LOGINเธอโดนผู้ชายเทมานักต่อนัก จนรู้สึกเข็ดขยาดกับเรื่องความรัก พอมาถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่อยากมีลูก จึงเกิดปฏิบัติการเฟ้นหาพ่อพันธุ์ และหวยก็มาออกที่เขา มาเฟียหนุ่มรูปหล่อผู้มีความครบเครื่องตรงสเปกเธอทุกอย่าง มีความแบดบอย ดูน่าค้นหา จึงตั้งใจจะรวบหัวรวบหาง หวังจะฟันแล้วทิ้ง แต่ทว่าเขากลับเข้าใจว่าเธอคือนักฆ่าที่คู่อริส่งมาลอบสังหาร ทุกอย่างกลับตาลปัตร ทำให้ชีวิตที่เคยสงบสุขกลับต้องเจอเรื่องวุ่น ๆ นับจากวันนั้น
View Moreณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
ค่ำคืนแห่งแสงสีในผับหรูชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นักท่องราตรีหลายชีวิต ต่างก็สนุกสนานกับเสียงเพลง และเครื่องดื่มอย่างสุดเหวี่ยง บ้างก็นั่งดื่มอยู่บนโซฟานุ่ม ๆ กับผองเพื่อน บ้างก็กำลังออกสเต็ปโยกย้ายอย่างสุดเหวี่ยง บริการหนุ่มสาวต่างก็เดินทำงานอย่างขะมักเขม้น รองรับการมาเยือนของแขกจำนวนมาก
ชญานี เจนกิจโศภณ หรือ นีน่า สาวสวยวัยยี่สิบห้ากะรัต กำลังนั่งดื่มกับเพื่อนสนิทที่ชื่อ เจนสุดา หรือ เจนนี่ และเป็นหุ้นส่วนร้านขายเครื่องประดับแฟชั่นในเมืองชิคาโก้แห่งนี้ ทั้งสองสาวมาเที่ยวที่นี่ในทุกช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อทำภารกิจอะไรบางอย่าง ซึ่งคงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าทำ
“มารึยังยะพ่อพันธุ์ของแกอ่ะ”
“ยังเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะมาไหม แต่ฉันอยากให้มามาก ๆ เพราะวันนี้ฉันพร้อมที่สุดแล้ว” ว่าพลางจ้องมองที่แก้วน้ำสีอำพัน ก่อนจะกรอกมันลงคอจนเกลี้ยง
“เฮ้อ ฉันไม่เคยเห็นใครแปลกประหลาดอย่างแกมาก่อน อยากมีลูกแต่ไม่อยากมีผัว แนะนำให้ไปปรึกษากับคุณหมอที่โรงพยาบาล แต่ก็รั้นอยากหาพ่อของลูกเอง อยากให้มันเป็นไปตามธรรมชาติซะอย่างนั้น” เจนสุดาบ่นให้เพื่อน
“ก็ฉันเบื่อผู้ชายนี่นา คบกี่คนก็เทฉันไปมีคนอื่น”
“ก็แกเป็นคนงี่เง่าอย่างนี้ใครจะทนคบได้ยะ”
“นี่แกก็เข้าข้างไอ้ผู้ชายพวกนั้นเหรอ ฉันเพื่อนแกนะ”
“เออ ๆ ถือว่าฉันไม่ได้พูดละกัน ว่าแต่ถ้าลูกโตขึ้นมาแล้วแกจะบอกลูกว่ายังไง”
“พ่อหนูตายแล้ว แค่นี้ก็จบเรื่อง อ๊ะ! มาแล้วโน่น” ชญานีรีบรินเหล้าใส่แก้วใหม่อีกครั้ง ก่อนจะหันไปสนใจมองบุรุษใบหน้าคมสัน รูปร่างสูงกำยำ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเลยลงมาสองสามเม็ด จนเผยให้เห็นแผงอกกำยำ ซึ่งเต็มไปด้วยขนเซ็กซี่ สร้างความกระสันให้สาว ๆ ที่เห็นเป็นอย่างยิ่ง
“แล้วจะเอายังไงต่อยะ”
“ถึงยังไงวันนี้ฉันก็ต้องพาเขาไปโรงแรมให้ได้”
“ย่ะแม่คนเก่ง เอาเป็นว่าฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้ละกัน ได้เรื่องยังไงก็มาบอกฉันนะ”
“โอเค ๆ ฉันไปล่ะ”
ชญานีลุกขึ้นจากเก้าอี้ จัดระเบียบชุดเดรสอันเซ็กซี่ให้เข้าที่ ก่อนจะเดินถือแก้วเหล้าเข้าไปหาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหัวมุมร้าน
..........
เดินมาถึงแล้วเจ้าหล่อนก็ตรงปรี่เข้าไปหาชายหนุ่ม ซึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ดูจากสีหน้าแล้วเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังมีเรื่องกลุ้มอะไรบางอย่าง นั่นทำให้ชญานีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะไม่ชอบเอาใจผู้ชาย แต่เพื่อลูกเธอจะต้องอดทนให้ได้ อีกแค่อึดใจเดียวเท่านั้น
“สวัสดีค่ะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าหล่อ ๆ ขึ้นมามองเธออย่างมีเลศนัย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะยกยิ้ม รอยยิ้มนี้ทำเอาชญานีแทบละลาย เขาช่างมีเสน่ห์ยั่วใจหญิง ดวงตาสีน้ำตาลชวนฝัน จมูกโด่ง ริมฝีปากเป็นกระจับ หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะร้องกรี๊ดแล้ววิ่งเข้าไปขอเบอร์ แต่ทว่าตอนนี้มันถึงจุดอิ่มตัวเรื่องความรักแล้ว แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่ตรงสเปคมากก็ตามที
“ได้สิครับ” เขาตอบสั้น ๆ พลางตบปุลงที่ว่างข้างตัว
ชญานีส่งยิ้มหวานแล้วเข้าไปนั่งข้าง ๆ ชายหนุ่มผู้นั้นคว้าหมับเข้าที่เอวคอด ดึงร่างบอบบางเข้าไปใกล้ จนแทบไม่เหลือช่องว่าง
“รู้ไหมว่าผมชอบผู้หญิงไทยมาก แม่ผมก็เป็นคนไทยเหมือนกัน”
“ว้าว! ดีจังเลยค่ะ ฉันเองก็ชอบลูกครึ่งไทยอย่างคุณเหมือนกัน มาดื่มฉลองให้กับมิตรภาพของเราดีกว่าค่ะ” ชญานียกแก้วขึ้นรอ
แกร๊ง!
“แด่มิตรภาพของเราครับ”
ทั้งสองจ้องตากันอย่างหวานซึ้ง ก่อนจะยกแก้วดื่มจนหมด
“ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ ฉันนีน่าค่ะ”
“ผมคริสครับ ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการ”
“เช่นกันค่ะ”
“คุณนีน่ามาที่นี่บ่อยไหมครับ ไม่ยักเคยเห็นคุณมาก่อน”
“ก็บ่อยนะคะ สงสัยฉันคงไม่สวยสะดุดตาพอสำหรับคนอย่างคุณมั้ง”
“ใครบอก คุณโคตรจะสวย แถมยังเซ็กซี่ยั่วใจผมอีก ปกติแล้วผมไม่ให้ผู้หญิงอย่างว่า เอ่อ...ผู้หญิงทั่ว ๆ ไปเข้าหาตัวง่ายอย่างนี้นะครับ”
แม้จะสะดุดหูกับคำว่าผู้หญิงอย่างว่า แต่เธอก็ต้องฝืนยิ้ม เพื่อให้แผนการสำเร็จ
“ว้าว! รู้สึกโชคดีจังเลยค่ะ จะว่าอะไรไหมถ้าคืนนี้เราจะไปต่อด้วยกัน”
“แน่นอนครับ เจอสาวสวยถูกใจอย่างนี้ ผมไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน” ปากว่ามือก็ขยับมาวางหมับที่ต้นขาเรียวขาวอย่างถือวิสาสะ แสดงความหื่นกามออกมาให้เห็น เป็นเช่นนี้แล้วชญานีได้แต่คิดในใจ ว่าคงไม่ต้องพึ่งยาปลุกเซ็กซ์แล้ว
ในที่สุดก็ถึงวันที่ชญานีต้องเดินทางกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม วันนี้จึงมาลาพิมพ์ผกา โดยมีคริสเดินตามหลังมาอย่างอิดออด เพราะไม่ว่าจะรั้งไว้อย่างไรเธอก็ไม่ยอมอยู่ต่อ“อ้าว! หนูนี ตาคริส”“สวัสดีค่ะป้าพิมพ์”“สวัสดีจ้ะ นั่งก่อน ๆ”พิมพ์ผกาเอ่ยเชื้อเชิญด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อคนทั้งสองนั่งลงแล้ว ก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติจากสีหน้าของลูกชายสุดที่รัก“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะตาคริส”“ก็ถามคนโปรดของแม่ดูสิครับ ว่าเป็นเพราะอะไร” ได้ยินอย่างนั้นพิมพ์ผกาก็หันไปมองชญานีทันที“เกิดอะไรขึ้นเหรอหนูนี”“วันนี้หนูจะมาลาป้าพิมพ์ค่ะ อยู่ที่นี่มานานคงถึงเวลาจะต้องกลับแล้ว”“อ้าว! ฉันนึกว่าจะอยู่ที่นี่ด้วยกันซะอีก ในเมื่อหนูกับตาคริสก็เป็นผัวเมียกันแล้วนี่นา”“ผมไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอกครับแม่ คนไม่มีใจถึงอ้อนวอนร้องไห้จนเป็นสายเลือดก็คงไม่อยู่” คริสยังคงทำหน้าบึ้งไม่ยอมมองหน้าเธอเลย“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะลูก เดี๋ยวหนูนีก็เสียใจหรอก หนูนีเค้าต้องกลับไปช่วยเพื่อนดูแลร้าน จะมาอยู่ที่นี่ไปตลอดไม่ได้หรอกนะ ถึงยังไงก็ไปมาหาสู่กันได้เหมือนเดิมนี่นา” พิมพ์ผกากล่าวอย่างเข้าใจ“ขอบคุณมากนะคะป้าพิมพ์ที่เข้าใจ ไม่เหมือนใ
“ใจฉันจะขาดแล้วรู้ไหมชญานี เธอสวยเหลือเกิน” เขาเอ่ยเสียงกระเส่า ขณะคลอเคลียตามพวงแก้มขาว แววตาคมลุกโชนไปด้วยไฟราคะ ที่พร้อมจะถาโถมเข้าไปในตัวเธอได้ทุกเวลา“ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดคำสัญญา” เธอตอบกลับอย่างยั่วยวน ยกตัวขึ้นเล็กน้อย เลื้อยมือลงไปจับท่อนเอ็นลำโตของคริส จ่อไว้ที่ปากทางเข้า ถูไถตรงกลางร่องสวาทอย่างช้า ๆ“ซี๊ด ธะ...เธอ รีบเอามันเข้าไปเสียที” คริสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รอคอยรสชาติความเสียวที่เธอจะมอบให้นับจากนี้“อื้อ คุณคริสขา แน่นเหลือเกิน” ชญานีกรีดร้อง สั่นไปทั้งตัว เมื่อท่อนเนื้อใหญ่มุดเข้าไปในช่องคลอดจนสุดลำ เธอนั่งแช่มันเอาไว้ จ้องมองดวงตาคมอย่างออดอ้อน“ขอบใจนะที่เห็นใจฉัน”“เปล่า ฉันเห็นแก่ตัวเองต่างหาก” เธอโน้มใบหน้าเข้าไปจุมพิตที่แก้มเขาทั้งสองข้าง ก่อนจะเริ่มโยกสะโพกขึ้นลง ขย่มท่อนเอ็นลำโอของคริสอย่างใจเย็น“อ่าห์ ซี๊ด ขย่มแรง ๆ เลยครับที่รัก”“ซี๊ด ลึกมากเลยค่ะคุณคริสขา”เมื่อเครื่องเริ่มร้อน ชญานีก็สวมบทหญิงนักรัก สร้างความเสียวให้ชายหนุ่มอย่างไม่รู้เบื่อ ท่อนเอ็นลำโตซึ่งล้อมรอบไปด้วยเส้นเลือดปูดโปน เสียดสีกับเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มอย่างต่อเนื่อง แรงตอดรัดของเธอทำเอาคริสทนไ
หนึ่งเดือนต่อมา“อ้วกกก!”เช้าวันใหม่ของชญานีได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับการอาเจียนตั้งแต่เช้ายังไม่หยุด เจ้าหล่อนยังคงนั่งอยู่ข้างชักโครกด้วยความอ่อนเพลีย น้ำท่าก็ยังไม่ได้อาบ ทำให้วันนี้ยังลงไปข้างล่างช้าจนผิดปกติก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“ชญานี เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ลงมาช้านักล่ะ” คริสยืนกอดอกรอให้หญิงสาวมาเปิดประตูให้ สีหน้ายุ่งด้วยความเป็นห่วง เพราะช่วงที่ผ่านมาเธอมักมีอาการแปลก ๆ แต่ก็ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แถมไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีกต่างหากชญานีหอบร่างอันอ่อนแรงเดินมาเปิดประตูให้เขา เมื่อเห็นใบหน้าอันซีดเซียวของเธอคริสก็ตกใจ รีบเบียดตัวเข้าไปในห้องทันที“คุณคริสมีธุระอะไรไหมคะ พอดีฉันยังไม่สะดวกตอนนี้”“เธอเป็นอะไร ทำไมหน้าซีด ๆ อย่างนั้น”“เอ่อ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”“ไม่จริง! เธอเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วนะ รีบแต่งตัวฉันจะได้พาไปหาหมอ” กล่าวจบก็จูงมือเธอไปที่ตู้เสื้อผ้า“คุณคริส! ปล่อย! ฉันยังไม่ได้อาบน้ำเลย”“ดีเลยงั้นฉันจะอาบน้ำให้” เขาถือวิสาสะอุ้มตัวเธอขึ้นในท่าเจ้าสาวพาเข้าไปในห้องน้ำ“คุณคริส! ปล่อยฉันลง ฉันอาบเองได้”“ตอนนี้เธอไม่สบาย ให้ฉันเป็นฝ่ายดูแลเธอเองนะ ห้ามปฏิเสธด้วย” คริสยักค
คริสนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าผู้เป็นมารดา ยกมือไหว้แล้วเอ่ยคำที่ควรจะเอ่ยมานาน แต่ยังไม่กล้าพูดออกมาเสียที“ผมขอโทษครับแม่ ฮึก...”“ไม่เป็นไรจ้ะ แม่ไม่เคยโกรธลูกเลยแม้แต่น้อย แม่เข้าใจลูกนะคริส” เธอรับพวงมาลัยเอาไว้ จากนั้นคริสก็ก้มลงกราบแทบเท้าผู้เป็นมารดาพิมพ์ผกาย่อตัวลงไปดึงลูกชายขึ้นมาสวมกอด เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่คนทั้งสองมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันอย่างนี้“ฮือ...ผมขอโทษที่ทำไม่ดีกับแม่มาตลอด ตอนนี้ผมสำนึกผิดแล้ว ผมรักแม่นะครับ ผมรักแม่มากที่สุดในโลก” คริสร้องไห้อย่างหนักหน่วง ระบายความอัดอั้นที่เก็บเอาไว้ออกมาจนหมดสิ้น ถึงอย่างไรสายใยรักระหว่างแม่กับลูก ยังคงยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมีเรื่องใดมาทำลายให้ขาดกันได้“แม่ก็รักลูกมาก ในที่สุดแม่ก็ได้กอดลูกอีกครั้ง นึกว่าจะไม่มีโอกาสนี้อีกแล้ว เรื่องพ่อของลูกยกโทษให้แม่ได้ไหม มันเป็นอุบัติเหตุ พ่อกับแม่ทะเลาะกัน ลูกก็รู้ว่าพ่อของลูกเป็นคนใจร้อนมากแค่ไหน แม่ไม่ได้ตั้งใจจะยิงพ่อของลูกเลยนะ” พิมพ์ผกากล่าวทั้งน้ำตา อธิบายเหตุผลที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทั้งที่แต่ก่อนเธอพยายามพูด แต่ลูกชายไม่ยอมรับฟังเลย“ผมเข้าใจแล้วครับ ผมเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของแม่ ที่ทำให





