฉันไม่ไปที่ท่าเรือมันจะฆ่าเพื่อนฉัน มันสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร ฉันควรจะทำยังไงดียูเมโกะ ฮือ ๆ ฉันกลัวเหลือเกิน”“นายท่านไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าเพื่อนเธอตายก็จะไม่มีอะไรต่อรอง ควรเอาเรื่องนี้ไปบอกกับคุณคริส เขาต้องช่วยเธอได้แน่ ๆ”“ไม่นะ! ฉันกลัวว่าเพื่อนจะโดนทำร้าย ยัยเจนคือเพื่อนที่ฉันรักที่สุดในชีวิต เป็นเหมือนพี่น้อง เป็นคนในครอบครัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เพื่อนฉันเป็นอะไรไปแน่”
“เธอไม่น่ามาเป็นนักฆ่าเลยจริง ๆ” เขาเปรยออกมาอย่างไม่รู้ตัว สายตาคมจ้องมองเธออย่างเสน่หา ชญานีเงยหน้าขึ้นมาหมายใจจะต่อว่าเขาอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อสบตากันแล้วกลับนั่งนิ่ง สายตาคมคู่นั้นจริงจังจนรู้สึกแปลก ๆ ต้องหลุบตาลงมองที่เท้าแทน“ก็ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกคุณเข้าใจ ไม่รู้จะพูดยังไงให้เชื่อแล้ว”“
หญิงสาวเอเชียรูปร่างหน้าตาสวยเดินเข้าไปในคฤหาสน์หรูอย่างมาดมั่น ตั้งใจจะเข้าไปพบกับผู้เป็นเจ้านาย หลังจากภารกิจลอบสังหารคริสไม่เป็นผลสำเร็จ“สวัสดีค่ะนายท่าน”ชายหนุ่มรูปงามตามฉบับหนุ่มละติน ละสายตาจากหน้าจอมือถือ เงยหน้าขึ้นมองผู้เข้ามาใหม่ แม้ว่าแผนการครั้งนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จ แต่ทว่าเจ้าตัวกลับไ
ชญานีเดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนจำทางกลับแทบจะไม่ได้ เห็นคนรับใช้ในบ้านก็พยายามหลบเลี่ยงเพื่อหาทางออก แต่ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงใครบางคนจากด้านหลัง“หนูเป็นใครจ๊ะ!”หันกลับไปมองก็เจอกับหญิงเอเชียสูงวัยแต่งตัวดูดี ยืนกอดอกมองอย่างไม่ละสายตา ชญานีมั่นใจว่าเธอคนนี้ต้องเป็นคนไทยแน่นอน จึงยกมือไหว้เผื่อว่า
คริสนั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องนั่งเล่นในช่วงเช้าของวันใหม่ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์วันนี้ ทำเอาเจ้าตัวแทบอยากจะโยนมันทิ้งไป เพราะคือภาพที่ลูคัสกำลังยิ้มอย่างภาคภูมิใจในงานฉลองเปิดโรงแรมหรูแห่งใหม่ ชายหนุ่มจ้องเขม็งมองภาพคู่อริอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะขยำหนังสือพิมพ์แล้วโยนทิ้งไป“กูไม่เคยลืมสิ่งที่มึงทำไว้







