LOGINฟรึ่บ! แฟ้มถูกปิดเข้าหากัน หน้าคมดุเงยขึ้นมองหน้าสวยบาดใจ
“คุณศิศิราคงไม่เข้าข่ายคน ‘สนิท’ ที่ว่า”
ศิศิราสะอึก เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงกับคำพูดเสียดแทงใจนั้น เธอไม่ได้อยากสนิทกับเขาสักหน่อย ไม่อยากเห็นหน้าด้วยซ้ำตลอดห้าปีมานี้
แฟ้มถูกส่งคืนมาให้ หรือจะพูดได้ว่า มันถูกเสือกมาตรงหน้าก็คงไม่ผิด
“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่รับงานชิ้นนี้ เชิญคุณกลับไปได้เลย”
หญิงสาวอึ้งเป็นรอบที่สอง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอายกับท่าทางเย็นชาไร้ความเป็นมิตร หากมีกระจกให้ส่องตอนนี้ เธอคงจะเห็นว่ามันแดงก่ำ นอกจากอาย เธอเริ่มไม่พอใจเช่นเดียวกัน ถึงอย่างนั้น ด้วยหน้าที่ทำให้ต้องกัดฟันทน
“คุณปรารุษก์ติดปัญหาตรงไหนคะ สามารถแจ้งดิฉันได้เลยนะคะ ดิฉันจะกลับไปเสนอผู้ใหญ่ให้พิจารณาอีกทีค่ะ”
“ไม่จำเป็นครับ ผมเลือกรับงานที่ผมอยากทำเท่านั้นเอง”
“ถ้าไงลองพิจารณาอีกทีดีไหมคะ บางทีคุณปรารุษก์อาจจะยังดูเอกสารไม่ละเอียด ดิฉันจะฝากไว้กับคุณเตชิตนะคะ วันนี้คุณอาจจะยังไม่สะดวกเท่าไหร่ แล้วฉันจะนัดมาฟังคำตอบอีกทีค่ะ เผื่อคุณเปลี่ยนใจ”
น้ำค้างสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลังมองสบสายตาว่างเปล่าของอีกฝ่าย เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท จากนั้นหมุนตัวเดินลงจากระเบียงไม้เดินไปหาผู้จัดการสวน ฝากแฟ้มงานไว้กับเขา พยายามรักษาท่าทีให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุด หลังกล่าวลาผู้จัดการสวน เธอรีบเดินออกไปทันที โดยไม่มองเจ้าของร่างสูงที่เดินลงมาหาลูกสาว
“นางฟ้าของป๊ากลับบ้านกันครับ”
“ค่า ปะป๊า” เด็กหญิงตัวน้อยโผเข้าหาอ้อมแขนแกร่งซึ่งอ้าออกรับและยกร่างเล็กขึ้นอุ้มอย่างถนอม ใบหน้าคมที่เคยขรึมดุอ่อนโยนลง แม้แต่น้ำเสียงก็นุ่มนวลจนทำให้คนที่เพิ่งเดินออกไปหันมามอง
ศิศิราเห็นภาพเหล่านั้นแล้วเจ็บลึกในอก มองปรารุษก์พูดคุยหัวเราะกับหนูน้ำเพชรด้วยใบหน้าอ่อนโยนอบอุ่น ใบหน้าแบบนี้ที่เคยทำให้เธอหลงรักหัวปักหัวปำ ยอมให้เขาทั้งตัวและหัวใจ วันนี้มันไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มหรือความรู้สึกรักใคร่
ใบหน้านั้นรอยยิ้มและความรักนั้นเป็นของคนอื่น อาจจะเป็นรุ่นน้องของเขาคนนั้น หรือผู้หญิงคนไหนสักคนหลังจากทิ้งความสัมพันธ์กับเธอไป และภาพครอบครัวอบอุ่นตรงหน้าเป็นสิ่งยืนยัน
เธอหวนนึกถึงลูกของตัวเอง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกดีใจที่ลูกของเธอเสียไป เพราะหากลูกโตขึ้นมาก็คงจะมีแค่แม่อย่างเธอเลี้ยงดู ขณะที่คนเป็นพ่อหาได้สนใจไยดี
ความคิดดังกล่าวทำให้ในอกสะท้อนอย่างรุนแรง ขอบตาแสบร้อนไปหมด ศิศิราจึงรีบออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่น้ำตาแห่งความอ่อนแอและพ่ายแพ้จะไหลออกมาให้ถูกสมน้ำหน้า
หญิงสาวรีบเดินออกไป โดยไม่รู้ว่า ปรารุษก์ที่กำลังกอดลูกสาวอยู่...ลอบมองตามเธอไปจนลับสายตา ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย หากที่รู้คือในโพรงอกปวดแสบปวดร้อนราวกับมีไฟสุม
กระทั่งพาลูกสาวกลับมาบ้าน ดูแลจนน้ำเพชรเข้านอน เขาก็ยังไม่อาจข่มความปั่นป่วนในใจได้
ปรารุษก์ทอดสายตามองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาวอย่างสงสารจับใจจนผล็อยหลับไป
อีกด้าน น้ำค้างแข็งใจพาตัวเองกลับห้องพักได้ เธอทุ่มตัวลงกลางห้อง นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ห้าปี... เธอคิดว่าทำใจได้แล้ว แต่ไม่ใช่ พอเจอเขาอีกครั้ง บาดแผลเก่ากลับเรื้อรังกลัดหนองปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาทันที
ทำไมเธอต้องกลับมาเจอผู้ชายคนนี้อีก...ดรัณ
“คืนนี้พี่มีเคลียร์งานต่ออาจจะดึก น้ำค้างไม่ต้องรอพี่นะ นอนก่อนได้เลย”
เจ้าของร่างอวบอิ่มตามประสาคนท้องเจ็ดเดือนนั่งอยู่ริมหน้าต่างห้องพัก ใบหน้าสวยหม่นหมองหลังอ่านข้อความจากแชต เธอจำได้ว่าช่วงสามเดือนมานี้คนรักกลับดึกทุกวัน บางวันก็ไม่ได้กลับมานอนห้องแต่นอนที่ห้องพักด้านหลังบริษัทแทน
ศิศิราลูบท้องกลมนูนราวกับจะปลอบโยนชีวิตน้อย ๆ ที่อีกไม่นานจะลืมตามาดูโลก เธอไม่อยากคิดฟุ้งซ่าน กลัวจะส่งผลกระทบกับลูกน้อย แต่มันทำได้ยากจริง ๆ สำหรับผู้หญิงในวัยสิบเก้าปีเช่นเธอ การอยากให้คนรักอยู่เคียงข้างทุกวันทุกคืนเป็นเรื่องธรรมดา
ความคิดฟุ้งซ่านนั้นทำให้เธอหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง กดเข้าไปในแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กของคนรัก ดรัณเป็นคนไม่ชอบเล่นโซเชียล แต่เขามีช่องทางเหล่านี้เพื่อติดต่อกับลูกค้า ในหน้าเฟซของเขาไม่มีความเคลื่อนไหวเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน เธอจึงกดไล่ไปที่เพื่อน ๆ ของเขาทีละคน ก่อนจะเจอภาพที่ทำเอาลมหายใจสะดุด
มันเป็นภาพที่ถูกแท็กมาอีกทีจากผู้หญิงคนหนึ่ง ศิศิราจำได้ว่าเป็นหนึ่งในพนักงานบริษัทและเป็นน้องสายรหัสในกลุ่มเพื่อนของเขา รูปถ่ายนั้นถ่ายจากภายในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ลันหรือดรัณใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่เธอซื้อให้กำลังนั่งพิงโซฟา บนโต๊ะตรงหน้าเขาเต็มไปด้วยแก้วและขวดเหล้า แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอหล่นคือ ผู้หญิงสาวสวยเจ้าของเฟซดังกล่าว เธอนั่งข้างเขา แทบจะคลอเคลียแนบชิด ใบหน้าสวยเฉี่ยวเอียงเข้าข้างแก้มของดรัณใกล้จนปากแทบชนแก้ม พูดบางอย่างที่ทำให้เขายิ้มกว้างเช่นเดียวกับตัวเธอ
ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว... นันท์นรี
กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ศิศิราสุดจะอับอาย ขืนกายออกห่าง แต่ถูกแขนแกร่งกระชับกอดไม่ปล่อย“อยู่นิ่ง ๆ”หนาคมเงยขึ้นมามองสบตา“หรืออยากทำมากกว่านี้”กายแกร่งที่เบียดแนบเข้าชิดอย่างจงใจให้รับรู้ถึงความแกร่งกร้าวตรงหน้าขา ทำเอาศิศิราหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่าความแข็งขืนนั้นร้ายกาจมากแค่ไหนเธอจึงตอบแทนเขาไปด้วยการขยุ้มท่อนแขนแกร่งปรารุษก์กระตุกยิ้ม ขย้ำปากนุ่มจนตัวบางหายใจกระเส่าเป็นการเอาคืน“สงสัยคุณไม่อยากนอนแล้ว”คำพูดเรียบ ๆ ส่งผลต่อคนฟังให้ใจสั่นทันที“ฉันอยากนอนแล้ว”“นอนแบบไหน”“นอนหลับพักผ่อน”ปรารุษก์หัวเราะแผ่วเบา จูบปากนุ่มอีกหนแล้วจึงยอมรามือ“อย่าดื้ออีกล่ะ”ศิศิราย่นแอบเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ อยากต่อต้านสุดใจแต่ร่างกายไม่พร้อม จึงได้แต่ยอมนอนนิ่งในอ้อมกอดอุ่น น้ำเพชรพลิกกลับมาหาอีกรอบ เธอกอดเด็กหญิงตัวน้อยแนบอก ลำแขนแกร่งพาดโอบเธอและเด็กน้อยไว้ ไม่นานความง่วงงุนเริ่มเข้าครอบครองสติ“นอนได้แล้ว...”เสียงทุ้มนุ่มหูอย่างที่ไม่นึกว่าจะได้ยินอีก มันส่งผลให้เธอหลับไปในที่สุดเจ้าของสวนหนุ่มผงกหน้าจากซอกคอหอมอุ่น เมื่อเสียงลมหายใจของหญิงสาวสม่ำเสมอ ภาพสองสาวในอ้อมแขนทำให้
ชายหนุ่มเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นหญิงสาวลูบผมนุ่มของน้ำเพชรด้วยแววตาอ่อนโยนลูกสาวเราน่ารักน่าเอ็นดูใช่ไหม เธอนึกเสียใจหรือยัง...ครั้นรู้ตัวว่ากำลังฟุ้งซ่านไป เขาสะบัดศีรษะเบา ๆ ก้มหน้าทำงานต่อ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนอน มองสองสาวที่กอดกันหลับด้วยแววตาล้ำลึก นาทีต่อมาเขาสอดตัวขึ้นเตียงด้านที่หญิงสาวนอนอยู่ การเคลื่อนไหวนั้นทำให้คนที่กึ่งหลับกึ่งตื่นรู้สึกตัวศิศิราลืมตาขึ้น ในความสว่างเลือนรางใบหน้าคมคายที่จดจำได้ไม่เคยลืมอยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น“คุณ!”“ชู่...”ปรารุษก์พาดแขนแกร่งโอบกอดลูกสาว ศิศิราที่อยู่ตรงกลางจึงถูกพันธนาการในอ้อมแขนไปโดยปริยาย“คุณปรารุษก์กลับไปนอนที่บ้านดีกว่าไหมคะ”“น้ำเพชรอยากนอนกับคุณ”“ถ้าคนอื่นมาเจอคงดูไม่ดีเท่าไหร่ ฉันช่วยดูแลน้ำเพชรให้ได้ค่ะ”“แขนเจ็บ ขาเดี้ยง ดูแลตัวเองยังไม่ได้ จะดูแลลูกผมได้ยังไง ไหนลองบอกหน่อยสิ”ศิศิราตวัดค้อนอย่างลืมตัว ใจไม่รักดีของเธอเต้นรัวไม่หยุดจนกลัวเขาได้ยิน ทำให้ตัวเกร็งไปหมด“คุณบาดเจ็บในเวลางาน ผมในฐานะเจ้านายก็จ้องดูแลให้ดีจนกว่าจะหาย”“คงไม่ต้องถึงขนาดนอนเฝ้าบนเตียงเดียวกันหรอกค
เสียงทุ้มคุ้นหูกับเสียงเจื้อยแจ้วสดใสคุ้นใจแทรกเข้าไปในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น วินาทีต่อมาศิศิราก็ลืมตาขึ้นพร้อมรับรู้ถึงความปวดหนึบตรงแขนและขาที่แสนหนักอึ้ง“อูย...”“ปะป๊าขา หม่าม้าตื่นแล้ว หม่าม้า!”น้ำเพชรขยับลงจากตักพ่อไปนั่งบนเตียง“หม่าม้า... เจ็บมากไหมคะ”สิ่งแรกที่ศิศิรามองเห็นก็คือหน้ากลมป้อมและดวงตาแป๋ว ๆ ที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้ใจเธอรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมา จึงพยายามจะยิ้มให้เด็กหญิง“เจ็บนิดเดียวเองค่ะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ”“จริง ๆ นะคะ”“จริงค่ะ” ศิศิรายิ้มกว้างมากขึ้นแต่พอสายตาเลื่อนไปสบตากับเจ้าของกายแกร่งที่นั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ใจพลันเต้นผิดจังหวะ ภาพตอนถูกผึ้งจู่โจมผุดขึ้นมาในหัว เธอจำได้ คือเขาที่พุ่งเข้ามาช่วย น้ำเสียงที่บอกความร้อนรนตอนเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม สีหน้าตื่นตกใจของเขา และเสียงปลอบนุ่มทุ้มที่เธอไม่ได้ยินมานานส่งผลต่อความรู้สึกเธอเป็นอย่างมาก“รู้สึกยังไงบ้าง หายใจสะดวกไหม” ปรารุษก์ถามเสียงเรียบราบแต่น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนกว่าปกติโดยไม่รู้ตัวก่อนนั้น เขากับน้ำเพชรนั่งเฝ้าเธออยู่พักใหญ่ เธอยังไม่ตื่น เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เห็นว่าใกล้จะค่ำจึงพาลูกกลับบ้า
ชายหนุ่มหลับตาลงช้า ๆ นาทีต่อมา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เมื่อไพล่คิดไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้น อยู่ดี ๆ ผึ้งไม่มีทางแตกรังออกมาอย่างนั้นแน่ หรือจะมีมือที่มองไม่เห็นยื่นมาถึงสวนของเขาจริง ๆปรารุษก์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าคมคายเย็นเยียบขึ้นทันตา หยิบมือถือขึ้นมากดหาคนที่สามารถช่วยเขาหาความจริงได้“คิง”“ว่าไงเฮีย มึงคิดถึงกูรึไงถึงโทรหาได้”“อย่ากวนตีน กูมีเรื่องให้มึงช่วย”คงเพราะน้ำเสียงนิ่งขรึมของเขา ปลายสายจึงเลิกกวน เขาจึงบอกความต้องการออกไป“ไม่น่าจะยากอะไร กูขอเวลาสักพัก”“ตามสบาย ขอให้ได้ข้อมูลที่กูต้องการแล้วกัน”“มึงลืมเหรอเฮีย กูเป็นใคร”“กูไม่ลืม”เพราะไม่ลืมว่า ราชัน วรเมศธนัน มาจากตระกูลที่ทรงอิทธิพลตระกูลหนึ่งของเมืองไทย มีเส้นสายคอนเนกชันเยอะ เขาถึงได้ขอความช่วยเหลือจากมันคุยไม่กี่คำ ปรารุษก์กดวางสาย โดยที่ตลอดเวลานั้น ตาคมยังจ้องมองใบหน้าซีดเซียวไม่วางตา ความคิดเข้มข้นพลุ่งพล่านในใจศิศิราเป็นของเขา เขารังแกเธอได้ แต่คนอื่นไม่มีสิทธิ์ใครก็ตามที่กล้ามารังแกเธอ เขาไม่เอามันไว้แน่!หลังนั่งมองคนเจ็บอยู่หนึ่งชั่วโมง เจ้าของสวนหนุ่มก็ปล่อยให้เธอพักผ่อนตามลำพัง ตัวเขาไปพบกับหัวห
“ข้างนี้...”กางเกงยีนตรงขาซ้ายถูกดึงขึ้น มีรอยแดงปูดบวม เขารีบดึงเหล็กในออก“นะ...หนูเวียนหัวจังพี่ลัน...ฮึก...”ใช่มีแต่ปรารุษก์ที่ลืมตัว ความกลัวและความเจ็บปวดทำให้ศิศิราควบคุมตัวเองไม่ได้ คำพูดอย่างสนิทสนมจึงดังขึ้นพร้อมกับอาการอ่อนปวกเปียกของเจ้าตัว“บ้าเอ๊ย!”ปรารุษก์สบถ ศิศิราแพ้ผึ้ง! เขารีบช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในวงแขนด้วยความร้อนรนและไม่คิดจะรักษาความเย็นชาอีกต่อไป“เวียนหัว... แน่นหน้าอก... หนูหายใจไม่ออก...”ลมหายใจของศิศิราเริ่มติดขัดขึ้นมา ท่าทางทรมาน“อดทนหน่อยนะ...คนดี พี่กำลังจะพาหนูไปหาหมอ”กายแกร่งก้าวเร็ว ๆ ก่อนจะกลายเป็นวิ่งตรงไปที่รถกอล์ฟ ขับมันออกจากท้ายสวนอย่างรวดเร็วด้วยความทุลักทุเล เพราะขับมือเดียวอีกมือกอดร่างเล็กแนบอกพร้อมกับโทรหาผู้ช่วย เสียงที่กรอกเข้าไปในสายดังลั่นจนเกือบคล้ายตะคอก“ไอ้เต! เรียกหมอมาหากูที่บ้านเดี๋ยวนี้! น้ำค้างแพ้ผึ้ง!”ศิศิราพยายามปรือตาขึ้นมอง ได้เห็นสีหน้าและแววตาเคร่งขรึมน้ำเสียงห้าวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด เพราะในวินาทีนี้เธอมองเห็น ‘พี่ลัน’ คนนั้น คนที่เธอรักสุดหัวใจ“อดทนหน่อยนะ อีกนิดเดียวถึงบ้านเราแล้
เธอจับมือใหญ่ที่กุมสองเต้า แหงนหน้าเริ่ดส่งเสียงครางเร้าอารมณ์ ก่อนร่างกายจะเกร็งกระตุกเมื่อถึงจุดสุดยอดทางอารมณ์อีกครั้งความอุ่นซ่านและความคับแน่นที่บีบรัดทำให้ปรารุษก์ต้องพ่นลมหายใจแรง แขนแกร่งรวบร่างเล็กลงไปประกบปาก ความปรารถนาอัดแน่นเต็มปลายกระบอกจนต้องกระแทกเอวขึ้นเร็วรัว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นห้องโถงกะทัดรัดขนาดสามคูณสามเมตร“บะ เบาหน่อย...”ศิศิราขยุ้มเล็บจิกท้ายทอยหนาอย่างระบายความรุ่มร้อนที่กำลังแผดเผาร่างกายเพราะการขับเคลื่อนที่ดุดันของปรารุษก์“พี่ลัน...”เสียงแว่วหวานปนครางครวญกระตุ้นให้กายแกร่งโหมกระหน่ำหนักหน่วง เขาเจียนคลั่ง อดกลั้นไม่ไหวเพราะร่างนุ่มให้ความรู้สึกดีเกินไปปรารุษก์กดหลังศีรษะเล็กมาประกบจูบดูดดื่มปิดกั้นเสียงครางดังให้เหลือเพียงเสียงอู้อี้ขณะเขาเคลื่อนกายล้ำลึกเร่งรัวเข้าขั้นดิบเถื่อนในจังหวะสุดท้าย ร่างนุ่มกระตุกสะท้านทะลักน้ำหวานออกมาอาบชโลมแกนร่างที่ยังขยับเข้าออกอีกไม่กี่ครั้ง เขากระชากตัวเองออก ปลดปล่อยเชื้อพันธุ์บนหน้าท้องแบนเรียบพร้อมเสียงคำรามต่ำ...ศิศิราทิ้งร่างอ่อนระทวยของเธอลงบนกายแกร่ง หายใจหอบระรัว หัวใจเต้นครึกโครม ไม่ต่างจากเจ้าของก







