LOGINชายหนุ่มหันไปมองพี่ชายกับน้องชายและเพื่อนสนิทเขาอีกสองคนที่นั่งหลบมุมอยู่ข้าง ๆ โดยที่คนพวกนั้นกำลังส่งสายตาเชิงล้อเลียนมาให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังหัวเราะเยาะเขามากแค่ไหนที่โตจนป่านนี้แล้วยังถูกแม่ตัวเองบังคับได้เช่นนี้ และหลังจากที่คนเป็นแม่เดินออกจากห้องหอไปก็ได้เวลาที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวจะเข้ามาอวยพรบ้าง
"พี่นี่มันเลวมากอยู่นะ กล้ามากที่ควงคู่นอนเข้ามาในงานแต่ง ผมล่ะยอมพี่เลยจริง ๆ" พันไมล์น้องคนสุดท้องเอ่ยพร้อมส่งยิ้มให้กับหมื่นลี้ เขานึกชื่นชมพี่ตัวเองไม่น้อยที่ใจกล้าถึงขนาดยั่วโมโหคนเป็นแม่ได้ขนาดนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นงานแต่งคาดว่าพี่ชายของเขาอาจได้นอนโรงพยาบาลไปแล้ว
"ไม่ต้องมาพูดมากเลย"
"แกจะทำอะไรก็น่าจะคิดให้ดี ๆ ก่อน ทำแบบนี้แม่กับเมียแกเสียหน้ามากนะ" พี่ชายคนโตอย่างแสนปีนั้นตำหนิน้องเสียงเข้ม เขารู้สึกไม่เห็นด้วยมาก ๆ ที่น้องตัวเองทำเช่นนี้ แต่แล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าตำหนิ เพราะเขารู้ดีว่าการถูกบังคับให้ทำเรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้มันเป็นยังไง
"ไม่ต้องมาดุผมเลย ที่ผมต้องแต่งงานมันก็เป็นเพราะแต่งแทนพี่นี่แหละ" น้องชายพูดเช่นนั้นเขาก็พูดอะไรไม่ออก เพราะว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันก็ผิดที่เขาเองส่วนหนึ่ง เขาเป็นพี่ชายคนโตแต่ไม่สามารถแบกรับเรื่องนี้แทนน้อง ๆ ได้แต่ก็รู้ดีว่าหมื่นลี้ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขานักหรอก ก็เพียงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง
"ไม่ต้องดราม่ากัน นี่...ของขวัญวันแต่งงานของมึง" กล่องสี่เหลี่ยมสีดำจำนวนสามกล่องถูกโยนมาที่เบื้องหน้าของเจ้าบ่าว และเมื่อเจ้าตัวรับมาแล้วก็ถึงกับเบ้หน้าทันที
"กูไม่มีทางใช้เด็ดขาด เอาคืนไปเลยไอแซม" เพื่อน ๆ ต่างพากันหัวเราะในคำพูดที่ได้ยินจากเพื่อน ใครจะไปเชื่อมันกัน คนอย่างหมื่นลี้ถ้ามีเนื้อชั้นดีวางเอาไว้ตรงหน้าไม่มีทางที่เขาจะไม่กิน ยิ่งเป็นเนื้อชิ้นที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวด้วยแล้ว จะปล่อยให้หลุดรอดไปก็คงยาก
"เตือนไว้ก่อนเลย มึงอย่าสดเด็ดขาดถ้ามึงยังไม่พร้อมจะเลี้ยงลูกตอนนี้ ต่อให้มึงมีลูกแต่ถ้ามึงไม่เอาแม่เขาก็อย่าคิดจะทำ" อาร์มเพื่อนสนิทอีกคนของหมื่นลี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อเตือนสติ เพราะชีวิตของเด็กคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
"ออกไปกันได้แล้วกูจะอาบน้ำแล้วเนี่ย" สุดท้ายเจ้าบ่าวที่ดูเหมือนถูกไล่ต้อนจนมุมก็ไล่บรรดาเพื่อน ๆ ให้ออกจากห้องหอของเขา เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่เหลือเกิน ควรจะได้พักผ่อนสักที
"งั้นพวกฉันก็ออกไปเลยนะ แกดูแลตัวเองด้วยฉันนอนอยู่ชั้นล่าง ถ้าเกิดอะไรขึ้นโทรมานะ เดี๋ยวพวกฉันจะรีบขึ้นมา" น้ำฟ้ารู้สึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเองมาก ๆ และยิ่งได้ยินบทสนทนาของคนพวกนั้นแล้วก็ยิ่งไม่วางใจ
"ไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอก"
ในที่สุดห้องหอนี้ก็เหลือเพียงเจ้าบ่าวและเจ้าสาวป้ายแดงเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มเริ่มปลดกระดุมชุดของตัวเองออกทีละนิด ๆ ส่วนหญิงสาวเอาก็เริ่มถอดถุงมือและเครื่องประดับออกทั้งหมด ส่วนชุดนั้นก็คงต้องรอไปถอดตอนอาบน้ำเพราะมันค่อนข้างยุ่งยากมากกว่า ความจริงเธอมีสิ่งที่อยู่ในใจอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดกับหมื่นลี้ เธอลอบมองเขาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็ตัดสินใจพูดมันออกมา
"ถ้าคุณไม่พอใจหรืออยากจะหักหน้าฉัน ฉันไม่เคยคิดจะว่าคุณเลยนะคะ แต่การกระทำของคุณวันนี้มันไม่ดีมาก ๆ คุณควรจะนึกถึงจิตใจแม่กับครอบครัวของคุณด้วย" ชายหนุ่มหันหน้ามามองเจ้าของเสียงหวานที่ตำหนิเขาอีกคนอย่างเอาเรื่อง และใบหน้าเช่นนั้นทำให้ชมพิ้งร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา
"คนอย่างเธอมีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้กับฉันด้วยเหรอชมพิ้ง เธอทำอะไรลงไปบ้างอย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้" เขาเดินเข้ามาหาหญิงสาวช้า ๆ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
"ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรอยู่ขอบอกให้รู้นะว่าฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นเลย"
"ถ้าไม่คิดจะทำแล้วงานแต่งบ้า ๆ นี่มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติบ้านฉันมากใช่ไหมล่ะ เพราะที่บ้านของเธอกำลังจะล้มละลาย เข้าใจหาที่เกาะดีนี่" มือหนายกขึ้นมาบีบแก้มเนียนที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางของเจ้าสาวอย่างรุนแรง คนที่ถูกกระทำรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาก็พยายามที่จะปัดมืออีกคนออกแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงได้
"ฮั้นไม่อ้ายอำ" (ฉันไม่ได้ทำ) เธอพยายามพูดออกไปอย่างยากลำบากแต่ก็ตั้งใจเถียงอีกคนในสิ่งที่เธอไม่ได้กระทำอย่างสุดความสามารถ ทว่ามันก็ไม่ดังพอให้ชายหนุ่มเปิดใจที่จะรับฟัง
"ยังมาแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ คงอยากได้ฉันจนตัวสั่นเลยสิชมพิ้ง" หญิงสาวไม่ได้เอ่ยตอบโต้อีกคน เพราะยิ่งเธอเถียงแรงบีบก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
"ปล่อยฉัน คุณมันน่ารังเกียจที่สุด"
"ชมพิ้ง!!"
หลังจากที่มีปากเสียงกันหมื่นลี้ก็เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ มือหนาของชายหนุ่มจับร่างเพรียวบางให้นอนหงายขึ้น เนกไทสีแดงเส้นหนาที่เขาถอดออกมาจากสูทราคาแพงใช้ผูกเรียวแขนเล็กให้ติดกับหัวเตียงทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้อีกคนขยับหนีได้ ก่อนที่เจ้าบ่าวหมาด ๆ จะเริ่มซุกไซร้ซอกคอขาวของคนบนเตียงและสูดดมความหอมก่อนจะไล่เลีย ขบเม้มทำรอยสีกุหลาบไว้จนทั่ว
"อื้อออ อย่าทำอย่างนี้เลย" หญิงสาวที่รู้ตัวว่ากำลังจะได้รับสิ่งใดนั้นเอ่ยขึ้นมาเพื่อหวังขอความเมตตาจากชายหนุ่มผู้ที่เป็นสามีของเธอ หากแต่อีกคนไม่คิดจะฟังมันและยังคงตั้งใจที่จะยัดเยียดความอัปยศให้โดยไม่สนใจความรู้สึกหญิงสาว ไม่เพียงเท่านั้นยังฉีกขุดแต่งงานราคาแพงเสียจนมันขาดรุ่งริ่งเพียงเพราะขวางทัศนีย์ภาพของเขา
หมื่นลี้ประกบจูบอีกคนด้วยความหื่นกระหายชมพิ้งไม่ยอมเปิดปากเพื่อรับให้เขาเข้าไปสำรวจด้านใน หากแต่หมื่นลี้เองก็ไม่ได้คิดยอมแพ้ เขาขมกัดริมฝีปากบางไปครั้งก่อนที่อีกคนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บ และนั่นก็คือโอกาสที่ทำให้เธอจำยอมต้องให้อีกคนไล่ฉกชิงความหวานอย่างเอาแต่ใจ
"อื้มมม" ชายหนุ่มครางทุ้มต่ำออกมาเบา ๆ เพราะความพึงพอใจที่ได้รับจากกายคนใต้ร่าง
ส่วนอีกคนกำลังจมดิ่งลงไปในความรู้สึก เธอพยายามที่จะดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดคนใจร้าย หากแต่ไม่สามารถทำได้ ด้วยเชือกที่มัดติดกับหัวเตียง และถึงแม้จะไม่ได้ถูกมัดเธอก็ไม่สามารถสู้แรงของอีกคนได้อยู่แล้ว เช่นนี้เธอจึงเริ่มที่จะหยุดการขัดขืนด้วยความสิ้นหวัง
"อึก!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของคนตัวเล็กดังเล็ดลอดออกมาพร้อมกับปล่อยน้ำตาของความเสียใจออกมาเพื่อชะล้างความอัปยศที่กำลังได้รับ
"อย่าคิดว่าน้ำตาของเธอจะหยุดฉันได้ ฉันไม่มีวันสงสารคนอย่างเธอ" ราวคำพูดของซาตานเถื่อนที่ไหน ชมพิ้งได้ฟังก็รู้สึกเจ็บหัวใจอย่างมาก ความจริงเรื่องนี้เธอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมี เพราะในสัญญาที่เธอได้ตกลงกับคุณนายเม็ดพลอยก็ระบุชัดว่าเธอนั้นจะต้องยอมหากลูกชายของเธอต้องการมีสัมพันธ์ทางกาย
เช่นนี้ก็ราวกับเธอได้ขายทั้งกายทั้งวิญญาณไปแล้วกว่าครึ่ง ความเป็นคนจะหลงเหลืออยู่เท่าไร แต่อย่างที่บอกกับเพื่อนไปว่าชีวิตของเธอไม่ได้เหลือทางเลือกมากนัก สุดท้ายชมพิ้งก็ทำได้เพียงหลับตาและน้อมรับสัมผัสของอีกคน
"หึ! ก็ไหนว่าอยากเป็นเมียฉันเสียจนตัวสั่น นี่ไงฉันกำลังจะมอบสิทธิ์นั้นให้กับเธอ แล้วจะต้องร้องไห้ออกมาทำไม" หมื่นลี้ดันตัวเองขึ้นเพื่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเหยียดหยัน
"คุณอยากทำอะไรก็สุดแต่คุณเถอะ" ชมพิ้งร้องไห้ออกมาทั้งที่ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น เพราะความรู้สึกแตกสลายนั้นได้กัดกินหัวใจของเธอไปจนสิ้น
ค่ำคืนวันศุกร์แสนหรรษาของบรรดาหนุ่มสาวนั้นดูจะครึกครื้นมากกว่าทุกวัน ในฐานะสาวที่ชื่นชอบปาร์ตี้ก็ได้มาดื่มกินตามคำชวนของเพื่อน ๆ หญิงสาวในชุดรัดรูปเดินเข้ามาในคลับดังก็มีแต่สายตาจับจ้อง ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ตัว แต่เต็มเดือนเลือกที่จะไม่สนใจสายตาพวกนั้นมากกว่า“น้องครับ พี่ขอไลน์หน่อยได้ไหมคนสวย” ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามาราวกับหน่วยกล้าตายที่ไม่สนใจว่าตัวเองจะได้รับสิ่งที่ต้องการหรือไม่แต่ทว่าหญิงสาวที่เพิ่งได้รับคำขอไปนั้นกลับยกยิ้มมุมปากแล้วเดินเลยคนผู้นั้นไปอย่างไม่สนใจ ท่ามกลางสายตาที่จับจ้อง เล่นเอาคนถูกเมินหัวเสียไม่น้อยเลย“มึงเริ่ดอยู่นะเมื่อกี้”“ธรรมดาป่ะ มามึงวันนี้เต็มที่เลยนะ กูเลี้ยงเอง” เต็มเดือนพูดพร้อมยกแขนเรียวขึ้นมาคล้องคอเพื่อนและวาดลวดลายเบา ๆ อย่างสนุกสนานท่ามกลางสายตามากมายหญิงสาวและบรรดาเพื่อน ๆ นั่งดื่มกันอยู่หลายชั่วโมง บางคนเริ่มทรงตัวไม่อยู่ บางคนฟุบไปกับโต๊ะ และมีบางคนที่ยังสู้ไม่ถอย“มึงกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เต็มเดือนเอ่ยบอกกับเพื่อนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดเต็มเดือนเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพังและระหว่างทางมีแก้วมากมายส่งมาให้ ด้วยความที่สติเธอเหลือไม่มาก
เวลาของความสุขมันมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ เผลอแปบเดียวตอนนี้ดุจผืนฟ้าก็อายุเข้าปีที่ 19 แล้ว เรียกได้ว่าเป็นวัยที่กำลังสวยสะพรั่งเลยทีเดียว ส่วนคนเป็นพี่ชายนั้นก็อายุ 20 แล้ว ทว่าการเลี้ยงดูของสองคนนี้แตกต่างกันมากทีเดียวเขาว่าคนเจ้าชู้หากมีลูกสาวจะหวงมากเป็นพิเศษเห็นทีว่าคงไม่เกินจริง ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกเหมือนกันหากแต่เท่าพิภพนั้นกลับได้รับอิสระทั้งทางด้านความคิดและเรื่องของการตัดสินใจมากกว่า อีกทั้งเมื่อมีเวลาว่างคนเป็นพ่อก็มักพาเจ้าลูกชายนั้นไปทำเรื่องที่ลูกผู้ชายเขารู้กันดีอยู่สองคน อย่างเช่นว่า เบียร์แก้วแรกของลูกนั้นหมื่นลี้ต้องเป็นคนรินให้เอง และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงเสียด้วย เรื่องนี้ชมพิ้งไม่ค่อยพอใจมากนักคิดว่าเขาจะพาลูกไปทำตัวไม่น่ารักที่ไหน หากแต่ลูกก็ดูอยากจะให้พ่อพาไปเธอจึงไม่อาจขัดใจได้ นับวันยิ่งโตเท่าพิภพก็ยิ่งเหมือนพ่อแต่ดุจผืนฟ้านั้นไม่เหมือนกัน เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นแก้วตาดวงใจของทั้งบ้านเพราะว่ามีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวของบรรดาหลาน ๆ ทั้งหมด เป็นคนที่ทุกคนต่างประคบประหงมกันเป็นอย่างดี จะไปไหนก็ต้องมีคนขับรถไปรับไปส่ง มีคนติดตามเว้นเสียเวลาอยู่ในรั้วโรงเรียนเท่านั้น"เ
3 เดือนให้หลังจากงานแต่งครั้งสุดท้ายของชีวิตหมื่นลี้ เขาทำงานอย่างหนักหน่วงทั้งงานของบริษัทตัวเอง และบริษัทของภรรยาด้วย ตอนนี้เรียกได้ว่าหมื่นลี้ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบเต็มตัวแล้ว ซึ่งชมพิ้งเองก็เห็นด้วยที่ปล่อยให้สามีได้ทำงานแทบทุกอย่างไป เพราะเขานั้นย่อมถนัดกว่าเธอตอนนี้ชมพิ้งนอกจากการเลี้ยงเจ้าก้อนหมูน้อยแล้วเธอก็กลับมาทำงานอดิเรกที่เคยชอบทำอย่างเช่น การวาดภาพ และการถ่ายภาพศิลปะต่าง ๆ การทำอาหาร และการเข้าคอร์สจัดดอกไม้ซึ่งตอนนี้ก็ถือได้ว่าเธอนั้นได้ชีวิตกลับคืนมาอยู่หลายส่วน"อ้วก ๆ ๆ ๆ" เสียงอาเจียนหนักหน่วงปานจนจะขาดใจของหมื่นลี้ดังขึ้นตอนเข้ามาเป็นวันที่สามแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกว่าร่างกายนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากไม่รู้เพราะอะไร"พี่หมื่น คลื่นไส้อีกแล้วเหรอ" คนเป็นภรรยานั้นเดินมาลูบหลังสามีด้วยความเป็นห่วง โชคดีที่เตียงนอนของเจ้าลูกหมูไม่ได้อยู่ใกล้กับห้องน้ำมากนัก ถึงไม่ทำให้เขาตื่นขึ้นมางอแงแต่เช้ามืด แต่ชมพิ้งนั้นรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่หมื่นลี้รีบลุกขึ้นจากเตียงแล้วเข้ามาในห้องน้ำแล้ว"พี่ไม่เป็นไรครับ" เขาตอบให้ภรรยาคลายความกังวลใจ ช่วงนี้งานที่บริษัทรัดตัวมากจริง ๆ น
งานแต่งงานที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้นที่ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมหนูใจกลางเมือง ทว่ามันไม่ใช่ที่เดิมแต่บรรยากาศในงานกลับดูเหมือนเดิมไปเสียทุกอย่าง ก็เพราะว่าคุณนายเม็ดพลอยไม่รู้ว่าจงเกลียดจงชังอะไรลูกชายตัวเองหรือเปล่าถึงได้เลือกออแกไนซ์เจ้าเดิมแถมยังมีธีมงานและของชำร่วยรวมถึงการ์ดเชิญแบบเดิมอีกด้วยดูก็รู้ว่าจงใจแกล้งเขาให้เตรียมตัวโดนเชือดกันชัด ๆ เห็นทีว่าคืนนี้เขาต้องเอาใจเมียตัวเองให้ดีเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นตายแน่ ๆ เพราะดูจากใบหน้าบึ้งตึงของเจ้าสาวที่เต็มเดือนส่งมาให้แล้วเห็นทีจะรอดยาก ก็นะภาพจำของภรรยาคนสวยเขามันคงยังชัดเจน เหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่สิ มันต้องไม่เหมือนเดิมแล้วเด้อ ก็เจ้าบ่าวคนนี้กลับตัวกลับใจแล้วจ้าเมียจ๋า"เร่งแอร์หน่อยสิวะ ทำไมมันร้อนขนาดนี้แอร์เสียหรือเปล่า" หมื่นลี้หันไปพูดกับเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งสองและพี่น้องเจ้าบ่าวอีกสองรวมเป็นสี่ที่วันนี้แต่งตัวมาอย่างตั้งใจกว่าครั้งที่แล้วมาก ๆ "แอร์มันก็ปกติแล้ว แต่ที่มึงร้อนมันเป็นเพราะชะงักที่ติดหลังอยู่หรือเปล่า" แซมเอ่ยแซวและไม่นานก็ได้รับเป็นรองเท้าเจ้าบ่าวถอดโยนมาให้เป็นรางวัล"ชะงักพ่องมึงดิ วันนี้วันดีห้ามพูดเรื่องไม
'คุณหมื่นลี้คะ คุณหมื่นลี้''มีอะไร''ฉันขอติดรถกลับไปบ้านด้วยได้ไหมคะ''รถของฉันยางแบนขอฉันติดรถกลับไปด้วยนะคะ''กูจะบอกให้นะ กูจะมาเที่ยวนี่แหละแต่ตอนออกมามีคนวิ่งตัดหน้ารถกู พอลงไปก็เห็นว่าเป็นเมียมึงถึงได้ไปส่ง'เสียงบทสนทนาของชมพิ้งและอาร์ทยังดังก้องอยู่ในหัว หมื่นลี้พยายามสงบใจและสลัดเอาความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป แต่ทว่ากลับไม่สามารถทำได้"โถ่โว้ย!" ชายหนุ่มที่คิดจะไปนอนที่อื่นในตอนแรกตัดสินใจหักพวงมาลัยกลับยูเทิร์นข้างหน้าในเสี้ยววินาที ตอนแรกเขาไม่คิดจะกลับไปยังบ้านหลังนั้น บ้านที่มีแต่เรื่องเครียด ๆ แต่ทว่าหลังจากฟังคำพูดของอาร์ทและนึกถึงรอยช้ำที่ร่างกายของชมพิ้งเขาก็วางใจไม่ได้ สุดท้ายก็เลือกที่จะกลับไปให้มันจบ ๆแต่ไม่ได้รู้สึกผิดหรือเป็นห่วงอะไรนะ ก็แค่ไปดูว่าใกล้ตายหรือยังก็เท่านั้น จริง ๆ นะเชื่อสิหมื่นลี้เดินเข้ามาในตัวบ้านตามปกติที่เขาชอบทำก็พบว่าร่างเล็กบางหลับแล้วเหมือนดังทุกครั้ง เขาเปิดผ้าห่มที่คนตัวเล็กใช้ปกปิดร่างกายออกก่อนจะลอบสำรวจรอยช้ำที่เขาเห็นบริเวณหัวเข่าทั้งสองข้าง โชคดีที่คืนนี้ชมพิ้งใส่ชุดนอนแบบกางเกงขาสั้นพอดี ไม่อย่างนั้นเกรงว่าจะสำรวจลำบาก"ก็ไม่เห็นจ
หลังจากที่เขารู้เรื่องคำพูดของชมพิ้งที่บอกกับเต็มเดือนและน้ำฟ้าจากอาร์ทสายลับของเขาแล้ว และวันนี้เขาเตรียมแผนการเพื่อขอภรรยาแต่งงานอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขาเต็มใจเป็นที่สุดแน่นอนว่าจะขอที่บ้านธรรมดาก็คงไม่ดีเขาพาชมพิ้งมาเที่ยวที่ทะเลโดยอ้างว่าอยากจะพักผ่อนเพราะทำงานมานานแล้ว ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยโต๊ะดินเนอร์เล็ก ๆ หน้าบ้านพักตากอากาศถูกจัดขึ้นมาโดยบริการพิเศษจากทางโรงแรม โดยที่ของกินนั้นมีหลากหลายหน้าตาก็น่ากินไม่น้อย แต่ส่วนมากจะเป็นอาหารที่ดีต่อคนท้องเป็นหลักรวมถึงน้ำผลไม้ไร้แอลกอฮอล์ด้วยโชคดีที่ชมพิ้งไม่มีอาการแพ้ท้องให้ได้เห็นเลยเพราะสามีแพ้แทนให้หมดแล้ว ก็ทำให้เธอเจริญอาหารอย่างมาก เขานึกขอบคุณลูกที่อยู่ในใจ ทว่าเสียงเตือนจากมือถือหมื่นลี้ดังขึ้นนั่นก็หมายถึงว่าได้เวลาแล้ว“พิ้งอิ่มหรือยังครับ” เขาเอ่ยถามภรรยาที่เริ่มไม่แตะอาหารในจานและมองออกไปยังท้องทะเลยามค่ำคืนตรงหน้า“อื้อ แน่นท้องไปหมด” “งั้นเราไปเดินย่อยกันเถอะ”“อยากไปอยู่พอดีเลย” ทั้งสองพากันเดินลัดเล๊าะไปตามริมหาดช้า ๆลมทะเลในตอนกลางคืนนั้นดูจะแรงกว่าตอนกลางวันอยู่มาก หากแต่ยามนี้ที่หาดไร้ซึ่งเงาของผู้คน







