تسجيل الدخول“ก็ไหน...พี่ดา ไหนคุณว่าปรับความเข้าใจกันดีแล้ว แล้ว แล้วจะให้พลินทำตัวให้เป็นเมียของคุณทำไมกัน”
พลินถามด้วยสีหน้างุนงงหนัก เธอกับเขาไม่เคยมีสถานะแบบนั้นต่อกันมาก่อน จู่ๆบารมีมาบอกให้เธอทำตัวสมกับเป็นเมียเขา พลินก็ยิ่งงงไปใหญ่
“ปรับความเข้าใจที่ว่านั่นมันเป็นเรื่องระหว่างพี่กับญาดาไม่เกี่ยวอะไรกับคนอื่น ส่วนเรื่องระหว่างเราก็อีกเรื่องที่ต้องสะสางกันอีกที เธอเอาสิทธิ์เจ้าของบ้านไปเลยพลิน ถ้าเธอไม่อยากให้พี่สาวของเธออยู่ที่นี่ก็ไปไล่เขาสิ”
บารมีบอก ใจก็คิดแค้นขึ้นมาอีก เขาอยากให้สองพี่น้องนี่แตกคอกัน อยากมาวางแผนการเลวระยำกับเขาดีนัก เขาก็จะทำให้บ้านนี้แตกคอ แบบเข้าหน้าไม่ติดเลยคอยดู
“พลินไม่ไล่พี่ดาหรอกค่ะ” บอกพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ
“แล้วแต่นะ” บารมีบอกพร้อมถอนใจอย่างเหนื่อยๆเบื่อๆคล้ายรำคาญที่จะต้องมาเจรจาอะไรแบบนี้กับเธอ กอดอกมองยิ้มๆ แล้วเริ่มขู่ คิดว่าถ้าใช้ไม้นี้ พลินจะต้องดิ้นพล่านแน่
“วันดีคืนดีนายบารมีอาจได้ทั้งพี่ทั้งน้องมานอนกกบนเตียงนี่ก็ได้ ใครจะรู้”
จริงดังที่บารมีคาดไว้
จากที่ไม่โกรธ ตอนนี้พลินรู้สึกขึ้นมาบ้างแล้ว ในหัวปรากฏภาพที่เขาพาน้ำหนึ่ง เพื่อนของเธอมานอนที่นี่ด้วย แล้วยังพูดว่าจะเอาญาดามานอนกกบนเตียงนี่อีก แถมยังจะพ่วงเธอเข้าไปอีกคน มันไม่เกินไปหน่อยหรือแบบนี้ ถามเขากลับด้วยใบหน้าเดี๋ยวเผือดเดี๋ยวแดง
“ทำไมคุณพูดจาน่าเกลียดแบบนี้คะ”
“น่าเกลียดตรงไหนล่ะ แล้วว่าได้หรือเรื่องแบบนี้ ประสาอะไรกับเพื่อนเธอยังเคยมานอนที่นี่เลย แล้วเดี๋ยวอีกหน่อยพี่สาวของเธอก็คงปีนขึ้นมานอนเตียงนี้ด้วย เผลอๆเธอก็ด้วยพลิน”
“พลินไม่มีทางนอนบนเตียงสกปรกๆของคุณเด็ดขาด”
นึกถึงว่าเขาพาใครต่อใครมานอนบนนั้นก็ให้รังเกียจจนอยากจะสำรอกออกมากองตรงหน้านี้ เจ้าของเตียงสกปรกหุบยิ้มยั่วทันที แววตาวาวโรจน์ขึ้น ถามกลับด้วยเสียงต่ำน่ากลัวน่าขนลุก
“สกปรกมาก...ใช่ไหม”
พลินที่โกรธจัดยังคงเดินเข้าตามทางที่เขาขุดถากถางล่อเอาไว้
“ใช่! สกปรก ทั้งเตียงคุณ แล้วก็ตัวคุณด้วย!”
“คงไม่เท่าเธอหรอกมั้งพลิน”
บารมีตรงเข้ามาคว้าเธอแล้วผลักให้ล้มลงไปที่เตียงก่อนตามมาทาบปาก บดขยี้อย่างรุนแรงแทบได้ลิ้มรสเลือด เขาทำราวกับเพิ่งค้นพบแหล่งน้ำกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ลิ้นสากไล้เลียสอดเข้ามาในโพรงปากของเธอก่อนดูดดึง เร่งเร้า เกลี่ยเย้าหลอกล่อ แล้วในวินาทีนั้นเองพลินให้รู้สึกเสียววาบตรงยอดทรวงเพราะถูกมือใหญ่ของเขาสัมผัสหนักๆเหมือนแกล้ง นวดคลึงเน้นหนักมือพร้อมจุมพิตดุเดือดไม่ยอมปล่อยให้ได้หายใจหายคอ
บารมีแค่คิดจะแกล้งคนเพียงเท่านั้น ที่วันนี้กล้าลุกขึ้นมาสู้ มาต่อต้าน มาต่อล้อต่อเถียงกับเขา ทั้งๆที่อยู่เงียบๆหงิมๆมาได้ตั้งนานสองนาน พอถูกสะกิดเข้าหน่อยทำเป็นโมโห
แต่แล้วจากที่คิดแค่จะแกล้งก็เกิดความรู้สึกหนึ่งระเบิดขึ้นที่ภายในใจของเขาเอง เมื่อได้สัมผัสลูบไล้ร่างเรือนร่างเล็กของพลิน แล้วก็ให้เกิดความต้องการอยากทำมากกว่าแค่ลูบไล้ไปมาอย่างยั่วเย้าอีกฝ่ายแบบนี้ บารมีกัดกรามกรอดๆยอมผละออก เขาต้องหยุดตัวเองเอาไว้ก่อน ยังมีเวลาอีกเยอะสำหรับใช้ดัดหลังคนบ้านนี้ แล้วสำรวจใบหน้าของอีกฝ่าย เอ่ยวาจาแหย่ต่อไม่ยอมเลิก
“ให้คนเขาเอาไปลือกันก็ดีนะ ว่าทั้งพี่เธอ เพื่อนเธอ ได้ผัวคนเดียวกันกับเธอน่ะพลิน”
พลินเม้มปากที่สั่นระริกเพราะฤทธิ์จูบของเขา
แม้จะอายแต่เธอโกรธเขามากกว่า เรื่องที่เขาพาน้ำหนึ่งมานอนที่นี่ยังหนาหนักอยู่ในใจไม่จางหาย แล้วยังญาดาที่มาขออาศัยที่นี่อีกคน แถมยังทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมแบบนั้นโดยไม่สนใจสายตาใครๆในบ้านเลยสักนิด ก็ยิ่งก่อแรงฮึดให้พลิน หญิงสาวนอนหอบหายใจ ออกแรงดันเท่าที่แรงจะมีพร้อมต่อต้าน
“คนใจหยาบ!” พลินว่าเขาออกไปแล้วก็รำพึงกับตัวเองมากกว่าบอกกับเขา “เสียแรงที่เคยคิดว่าคุณเป็นคนดีมาตั้งนาน”
บารมีได้ยินแล้วก็บังเกิดความรู้สึกชนิดหนึ่งแทรกเข้ามาในใจของเขา แต่แล้วก็ยังคงแกล้งตรึงร่างเล็กๆเอาไว้ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ
พลินสู้แรงเขาได้ที่ไหน ขัดก็แล้ว ต่อต้านก็แล้วอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะขยับออกจากตัวเธอได้เลย กลับกันเสียอีกเพราะเขายิ่งแกล้งหนักข้อขึ้น ด้วยการกดข้อมือเธอลงบนเตียงแน่นจนจมไปกับที่นอน
พลินยิ่งคิดว่าเขาพาหญิงสาวมากหน้าหลายตามานอนบนนี้ ก็ยิ่งเป็นแรงขับให้ดิ้นรนสู้กับเขา เธอขยะแขยงเตียงนี่ แต่ร่างเล็กราวมดอย่างพลินหรือจะไปสู้รบกับเขาได้ สุดท้ายก็ถูกปิดกั้นหนทางดิ้นรนจนหมดสิ้น นอนหอบหายใจหนักๆอยู่บนเตียงของเขานั่น
“ก็หยาบด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ”
บารมีว่า มือเขาข้างเดียวรวบการต่อต้านของเธอได้ทั้งหมด ด้วยการลากเอาไปไขว้ไว้ตรงเหนือศรีษะของพลิน ขาแข็งแกร่งทับกดขาของเธอไว้แน่นไม่ให้ต่อต้านได้
สายตาคมมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะฟาดฟันให้พลินย่อยยับด้วยการมองดุๆแบบนั้น เธอเห็นสันกรามเขาบดนูนเป็นรอยขึ้น จากนั้นบารมีก็โน้มหน้าเข้ามาจนใกล้ ก่อนทาบริมฝีปากร้อนจัดบดขยี้ลงบนปากเธออีกครั้ง พลินสั่นไปหมดทั้งตัวรู้สึกได้ว่าครั้งนี้เขาคงไม่หยุดแบบเมื่อนาทีก่อนหน้าเป็นแน่
เรียวลิ้นอุ่นร้อนแทรกเข้ามาในโพรงปากของเธอ เล็มเลียแผดเผาจนพลินแทบหลอมละลายอยู่ภายใต้เขาด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นอย่างไม่รู้ทิศทาง
สี่ปีเพียงเท่านั้น จากเด็กสาวผอมแห้งวันวานบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นหญิงสาวเต็มตัว อกที่ยังไม่โตเต็มที่ผลิบานสะพรั่งราวดอกไม้รอภมรมาดอมดมลิ้มรสหวานล้ำ เมื่อผ่านการตั้งครรภ์ เป็นแหล่งอาหารให้บุตรสาวสุดรักก็ขยายขนาดจนแทบล้นมือเขาแล้ว และตอนนี้อาภรณ์ถูกมือร้อนเลิกชายขอบของมันขึ้น ก่อนล้วงลึกเข้าไปถึงบราห่อหุ้มทรวงงามเต็มอิ่ม เสี้ยวขณะถูกเปลื้องรั้งขอบบราลงจนก้อนเนื้อดีดตัวอย่างเป็นอิสระ บารมีผละลงหาคล้ายต้องมนต์ เขาอ้าปากครอบยอดอกเล็มเลียด้วยลิ้นสากร้อนราวทารกผู้หิวกระหาย
เฮือก!
พลินสะดุ้ง แอ่นกายเพริดราวกับจะป้อนอาหารเลิศรสนั้นให้เขากินจนอิ่มหนำ แต่แล้วสามัญสำนึกก็แผ่คลุมเตือนสติให้ผลักเขาออกไม่ใช่ตอบรับ สมองสับสนมึนงง มือเล็กทั้งขยำทั้งบีบไหล่หนาหนั่นเนื้อแน่นบนเสื้อยีนที่เขาสวมอยู่ กัดริมฝีปากแน่นไม่ให้หลุดเสียงน่าเกลียดออกมาจากลำคอเพราะเสียดซ่านเหมือนร่างกายถูกคลอกด้วยไฟราคะ
ยิ่งเห็นอีกฝ่ายพยายามฝืน บารมียิ่งโหมกระตุ้น
แล้วพลินก็ฮึดสู้ เมื่อนึกถึงคำพูดร้ายกาจของเขา
‘ให้คนเขาเอาไปลือกันก็ดีนะ ว่าทั้งพี่เธอ เพื่อนเธอ ได้ผัวคนเดียวกันเธอน่ะพลิน’
เห็นเขามัวเมาอยู่กับทรวงก็ออกแรงผลักจนสุดเท่าที่กำลังจะมี พร้อมตวาดด้วยเสียงที่รวบรวมให้ดูกร้าวแกร่ง ไม่ใช่แค่เพียงเสียงกระซิบ
“หยุดนะ คนหื่นกาม!”
บารมีผงะออกไม่ใช่เพราะถูกผลักแต่เพราะใบหน้าตื่นกลัวนั่น พร้อมคำกล่าวหาที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาต่างหาก ก่อนตวาดกลับเสียงดุดัน
“คิดว่าตัวเองน่าพิศวาสมากหรือไงพลิน”
พลินเม้มปากแน่น เพราะไม่เคยเห็นเขาพูดจาแบบนี้กับใครมาก่อน
“ถ้าไม่ได้พิศวาส คุณก็อย่ามาแตะตัวพลินสิ”
ว่าออกไปด้วยเสียงสั่นๆ ตัวก็สั่นไปด้วยตามแรงอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามา ดวงตาแดงกล่ำน้ำตาเอ่อคลอไหลพรากอาบแก้มราวกับทำนบกั้นเขื่อนแตก เพราะเจ็บใจ บารมีเห็นแบบนั้นก็ผุดยิ้มร้ายกาจก่อนหยามต่อด้วยการขุดเรื่องในอดีตขึ้นมาถาม
“อะไรกันแค่จับๆจูบๆแค่นี้เองทำไมต้องร้องไห้ด้วย ทีเมื่อสี่ปีก่อนทำมากกว่านี้ ยังไม่เห็นจะร้องซักแอะ”
“ตอนนั้นพลินเมา คุณเองก็เมา ถึงได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าตอนนั้นพลินไม่ร้อง”
ตาคมดุจมีดคู่นั่นมองเธอราวกับจะเฉือนเนื้อออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปรากฏแววไหววูบในนั้นครู่เดียวก่อนพ่นคำออกมาหมิ่นอีกฝ่ายต่อราวกับรอเวลามาเนิ่นนาน
“แล้วเธอล่ะแน่ใจหรือเปล่าว่าคืนนั้นน่ะเธอเมาจริง ไม่ใช่ว่าที่ดื่มไปสี่ห้าแก้วนั่นเป็นการดื่มย้อมใจเพื่อที่จะได้กล้านอนแบให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักเอา แลกกับเงินสามล้านบาทนั่นน่ะ!”
“ไปด้วยกันไหมคะหรือจะรอที่บ้าน” เสียงหวานถามอย่างห่วงใย มองชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนหน้าตูมอารมณ์ดูไม่ค่อยดีนัก พอถูกถามเหมือนบีบให้รอที่บ้านมากกว่าจะให้ไปด้วยก็ปรากฏว่าดวงตาคลอฉ่ำนิดๆคล้ายจะร้องไห้ “พี่อยากไป” “เดี๋ยวก็ร้องไห้อีก พลิน...” ไม่อยากบอกว่าเธออายพยาบาลจริงๆเลย เขาไปด้วยทีไร เจออะไรหน่อยก็อ่อนไหว บอบบางจนต้องร้องไห้ ได้ยินเสียงเธอว่ามาแบบนั้น คนที่อ่อนไหวง่ายมานานกว่าสามถึงสี่เดือนก็น้ำตาชักปริ่มๆจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ “จะไปก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ” “แล้วทำไมถามเหมือนไม่อยากให้พี่ไป อายหมอใช่ไหม มันหล่อนี่ ใช่สิ” “พี่บีคะ”“ไม่ต้องมาเรียกพี่บี” คนที่ขี้งอนขี้ใจน้อยบอกเสียงสะบัดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป พลินมองตามแล้วก็ถอนใจเฮือกก่อนจะสาวเท้าตามไปง้อ “งอนอีกแล้ว” “ใช่พี่งอน พลินไม่ใส่ใจพี่เลย ก็รู้ว่าพี่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็ชอบทำให้พี่น้อยใจ” “พลินไม่ได้ตั้งใจค่ะ พลินขอโทษ” “ก็ได้ ให้อภัย”จู่ๆคนที่บอกว่าคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ก็ให
“ใคร” บารมีตวาดถามมือควานหาไฟในห้อง แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอ แล้วเลยสำรวจคนที่นอนอยู่บนเตียง“ผู้หญิงนี่หว่า”หัวใจกระหน่ำสูบฉีดเลือดทันที แล้วก็ให้วุ่นวายไปหมด ด้วยพยายามลุกขึ้นเดินไปที่กระเป๋าเสื้อผ้า เพราะความมึนเมาผสมกับยาปลุกเซ็กซ์ทำให้ความสามารถในการคิดหาเหตุผลและการยับยั้งชั่งใจดิ่งลงเหว ไม่อยากรู้แล้วว่าหญิงสาวที่นอนอยู่นี่เป็นใคร ในเมื่อห้องของเขาถูกจัดเอาไว้สำหรับเขาคนเดียว คนที่เข้ามานอนรอย่อมหมายความว่าเต็มใจที่จะร่วมรักกับเขาเปิดออกพบคอนดอมในนั้นอันเดียว“รอดแล้ว”บ่นงึมงำ ก่อนปลดตะขอกางเกงแล้วฉีกซองสีเงินออก สวมใส่เครื่องป้องกันเข้าไปจนสนิทแนบ ทาบลงหาอีกร่างที่นอนนิ่งบนเตียงทันทีปากร้อนผ่าวนาบตามซอกหู กลิ่นหอมแบบที่ไม่เคยคุ้น คล้ายกลิ่นแป้งมากกว่าจะเป็นกลิ่นน้ำหอมราคาแพง พลันภาพในหัวปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวกะโปโลคนนั้นวาบขึ้นมา“ระยำ”เสียงสบถของบารมีดังงึมงำขึ้นมาอีก“ยังไม่สิบแปดเลยมั้งนั่น”แล้วจัดแจงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกจนเปลือยเปล่าพร้อมพรั่งดีแล้ว ดันข้อพับขาของคนใต้ร่างขึ้นง้างงอก่อนดันตัวตนที่แข็งและร้อนจัดเข้าไปภายในช้าๆเนิบนาบ“เวรแล้ว” บารมีอยากสาวตัว
ถึงวันนัดหมาย ญาดาขับรถมาด้วยตัวเองจุดหมายคือบ้านพักชายทะเลที่พลินเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก“เราจะอยู่กันกี่วันคะพี่ดา” พลินถามทันทีที่ลงรถ แววตาเป็นประกาย ดีใจที่ได้มาเที่ยวทะเล และดีใจมากกว่าคือคนที่พาเธอมาเป็นพี่สาวของตัวเอง ตอกย้ำความคิดที่ว่าญาดาช่างงามทั้งกายและใจ อย่างหาใครมาเปรียบเทียบมิได้“อยากอยู่กี่วันล่ะ” ญาดาถามยิ้มๆแทนที่จะตอบคำของน้อง“ฮืม...บรรยากาศดีแบบนี้นะ” พลินที่มาเที่ยวทะเลได้ไม่ถึงสามครั้งดีบอกพร้อมสูดอากาศเข้าปอด ยิ้มแต้ ตอบด้วยสีหน้าทะเล้นนิดๆ “พลินอยากอยู่ตลอดไปเลย ได้ไหมคะ”“งั้นมาช่วยกันยกของลงก่อน แล้วจะให้อยู่ไปเลยตลอดชีวิต เออ...นี่ พี่มีเรื่องจะสารภาพแหละ” ญาดาบอกเสียงอ่อยในตอนท้าย พลินหยุดยิ้ม ถามกลับ“เรื่องอะไรคะพี่ดา” “คือ จริงๆแล้ว ที่พี่ชวนมาเนี่ย คือ มันเป็นงานเลี้ยงฉลองของพี่กับคุณบารมีน่ะ”พลินยังคงรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า ถาม “ฉลองอะไรหรือคะ”ญาดากวาดสายตาสำรวจน้องสาวก่อนตอบเสียงราบเรียบ ลอบสังเกตอาการของคนเป็นน้องไปพลาง“งานฉลองสละโสดของพี่กับคุณบารมีน่ะสิ”“ฉลองสละโสด?”พลินทวนคำตอบด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะไปวูบ งานเลี้ยงฉลองสละโสดขอ
“รักตอนไหนคะ บอกพลินหน่อย” บารมีนิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะรวบรวมคำพูดออกมาได้ “ตอนแรกพี่ไม่ได้นึกรักเราหรอก ตอนนั้นพี่สงสารพลินมากกว่า ตอนนั้นพี่ได้แต่สงสาร สงสารเด็กคนนี้จังเลย ทำไมถึงมาเกิดเป็นลูกนายสมวะ ทำไมนายสมไม่รักลูกคนนี้เลยวะ” บารมีสารภาพความจริงเป็นครั้งแรกกับเธอ ก่อนเล่าต่อ “ยิ่งมาเห็นตอนนั้นว่าพี่ปล้ำพลินไปนะ พี่ใจหายเลย ได้แต่ด่าตัวเองว่าไม่น่าทำลายอนาคตเด็กคนนี้เลย แล้วตอนที่เรากับแม่มาบอกว่าท้องนี่พี่จิตตกไปใหญ่ สงสารหนักกว่าเก่าอีกนะเชื่อไหม” บารมีรวบมือเธอมากุมก่อนบอกต่อ “พอแม่พี่บอกว่าจ้างเรามา พี่โกรธมาก โกรธจนเกลียดไปเลยด้วย ว่าทำไมวะ เด็กอายุเท่านี้เองทำไมคิดอะไรตื้นแบบนั้นวะ” “พลินไม่ได้...” “พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าแม่โกหกพี่ พอมารู้ทีหลังนี่พี่รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหวเลย ไอ้ความสงสารที่เคยมีให้พลินก่อนหน้านี่แทบจะทับพี่ตาย พอหลังจากนั้นความสงสารมันก็มี...ความรักแทรกเข้ามาด้วย ที่ไม่รู้ว่ารักตอนไหน รู้แต่ว่ารักพลินเพราะพลินพยายามจะเข้าใจพี่ที่สุดพลินรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา พลินรู้กาลเทศะ และที
“อย่าเข้ามานะ” “เห็นอยากมีนักไม่ใช่หรือไงวะผัวน่ะ กูนี่ก็เป็นผัวให้มึงได้นะอีคนสวย” “อย่านะ ผัวฉันรู้พวกแกได้ตายไม่มีเหลือแน่ ไอ้โจร ไอ้พวกสวะ” “ผัวคนไหนล่ะจ๊ะ” หนึ่งในคนพวกนั้นถามยิ้มๆ ชี้มือหาตนเองแล้วก็ถามต่อ “ใช่คนนี้ไหม หรือคนนั้น หรือคนโน้น” ก่อนจะชี้มือไปทางพรรคพวกที่ยืนเรียงหน้ารอคิวอยู่ทีละคน เสียงกรีดร้องดังระงมในโกดังร้างแห่งนั้นเอง เจริญขวัญถูกชายฉกรรจ์ร่วมสิบคนรุมทึ้ง เนื่องจากคนที่เธอว่าจ้างให้ยิงพลิน มาขอเงินงวดสุดท้าย แต่เพราะพลินไม่ตายอย่างที่ตกลงกันเอาไว้ เธอเลยคิดจะเบี้ยวไม่จ่าย พวกมันใช่คนดีที่ไหน รับเงินว่าจ้างให้ฆ่าคนก็ไม่ใช่คนดีเท่าไรนักหรอก เจริญขวัญคร่ำครวญขู่ไม่เลิกว่าเธอจะตามสามีของเธอมาฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน แต่สามีคนไหนล่ะที่หมายถึง ไม่นานก็มีศพหญิงสาวลอยอืดอยู่ในคลองใกล้โกดังร้างแห่งนั้น “มีกิจกรรมสองอย่างที่มนุษย์ทำได้ครั้งแรก แล้วครั้งต่อไปก็จะทำได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นฝึกใหม่” พลินที่เพิ่งวางถาดขนมและเครื่องดื่มของบุตรสาวลงบนโต๊ะ ละสาย
“หายโกรธพี่แล้วใช่ไหม”บารมีทำตัวได้มึนมาก เขาถามคำถามเดิมทุกๆวันที่มา พูดแบบเดิมว่าไม่หย่า ขอร้องแบบเดิมๆจนพลินได้แต่ทอดถอนใจในความเป็นบารมี บอกเนือยๆ “พลินไม่ได้โกรธใครค่ะ” “ถ้าไม่ได้โกรธ ก็ต้องไม่หย่านะ” มองนิ่งๆไปที่เขาก่อนพูดเสียงเรียบ “พลินไม่ชอบคนเผด็จการ” “พี่เผด็จการหรือ” พอเห็นสายตาของพลิน คนเผด็จการก็ยกมือขึ้นยอมจำนน บอกเสียงอ่อย “ก็ได้ ก็ได้ พี่จะไม่เผด็จการ” เขาน่ะหรือไม่เผด็จการ ถ้าไม่เผด็จการจริงๆจะมัดมือเธอชกด้วยการเร่งเร้าให้จดทะเบียนสมรสกันโดยที่เธอไม่ได้มีเวลาคิดทบทวนเลยได้อย่างไร แล้วพอตอนขอหย่า ก็ยังเสียงแข็งใส่เธออีกว่ายังไงก็ไม่ยอมหย่า “พลินไม่ชอบให้ใครมาบังคับ” ยังนึกถึงที่เขาขืนใจเธอคราวนั้นได้ก็ไม่อยากยกขึ้นมาพูดอีก บารมียอมถอย “โอเค พี่ไม่บังคับ” “ถ้าอย่างนั้น หย่าให้พลินเถอะค่ะ” “พลิน...พี่ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม พี่สัญญาว่าพี่จะไม่เผด็จการ ไม่บังคับพลิน” นิ่งคิดอยู่นานก็ถูกคนเผด็จการที่ชอบบังคับสวมกอดเสียแน่น







