تسجيل الدخولความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรง
ศิศิราผุดลุกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าช่องท้องปั่นป่วนจนทนไม่ไหว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ โก่งคอเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด เดินอ่อนแรงออกมา ตาฝ้าฟางจนชนกับใครคนหนึ่ง
“ขะ ขอโทษค่ะ”
“น้ำค้าง เป็นอะไรไป!”
เสียงคุ้นเคยกับลำแขนแข็งแรงเกี่ยวร่างเล็กเอาไว้
“พี่กุล ฮึก! น้ำค้างอยากกลับบ้าน...”
“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่พากลับ”
ความรู้สึกหลากหลายตีกันจนยุ่งเหยิง ความผิดหวัง เสียใจ ทั้งจากถูกหักหลังและการสูญเสียลูกทำให้น้ำค้างทนไม่ไหว ขณะที่เธอเจ็บปวดใจเจียนตายกับการเสียลูกไป ชายหญิงคู่นั้นกลับกำลังสร้างครอบครัวกันอย่างมีความสุข ศิศิราสุดจะทนไหว พอขึ้นมาบนรถได้ เธอปล่อยโฮออกมาทันที
“น้ำค้าง!”
ชวิศตกใจมาก แต่ไม่ว่าเขาจะปลอบยังไง คนตัวเล็กก็ยังร้องไห้น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เขาเองก็พอรู้เรื่องราวของเธออยู่บ้าง จึงจับมือบางมากุม ปล่อยให้เธอร้องจนกว่าจะสบายใจขณะพาเธอกลับบ้าน
เขาเห็นเธอเป็นน้องสาวมาตลอด นึกเจ็บใจไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่กล้าทำให้เธอเสียใจขนาดนี้ นับแต่รู้จักกันมา เขาไม่เห็นน้ำค้างอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน พอถึงบ้านจึงประคองเธอไปนั่งที่สวน โอบกอดปลอบโยนเสียงนุ่ม
“ร้องให้สบายใจ... ต่อไปก็ไม่ต้องร้องอีก คิดซะว่าโดนหมามันกัด อกพี่กว้างขนาดนี้ซับน้ำตาเราได้หลายลิตรแน่นอน”
หลังจากร้องไห้จนเจ็บตาไปหมด ศิศิราอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอเช็ดน้ำตาป้อย ๆ บิดแขนที่กอดเธอไว้เบา ๆ
“ไม่ร้องแล้ว”
“ไม่ร้องแล้วค่ะ”
“ดีมาก น้องสาวพี่ทั้งเก่งทั้งสวยขนาดนี้ ใครมันไม่เห็นค่าคือตาถั่วมาก”
ชวิศขยี้ผมนุ่มหยอกล้อ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นแล้วปล่อยเมื่อพบว่าสาวน้อยสบายใจมากขึ้น
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า บอกพี่ได้ไหม เดี๋ยวพี่จะไปเอาคืนไอ้คนที่มันทำให้น้องร้องไห้เอง”
“พี่นั่นแหละทำน้ำค้างร้อง”
“อ้าว”
“ก็เล่นโอ๋กันแบบนี้ไง น้ำค้างเลยรู้สึกผิดเลยที่วันนี้ไม่ได้ไปกินข้าวดูหนังกัน”
“เป็นงั้นไป โอเคพี่ยอมรับผิดก็ได้ งั้นพี่ขอไถ่โทษเป็นให้พี่เลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังเราแทนแล้วกันดีไหม”
“น้ำค้างไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว”
“ก็ไม่ต้องออก เดี๋ยวมื้อนี้พี่บุกครัวป้าขวัญทำของโปรดให้เราเอง จากนั้นก็ต่อด้วยดูหนัง บ้านเรามีห้องเธียร์เตอร์นี่นา”
“งั้นไปค่ะ”
สาวน้อยยิ้มกว้างแม้ว่าตาจะแดงช้ำ ฉวยจับมือใหญ่ให้เดินเคียงกันเข้าไปในบ้าน
“พี่กุล”
“ว่า”
“น้ำค้างอยากไปเรียนเมืองนอก พี่ช่วยน้ำค้างหน่อยได้ไหม”
“ได้ดิ เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวพี่ดูที่เรียนแล้วก็ที่พักให้ รับรองปลอดภัยหายห่วง บรรยากาศดีด้วยอีกต่างหาก”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพยายามยิ้มสดใสให้เขา บางทีการไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากตรงนี้อาจจะทำให้เธอเข้มแข็งและลืมผู้ชายคนนั้นหมดหัวใจได้สักที
ศิศิราไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธออยากลืม ยืนกำมือแน่นอยู่ห่างออกไปด้านหนึ่ง มองภาพที่ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อและกอดกันอย่างสนิทสนมด้วยความปวดร้าวใจสุด ๆ
หลังจากที่เขามาเฝ้าหน้าบ้านเธอหลายวัน จนได้เห็นเธอ ดรัณพยายามขอพบแต่ถูกยามขวางไว้ หากวันนี้เขากลับได้รับอนุญาต ตั้งใจว่าจะพูดคุยกับเธอให้เข้าใจ อธิบายว่าเขากับนันท์นรีไม่ได้มีอะไรกัน แต่กลับได้พบกับภาพบาดตาบาดใจแทน
นี่ใช่ไหม เหตุผลแท้จริงที่เธอตัดขาดจากเขา
นี่ใช่ไหม เหตุผลที่เธอทิ้งได้แม้แต่ลูกในไส้ของตัวเอง
ดรัณแทบเข่าทรุด จากความไม่เข้าใจกลายเป็นความโกรธ
ที่แท้ก็เพราะเธอสำเหนียกแล้วว่าคบกับผู้ชายจน ๆ อย่างเขามันเทียบกับคนมีฐานะเท่าเทียมกันกับเธอไม่ได้ จึงไม่ยอมฟังคำอธิบาย ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลยสักครั้ง
“เห็นแล้วใช่ไหม ลูกของฉันกับพ่อกุลเหมาะสมกันขนาดไหน ขณะที่แกทำให้เขาร้องไห้ทุกวัน พ่อกุลกลับทำให้เขายิ้มได้”
ขวัญฤดีเดินมายืนข้าง ๆ
“คุณอยากให้ผมเห็นสินะ ถึงยอมให้ผมเข้ามาในบ้านวันนี้”
“ใช่ ฉันอยากให้แกเห็น แกจะได้รู้ว่า แกไม่มีความหมายสำหรับน้ำค้างอีกต่อไปแล้วจริง ๆ ไม่ใช่ว่าฉันกีดกันพวกแก”
ดรัณไม่โต้ตอบใด ๆ เขาหันกลับกลับไปพร้อมกับความเสียใจท่วมท้น หันหน้าเข้าหาเหล้าเพื่อดับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ เอาความเมามายดับทุกข์ทุกวันคืน
“พี่ลัน! หืม... ทำไมกลิ่นหึ่งแบบนี้เนี่ย พี่ลัน!”
“หืม...คราย”
นันท์นรีเปิดไฟทำให้ภายในห้องพักสว่างขึ้น กลิ่นเหล้าตลบอบอวล ส่วนเจ้าของห้องนอนกลิ้งหมดสภาพอยู่บนพื้น รอบตัวเขามีทั้งขวดเหล้าขวดเบียร์เกลื่อนกลาด
หญิงสาวสวยก้าวหลบขวดทั้งหลายแหล่ เข้าไปถึงกายกำยำ พยายามจะประคองให้ลุกขึ้นนั่ง เบียดร่างกายอวบอิ่มวัยสาวสะพรั่งของตนเองเข้าแนบชิด หวังจะปลุกอารมณ์อย่างอื่นไปด้วย
นันท์นรีแอบรักดรัณมาตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่ที่ฮอตมาก เธอโชคดีได้เป็นน้องสายรหัสของเพื่อนเขา หลังจากที่เขาเรียนจบจึงติดต่อกลุ่มเขามาตลอดจนเธอเรียนจบและตามมาทำงานในบริษัทแห่งนี้
“พี่จะดื่มไปถึงไหน งานการไม่ทำ ไปค่ะไปอาบน้ำเดี๋ยวนันท์ช่วยนะคะคนดี”
ดรัณกลับสะบัดตัวออก มือควานหาขวดเหล้ามาดื่ม
“พี่ลัน!”
“ออกไป!” เขาไล่ ตาแดงก่ำจับจ้องคนที่เข้ามาวุ่นวายด้วยแววตาแข็งกร้าว “อย่ามายุ่ง”
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ที่ที่เคยรกร้างวันนั้นกลับกลายมาเป็นรีสอร์ตที่สวยขนาดนี้ ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ที่ทำให้ฝันของหนูเป็นจริง”ปรารุษก์โอบเอวเมียรักไว้แน่น“เพราะมีหนูช่วยออกแบบ แล้วก็มีลูก ๆ ของเราเป็นกำลังใจไงครับ พี่ถึงทำมันออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มาทางนี้พี่มีอะไรให้หนูดูด้วย”ชายหนุ่มจูงมือเมียรักและพาลูก ๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงลำธารน้ำใสที่ไหลตลอดปี โซนนี้มีที่พักที่สวยและเงียบสงบ บ้านไม้หลังงามตั้งอยู่บนจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจนที่สุดป้ายไม้แกะสลักที่อยู่ตรงหน้าโซนนั้นทำให้ศิศิราชะงัก หัวใจเต้นแรงโซนศิศิรา : ลำธารแห่งเพชร“นี่มัน...” เธอพูดไม่ออก ดวงตาเริ่มรื้นน้ำใส“โซนนี้พี่ตั้งใจตั้งชื่อตามหนูกับลูก ๆ ศิศิรา ลำธาร น้ำเพชร ทั้งสามคนคือคนสำคัญที่สุดของพี่ คือชีวิตและความสุขในชีวิตของพี่ครับ”น้ำเพชรหมายถึงความแข็งแกร่ง ลำธารหมายถึงความร่มเย็นและลื่นไหล ส่วนศิศิราหมายถึงความสงบและอ่อนโยน“พี่ลัน...”หญิงสาวน้ำตาไหล หันไปกอดกายแกร่งแน่น“ปะป๊ากับหม่าม้ากอดกันอีกแล้ว น้องลำธารกอดด้วยเร็ว”น้ำเพชรรีบพาน้องชายเดินเตาะแตะเข้าไปหาพ่อแม่“ลูกรัก”ปรารุษก์รวบตัวลูกทั้งสองและเ
ปรารุษก์พาครอบครัวออกไปทานมื้อค่ำกันในเมือง ลูกทั้งสองชอบมาก เพราะร้านอาหารที่ไปมีโซนเครื่องเล่นให้เล่นด้วยนั่นเอง ขากลับเลยพากันเพลีย หลับตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางมาถึงบ้าน เขาอุ้มลูกสาว ศิศิราอุ้มลูกชายพาขึ้นห้องนอน เด็กทั้งสองนอนในห้องเดียวกันแต่คนละเตียง หลังห่มผ้าให้ลูก คุณพ่อคุณแม่ผลัดกันเดินไปจูบหน้าผากราตรีสวัสดิ์ลูก ๆ แล้วจึงออกจากห้อง เด็ก ๆ ไม่ได้นอนกันเพียงลำพัง แต่มีทิพยานอนเป็นเพื่อนและคอยช่วยดูในเวลากลางคืนเจ้าของสวนหนุ่มจูงมือเมียรักเดินลงมาชั้นล่าง“จะไปไหนคะ”“เดี๋ยวก็รู้”เขาคลี่ยิ้มมีเลศนัย จูงมือเมียสาวลัดเลาะไปตามทางเดินที่ประดับด้วยไฟสีวอร์มไวต์นำไปสู่โซนโรงเรือนดอกกล้วยไม้ที่เขาปรับปรุงใหม่มาครึ่งปี“ทำเป็นลึกลับนะคะ” ศิศิราเอ่ยกลั้วหัวเราะ ลมเย็นพัดมาพาให้อากาศที่ยังเย็นของเดือนกุมภาพันธ์เย็นขึ้นไปอีก แต่เธออบอุ่นเมื่อลำแขนแกร่งเปลี่ยนมาโอบเอวดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิดกายหนา“พี่มีของขวัญวาเลนไทน์ให้หนูครับ”ร่างสูงหยุดฝีเท้าลงหน้าเรือนกระจกหลังเล็กที่สร้างขึ้นมาใหม่ แทนสวนกล้วยไม้อันเดิม เมื่อเขาเปิดประตู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แสนสดชื่นและเย้ายวนใจพุ่งเข้าปะทะประสาทส
“เก่งมากเลยค่ะ หม่าม้าเชื่อว่าน้ำเพชรต้องช่วยเลี้ยงลำธารได้ดีมากแน่ ๆ เลย” ศิศิราเอ่ยชมพลางจับมือลูกสาวมาจับมือน้อง “ตอนนี้น้องยังตัวเล็กมาก เราต้องจับน้องเบา ๆ น้องจะได้ไม่เจ็บจ้ะ”“หนูจะจับเบา ๆ ค่ะหม่าม้า มือน้องเล็กมากจริง ๆ”ปรารุษก์มองสีหน้าท่าทางเป็นห่วงน้องของลูกสาวแล้วยิ้มตาม นึกถึงตอนน้ำเพชรเกิด เธอตัวเล็กมากกว่าลำธารมาก“หนูจะแบ่งตุ๊กตาให้น้องเล่นด้วย จะร้องเพลงกล่อมน้องด้วยค่ะ ลำธารจะได้นอนหลับฝันดี”“ดีมากครับ”ศิศิรายิ้มเอ็นดูลูกสาวตัวน้อย เธอเห็นความรักใคร่ ความทะนุถนอมที่น้ำเพชรมีต่อน้อง เลยหันไปมองคนเป็นพ่อก็พบเห็นประกายความสุขที่เอ่อล้นในดวงตาของเขา“ปะป๊าต้องรีบจองตัวแล้วนะคะ พี่เลี้ยงคนนี้”“แน่นอนครับ เดี๋ยวปะป๊าจะให้เป็นหัวหน้าทีมพี่เลี้ยงเลยดีไหม”“ดีค่า”น้ำค้างตอบรับพ่อแม่ด้วยความกระตือรือร้น ดวงหน้าเล็กเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มของความสุข เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ศิศิราใช้มือข้างหนึ่งโอบกอดลูกสาวตัวน้อย ก้มลงจูบหน้าผากเล็กด้วยความรักปรารุษก์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น ผู้หญิงที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดหลายปี ลูกสาวที่เขาเฝ้าถนอมและลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก เป็
“หนูครับ... พี่อยู่ตรงนี้นะ อยู่กับหนู...”ช่วงเวลาห้าทุ่มครึ่ง ท่ามกลางกลิ่นยาฆ่าเชื้อภายในห้องคลอด เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอและเสียงคุณหมอคุยกับพยาบาลผู้ช่วยกลับไม่ทำให้เสียงกระซิบนุ่มทุ้มถูกกลบลงไปศิศิราบีบมือใหญ่ที่กุมมือเธอไว้พลางพยายามยิ้ม ตลอดเก้าเดือนของการอุ้มท้อง ปรารุษก์ไม่เคยห่างจากเธอเลย พูดได้ว่าเขาแทบจะเป็นเงาตามตัวของเธอ คอยประคบประหงมดูแลเธอราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงก็ไม่ปาน หากอุ้มเธอไปได้ทุกที่ เขาคงทำหากเธอไม่ห้ามไว้เขากลายเป็นผู้ชายที่จดจำตารางฝากครรภ์ได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานของเขาเสียอีกแรงบีบรัดเพิ่มมากขึ้น น้ำตาเธอไหลซึม หากมันไม่ได้เป็นแค่น้ำตาที่มาจากความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นจากมือที่เธอเคยโหยหาเมื่อครั้งอดีต “อดทนอีกนิดนะคนดี...”“หนูรู้...”ปรารุษก์เช็ดน้ำตาให้อย่างเบามือและก้มลงจูบหน้าผากชื้นเหงื่อของเมียรัก มือที่กุมมือเล็กชุ่มเหงื่อด้วยความเป็นห่วงและหัวใจที่บีบรัด ความทรงจำที่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญความเจ็บปวดและโดดเดี่ยวในวันที่คลอดน้ำเพชร กลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียวดวงตาคมกริบที่
แล้วมือหนาก็จัดการจับตรึงบั้นท้ายกลมกลึงให้โยกขยับ บรรเลงบทรักร้อนโดยความร่วมมือจากคนตัวบางตลอดค่ำคืนอันยาวนาน...แสงแดดอ่อน ๆ ในเวลาเย็นทอแสงระยิบระยับลงบนผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อยผ่านที่ดินผืนใหญ่กว่าร้อยไร่ ซึ่งที่ดินผืนนี้เป็นของขวัญที่พ่อและแม่ของศิศิราตั้งใจมอบให้น้ำเพชรนั่นเองปรารุษก์พาสองสาวเดินลัดเลาะไปตามแนวลำน้ำที่ใสสะอาดจนสามารถมองเห็นโขดหินด้านล่าง“ปะป๊าขา น้ำเย็นมากเลยค่ะ หนูขอลงเล่นน้ำได้ไหมคะ”เด็กหญิงน้ำเพชรร้องขอ“ได้ครับ แต่ระวังอย่าลงไปไกลนะลูก”“ค่ะปะป๊า” เด็กหญิงรีบถอดรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งลงไปเล่นทันทีศิศิรามองตามร่างเล็กที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้ม ธารน้ำไหลแห่งนี้กว้างกว่าสองเมตร ระดับความลึกของน้ำไม่มาก หลังจากมองดูแล้วว่าปลอดภัยต่อลูก เธอจึงหันไปมองทัศนียภาพรอบตัว“ที่ผืนนี้สวยมากเลยค่ะพี่ลัน ถ้าทำเป็นอีโครีสอร์ต หนูว่ามันต้องน่าอยู่มากแน่ ๆ เลยนะคะ”ปรารุษก์กวาดตามองไปรอบ ๆ ในหัวของเขาเกิดภาพตามที่เมียรักว่าทันที ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่นได้ด้วย“หนูอยากทำเหรอครับ”
ปรารุษก์ประคองแก้มนวลเอาไว้ สานสบตากลม...“ดีกันนะครับ อย่าให้พี่ต้องทรมานต่อไปอีกได้ไหม”“พี่ลัน...”ศิศิราก็พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มทั้งน้ำตา เธอตัดสินใจตั้งแต่เมื่อกลางวันหลังจากเห็นเช็คใบนี้แล้ว ในเมื่อเธอรักผู้ชายคนนี้มาก เขาเองก็รักเธอมากขนาดนี้ จะไม่เสียเวลายืดเยื้อความสุขออกไปอีกแล้ว“หม่าม้าจะยอมอยู่กับปะป๊าที่สวนปรารุษก์ตลอดไปใช่ไหมครับ”“หนูยอม...” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบาแต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นกับคนฟังปรารุษก์คลี่ยิ้ม รวบร่างนุ่มเข้ามากอดแน่น“คนดี...”จูบอ่อนหวานถูกประทับลงบนกลีบปากนุ่ม ครั้นได้รับการจูบตอบ ปรารุษก์บดขยี้ด้วยความเร่าร้อนดูดดื่ม เขาจูบหนักหน่วงราวกับจะชดเชยเวลาที่เสียไป“พี่ลัน...”มือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก หยุดบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง เสียงห้าวพร่าต่ำ“พี่อยากกอดหนู...”พูดจบ ร่างนุ่มถูกตวัดขึ้นสู่ตักกว้าง“ได้ไหม...”ศิศิราหลบสายตาคมกล้าที่มากปรารถนา ประกายในนั้นบาดเร้าอณูความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในสรรพางค์กายชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเสียงเบา ก่อนจะโฉบลงจูบกลีบปากนุ่ม ดื่มด่ำความฉ่ำหวานอีกครั้ง“ที่รัก...”แต่แล้วกายหนาก็ถูกดันให้นอนหงายบนที่นอน ร่า
ศิศิราย่นคอหลบ เกิดความวูบวาบตรงจุดที่ถูกสัมผัสทำให้หวามลึกในอกขึ้นมา“ปล่อยได้แล้วค่ะ ฉันมีงานต้องทำ คุณปรารุษก์ก็ต้องเข้าเมืองไม่ใช่เหรอคะ”“ฉัน? คุณปรารุษก์?” คราวนี้ตาคมลืมขึ้นมามองจ้องหน้างาม แววตาคมนิ่งลึก ลำแขนแกร่งรวบร่างนุ่มเข้ามากอดแนบอก“เมื่อคืนยังแทนตัวเองว่าหนู แล้วเรียกว่าพี่ลันอยู่เ
ปรารุษก์คลอเคลียดูดดึงกลีบปากนุ่ม “เรียกฉันว่าพี่ลันหน่อย...”มือใหญ่เคลื่อนไล้ลูบคลึงไปทั่วเรือนร่างอุ่นนุ่ม หยุดบีบเน้นที่บั้นท้ายและโคนขาอ่อนข้างหนึ่ง“พี่ลัน...”เสียงหวานหลุดเรียกคำที่เขาต้องการออกมา เขาครางในลำคออย่างถูกใจ พลิกร่างนุ่มขึ้นข้างบน จัดการกับเสื้อผ้าของเธอด้วยความรีบร้อน แล้วร้อง
“ปะป๊าแบ่งให้”“เดี๋ยวหม่าม้าแบ่งให้ด้วยค่ะ”ศิศิราแบ่งจากถ้วยของเธอไปเพิ่มให้อีกหลายชิ้น เด็กน้อยยิ้มแก้มปริ ที่ได้มากินกวยจั๊บกันก็เพราะน้ำเพชรบอกว่าหิวมาก ผู้เป็นพ่อจะให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ไม่ยอม“หนูมีหมูยอเยอะเลย” น้ำเพชรยิ้มกว้าง เธอไม่ได้กลัวไม่อิ่มที่ร้องขอเพราะอยากอ้อนแม่เท่านั้น“กินไ
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริม“ช่วงนี้ทางสวนของเราคงเข้าตาท่านผู้ว่าฯ เป็นพิเศษ ถึงได้รับเชิญไปออกงานด้วย”ศิศิราพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง เพื่อสะกดกั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ไม่ใช่ผลงานของทางสวนหรอกที่เข้าตา แต่เป็นเจ้าของสวนที่ถูกใจลูกสาวผู้ว่าฯ ต่างหากปรารุษก์ในวันนี้มีชีวิ







