ログインเนื้อกาย...
ในคราแรกตอนที่เริ่มมีสติตื่นขึ้นมาใหม่ๆ รุ่งรดาตกใจแทบแย่ นัยน์ตาหวานเบิกโพลงสองมือน้อยผลักร่างหนาให้พ้นกายตามสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่พอได้มองหน้าหล่อเหลาที่ตนเองคุ้นเคยมานานนับหลายปี จากความหวาดกลัวกลับแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ และแปลกใจเสียมากกว่า
ด้วยเหตุผลใดเล่า คนที่มักวางท่าทางเฉยเมย อีกทั้งชอบใช้สายตาเย็นชามองเธอราวเป็นธาตุอากาศอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หากทว่าวันนี้เขากับเหมือนเสือร้ายผู้มีดวงตาหิวโซ ที่กำลังจ้องอยากขย้ำเหยื่อเช่นนี้ขึ้นมาได้
หรือว่าเขาจะดีแตกเสียแล้ว เพราะดวงตาของเขาตอนนี้มันช่างน่ากลัวจับหัวใจเหลือเกิน
ทำให้เธอรู้สึกหมดศรัทธาในตัวชายหนุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“คุณเหมจะทำอะไรรดา”
“เธอตื่นแล้วเหรอ...”
เสียงทุ้มต่ำทว่าเจือปนด้วยความแหบพร่าเอ่ยขึ้น ดวงตาของชายหนุ่มเจ้าของไร่องุ่นหม่นมัวแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของน้ำเมาหลากหลายยี่ห้อ กลิ่นหอมเย้ายวนบนเรือนร่างอรชรกระตุ้นกำหนัดของชายหนุ่มกลัดมันได้เป็นอย่างดี เขาปลดซิปกางเกงแล้วถอดมันออกให้พ้นกาย จนแลเห็นความเป็นชายชี้โด่ตั้งท่า ปลายหัวถอกเริ่มมีน้ำไหลเยิ้ม จะไม่ให้เยิ้มได้อย่าไงไรไหว ในเมื่อความงดงามของกลีบผกาอวบอูมนั้นช่างล่อตากิเลสราคะในตัวเขาเช่นนี้
จากที่หวาดกลัวพอได้เห็นสิ่งที่เขากระทำต่อหน้าอย่างไร้ความอาย ทำเอารุ่งรดาถึงกับมือเท้าเย็นเฉียบ แบนใบหน้าหนีด้วยความรู้สึกขยะแขยง คนน่ารังเกียจเขากล้าทำเรื่องอัปยศกับเธออย่างนี้ได้ยังไงกัน ไม่นึกระอายแก่ใจบ้างเลยหรือไง
“รดาถามว่าพ่อเลี้ยงคิดจะทำอะไร...”
เหมราชไม่ตอบเพียงแต่แสยะยิ้มขึ้นมุมปาก เอื้อมฝ่ามือกอบกุมเต้าสล้างตอนมันไหวตัวตามแรงขยับกายของสาวน้อยด้วยความมันเขี้ยว
“เธอสวยไปทั้งตัวเลยรู้ไหมรดา” คนหื่นยังเอ่ยปากชม ส่วนฝ่ามือร้อนระอุยังคงบีบเคล้นอย่างเมามัน
รุ่งรดาตกใจรีบปัดมือร้อนนั้นทิ้งออกจากทรวงอก ลนลานคิดจะหนีเจ้าของไร่หื่นกามสีหน้าตื่นตกใจ แต่ก็ช้ากว่าฝ่ามือหยาบจากการทำงานกลางแจ้ง เหมราชถลาคว้าร่างเล็กไว้แล้วกระชากให้นั่งกลับที่เดิมไว้อย่างว่องไว
“ใจเย็นๆก่อนสิรดา เธอจะหนีฉันไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น อย่างไรวันนี้เธอต้องเป็นของฉัน...”
เหมราชประกาศเสียงพร่าก่อนจุปากห้ามปรามเมื่อคนตัวเล็กกว่ายังพยายามดิ้นหนี นัยน์ตาคมปลาบมองซาลาเปาลูกโตเกินฝ่ามือตาปรอย นึกเสียดายที่ยังได้ดูดนมจากเต้าสดๆเลย แม่เนื้อทรายของเขาก็สติเตลิดเสียก่อนแล้ว
“อย่าทำอะไรรดาเลย รดาขอร้อง”
สาวน้อยส่ายหน้าพยายามแกะนิ้วมือแข็งแรงออกจากเอวคอดกิ่ว ด้วยเพราะโน้มเนื้อนวลนั้นกำลังแนบสนิทชิดเข้าหากับร่างแกร่งจนก่อเกิดความรู้สึกมวลไปทั่วช่องท้อง เธอไม่รู้หรอกทำไมมันถึงได้รู้สึกแบบนั้น จนเสี้ยวของความรู้สึกหนึ่ง เธออยากให้เขาทำอะไรสักอย่างกับเรือนกายของเธอ
“มันสายไปเสียแล้วละแม่สาวน้อย เพราะค่ำคืนนี้มันจะเป็นค่ำคืนสวรรค์ของเราสองคน”
รุ่งรดาใจหายวาบแล้วโพล่งถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย
“ทำไมคุณเหมถึงได้คิดที่จะทำแบบนี้กับรดาล่ะคะ...”
สาวน้อยวัยขบเผาะที่ไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อนเอ่ยถามเสียงสั่น พลางกระถดร่างเปลือยขาวลอออย่างไร้ที่ติหนีร่างใหญ่โตกว่าอีกครั้ง ตอนใบหน้าคมคายโน้มเข้าหาแล้วกดปลายจมูกลงข้างแก้มนวลของเธอ คลอเคลียผิวสาวไม่ห่าง
“มันไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น ก็แค่ความอยากได้ตามธรรมชาติของผู้ชายละมั้ง...”
คนมึนเมาทั้งรสสวาทผสมกับรสเหล้ากระซิบบอกชิดริมกลีบปากอิ่ม และคำตอบของเขาทำเอาหัวใจที่รักและเถิดทูนบูชาชายหนุ่มไม่ต่างจากบิดาคนหนึ่งเกิดอาการชาหนึบขึ้นมากะทันหัน
สาวน้อยทอดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก ฉายแววผิดหวังออกมาอย่างชัดเจนเหมราชเองก็เห็นแต่ชายหนุ่มไม่สนใจ
“อีกอย่างเธอก็เป็นสมบัติของฉัน ดังนั้นฉันจะทำอะไรกับสมบัติของตัวเองก็ได้ทั้งนั้น เธอไม่มีสิทธิ์มาหวงห้ามไม่ให้ใช้ ไม่ให้แตะต้อง เข้าใจไหม...” เหมราชผละใบหน้าออกห่างก่อนยกมือขึ้นบีบปลายคางมน สื่อดวงตาและความต้องการลุกโชน ตอกย้ำกับสิ่งที่ตัวเองพูดทุกถ้อยคำ
เลยทำให้คนฟังเกิดความรู้สึกหนาวเยือกจนถึงขั้วหัวใจก็ว่าได้ สาวน้อยทำได้เพียงปลดปล่อยน้ำตาระบายความรู้สึก
“มันถึงเวลาที่เธอต้องหัดตอบแทนบุญคุณฉันบ้าง” พ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นเอ่ยปากทวงบุญคุณอย่างหน้าไม่อาย
รุ่งรดาหน้าซีดขาว เธอรู้สึกเกลียดชังในคำพูดของเขาตอนนี้เหลือเกิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอเองหลงคิดว่าเขาเป็นคนดี รับเธอมาเลี้ยงดูอุ้มชูด้วยใจบริสุทธิ์โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แต่วันนี้ความจริงที่ซุกซ่อนในตัวเขากลับเปิดเผย เขามีความนัยแสนเลวร้ายแอบแฝง เขาคิดจะเลี้ยงเธอไว้เพื่อบำบัดความใคร่นั่นเอง
นี่คงเป็นจุดประสงค์ที่เขาต้องการอย่างแท้จริงสินะ...
เนื้ออ่อนตรงอกด้านซ้ายเกิดเป็นรอยแผลโหว่ รุ่งรดารู้สึกผิดหวังกับผู้อุปถัมภ์เหลือใจ ไม่เคยคิดเลยสักนิด ว่าพ่อเลี้ยงเหมราชจะกล้าทำร้ายเธอด้วยวิธีการต่ำช้า เขาเป็นดุจพ่อพระสำหรับเธอเสมอมา เธอทั้งรัก และบูชาเขายิ่งกว่าชีวิตด้วยซ้ำ ใครเลยจะคิดเขาจะกล้าหักหาญน้ำใจ ข่มเหงรังแกเด็กที่ตนเองชุบเลี้ยงมากับมือ
“ฉันต้องการเธอนะ รดา” เขาบอกความปรารถนาซ่อนเร้น ซึ่งตอนนี้มันเกินจะหักห้ามใจเอาไว้ไหว ไม่ใช่แค่ปากแม้แต่ดวงตาคมกริบก็มองคนร่างเล็กกว่าอย่างหื่นกระหายโจ่งแจ้ง
“แต่รดายังไม่พร้อม” เธอหาทางหลบเลี่ยง เบือนสายตาหนี
“เธอพร้อมสำหรับฉันมากแล้วต่างหากละ” คนหื่นยังดึงดันแถข้างๆคูๆ พลางดันปลายคางมนขึ้นสบตา
“ไม่...รดาไม่ต้อง...”
“ชูว์...มันต้องไม่มีคำว่าไม่ สำหรับฉันทั้งนั้น”
รุ่งรดากะพริบตาปริบยามมองใบหน้าของคนที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก น้ำตารื้นไหลสองอาบแก้มลงมาช้าๆ เธอเสียใจและผิดหวังในตัวชายหนุ่ม ผู้ชายคนที่มีน้ำใจหยิบยื่นสิ่งดีๆมาให้ตลอดหลายปีนี้ เขาเป็นคนให้ชีวิตเธอ ดึงเธอออกจากความโดดเดี่ยวอ้างว้าง ช่วยเธอให้รอดพ้นจากปากเหยี่ยวปากกา ทว่าสุดท้ายเขากลับเป็นคนลงมือทำร้ายชีวิตของเธอด้วยน้ำมือของเขาเสียเองอย่างนั้นเหรอ
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ...
ฮันนีมูนสุดหวาน (ตอนพิเศษ)“ซี้ดดดดด...ขยับแรงอีกนิดสิเมียจ๋า” พ่อม้าหนุ่มใหญ่ออกปากสั่งการเสียงกระเส่า ปลายเท้าเกร็งรับแรงส่งจากด้านบน ส่วนฝ่ามือใหญ่เอื้อมจับเอวคอดกิ่วไร้ไขมันไว้มั่น สายตาละห้อยน้ำลายหกยามมองเต้านมอวบใหญ่กระเพื่อมไหวตามการขยับตัวของแม่ม้าสาวสุดร้อนแรงโอ้ว! เมียเขาดูเซ็กซี่เป็นบ้า จะขยับทำอะไรล้วนทำให้เขาอารมณ์กระเจิงเสียทุกที คนถูกควบขี่แอบนึกชื่นชมภรรยาสุดสวยอยู่ในใจ มันคือความโชคดีของเขาที่ใครต่างนึกอิจฉา เขามีเมียอายุเด็กกว่าหลายรอบ แถมยังสวยราวนางฟ้าอย่างหาตัวจับยากอีกต่างหาก...ใครบ้างจะไม่นึกอิจฉาพ่อเลี้ยงแห่งไร่องุ่นอย่างเขา“ซี้ดดดด...อ๊ะ...อ๊ะ...กระแทกลงมาหนักๆเลยคุณเมีย” ถึงรุ่งรดาจะเป็นผู้ควบคุมในการควบขี่ม้าเช่นเขาในครั้งนี้ ทว่าจังหวะกระแทกน้ำหนักเข้าหาเพื่อสอดประสาน ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากแรงช่วยจากผู้เป็นสามีอีกต่อหนึ่ง เนื่องจากพ่อม้าหนุ่มกลัวว่าแม่ภรรยาตัวน้อยจะเกิดอาการเหนื่อยเกินไปนั่นเอง...“อูยยยย...เมียจ๋า
เด็กสาวผู้มากับแสงจันทร์ (ตอนพิเศษ)ข่าวการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์สร้างความตกใจให้แก่เจ้าของไร่องุ่นชื่อดังเป็นอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าวิโรจน์กับวิกานดาจะด่วนจากไปรวดเร็วถึงเพียงนี้ในเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทั้งสองคนผัวเมียเพิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขาในเรื่องการเงิน เขาตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมาก ความเป็นเพื่อนตายมาตั้งแต่จำความได้ ไม่สามารถหาสิ่งใดมาเทียบค่าได้เท่ากับความจริงใจอยู่แล้ว...หลังจากได้รับข่าวร้าย และเริ่มตั้งสติได้ เขาจึงรีบลงไปกรุงเทพฯเป็นการด่วน เพื่อจัดการเรื่องงานศพให้ทั้งสองคนอย่างสมเกียรติ รวมถึงปัญหาต่างๆ ก่อนจะเดินทางกลับไร่องุ่นของตนเอง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยดี ไม่มีสิ่งใดต้องคิดค้าง จนอาจทำให้เสียชื่อเสียงถึงคนที่ตายจาก โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินที่เป็นปัญหาหนักสำหรับครอบครัวของวิโรจน์ เขาจัดการใช้หนี้ให้จนครบหมดทุกรายก่อนจะกลับขึ้นมาเชียงใหม่เหมราชยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง ด้วยรู้สึกหนักใจกับปัญหาที่คิดไม่ต
(ต่อ)“คุณพ่อขา...อุ้มอุ่นหน่อยขา” สาวน้อยของบ้านวัยสองขวบเศษเดินยิ้มอวดฟันหน้าเข้ามายังห้องครัว โดยมีคุณแม่วัยสาวเดินตามมาไม่ห่าง วันนี้คุณพ่อเกิดใจดีขอลงมือทำอาหารมื้อเย็นให้คุณแม่กับคุณลูกทานด้วยตัวเอง“ค่ะ...คุณลูกสาว”พ่อเลี้ยงเหมราชย่อตัวนั่งลงกับพื้น พร้อมอ้าวงแขนออกกว้างเพื่อรอรับร่างจำหม่ำของแม่หนูน้อย นามว่า รุ่งนภา หรือชื่อเล่นว่า เด็กหญิงอิ่มอุ่น สาวน้อยที่เป็นทั้งแก้วตาดวงใจให้กับทั้งพ่อและแม่“พอตื่นขึ้นมาแกก็เรียกหาแต่คุณพ่อเลยละค่ะ รดาจับอาบน้ำแต่งตัวให้ใหม่ แล้วก็วิ่งลงมาหาคุณพ่อทันที...” รุ่งรดาเดินมาย่อตัวลงนั่งเคียงข้างสามี พร้อมกับกดปลายจมูกหอมแก้มสาก เป็นสิ่งที่เหมราชชื่นชอบมากเป็นพิเศษ กับการแสดงความรักของผู้เป็นภรรยาสาว“อาหารใกล้เสร็จพอดี คุณแม่ล่ะครับ อาบน้ำลงมาพร้อมทานข้าวเลยหรือยังเอ่ย”แววตาแพรวพราวนั้นส่อเจตนาอะไรบางอย่าง หญิงสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามาเนิ่นนานย่อมตีความหมายในแววตานั้นได้ไม่ยาก พวงแก้มเธอจึงกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เลยส่งมอบค้อนวงโตแทนคำตอบให้ผู้เป็นสามี เหมราชหัวเราะหึ เอื้อมมือบีบปลายจมูกเล็กของภรรยาอย่างนึกมันเขี้ยว“แล้วคุณพ่อจะทานอาหาร
(ต่อ)หญิงสาวเผลอตัวส่งสายตาสำรวจชายหนุ่มหล่อเหลาตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางสง่า ดวงตาถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีชา เธอเลยไม่อาจเห็นมันอย่างชัดเจน ถ้าเห็นเธอจะจำเขาได้ แต่เธอได้ยินพี่หริเรียกชื่อผู้ชายคนนี้ว่า อสุเรศ บวกกับเครื่องแต่งกายแบรนด์เนมทั้งตัว บ่งชัดชายหนุ่มคนนี้ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา หรือแม้กระทั่งบุคลิกท่าทางที่ดูน่าเกรงขามสมชื่อเขาเหลือเกิน เมื่อรวมลักษณะทั้งหมดนี้ก็ไม่น่าจะใช่นายสมหมาย คนขับรถส่วนตัวของเธอแล้ว...คนเราอาจมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกันได้ ใช่...เขาจะเป็นนายสมหมายไปได้ยังไง ในเมื่อหมอนั้นเทียบชั้นกับผู้ชายตรงหน้าเธอไม่ได้เลยสักอย่างเดียวสิริสรรีบเรียกสติของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนเธอกลับไปทำหน้าเรียบเฉย ขจัดสิ่งรบกวนจิตใจออกไป ไหนเคยสัญญากับตัวเองว่าจะลืมผู้ชายใจโลเลคนนั้น เธอต้องทำให้ได้สิ จะมัวมายืนคิดถึงคนที่ทิ้งเธอไปอยู่อีกทำไม หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกกำลังใจ พอดีกับหริลักษณ์เอ่ยปากแนะนำเธอให้รู้จักกับลูกค้ารายใหม่ที่กำลังจะขึ้นไปเซ็นสัญญา “น้ำผึ้ง...นี่คุณอสุเรศ ลูกค้าที่เราจะมาพบและเซ็นสัญญาด้วยกันวันนี้ครับ”“เอ่
ยามเมื่ออาทิตย์ส่องแสงอีกสามปีต่อมา...“ข้อมูลที่พี่บอกให้เตรียมเพิ่มอีกสองหัวข้อ เตรียมพร้อมแล้วนะครับน้ำผึ้ง”เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามในขณะที่ขานั้นเร่งก้าวให้ทันเวลานัดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาซึมด้วยเม็ดเหงื่อผุดกระจายเต็มหน้าผาก แต่ทว่าเนื่องจากเวลาเร่งเร้าเต็มที เขาจึงยังไม่เวลาดูแลตนเอง เพราะเหลือเวลาอีกเพียงไม่เกินยี่สิบนาที จะถึงเวลานัดหมายเพื่อเซ็นสัญญาซื้อขายกับลูกค้ารายสำคัญในรอบปีเขากับสิริสรเดินทางมาถึงกรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อเย็นวาน หญิงสาวขอแยกตัวเข้าพักยังบ้านเพื่อนสนิทอย่างรุ่งรดา ผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีสามีตามใจหนักหนา อยากได้อะไรแทบจะหาประเคนกันให้เต็มที่ ขัดใจนิดขัดใจหน่อยเป็นไม่มี ถึงขั้นลงทุนซื้อบ้านหลังโตไว้ให้คุณแม่ลูกหนึ่ง เพื่อไว้ใช้สำหรับพาครอบครัวสุขสันต์มาเที่ยวพักผ่อนโดยเฉพาะ ส่วนตัวเขานั้นเข้าพักยังโรงแรมประจำ ซึ่งเคยมาพักเสมอยามเมื่อต้องมาติดต่อธุรกิจในกรุงเทพฯแต่เมื่อเช้าเขาดันเกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อยบนท้องถนนก่อนจะเลี้ยวมาถึงตัวโรงแรมที่ใช้นัดหมาย จนเกือบทำให้เขาพลาดการเจรจาซื้อขายสำคัญกับลูกค้
(ต่อ)“ตอนแรกฉันคิดว่าต้องรีบจัดการขั้นเด็ดขาดกันไปเลย ดีกว่าปล่อยเอาไว้ให้เป็นภัยต่อครอบครัวของเราในอนาคต เนตรเขาเอาแต่ใจ คงไม่ยอมปล่อยครอบครัวเราอยู่อย่างสงบ เดี๋ยวคงคิดวางแผนทำอะไรขึ้นมาอีก ฉันไม่ไว้ใจ”เขาพูดตามนิสัยของสาวเจ้า คนอย่างกมลเนตรเอาแต่ใจมาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่อยากเสี่ยงจนรดากับลูกเป็นอะไรขึ้นมาอีก เท่าที่ผ่านมาสิ่งที่กมลเนตรทำ เขาถือว่ามันหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะให้อภัยเสียด้วยซ้ำ“แต่เธอเป็นลูกสาวของพ่อเลี้ยงนัช ขืนคุณเหมทำแบบนั้นคงกลายเป็นเรื่องผิดใจกันจนมองหน้ากันไม่ติด”“ฉันไม่สนใจหรอกเรื่องนั้นน่ะ ฉันห่วงเธอกับลูกมากกว่า”พ่อเลี้ยงเหมดันร่างอิ่มนั่งลงยังโซฟาเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงยังห้องพักผ่อน“ต่อไปนี้คงไม่มีอะไรสำคัญสำหรับชีวิตของฉันเท่ากับเธอและลูก สองสิ่งที่มีค่ามากที่สุดเท่าที่ผู้ชายธรรมดาคนนี้จะมี” รุ่งรดายิ้มทั้งปากและตา เธอเอนศีรษะซบลงกับไหล่แข็งแรง รู้สึกอุ่นใจเสมอยามเมื่อมีเขาเป็นหลักให้พึ่งพิง“ขอบคุณนะคะ ที่รักและเมตตา รดากับลูก” เธอวาดวงแขนเรียวกอดร่างหนาไว้แล้วหลับตาพริ้ม รับสัมผัสความอบอวลแห่งรักที่เขามอบให้“รดาเคยฝัน อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น”“นั้นตอนนี







