Share

บทที่ 14

last update Last Updated: 2025-12-03 09:25:10

พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 14

"ไหนบอกว่าพอกินได้ไง" เห็นอาการอีกฝ่ายก็พอจะรู้แล้วว่าอาหารของเธอคงไม่ได้เรื่อง

"ถามจริงเหอะ ทำอาหารไม่เป็นจริงๆ เหรอ"

"ก็ทำอยู่นี่ไง"

"ทำเป็นกับทำได้มันไม่เหมือนกันนะ"

"ถ้างั้นก็ไม่ต้องกิน!"

"ถ้าไม่กินของพวกนี้แล้วจะกินอะไรล่ะ วันหลังก็เพลาๆ ความเค็มลงบ้าง" พอเขาเอาจานข้าวมาเขี่ยดูวันนี้ไม่ใช่ข้าวต้ม..แต่มันเป็นข้าวไม่สุกแทน

"ถ้าทำเป็นทำไมไม่ทำเองล่ะ" เห็นสายตาเขาที่มองมาเธอก็เลยเปิดก่อน เพราะได้ยินว่าถ้าเปิดก่อนได้เปรียบ

"แล้วเธอจะอยู่เป็นคุณนายหรือไง..กินข้าวเสร็จแล้วก็ต้องทำความสะอาดบ้านด้วยนะ"

"บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้จะทำยังไง ฉันไม่ทำคนเดียวหรอกนะ"

"แต่เธอต้องทำ"

"แล้วนายล่ะจะทำอะไร"

"ทำสวนไง"

"นายทำความสะอาดบ้านช่วยฉันก่อนไม่ได้เหรอ"

"ไม่ได้งานใครงานมัน" พูดจบภูตะวันก็ตักอาหารใส่ปาก "แอะๆๆ จะเป็นโรคไตตายก่อนไหมวะกู"

หลังจากทานข้าวเสร็จเขาก็ให้เธอล้างถ้วยล้างชาม และก็ทำความสะอาดบ้านต่อ

ภูตะวันออกมาจากบ้านแล้วเดินไปทางบ่อน้ำ เพราะต้องไปดูเสื้อผ้าที่ตากไว้เมื่อคืนนี้

"พวกมึงทำอะไร"

"พ่อเลี้ยงมากับใครครับ" ทั้งสองคนรีบหลบเพราะคิดว่าพ่อเลี้ยงมากับผู้หญิงคนนั้น

"ไม่ต้องหลบหรอกกูมาคนเดียว​ แล้วนี่พวกมึงทำอะไรกันอยู่"

"ก็ทำทางลงให้ไงครับ"

"ใครสั่งให้ทำ"

"เมื่อวานนี้พวกผมเห็นพ่อเลี้ยง..."

"ถ้ากูไม่สั่ง​ห้ามทำ​ แล้วก็ทำกลับให้เหมือนเดิมด้วย"

"อะไรนะครับ?"

"จะสงสัยอะไรนักหนา น้ำในห้องน้ำก็ไม่ต้องเอาไปใส่"

"ไม่ใส่แล้วจะมีน้ำใช้เหรอครับ"

"กูจัดการเอง พวกมึงลงเขาไปได้แล้ว"

"ให้พวกผมลงไปแล้วใครจะดูแลพ่อเลี้ยงล่ะครับ"

"กูอายุเท่าไรแล้ววะ"

"ถ้างั้นพวกผมจะรออยู่เชิงเขาถ้ามีอะไรพ่อเลี้ยงก็โทรเรียกนะครับ"

"อืม!"

ผ่านไปสักพักเขาก็เดินกลับมาที่บ้านหลังใหญ่

"นายไปไหนมา"

"อยู่แถวนี้แหละ"

"แถวนี้ยังไงฉันเรียกหาก็ไม่ได้ยิน"

"จะเรียกหาทำไม"

"น้ำในห้องน้ำไม่มีแล้วไปเปิดเครื่องปั่นไฟหน่อยสิ"

"ยังไม่ถึงเวลาเปิดเลย"

"แล้วจะเอาน้ำที่ไหนมาใช้"

"ไปเอาถังเดี๋ยวจะพาไปตักน้ำ"

"ตักน้ำ? ตักที่ไหน"

"จะที่ไหนล่ะ"

"อย่าบอกนะว่าไปตักที่บ่อน้ำนั่น"

"อืม"

"แล้วจะหิ้วกลับมายังไงเปิดเครื่องปั่นไฟจะไม่ง่ายกว่าเหรอ"

"ชีวิตเธอนี่คงสุขสบายมากไปแล้วนะ"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย"

"แล้วแต่นะถ้างั้นฉันจะกลับไปทำงาน"

"เดี๋ยวก่อนสิ ไปตักน้ำก็ได้" พลอยไพลินรีบไปเอาถังน้ำที่คิดว่าจะหิ้วน้ำได้เดินตามหลังเขาไป

บ่อน้ำ..

"เสื้อผ้าฉันที่ตากอยู่ตรงนี้ไปไหน" เมื่อคืนนี้เธอตากเสื้อผ้าชุดที่ใส่ติดตัวมาด้วย

"ก็ไม่รู้สิ"

"มีคนมาแอบเอาไปหรือเปล่า" หญิงสาวเริ่มใจไม่ดีเพราะชุดชั้นในที่มีอยู่ชุดเดียวเธอเอาเสื้อตากทับไว้ และตอนนี้เธอก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นในด้วย โชคดีที่มีเสื้อหลวมๆ ใส่ทับอยู่ก็เลยดูไม่ออก

ที่จริงภูตะวันนั่นแหละเก็บไป แต่พอได้โกหกว่าไม่รู้แล้วก็เลยต้องโกหกต่อ

"เสื้อผ้าในตู้ ก็มีให้เปลี่ยน จะตกใจอะไรนักหนา"

"แต่มันไม่มีชุด...." เธอกำลังจะบอกว่าไม่มีชุดชั้นในโชคดีที่หยุดคำพูดไว้ได้ทัน เพราะยังไงเขาก็เป็นผู้ชายจะพูดให้รู้ลึกขนาดนั้นคงไม่ได้

"ไม่มีชุดอะไร"

จะเอายังไงดีล่ะทีนี้ .. พลอยไพลินนึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นคนทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ จะลองค้นดูเผื่อว่าภรรยาเจ้าของบ้านทิ้งชุดพวกนั้นไว้

"นั่นรอยอะไร" ถ้ามาช่วงค่ำคงมองไม่เห็นรอย

"รอยอะไร" ชายหนุ่มแกล้งชะโงกหน้าลงไปมองตรงบ่อน้ำที่มีความชัน

"เหมือนมีใครมาขุดทำอะไรเลย"

"ใครจะบ้ามาขุด พื้นที่แถวนี้เป็นของเจ้าของบ้านทั้งหมด ไม่มีใครกล้าบุกรุกหรอก รีบลงไปตักน้ำสิ" ชักจะโมโหให้ลูกน้องแล้ว บอกให้ทำให้เหมือนเดิมยังทิ้งร่องรอยไว้อีก

"คุณจะให้ฉันลงไปตักน้ำเหรอ?"

"ก็ได้เดี๋ยวฉันไปตักเอง" อะไรวะเนี่ยลำบากตัวเองอีกแล้ว

เท้าแกร่งค่อยๆ ก้าวลงริมตลิ่งที่มีความชัน

"มายืนรอรับน้ำด้วย"

"ฉันจะยกได้เหรอ"

"เธอจะให้ฉันทำคนเดียวหรือไง"

"แต่มันหนักนะ"

"ถ้างั้นก็ไม่ต้องเอา" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่ากำลังจะทิ้งถังน้ำลงไป

"ก็ได้ คุณตักน้ำแล้วส่งขึ้นมา"

ภูตะวันโน้มตัวลงไปตักน้ำในบ่อ ก่อนที่จะยื่นถังนั้นขึ้นไปให้กับเธอที่ยืนรออยู่ด้านบน

"ทำไมมันหนักจังเลย" เธอตัวเล็กๆ และไม่เคยทำอะไรแบบนี้ด้วยก็เลยไม่มีแรงดึงน้ำถังนั้นขึ้นมา จนภูตะวันต้องดันก้นถังเพื่อส่งแรงขึ้นมาให้ก่อน

"หิ้วเอาน้ำสิ"

"อย่าบอกนะว่าคุณจะให้ฉันเป็นคนยกน้ำนี้ไปที่บ้าน"

"ถ้าไม่ใช่เธอแล้วใครจะหิ้ว"

"ฉันหิ้วไม่ไหวหรอกนะ"

"แล้วแต่ถ้างั้นก็ไม่ต้องเอาไป..ทิ้งมันไว้นี่แหละ"

"คุณตะวันคะ ฉันหิ้วไม่ไหวจริงๆ และฉันจำเป็นต้องใช้น้ำด้วย"

จากที่กำลังจะก้าวเท้าเดินนำหน้าไปก่อน เท้านั้นถึงกับก้าวต่อไม่ได้เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดอ้อนเหมือนขอร้อง

"เป็นภาระกูอีก" สายตาคมกรอกมองบนก่อนที่จะพ่นลมหายใจ แล้วโน้มตัวลงไปยกน้ำถังนั้นเดินนำหน้าไปก่อน ดีนะที่ไล่ไอ้พวกนั้นลงเขาไปก่อนถ้าไม่งั้นคงถูกพวกมันหัวเราะเยาะอีกแน่เลย

"หึหึ" แต่คนที่ขำกลับเป็นพลอยไพลินเธออดเอ็นดูไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะพูดไม่เพราะ พูดไม่เข้าหูแต่ก็ยอมทำตามที่เธอขอ

จนถึงช่วงเย็นของวันนั้น..

"วันนี้ไม่ไปอาบน้ำเหรอ"

"ไม่"

"แน่ใจนะว่าจะไม่อาบ" สายตาคมมองสำรวจเรือนร่างของเธอ ถ้าไม่อาบมันต้องมีกลิ่นแน่

"มองอะไร"

"ใครจะกล้านอนเป็นเพื่อน"

"บ้าหรือเปล่าฉันจะอาบน้ำที่ตักมาเมื่อตอนกลางวันไง"

"น้ำนิดเดียวจะอาบไปได้ยังไง"

"มีแค่ไหนก็อาบแค่นั้นแหละ"

"แล้วจะล้าง...ทั่วเหรอ"

"เรื่องของฉัน!"

ผ่านไปไม่นานตะวันก็ลับขอบฟ้า

"นายตะวันทำไมไม่จุดเทียน"

"เทียนเหลือไม่เยอะเอาไว้จุดยามจำเป็น"

"นายก็ลงไปซื้อเทียนมาสิ"

"จะให้เดินลงเขาหรือไงใครจะบ้าเดินลงไป"

"แล้วทำไมนายไม่เอารถคันนั้นมาไว้ใช้เอาไปจอดไว้ทำไมข้างล่าง"

"ก็มันเป็นรถเจ้านาย"

"โอ๊ยอะไรก็อ้างแต่เจ้านาย" ดีนะที่อาบน้ำตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด พอฟ้ามืดแล้วเธอก็กลับเข้าห้องนอน ไม่เคยต้องเข้านอนเร็วขนาดนี้มาก่อน

"นายตะวัน!" ผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อ

"อะไรของเธออีก"

"ฉันจะนอนแล้วเมื่อไรนายจะเข้าห้อง"

"เรียกเข้าห้องเหมือนเป็นผัวเมียกันเลยนะ"

"นายพูดอะไร"

"เปล่า.."

"อย่ามองข้ามการสังเกตอีก" ว่าแล้วค่อยนอนหันหลังให้ส่วนอื่นๆก็นอนลงข้างๆ ตรงจุดนี้แทบจะไม่ถึงสองทุ่มเลยเลยทำให้นอนไม่หลับ

"ฉันถามอะไรหน่อยสินายคิดแบบนี้อีกนานไหม"

"ก็ต้องให้ถึงเช้า"

"ในแง่ที่ว่าเจ้านายส่วนใหญ่มักจะอยู่บ้านนี้อีกต่อไปอีกนานไหม"

“ถามทำไม”

“ถ้านายพาฉันหนี..”

จากที่นอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่เขาถึงกับหันขวับไปมองคนในความมืด

"ถึงเจ้าของยังไงเรื่องนี้เองที่มาสนใจอะไรกันแน่​ และหนี้นั่นก็ไม่ใช่หนี้ที่เกิดจากขึ้น​ นายไม่ได้รู้ว่าฉันหรือยังไง"

"บางทีเลยจะให้ความสำคัญกับพาหนี ไม่คิดว่าถ้าหนีลงไปแล้วอาจจะถูกเก็บ.. จะไม่เอาด้วยคืนนี้"

"นายกลัวตายเลยจริงๆ"

"ใครไม่กลัวตายล่ะ"

"ถ้านายช่วยฉันได้อย่างที่ฉันสามารถให้พ่อช่วยนาย.."

พอเธอพูดถึงพ่อเท่านั้นแหละคนร่างที่นอนสามารถรองรับตัวดันเพิ่มขึ้น

"คุณจะไปไหน"

"ออกไปสูดอากาศตอนกลางคืนเลย"

"เดี๋ยวก่อนสิมันมืดฉันกลัว"

"ก็จุดเทียนสิวะ!"

จากที่แรกที่เดินตามเขาไปพอได้ยินน้ำเสียงนั้นต้องรีบกลับเข้ามาเพราะเหตุที่เขาต้องปล่อยให้เป็นอย่างนั้นด้วย

เช้าวันต่อมา..เมื่อคืนนี้จะนอนรออยู่ว่าจะกลับมาเข้ามาตอนไหนจนเธอจะค่อยๆหลับไป

"ร้องดดดด" ฟังได้อย่างดังขึ้นพร้อมกับมือเอื้อมไปคว้าผ้าห่มมาปิดบังร่างกายตัวเองไว้เพราะเธอใส่ผ้าถุงนอนและผ้าถุงนั้นก็เปิดขึ้นมาจนถึงเอว "ไอ้บ้าแกมองอะไร!"

ภูตะวันต้องรีบเรียกสติตัวเองกลับมาก่อนเพราะสิ่งแรกที่จะตาขึ้นมาเห็นคือความโหนกที่ไม่มีอะไรปิดบังเลยกางเกงชั้นใน

"ออกไปนะ!" เท้าเรียวที่อยู่ใต้ผ้าห่มถีบคนข้างๆ ไม่ต้องออกจากห้องไปเพราะเขาเชื่อว่ามีแสงสว่างมากแล้ว​ คอนโซลในการทำเช่นนั้น สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง

🖋 ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 71 ตอนจบ

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 71 ตอนจบ"ดีใจด้วยนะไพลินวาสนาเธอดีจังเลย" เพื่อนที่ร่วมเรียนมาด้วยกันตั้งแต่ประถมและมัธยมพอได้รับการ์ดเชิญต่างก็มาร่วมแสดงความยินดี"ขอบใจมากจ้ะ" แต่ทำไมเธอถึงยังรู้สึกขาดอะไรไปสักอย่าง นี่งานแต่งของเธอนะ..สามีก็ยืนอยู่ข้างๆ ถ้าพี่น้อยหน่ามาร่วมงานแต่งด้วยก็คงจะดี"แม่ว่าพาน้องไปนั่งก่อนดีกว่า คนกำลังท้องกำลังไส้แม่ไม่อยากให้ยืนนาน" ช่อมาลาที่รับแขกอยู่ด้านในออกมาดูลูกชายกับลูกสะใภ้ที่ยืนรับแขกอยู่หน้างาน"ครับแม่" เขาก็กลัวเหมือนกันกลัวว่าเธอจะเหนื่อยมากเกินไป เป็นไปได้ไม่อยากจัดงานแต่งเลยด้วยซ้ำ เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องกลัวจะเหนื่อยไปกับแม่ด้วย"เชิญด้านในเลยนะคะ" คนเป็นแม่ออกมายืนต้อนรับแขกแทนลูกชายกับลูกสะใภ้ และก็บอกกับแขกที่มาหลังๆ ว่าลูกสะใภ้กำลังท้องไม่อยากให้ยืนนาน"แสดงว่าคุณช่อมีข่าวดีสองต่อเลยหรือคะเนี่ย""อะไรนะ?" เสียงนี้ดังมาจากด้านหลังของคนที่กำลังคุยกันอยู่"คุณสมร??" ช่อมาลาหันไปมองก็เห็นว่าเป็นสมร"ฉันได้ยินคนพูดกัน ฉันยังไม่เชื่อหูตัวเองเลย จัดงานแต่งใหญ่โตดีนี่""เออคือว่าคุณสมรคะ""แล้วคุณเอาลูกสาวฉันไปไว้ที่ไหน""แม่!" มีนาที่ขับร

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 70

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 70[บาร์]หลังจากที่จ่ายค่าแท็กซี่แล้วน้อยหน่าก็เดินเข้าไปในบาร์ ที่จริงน้อยหน่าไปดูห้องเช่ามาก่อนหน้าแล้ว เขาไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่นหมายถึงเขาต้องอยู่ที่บาร์"อ้าวน้อยหน่า""สวัสดีค่ะเจ้""ได้ข่าวว่าไปทำงานกับพลอยเหรอ" ที่นี่รู้กันหมดแล้วว่าพ่อเลี้ยงจะแต่งงานกับพลอยไพลิน เพราะมีหลายคนที่ได้รับการ์ดเชิญ"ค่ะ""แล้วนี่มาทำไม""คิดถึงที่นี่ค่ะ""คิดถึงก็มาสิ" เจ๊อ้อยหมายถึงถ้าน้อยหน่าคิดถึงก็มาที่นี่ได้เสมอ"น้อยหน่าขอไปสั่งเครื่องดื่มก่อนนะคะ""ได้จ้ะ"น้อยหน่าเดินเข้ามาก็มองหาอยู่ว่าซอโซ่จะอยู่ที่ไหน แต่พอไม่เห็นเธอก็เดินแอบๆ ไปทางห้องทำงาน"..........." หญิงสาวลองดันประตูห้องเข้ามา..เห็นว่าไม่ล็อกเธอก็เลยเปิดมันออก..."อุ๊ย..เธอถือดียังไงเปิดประตูเข้ามาแบบนี้!" อนงค์รีบจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ ขณะที่อนงค์กำลังจัดเสื้อผ้าอยู่สายตาก็มองดูคนที่นอนอยู่โซฟาตัวยาว แต่คนคนนั้นไม่แม้แต่จะหันไปมองที่ประตูน้อยหน่าถึงกับช็อคไปเลย พอตั้งสติได้เธอก็รีบถอยออกมาสิ่งที่เธอกลัวที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้ ผู้หญิงอ่อยขนาดนั้นมีเหรอที่ผู้ชายแบบพวกเขาจะไม่เล่นด้วยเธอให้แท็กซี่กลับ

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 69

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 69วันต่อมา.. วันนี้ซอโซ่ต้องพาน้อยหน่าขึ้นมาส่งบนดอยแล้ว"งานเป็นยังไงบ้าง""ก็เรื่อยๆ ครับ""อะไรเรื่อยๆ ของมึงวะ""เมื่อไรพ่อเลี้ยงจะแต่งงานสักทีครับ""อีก 6 วัน อ้าวเฮ้ย กูถามเรื่องงานอยู่ดีๆ" เผลอบ้าจี้ไปกับมันซะงั้น"อีกตั้ง 6 วัน ผมขอขึ้นมาค้างที่นี่ทุกคืนได้ไหมครับ""แล้วใครจะดูงานแทนมึง""ก็ไอ้สิงหาไงครับ""สิงหามันก็มีงานของมันต้องทำ"ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่น้อยหน่าก็แอบชะโงกหน้าออกมามองจากในครัวดูว่าพ่อเลี้ยงจะใจอ่อนไหม ถ้าต้องแยกกับเขาอีก 6 วัน เธอจะอยู่ยังไง นี่ขนาดเขายังไม่ลงดอยยังคิดถึงแล้ว"ถ้างั้นผมขอตัวนะครับ" ถ้าพ่อเลี้ยงไม่อนุญาตเขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ ซอโซ่เดินคอตกออกมาหน้าบ้านน้อยหน่าที่กำลังทำอาหารอยู่มองออกมาอีกทีก็ไม่เห็นเขานั่งอยู่ตรงห้องรับแขกแล้วเขาไปไหนแล้ว? เธอรีบล้างไม้ล้างมือแล้วเดินออกมาดูหน้าบ้าน พอออกมาก็ไม่เห็นรถ..ไปก็ไม่บอกสักคำเย็นวันนั้นหลังทานข้าวเสร็จ.. น้อยหน่าเก็บทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่ขึ้นไปชั้นบนรออยู่ว่าเขาจะมาค้างที่นี่ด้วยไหม"วันนี้มันไม่มาหรอก""อุ้ยคุณเวท" น้อยหน่ามัวแต่ชะเง้อหน้ามองหน้าบ้

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 68

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 68"คุณหึงผมเหรอ""ค่ะฉันหึง!" เธอกล้าบอกได้เลยว่าเขาคือรักแรก และคนทำงานแบบพวกเขาต้องพบเจอผู้หญิงสวยๆ มากมาย"น้อยหน่าคุณหึงผม?" ความรู้สึกดีๆ แบบนี้เขายังไม่เคยมีให้ใครมาก่อน เขาก็ไม่ใช่ผู้ชายบริสุทธิ์อะไร แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาคิดอยากจะหยุดแบบนี้ได้"มันน่าตื่นเต้นตรงไหนคะ ฉันหึงหมายถึงฉันโกรธฉันไม่ชอบสิ่งที่ฉันเห็น""นั่นมันก็แค่งาน""ค่ะ!""ผมจะพยายามไม่เข้าใกล้ผู้หญิงพวกนั้น""คุณเป็นผู้จัดการ เป็นรองแค่พ่อเลี้ยง ใครๆ เขาก็หมายตา""แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ขอพ่อเลี้ยงแล้วพ่อเลี้ยงบอกว่าต้องรองานแต่งจบก่อน""ฉันไม่รู้" อยากอยู่เฝ้าเขาก็อยู่ไม่ได้เพราะเธอต้องขึ้นดอย จะพาเขาขึ้นไปด้วยก็ไม่ได้อีก แล้วจะให้ทำยังไง"พ่อเลี้ยงคงใกล้เสร็จธุระแล้วมั้ง ถ้าเรายังมัวคุยกันอยู่แบบนี้มีหวังไม่ได้ชื่นใจแน่เลย""ใครจะให้คุณชื่นใจล่ะ""ไม่ให้จริงเหรอ""ให้ก็ได้" กลัวว่าถ้าเธอไม่ให้เดี๋ยวเขาก็ไปหากินที่อื่น"อ้าวแล้วจะไปไหน""ก็ไปอาบน้ำไงคะ""ไม่ทันแล้ว ไปห้องนั้นด้วยกันดีกว่า" ห้องของเธอไม่มีเตียง ที่นอนก็ผืนบางๆ ท่าไหนใช้เข่าคงต้องเจ็บเข่าแน่เลยน้อยหน่ายอมเดินตามเขาไ

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 67

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 67"พี่น้อยหน่าตื่นแต่เช้าจังเลยค่ะ" พลอยไพลินลงมาก็เห็นน้อยหน่ากำลังเข้าครัวอยู่"พี่กำลังทำอาหารค่ะว่าจะไปทำความสะอาดต่อ""พี่ไม่ต้องทำอะไรเยอะแยะขนาดนี้หรอกค่ะ พลอยแค่อยากให้พี่มาอยู่เป็นเพื่อนไม่ใช่อยากให้มาทำงานบ้านสักหน่อย""พี่ทำงานบ้านก็แลกกับเงินเดือน วันนี้น้องพลอยอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ""เลือกได้เหรอคะ" พลอยไพลินหมายถึงว่ามีอาหารให้เลือกด้วยเหรอ เพราะเมื่อวานนี้ได้ยินว่าอาหารจะหมดแล้ว"มีคนขึ้นมาส่งอาหารแล้วค่ะ""คุณโซ่มาส่งอาหารเหรอคะ" ที่พลอยไพลินถามเพราะตื่นเต้นแทนน้อยหน่า จะได้เจอคนรัก แต่เห็นสีหน้าอีกฝ่าย ก็รู้แล้วว่าไม่เป็นแบบที่ตัวเองคิด "เอ่อ..พี่มีอะไรให้ฉันช่วยไหม""ถ้าอยากช่วยก็ล้างผักพอแล้วค่ะ"วันต่อมา..วันนี้คุณหมอที่โรงพยาบาลนัดตรวจครรภ์ ภูตะวันเลยพาพลอยไพลินและน้อยหน่าลงมาจากดอย"พี่น้อยหน่าจะไปโรงพยาบาลกับพลอยเลยไหมคะ" พลอยไพลินถามน้อยหน่าในขณะที่นั่งรถลงเขามา"พี่อยากไปเอาของที่ห้องพักค่ะ จอดตรงไหนก็ได้นะคะเดี๋ยวฉันนั่งรถไปเอง" ประโยคหลังน้อยหน่าบอกเวทมนต์ที่ทำหน้าที่ขับรถ"ถ้างั้นก็ไปส่งโรงพยาบาลก่อนค่อยพาน้อยหน่าไปเอาของ""ไม่ต

  • พ่อเลี้ยงภูตะวัน   บทที่ 66

    พ่อเลี้ยงภูตะวัน บทที่ 66เช้าวันต่อมา.."คุณโซ่ตื่นได้แล้วค่ะสายมากแล้ว""อืมม จะรีบไปไหน""ถ้าคุณออกไปจากห้องสายกว่านี้พ่อเลี้ยงมีหวังรู้แน่""รู้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย""แน่ใจเหรอคะว่าไม่เห็นเป็นไร คุณยังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับพ่อเลี้ยงเลย""ก็ได้" ชายหนุ่มดันตัวลุกขึ้นแบบหมดเรี่ยวแรง จะไม่ให้หมดเรี่ยวแรงได้ยังไงน้ำไม่หมดตัวก็บุญเท่าไรแล้ว"เร็วสิคะ" น้อยหน่าก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าของเขามาวางไว้ให้ แต่จังหวะที่ก้มลงไปเธอก็รู้สึกเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยแบบจุกๆ คงเจ็บเพราะแรงกระแทกเมื่อคืนนี้"ไม่อยากไปเลย""คุณก็ต้องหาโอกาสคุยกับพ่อเลี้ยงให้ได้ก่อนสิ" เธอกลัวว่าถ้าพ่อเลี้ยงรู้เองหรือรู้จากปากคนอื่นมันจะลำบากกว่านี้ใส่เสื้อผ้าเสร็จซอโซ่ก็เดินมาเปิดประตูแบบไม่ได้ระวังแอดดด~".........""??" ประตูทั้งสองห้องเปิดออกมาแทบจะพร้อมกัน และคนที่เปิดต่างก็ยืนจ้องตากันอยู่"พะ..พะ.."เพี๊ยะ!"พ่อเลี้ยง" ตกใจพูดไม่ออกจนต้องตบเรียกสติตัวเองก่อน"พ่อเลี้ยง?" น้อยหน่าได้ยินเขาเรียกพ่อเลี้ยงก็ออกมาดู "..คือพ่อเลี้ยงคะ""ไม่ต้องพูดแล้ว เข้าไปใส่เสื้อผ้าก่อน" ซอโซ่รีบดันเธอให้กลับเข้าไปในห้องเพราะเธอมีแค่ผ้าเช็ดต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status