مشاركة

18

مؤلف: SHASHA
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 11:50:42

เขาควรคำนึงถึงความควรหรือไม่ควร เพราะมันน่าเกลียด เนื่องจากมีบุตรสาวอยู่ร่วมด้วย

คิดสะระตะวุ่นวายในหัวพร้อมเก็บของในห้อง ปัดกวาดจนเรียบร้อยแล้ว ค่อยอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน กำลังล้มตัวลง นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าเลยลุกไปรื้อออกมา ชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ว่าโทรหาหนึ่งในพี่เลี้ยงของบุตรสาวดีหรือไม่ เธออยากคุยกับลูก แต่ก็กลัวจะรบกวนเวลาเพราะเห็นว่าค่อนไปทางดึกมากแล้ว เลยตัดใจว่าพรุ่งนี้ค่อยโทรหาช่วงกลางวันน่าจะดี

พลันมีข้อความเด้งขึ้นมาที่หน้าจอ

‘ขอเอกสารด้วย’

นึกได้ก็บ่นงึมงำคนเดียว รีบลุกไปควานหาในกระเป๋าใส่เอกสาร ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายที่มัวแต่ยืนงงมองคนทั้งคู่หวานใส่กันเลยลืมเอาเอกสารให้เขา คว้าแฟ้มแล้วตรงไปยังด้านล่าง แต่ไม่พบใครที่ตรงนั้น เห็นเด็กในบ้านคนหนึ่งกำลังไล่ปิดไฟอยู่ก็เลยถาม

“เห็นคุณบารมีไหมคะ”                                        

“ขึ้นห้องแล้วนี่คะคุณพลิน”

ยืนคิดอยู่ครู่แล้วจึงเดินกลับขึ้นไปด้านบนอีกครั้ง นิ่งอยู่ที่หน้าบานประตูห้องของเขา ก็พอดีที่คนในนั้นเปิดออกมา           

“เข้ามาก่อน”

บารมีบอกแล้วส่งสายตาให้เธอเข้าไปในห้อง พลินยืนนิ่งอึดใจเดียว แล้วเดินเข้าไปอย่างเสียมิได้ ในใจกำลังสับสนว่าเธอควรพูดกับเขาเลยดีหรือไม่ เรื่องที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้

วางแฟ้มเอกสารของเขาที่โต๊ะแล้วหันกลับมา ก็สบเข้ากับดวงตาสีดำเข้มจัด ใจเลยพลอยสั่นๆ เม้มปากบังคับตัวเองไม่ให้ประหม่าแต่ก็ดูเหมือนจะยากเต็มทน แล้วเลยไม่กล้าพูดสิ่งที่ตั้งใจ กลายเป็นพูดอีกเรื่องแทน

“ช่วงที่น้องพราวด์ไม่อยู่ พลินขอกลับไปอยู่ที่บ้านแม่สักพักได้ไหมคะ”

พลินไม่กล้าพูดในที่สุด เลยคิดใช้วิธีหลบเลี่ยงคนทั้งสองแทน อย่างน้อยไปอยู่ที่บ้านแม่ ก็จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องราวที่นี่ พอลูกกลับมาก็ค่อยพากันไปอยู่ที่บ้านนายแม่ แบบนั้นคงลงตัวที่สุดแล้ว แต่ให้อยู่กันแบบนี้พลินบอกตัวเองว่าเธอไม่อยากอยู่

บารมีจ้องเธอด้วยแววตากร้าววาวแสงมากกว่าเดิม ถามสั้นๆ “เหตุผล?”

พลินลอบกลืนน้ำลายแล้วเริ่มบอกเหตุผลให้เขาฟัง

“พี่ดามาที่นี่ คงอยากปรับความเข้าใจกับคุณ…”

“เราปรับความเข้าใจกันแล้ว” เขาตอบเสียงดังชัดเจนขัดจังหวะ พลินชะงักงันไป ค่อยตอบรับเสียงสั่นๆ

“นะ นั่น...ยิ่งดีเลยค่ะ พลินจะได้ย้ายออกไปที่อื่น คุณกับพี่ดาก็จะได้ไม่ลำบากใจด้วยที่พลินมาอยู่แบบนี้...”

แล้วเขาก็ว่าขัดอีก “เธอไม่ได้สำคัญขนาดนั้นเลยนะพลิน ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ก็ไม่มีใครเขาลำบากใจกับการมีตัวตนของเธออยู่แล้ว”

พลินหน้าเซียวลงทันที ก้มหน้างุด บอกโดยไม่กล้ามองหน้าเขา

“ถ้าอย่างนั้น พลินจะรีบย้ายออกไปแต่เช้าเลยค่ะ แล้วเอ่อ แล้วถ้าน้องพราวด์กลับมา พลินอยากจะขอพาแกไปอยู่กับพลิน...”

กำลังจะบอกเขาว่าขอพาลูกไปนอนที่บ้านของมารดาบ้างเพียงเท่านั้น เพราะนางพยอมเองก็ชวนหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสเสียที แต่แล้วคนพูดน้อยก็ไม่รอฟังให้จบ เขาตวาดกลับเสียงลั่นห้อง

“พาไปลำบากกับเธอน่ะหรือพลิน เธอมีศักยภาพมากขนาดไหนถึงจะมีปัญญาเลี้ยงลูกได้ อายุก็เท่านี้เอง เรียนก็ยังเรียนไม่จบ งานล่ะมีทำพอจะหาเลี้ยงตัวเธอเองได้ไหม อ้อ...ลืมไปว่าได้เงินไปตั้งหลายล้าน คงยังพอมีเหลืออยู่บ้างล่ะ”

เป็นครั้งแรกที่พลินได้ยินเขาพูดจายาวๆออกมาแบบนี้

หน้าซีดเผือดลงเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเงินหลักล้านนั่น อย่างนั้นแล้วเขาคงรู้เรื่องทุกอย่างเมื่อสี่ปีก่อน ถึงได้มีท่าทีจงเกลียดจงชังเธอถึงขนาดนี้ บารมีมองเหยียดหยันแล้วว่าอย่างเป็นต่อ

“หรือเอาอย่างนี้”

พลินนิ่งไปครู่ พอตั้งสติได้ก็ถามเขากลับ “อะไรคะ”

บารมีมองมาพร้อมรอยยิ้มหยัน เอ่ยในสิ่งที่พลินได้ยินแล้วส่ายหน้าหวือทันที “ถ้าเธออยากไปนักก็ไปเลยตอนนี้ แต่ต้องไปคนเดียว ส่วนน้องพราวด์เอาไว้ที่นี่ แล้วไม่ต้องเสนอหน้ามาให้เห็นอีก”

“ไม่นะคะ พลินขอ...พลินยังไม่พร้อมไปตอนนี้”

“แต่ตามข้อตกลงที่เธอให้ไว้กับ…”

เขาแย้งเรื่องข้อตกลงไม่ทันจบดี พลินรีบขัดเขาอย่างร้อนรน

“เรื่องนั้นพลินทราบค่ะ แต่พลินขอ...” คนที่กำลังต้องพลัดพรากจากลูกน้ำตาตก เม้มปากที่สั่นระริกเอาไว้แน่น วอนเขาพร้อมแววตาโศกลงอย่างไม่รู้ตัว บอกเสียงสั่น “พลิน...พลินขอเวลาอีกหน่อยเถอะนะคะ”

บารมีโบกมือบอกทำนองว่าไม่ต้องพูดอะไรอีก สรุปส่งท้าย

“อย่างนั้นก็อยู่ที่นี่ต่อไป ไม่ต้องย้ายไปไหนทั้งนั้น”

พลินยังพยายามจะขอ นึกหาเหตุผลมาสนับสนุนความต้องการของตนเอง “แต่...”

บารมีก็ขัดขึ้นมาอีก อย่างกับเข้าไปนั่งอยู่ในใจเธอ

“หรืออันที่จริงที่ขอไปอยู่ที่บ้านแม่สักพักนี่...เพราะทนฟังคนเขานินทาไม่ไหวต่างหากล่ะ ว่าพี่น้องกำลังจะได้ผัวคนเดียวกัน”

“คุ...คุณ?” พลินถึงกับพูดไม่ออก กลืนน้ำลายก่อนมองหน้าเขาด้วยความตกใจ เหตุใดเขาถึงรู้เหตุผลข้อนี้ของเธอ

“ถ้าพูดกันแบบชาวบ้านๆเลยนะ เราสองคนน่ะน่าจะอยู่ในสถานะผัวเมียเพราะเรามีลูกด้วยกันแล้ว และในเมื่อนายบารมีคนเนี้ยมันเป็นผัวของเธอ ทำไมพอมีคนที่สามโผล่มาแทรกกลางกลับไม่ปกป้องผัวตัวเอง วิ่งหนีท่าเดียว หรือเธอเป็นพวกใจกว้าง ที่พร้อมจะยกผัวตัวเองให้คนอื่น”

“พี่ดาไม่ใช่คนอื่นนะคะ และ แล้วคุณก็ไม่ใช่ผะ...”

พลินโต้ออกไปแล้วก็หน้าแดงจนถึงลำคอ หลบตาคมเม้มปากไม่กล้าเอ่ยอะไรออกไปจากนั้น ไม่ทันเห็นว่ามีคนตรงหน้ากระตุกยิ้มมุมปากขึ้นในชั่วเสี้ยววินาทีก่อนคลายลง

“ใช่ ญาดาไม่ใช่คนอื่น เขาเป็นพี่สาวของเธอ และฉันก็เป็นผัวของเธอด้วย แบบนี้ถูกต้องไหม”

“คุ...คุณ คุณพูดอะไร” อึกอักถามเขา ใบหน้าร้อนขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ยินถ้อยความจริงที่เขาพูดออกมา นึกสงสัย คนพูดน้อยอย่างบารมี เหตุใดวันนี้จึงพูดมากนัก แถมยังพูดจาแปลกหูกว่าที่เธอเคยรู้จักอีกด้วย นี่ออกห่ามเกินไป จี้กันเกินไปแล้ว เขาต้องการอะไรกันแน่

“หรือไม่จริง ลูกเป็นพยานได้” บารมียกเรื่องเด็กหญิงพราวนภาขึ้นมาอ้าง ก่อนว่าต่อ “ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเขาเอาไปพูดต่อเสียๆหายๆว่าพี่น้องมีผัวคนเดียวกัน เธอเองนั่นแหละที่ต้องลงมือแก้ปัญหานี้”

พลินชักงง “แก้ปัญหาอะไรคะ”

“ก็ทำตัวให้สมกับเป็นเมียของบารมีน่ะสิ”

 “ก็ไหน...พี่ดา ไหนคุณว่าปรับความเข้าใจกันดีแล้ว แล้ว แล้วจะให้พลินทำตัวให้เป็นเมียของคุณทำไมกัน”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พ่ายรักพลิน   ตอนจบ

    “ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให

  • พ่ายรักพลิน   65

    “ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว

  • พ่ายรักพลิน   64

    ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ

  • พ่ายรักพลิน   63

    “รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที

  • พ่ายรักพลิน   62

    “อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย

  • พ่ายรักพลิน   61

    “หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status