LOGINพ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 12
"ให้ขึ้นก่อนตั้งแต่แรกป่านนี้คงถึงบ้านแล้ว" ชายหนุ่มบ่นพึมพำขณะที่งมทางกลับบ้านอยู่ เพราะกว่าจะขึ้นจากน้ำได้เขาต้องเป็นคนขึ้นมาก่อนแล้วก็ดึงเธอตามขึ้นมา
"คุณอย่าเดินเร็วสิ มีงูหรือเปล่าไม่รู้"
"ในป่าใครเขาให้ถามหางูกัน"
"ทำไม?"
"มันก็จะมาเขมือบคอเธอน่ะสิ"
"กรี๊ดด"
"เอ้า เอาเข้าไป" สายตาคมมองต่ำลงไปดูเธอที่เกาะร่างเขาไว้แน่น "ภาระกูอีกแล้ว" สภาพเดียวกันกับตอนที่มาเลย เพราะเธอใช้เท้าเหยียบเท้าของเขาไว้
"จะขึ้นหลังไหมล่ะ"
"บ้าหรือไงไม่เห็นเหรอว่าฉันใส่ชุดอะไรอยู่" มีแค่ผ้าถุงที่เธอเตรียมมาด้วยที่มันไม่เปียก นอกนั้นตกน้ำตอนที่เธอกระโดดลงไปแล้ว พลอยไพลินก็เลยสวมแค่ผ้าถุงและใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมไหล่ไว้ ส่วนเสื้อผ้าที่เปียกไม่ได้เอามาด้วยต้องตากไว้ริมบ่อน้ำ
"จับดีๆ ล่ะอย่าให้มันหลุด ไม่อยากเป็นตากุ้งยิง" เขาหมายถึงอย่าให้ผ้าถุงที่เธอใส่อยู่หลุด
"ไอ้บ้า" มือเรียวรีบจับชายผ้าถุงหนีบเข้าให้แน่นกว่าเดิม
เดินมาอีกสักระยะก็มองไปเห็นตัวบ้าน
"ทำไมบ้านมันมืดจังเลยล่ะคุณ"
"บ้านไม่มีไฟฟ้าก็มืดแบบนี้แหละ"
"ทำไมคุณไม่จุดเทียนไว้ล่ะ"
"เทียนก็มีจำกัดจะจุดเฉพาะเวลาจำเป็น"
"พรุ่งนี้คุณไปซื้อโซล่าเซลล์มาติดเลยนะ"
"เอาเงินที่ไหนไปซื้อ"
"เดี๋ยวฉันออกให้ก่อนก็ได้ แต่ต้องเอากระเป๋าเงินกับโทรศัพท์มาคืนฉันก่อน"
"อยู่รถโน่น"
"แล้วรถอยู่ไหน"
"ทางขึ้นภูเขา"
"ทำไมคุณไม่ขับขึ้นมา" ถึงเธอจะไม่เห็นถนนแต่มันก็ต้องมีสิถ้าไม่งั้นจะสร้างบ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้ได้ยังไง
"พูดมากรำคาญเข้าไปนอนได้แล้ว"
"มืดขนาดนี้ฉันจะเข้าไปได้ยังไง"
"อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันเข้าไปนอนด้วย"
"ไม่!"
"ถ้าไม่ก็เข้าไปสิ"
"แล้วเทียนอยู่ไหน"
"รออยู่นี่" เขาบอกให้เธอรอก่อนที่จะเดินหายเข้าไปทางหลังบ้าน
"นาย.. นายตะวัน ไอ้ตะวัน!"
"อะไร!"
"นายก็อย่าเงียบสิมันมืดฉันกลัว"
"คนกำลังหาเทียนหาไฟแช็คอยู่"
"เจอหรือยัง เจอไหม ตอบฉันหน่อยสิ" พอไม่มีเสียงตอบออกมาอีกพลอยไพลินก็เริ่มกลัว "ไอ้ตะวัน!"
"ฮ่าาา"
"กรี๊ดด" ได้ยินเสียงหัวเราะมาจากในป่าตรงที่เธอเดินออกมากับเขา เพราะถ้าเสียงมาจากในบ้านเธอจะไม่กลัวเลย พลอยไพลินไม่รอแล้วรีบวิ่งตามเขาเข้าไป..
"มึงขำทำไมวะ" เวทมนต์รีบเอามือปิดปากซอโซ่ไว้เพราะเมื่อสักครู่ซอโซ่ขำออกมา
"ขอโทษครับพี่" จะไม่ขำได้ยังไง เพิ่งเคยได้ยินเธอนี่แหละคนแรกเลยที่เรียกพ่อเลี้ยงว่าไอ้ตะวัน
"ตะวันคุณอยู่ที่ไหน คุณอยู่ในนี้ใช่ไหมส่งเสียงให้ฉันได้ยินหน่อยสิ" น้ำเสียงสั่นเครือถูกเปล่งออกจากปากหญิงสาวที่ร่างกายสั่นไม่ต่างจากน้ำเสียงเลย ที่จริงแล้วเธอเป็นคนกลัวความมืดมาก
"เป็นอะไร" ที่จริงเขาก็ยืนมองเธอผ่านความมืดอยู่ แทนที่จะสะใจแต่ทำไมเขาถึงทนไม่ได้ที่เห็นเธอกลัวขนาดนั้น
"คุณอยู่ในนี้ทำไมไม่พูดอะไรบ้าง" หญิงสาวค่อยๆ คลำทาง เพราะกลัวว่าจะชนกับอะไรเข้า แต่ก็ไม่รอดเพราะเท้าของเธอไปชนถูกขาโต๊ะที่ยื่นออกมา "โอ๊ย"
จังหวะนั้นไฟแช็คในมือก็ถูกจุดเพื่อส่องแสงให้เห็นทาง
"ซุ่มซ่าม"
"เจอไฟแล้วทำไมไม่จุดแต่ทีแรกล่ะ" เจ็บมากแต่ก็ต้องกัดฟันทนไว้
หลังจากที่จุดเทียนเสร็จเขาก็พาเธอออกมาจากบ้านหลังใหญ่ แล้วเดินอ้อมไปที่ห้องคนงาน
"คุณนอนอยู่ห้องไหน"
"ข้างๆ นี่แหละ"
"ห้องไหนล่ะ" เพราะมีห้องเรียงกันอยู่หลายห้อง
"ห้องนี้"
"คุณอย่าปิดประตูนอนได้ไหม"
"ไม่ปิดยุงก็หามน่ะสิ นี่เทียนเข้าห้องได้แล้ว" ชายหนุ่มส่งเทียนที่จุดแล้วให้กับเธอ ก่อนที่เขาจะหันไปเปิดประตูห้องข้างๆ
"คุณจะเข้าห้องแล้วเหรอ" ถ้ารอบข้างเป็นบ้านเรือนของคนเธอคงไม่กลัว แต่นี่รอบข้างมีแต่ป่าแถมวังเวงมากด้วย รวมถึงเสียงหัวเราะที่เธอได้ยินไม่รู้ว่าเป็นเสียงคนหรือเสียงสิ่งที่มองไม่เห็น
"จะให้เข้าไปนอนในห้องด้วยเลยไหมล่ะ"
"นายนอนหน้าห้องได้ไหมล่ะ"
"หน้าห้องตรงไหน"
"หน้าประตู"
"เธอจะบ้าเหรอ" ว่าแล้วคนร่างสูงก็หมุนตัวกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน
"ก็ได้..ถ้างั้นนายเข้ามานอนในห้องกับฉัน"
"......."
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 71 ตอนจบ"ดีใจด้วยนะไพลินวาสนาเธอดีจังเลย" เพื่อนที่ร่วมเรียนมาด้วยกันตั้งแต่ประถมและมัธยมพอได้รับการ์ดเชิญต่างก็มาร่วมแสดงความยินดี"ขอบใจมากจ้ะ" แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง นี่งานแต่งของเธอนะ..สามีก็ยืนอยู่ข้างๆ ถ้าพี่น้อยหน่ามาร่วมงานแต่งด้วยก็คงจะดี"แม่ว่าพาน้องไปนั่งก่อนดีกว่า คนกำลังท้องกำลังไส้แม่ไม่อยากให้ยืนนาน" ช่อมาลาที่รับแขกอยู่ด้านในออกมาดูลูกชายกับลูกสะใภ้ที่ยืนรับแขกอยู่หน้างาน"ครับแม่" เขาก็กลัวเหมือนกันกลัวว่าเธอจะเหนื่อยมากเกินไป เป็นไปได้ไม่อยากจัดงานแต่งเลยด้วยซ้ำ เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องกลัวจะเหนื่อยไปกับแม่ด้วย"เชิญด้านในเลยนะคะ" คนเป็นแม่ออกมายืนต้อนรับแขกแทนลูกชายกับลูกสะใภ้ และก็บอกกับแขกที่มาหลังๆ ว่าลูกสะใภ้กำลังท้องไม่อยากให้ยืนนาน"แสดงว่าคุณช่อมีข่าวดีสองต่อเลยหรือคะเนี่ย""อะไรนะ?" เสียงนี้ดังมาจากด้านหลังของคนที่กำลังคุยกันอยู่"คุณสมร??" ช่อมาลาหันไปมองก็เห็นว่าเป็นสมร"ฉันได้ยินคนพูดกัน ฉันยังไม่เชื่อหูตัวเองเลย จัดงานแต่งใหญ่โตดีนี่""เออคือว่าคุณสมรคะ""แล้วคุณเอาลูกสาวฉันไปไว้ที่ไหน""แม่!" มีนาที่ขับร
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 70[บาร์]หลังจากที่จ่ายค่าแท็กซี่แล้วน้อยหน่าก็เดินเข้าไปในบาร์ ที่จริงน้อยหน่าไปดูห้องเช่ามาก่อนหน้าแล้ว เขาไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่นหมายถึงเขาต้องอยู่ที่บาร์"อ้าวน้อยหน่า""สวัสดีค่ะเจ้""ได้ข่าวว่าไปทำงานกับพลอยเหรอ" ที่นี่รู้กันหมดแล้วว่าพ่อเลี้ยงจะแต่งงานกับพลอยไพลิน เพราะมีหลายคนที่ได้รับการ์ดเชิญ"ค่ะ""แล้วนี่มาทำไม""คิดถึงที่นี่ค่ะ""คิดถึงก็มาสิ" เจ๊อ้อยหมายถึงถ้าน้อยหน่าคิดถึงก็มาที่นี่ได้เสมอ"น้อยหน่าขอไปสั่งเครื่องดื่มก่อนนะคะ""ได้จ้ะ"น้อยหน่าเดินเข้ามาก็มองหาอยู่ว่าซอโซ่จะอยู่ที่ไหน แต่พอไม่เห็นเธอก็เดินแอบๆ ไปทางห้องทำงาน"..........." หญิงสาวลองดันประตูห้องเข้ามา..เห็นว่าไม่ล็อกเธอก็เลยเปิดมันออก..."อุ๊ย..เธอถือดียังไงเปิดประตูเข้ามาแบบนี้!" อนงค์รีบจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ขณะที่อนงค์กำลังจัดเสื้อผ้าอยู่สายตาก็มองดูคนที่นอนอยู่โซฟาตัวยาว แต่คนคนนั้นไม่แม้แต่จะหันไปมองที่ประตูน้อยหน่าถึงกับช็อคไปเลย พอตั้งสติได้เธอก็รีบถอยออกมาสิ่งที่เธอกลัวที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้ ผู้หญิงอ่อยขนาดนั้นมีเหรอที่ผู้ชายแบบพวกเขาจะไม่เล่นด้วยเธอให้แท็กซี่กลับ
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 69วันต่อมา.. วันนี้ซอโซ่ต้องพาน้อยหน่าขึ้นมาส่งบนดอยแล้ว"งานเป็นยังไงบ้าง""ก็เรื่อยๆ ครับ""อะไรเรื่อยๆ ของมึงวะ""เมื่อไรพ่อเลี้ยงจะแต่งงานสักทีครับ""อีก 6 วัน อ้าวเฮ้ย กูถามเรื่องงานอยู่ดีๆ" เผลอบ้าจี้ไปกับมันซะงั้น"อีกตั้ง 6 วัน ผมขอขึ้นมาค้างที่นี่ทุกคืนได้ไหมครับ""แล้วใครจะดูงานแทนมึง""ก็ไอ้สิงหาไงครับ""สิงหามันก็มีงานของมันต้องทำ"ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่น้อยหน่าก็แอบชะโงกหน้าออกมามองจากในครัวดูว่าพ่อเลี้ยงจะใจอ่อนไหม ถ้าต้องแยกกับเขาอีก 6 วัน เธอจะอยู่ยังไง นี่ขนาดเขายังไม่ลงดอยยังคิดถึงแล้ว"ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ" ถ้าพ่อเลี้ยงไม่อนุญาตเขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ ซอโซ่เดินคอตกออกมาหน้าบ้านน้อยหน่าที่กำลังทำอาหารอยู่มองออกมาอีกทีก็ไม่เห็นเขานั่งอยู่ตรงห้องรับแขกแล้วเขาไปไหนแล้ว? เธอรีบล้างไม้ล้างมือแล้วเดินออกมาดูหน้าบ้าน พอออกมาก็ไม่เห็นรถ..ไปก็ไม่บอกสักคำเย็นวันนั้นหลังทานข้าวเสร็จ.. น้อยหน่าเก็บทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่ขึ้นไปชั้นบนรออยู่ว่าเขาจะมาค้างที่นี่ด้วยไหม"วันนี้มันไม่มาหรอก""อุ้ยคุณเวท" น้อยหน่ามัวแต่ชะเง้อหน้ามองหน้าบ้
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 68"คุณหึงผมเหรอ""ค่ะฉันหึง!" เธอกล้าบอกได้เลยว่าเขาคือรักแรก และคนทำงานแบบพวกเขาต้องพบเจอผู้หญิงสวยๆ มากมาย"น้อยหน่าคุณหึงผม?" ความรู้สึกดีๆ แบบนี้เขายังไม่เคยมีให้ใครมาก่อน เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายบริสุทธิ์อะไร แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาคิดอยากจะหยุดแบบนี้ได้"มันน่าตื่นเต้นตรงไหนคะ ฉันหึงหมายถึงฉันโกรธฉันไม่ชอบสิ่งที่ฉันเห็น""นั่นมันก็แค่งาน""ค่ะ!""ผมจะพยายามไม่เข้าใกล้ผู้หญิงพวกนั้น""คุณเป็นผู้จัดการ เป็นรองแค่พ่อเลี้ยง ใครๆ เขาก็หมายตา""แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ขอพ่อเลี้ยงแล้วพ่อเลี้ยงบอกว่าต้องรองานแต่งจบก่อน""ฉันไม่รู้" อยากอยู่เฝ้าเขาก็อยู่ไม่ได้เพราะเธอต้องขึ้นดอย จะพาเขาขึ้นไปด้วยก็ไม่ได้อีก แล้วจะให้ทำยังไง"พ่อเลี้ยงคงใกล้เสร็จธุระแล้วมั้ง ถ้าเรายังมัวคุยกันอยู่แบบนี้มีหวังไม่ได้ชื่นใจแน่เลย""ใครจะให้คุณชื่นใจล่ะ""ไม่ให้จริงเหรอ""ให้ก็ได้" กลัวว่าถ้าเธอไม่ให้เดี๋ยวเขาก็ไปหากินที่อื่น"อ้าวแล้วจะไปไหน""ก็ไปอาบน้ำไงคะ""ไม่ทันแล้ว ไปห้องนั้นด้วยกันดีกว่า" ห้องของเธอไม่มีเตียง ที่นอนก็ผืนบางๆ ท่าไหนใช้เข่าคงต้องเจ็บเข่าแน่เลยน้อยหน่ายอมเดินตามเขาไ
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 67"พี่น้อยหน่าตื่นแต่เช้าจังเลยค่ะ" พลอยไพลินลงมาก็เห็นน้อยหน่ากำลังเข้าครัวอยู่"พี่กำลังทำอาหารค่ะว่าจะไปทำความสะอาดต่อ""พี่ไม่ต้องทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้หรอกค่ะ พลอยแค่อยากให้พี่มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ใช่อยากให้มาทำงานบ้านสักหน่อย""พี่ทำงานบ้านก็แลกกับเงินเดือน วันนี้น้องพลอยอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ""เลือกได้เหรอคะ" พลอยไพลินหมายถึงว่ามีอาหารให้เลือกด้วยเหรอ เพราะเมื่อวานนี้ได้ยินว่าอาหารจะหมดแล้ว"มีคนขึ้นมาส่งอาหารแล้วค่ะ""คุณโซ่มาส่งอาหารเหรอคะ" ที่พลอยไพลินถามเพราะตื่นเต้นแทนน้อยหน่า จะได้เจอคนรัก แต่เห็นสีหน้าอีกฝ่าย ก็รู้แล้วว่าไม่เป็นแบบที่ตัวเองคิด "เอ่อ..พี่มีอะไรให้ฉันช่วยไหม""ถ้าอยากช่วยก็ล้างผักพอแล้วค่ะ"วันต่อมา..วันนี้คุณหมอที่โรงพยาบาลนัดตรวจครรภ์ ภูตะวันเลยพาพลอยไพลินและน้อยหน่าลงมาจากดอย"พี่น้อยหน่าจะไปโรงพยาบาลกับพลอยเลยไหมคะ" พลอยไพลินถามน้อยหน่าในขณะที่นั่งรถลงเขามา"พี่อยากไปเอาของที่ห้องพักค่ะ จอดตรงไหนก็ได้นะคะเดี๋ยวฉันนั่งรถไปเอง" ประโยคหลังน้อยหน่าบอกเวทมนต์ที่ทำหน้าที่ขับรถ"ถ้างั้นก็ไปส่งโรงพยาบาลก่อนค่อยพาน้อยหน่าไปเอาของ""ไม่ต
พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 66เช้าวันต่อมา.."คุณโซ่ตื่นได้แล้วค่ะสายมากแล้ว""อืมม จะรีบไปไหน""ถ้าคุณออกไปจากห้องสายกว่านี้พ่อเลี้ยงมีหวังรู้แน่""รู้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย""แน่ใจเหรอคะว่าไม่เห็นเป็นไร คุณยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับพ่อเลี้ยงเลย""ก็ได้" ชายหนุ่มดันตัวลุกขึ้นแบบหมดเรี่ยวแรง จะไม่ให้หมดเรี่ยวแรงได้ยังไงน้ำไม่หมดตัวก็บุญเท่าไรแล้ว"เร็วสิคะ" น้อยหน่าก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าของเขามาวางไว้ให้ แต่จังหวะที่ก้มลงไปเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยแบบจุกๆ คงเจ็บเพราะแรงกระแทกเมื่อคืนนี้"ไม่อยากไปเลย""คุณก็ต้องหาโอกาสคุยกับพ่อเลี้ยงให้ได้ก่อนสิ" เธอกลัวว่าถ้าพ่อเลี้ยงรู้เองหรือรู้จากปากคนอื่นมันจะลำบากกว่านี้ใส่เสื้อผ้าเสร็จซอโซ่ก็เดินมาเปิดประตูแบบไม่ได้ระวังแอดดด~".........""??" ประตูทั้งสองห้องเปิดออกมาแทบจะพร้อมกัน และคนที่เปิดต่างก็ยืนจ้องตากันอยู่"พะ..พะ.."เพี๊ยะ!"พ่อเลี้ยง" ตกใจพูดไม่ออกจนต้องตบเรียกสติตัวเองก่อน"พ่อเลี้ยง?" น้อยหน่าได้ยินเขาเรียกพ่อเลี้ยงก็ออกมาดู "..คือพ่อเลี้ยงคะ""ไม่ต้องพูดแล้ว เข้าไปใส่เสื้อผ้าก่อน" ซอโซ่รีบดันเธอให้กลับเข้าไปในห้องเพราะเธอมีแค่ผ้าเช็ดต







