LOGINชายหนุ่มหันไปมองพี่ชายกับน้องชายและเพื่อนสนิทเขาอีกสองคนที่นั่งหลบมุมอยู่ข้าง ๆ โดยที่คนพวกนั้นกำลังส่งสายตาเชิงล้อเลียนมาให้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังหัวเราะเยาะเขามากแค่ไหนที่โตจนป่านนี้แล้วยังถูกแม่ตัวเองบังคับได้เช่นนี้ และหลังจากที่คนเป็นแม่เดินออกจากห้องหอไปก็ได้เวลาที่บรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวจะเข้ามาอวยพรบ้าง
"พี่นี่มันเลวมากอยู่นะ กล้ามากที่ควงคู่นอนเข้ามาในงานแต่ง ผมล่ะยอมพี่เลยจริง ๆ" พันไมล์น้องคนสุดท้องเอ่ยพร้อมส่งยิ้มให้กับหมื่นลี้ เขานึกชื่นชมพี่ตัวเองไม่น้อยที่ใจกล้าถึงขนาดยั่วโมโหคนเป็นแม่ได้ขนาดนั้น นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นงานแต่งคาดว่าพี่ชายของเขาอาจได้นอนโรงพยาบาลไปแล้ว
"ไม่ต้องมาพูดมากเลย"
"แกจะทำอะไรก็น่าจะคิดให้ดี ๆ ก่อน ทำแบบนี้แม่กับเมียแกเสียหน้ามากนะ" พี่ชายคนโตอย่างแสนปีนั้นตำหนิน้องเสียงเข้ม เขารู้สึกไม่เห็นด้วยมาก ๆ ที่น้องตัวเองทำเช่นนี้ แต่แล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าตำหนิ เพราะเขารู้ดีว่าการถูกบังคับให้ทำเรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้มันเป็นยังไง
"ไม่ต้องมาดุผมเลย ที่ผมต้องแต่งงานมันก็เป็นเพราะแต่งแทนพี่นี่แหละ" น้องชายพูดเช่นนั้นเขาก็พูดอะไรไม่ออก เพราะว่าเรื่องนี้จริง ๆ มันก็ผิดที่เขาเองส่วนหนึ่ง เขาเป็นพี่ชายคนโตแต่ไม่สามารถแบกรับเรื่องนี้แทนน้อง ๆ ได้แต่ก็รู้ดีว่าหมื่นลี้ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเขานักหรอก ก็เพียงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง
"ไม่ต้องดราม่ากัน นี่...ของขวัญวันแต่งงานของมึง" กล่องสี่เหลี่ยมสีดำจำนวนสามกล่องถูกโยนมาที่เบื้องหน้าของเจ้าบ่าว และเมื่อเจ้าตัวรับมาแล้วก็ถึงกับเบ้หน้าทันที
"กูไม่มีทางใช้เด็ดขาด เอาคืนไปเลยไอแซม" เพื่อน ๆ ต่างพากันหัวเราะในคำพูดที่ได้ยินจากเพื่อน ใครจะไปเชื่อมันกัน คนอย่างหมื่นลี้ถ้ามีเนื้อชั้นดีวางเอาไว้ตรงหน้าไม่มีทางที่เขาจะไม่กิน ยิ่งเป็นเนื้อชิ้นที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวด้วยแล้ว จะปล่อยให้หลุดรอดไปก็คงยาก
"เตือนไว้ก่อนเลย มึงอย่าสดเด็ดขาดถ้ามึงยังไม่พร้อมจะเลี้ยงลูกตอนนี้ ต่อให้มึงมีลูกแต่ถ้ามึงไม่เอาแม่เขาก็อย่าคิดจะทำ" อาร์มเพื่อนสนิทอีกคนของหมื่นลี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อเตือนสติ เพราะชีวิตของเด็กคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
"ออกไปกันได้แล้วกูจะอาบน้ำแล้วเนี่ย" สุดท้ายเจ้าบ่าวที่ดูเหมือนถูกไล่ต้อนจนมุมก็ไล่บรรดาเพื่อน ๆ ให้ออกจากห้องหอของเขา เพราะรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่เหลือเกิน ควรจะได้พักผ่อนสักที
"งั้นพวกฉันก็ออกไปเลยนะ แกดูแลตัวเองด้วยฉันนอนอยู่ชั้นล่าง ถ้าเกิดอะไรขึ้นโทรมานะ เดี๋ยวพวกฉันจะรีบขึ้นมา" น้ำฟ้ารู้สึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเองมาก ๆ และยิ่งได้ยินบทสนทนาของคนพวกนั้นแล้วก็ยิ่งไม่วางใจ
"ไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอก"
ในที่สุดห้องหอนี้ก็เหลือเพียงเจ้าบ่าวและเจ้าสาวป้ายแดงเพียงเท่านั้น ชายหนุ่มเริ่มปลดกระดุมชุดของตัวเองออกทีละนิด ๆ ส่วนหญิงสาวเอาก็เริ่มถอดถุงมือและเครื่องประดับออกทั้งหมด ส่วนชุดนั้นก็คงต้องรอไปถอดตอนอาบน้ำเพราะมันค่อนข้างยุ่งยากมากกว่า ความจริงเธอมีสิ่งที่อยู่ในใจอยู่เรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดกับหมื่นลี้ เธอลอบมองเขาอยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็ตัดสินใจพูดมันออกมา
"ถ้าคุณไม่พอใจหรืออยากจะหักหน้าฉัน ฉันไม่เคยคิดจะว่าคุณเลยนะคะ แต่การกระทำของคุณวันนี้มันไม่ดีมาก ๆ คุณควรจะนึกถึงจิตใจแม่กับครอบครัวของคุณด้วย" ชายหนุ่มหันหน้ามามองเจ้าของเสียงหวานที่ตำหนิเขาอีกคนอย่างเอาเรื่อง และใบหน้าเช่นนั้นทำให้ชมพิ้งร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา
"คนอย่างเธอมีสิทธิ์มาพูดเรื่องนี้กับฉันด้วยเหรอชมพิ้ง เธอทำอะไรลงไปบ้างอย่าคิดว่าฉันจะไม่รู้" เขาเดินเข้ามาหาหญิงสาวช้า ๆ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
"ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรอยู่ขอบอกให้รู้นะว่าฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นเลย"
"ถ้าไม่คิดจะทำแล้วงานแต่งบ้า ๆ นี่มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ทั้งหมดมันก็เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติบ้านฉันมากใช่ไหมล่ะ เพราะที่บ้านของเธอกำลังจะล้มละลาย เข้าใจหาที่เกาะดีนี่" มือหนายกขึ้นมาบีบแก้มเนียนที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางของเจ้าสาวอย่างรุนแรง คนที่ถูกกระทำรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาก็พยายามที่จะปัดมืออีกคนออกแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงได้
"ฮั้นไม่อ้ายอำ" (ฉันไม่ได้ทำ) เธอพยายามพูดออกไปอย่างยากลำบากแต่ก็ตั้งใจเถียงอีกคนในสิ่งที่เธอไม่ได้กระทำอย่างสุดความสามารถ ทว่ามันก็ไม่ดังพอให้ชายหนุ่มเปิดใจที่จะรับฟัง
"ยังมาแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ คงอยากได้ฉันจนตัวสั่นเลยสิชมพิ้ง" หญิงสาวไม่ได้เอ่ยตอบโต้อีกคน เพราะยิ่งเธอเถียงแรงบีบก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น
"ปล่อยฉัน คุณมันน่ารังเกียจที่สุด"
"ชมพิ้ง!!"
หลังจากที่มีปากเสียงกันหมื่นลี้ก็เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ มือหนาของชายหนุ่มจับร่างเพรียวบางให้นอนหงายขึ้น เนกไทสีแดงเส้นหนาที่เขาถอดออกมาจากสูทราคาแพงใช้ผูกเรียวแขนเล็กให้ติดกับหัวเตียงทั้งสองข้างเพื่อไม่ให้อีกคนขยับหนีได้ ก่อนที่เจ้าบ่าวหมาด ๆ จะเริ่มซุกไซร้ซอกคอขาวของคนบนเตียงและสูดดมความหอมก่อนจะไล่เลีย ขบเม้มทำรอยสีกุหลาบไว้จนทั่ว
"อื้อออ อย่าทำอย่างนี้เลย" หญิงสาวที่รู้ตัวว่ากำลังจะได้รับสิ่งใดนั้นเอ่ยขึ้นมาเพื่อหวังขอความเมตตาจากชายหนุ่มผู้ที่เป็นสามีของเธอ หากแต่อีกคนไม่คิดจะฟังมันและยังคงตั้งใจที่จะยัดเยียดความอัปยศให้โดยไม่สนใจความรู้สึกหญิงสาว ไม่เพียงเท่านั้นยังฉีกขุดแต่งงานราคาแพงเสียจนมันขาดรุ่งริ่งเพียงเพราะขวางทัศนีย์ภาพของเขา
หมื่นลี้ประกบจูบอีกคนด้วยความหื่นกระหายชมพิ้งไม่ยอมเปิดปากเพื่อรับให้เขาเข้าไปสำรวจด้านใน หากแต่หมื่นลี้เองก็ไม่ได้คิดยอมแพ้ เขาขมกัดริมฝีปากบางไปครั้งก่อนที่อีกคนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บ และนั่นก็คือโอกาสที่ทำให้เธอจำยอมต้องให้อีกคนไล่ฉกชิงความหวานอย่างเอาแต่ใจ
"อื้มมม" ชายหนุ่มครางทุ้มต่ำออกมาเบา ๆ เพราะความพึงพอใจที่ได้รับจากกายคนใต้ร่าง
ส่วนอีกคนกำลังจมดิ่งลงไปในความรู้สึก เธอพยายามที่จะดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมกอดคนใจร้าย หากแต่ไม่สามารถทำได้ ด้วยเชือกที่มัดติดกับหัวเตียง และถึงแม้จะไม่ได้ถูกมัดเธอก็ไม่สามารถสู้แรงของอีกคนได้อยู่แล้ว เช่นนี้เธอจึงเริ่มที่จะหยุดการขัดขืนด้วยความสิ้นหวัง
"อึก!"เสียงสะอื้นเบา ๆ ของคนตัวเล็กดังเล็ดลอดออกมาพร้อมกับปล่อยน้ำตาของความเสียใจออกมาเพื่อชะล้างความอัปยศที่กำลังได้รับ
"อย่าคิดว่าน้ำตาของเธอจะหยุดฉันได้ ฉันไม่มีวันสงสารคนอย่างเธอ" ราวคำพูดของซาตานเถื่อนที่ไหน ชมพิ้งได้ฟังก็รู้สึกเจ็บหัวใจอย่างมาก ความจริงเรื่องนี้เธอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมี เพราะในสัญญาที่เธอได้ตกลงกับคุณนายเม็ดพลอยก็ระบุชัดว่าเธอนั้นจะต้องยอมหากลูกชายของเธอต้องการมีสัมพันธ์ทางกาย
เช่นนี้ก็ราวกับเธอได้ขายทั้งกายทั้งวิญญาณไปแล้วกว่าครึ่ง ความเป็นคนจะหลงเหลืออยู่เท่าไร แต่อย่างที่บอกกับเพื่อนไปว่าชีวิตของเธอไม่ได้เหลือทางเลือกมากนัก สุดท้ายชมพิ้งก็ทำได้เพียงหลับตาและน้อมรับสัมผัสของอีกคน
"หึ! ก็ไหนว่าอยากเป็นเมียฉันเสียจนตัวสั่น นี่ไงฉันกำลังจะมอบสิทธิ์นั้นให้กับเธอ แล้วจะต้องร้องไห้ออกมาทำไม" หมื่นลี้ดันตัวเองขึ้นเพื่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของหญิงสาวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเหยียดหยัน
"คุณอยากทำอะไรก็สุดแต่คุณเถอะ" ชมพิ้งร้องไห้ออกมาทั้งที่ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น เพราะความรู้สึกแตกสลายนั้นได้กัดกินหัวใจของเธอไปจนสิ้น
เต็มเดือนและน้ำฟ้ามาสังสรรค์กันกับเพื่อน ๆ ที่รู้จัก ก่อนหน้านั้นพวกเธอได้ชวนชมพิ้งแล้วแต่ด้วยความที่หญิงสาวมีอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน อีกทั้งปกติเธอก็ไม่ได้ชื่นชอบบรรยากาศของสถานที่เสียงดังแบบนี้ด้วยจึงไม่ได้ตอบรับหญิงสาวทั้งสองจำไม่ได้ว่าตัวเองต้องไปห้องวีวีไอพีที่เท่าไรจึงได้เปิดเข้าไปมั่ว ๆ และได้เจอกับผู้ได้ชื่อว่าสามีเพื่อนกำลังนัวกับผู้หญิง เช่นนั้นเธอก็ย่อมยอมไม่ได้อยู่แล้ว แม้ชมพิ้งจะบอกว่าให้ปล่อยไปแต่พวกเธอกลับรู้สึกว่าเพื่อนเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมเห็นทีว่าต้องเอาคืน"แล้วเราจะเข้าไปในห้องนั้นยังไงวะ นั่นมันห้องวีวีไอพีนะ""นั่นสิ หรือว่าเราจะปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเข้าไปกันดี""อย่าดูละครเยอะขอร้องเลยเพื่อน""กว่าพวกเราจะเข้าไปได้กูว่ามันเสร็จกันพอดี""เออจริง คนอะไรวะหน้าด้านชะมัด"หญิงสาวทั้งสองยืนเถียงกันอยู่ที่ทางขึ้นบันได ถึงอยากจะเอาคืนให้เพื่อนแต่กลับหาทางเข้าไปไม่เจอ พวกเธอรู้สึกหงุดหงิดแทนชมพิ้งจนกระทั่งถอดใจไปแล้ว ทั้งสองจึงได้พากันเดินไปที่ห้องวีวีไอพีที่จองไว้ แต่ทว่าจังหวะชุลมุนไม่ทันได้ระวังตัวเต็มเดือนหญิงสาวที่มาในชุดเดรสรัดรูปและรองเท้าส้นสูงก็ถูกใครสักค
"สวัสดีค่ะคุณหมื่นลี้ รอนานไหมคะ" หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองเดินเข้ามาหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่มีเจ้าของชื่อนั่งอยู่ก่อน"ไม่เลยครับคุณจา" เขาส่งยิ้มให้คนตรงข้ามและมองเธอด้วยสายตาของความเจ้าชู้เหมือนปกติที่ชอบทำวันนี้เขานั้นมีนัดสำหรับการเซ็นสัญญากับบริษัทหนึ่ง โดยปกติแล้วหมื่นลี้เป็นนักธุรกิจที่มีบุคลิกเฉพาะตัว และยังมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย อย่างที่รู้กันว่าโลกของธุรกิจนั้นไม่มีสูตรตายตัวหมื่นลี้เองก็เป็นคนที่พลิกแพลงได้เก่ง เขามองว่าเรื่องธุรกิจและเรื่องบนเตียงมันสามารถไปด้วยกันได้"สั่งอะไรมายังคะเนี่ย" จารุวรรณถามคนที่เอาแต่นั่งมองหน้าเธออยู่ไม่ขยับไปไหน หมื่นลี้เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหล่าและเมื่อถูกคนที่หล่อขนาดนี้จ้องหน้านาน ๆ เธอก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้ มือเล็กเรียวเล็กเก้งก้างไปหมดไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็แกล้งยกขึ้นมาเอาผมทัดหูเบา ๆ ซ่อนความเขินอาย"ยังเลยครับ ผมรอสั่งพร้อมคุณ" เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงคือแพ้คนใส่ใจ ก็นะแกล้งทำนิด ๆ หน่อย ๆ ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีหลุดรอดทว่าเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าสวยหวานของคนที่บ้านเขานั้นก็ลอยเข้ามาเสี
หมื่นลี้ขับรถยนต์คันหรูออกไปตามท้องถนนที่แสนจะกว้างใหญ่ด้วยอารมณ์ความโกรธและสับสน ตอนนี้ความรู้สึกตีรวนอยู่ในหัวอย่างยากจะแยกออก และถึงแม้ว่าเขาจะยังว้าวุ่นเพียงไหนแต่เขาก็มีจุดหมายที่จะไปแล้วในคืนนี้"ไงมึง ออกมาจนได้นะ" แซมทักทายหมื่นลี้ที่เดินหน้ามุ่ยเข้ามาที่ห้องวีวีไอพีบนคลับที่พวกเขามาประจำ ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อน เพียงแค่พยักหน้าให้และทิ้งตัวลงนั่งข้างกันอย่างคนอารมณ์ไม่ค่อยจะดี"อ้าว! มาแล้วเหรอมึง" อาร์ทที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็ประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเพื่อนตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เมื่อหัวค่ำพวกเขาคุยกันว่าจะมาปลดปล่อยที่นี่แต่หมื่นลี้ปฏิเสธไปโดยอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยจากงานของบริษัทชมพิ้ง ซึ่งทั้งเขาและแซมก็เข้าใจและไม่คิดเซ้าซี้ให้มาสนุกด้วยกัน และตอนที่เขาไปส่งชมพิ้งรถยนต์ของหมื่นลี้ยังคงจอดอยู่ที่โรงรถในบ้าน ไม่คิดว่าเขามาถึงเพียงไม่นานเจ้าตัวดีก็โผล่หน้าตามเขามาติด ๆ เสียแล้ว"เออ" เขาตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนรับแก้วน้ำสีอำพันจากมือของหญิงสาวที่พวกเขาเรียกมาไว้เพื่อนั่งสร้างบรรยากาศและกระดกเจ้าน้ำดีกรีแรงลงคอไปจนหมดเพียงรวดเดียว ทำเอาเพื่อนอีกาสองคนมองเป็นตาเดียว"หิ้วน้
"อยากเป็นเมียฉันมากเลยใช่ไหม ได้...งั้นคืนนี้ก็ทำหน้าที่ของเมียให้ดีแล้วกัน" ชายผู้ที่กักขังร่างเล็กบางไว้ในอ้อมแขนกระชับและลดระยะห่างเข้าไปเรื่อย ๆ"จะทำอะไร" ไรขนบางลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา หญิงสาวที่เอ่ยถามอีกคนไปก็ไม่ได้รับคำตอบที่ทำให้กระจ่าง แต่สภาพเช่นนี้จะหลบก็ไม่ได้หนีก็ไม่พ้นทำได้เพียงใจดีสู้เสือก็เท่านั้น"วะ วันนี้พิ้งเหนื่อยมากเลยค่ะ พิ้งขอไปนอนก่อนนะคะ" ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มแสนหวานชนิดที่ว่าใครเห็นก็เป็นอันต้องหลง แต่มันยิ่งทำให้คนที่กำลังมองเธออยู่นั้นกลับยิ่งเพิ่มไฟโทสะมากขึ้นกว่าเดิม"ทำไม ไหนว่าอยากเป็นเมียฉันมากไง จะต้องเล่นตัวไปทำไม" ไม่ว่าเปล่าใบหน้าหล่อยังโน้มเข้าหาคนตรงหน้าเรื่อย ๆ กระทั่งปลายจมูกเฉียดกันไปมา ริมฝีปากแทบจะโดนกันอยู่รอมร่อ"อย่าทำแบบนี้" หญิงสาวที่ทนต่อสิ่งนี้ไม่ไหวก็หันหน้าไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการประชันหน้ากับหมื่นลี้ แต่มีหรือที่คนอย่างหมื่นลี้จะยอมง่ายดายเพียงเท่านั้น"หึ!" ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นซอกคอขาวเนียนของหญิงสาว เพราะมันล่อตาล่อใจเขาเหลือเกินด้วยรูปร่างหน้าตาที่ความจริงก็ถือได้ว่าตรงสเปค หากไม่ติดที่หิวเงิน
"คิดจะอ่อยเพื่อนฉันอีกคนหรือไง" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและความมืด ทำให้ผู้ที่เดินเข้ามานั้นสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ"คุณหมื่นลี้" ทันทีที่ดวงไฟภายในบ้านสว่างขึ้นหญิงสาวก็หันไปเจอกับเจ้าของน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวนั่นด้วยความหวาดหวั่นราวคนมีความผิดติดตัว"ว่ายังไงล่ะ เธอคิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนบนโลกเลยหรือยังไง" คนที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจยังต้องมาเจอถ้อยคำทำร้ายจิตใจเช่นนี้อีก แต่เธอก็ไม่มีแรงมากพอจะโต้ตอบหรือแม้แต่จะอธิบายอะไรให้อีกคนเข้าใจคนตัวเล็กคิดจะเดินขึ้นไปชั้นบนโดยไม่สนใจหมื่นลี้หากแต่มือหนากลับเกี่ยวรั้งแขนเรียวเล็กไว้อย่างรุนแรงโดยไม่สังเกตเห็นรอยช้ำของแขนเล็กนั้น"โอ๊ย!!" ชมพิ้งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เดิมร่างกายก็บอบช้ำจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว ยังต้องมาโดนอีกคนบีบแรง ๆ เช่นนี้อีก"สำออยเชียวนะ ตกลงเธอจะบอกได้หรือยังว่ามากับเพื่อนฉันได้ยังไง" ยิ่งคนตัวเล็กร้องโอดโอยมากเท่าไร หมื่นลี้กลับยิ่งเพิ่มแรงบีบที่แขนเล็กมากเท่านั้น"เจ็บ พิ้งเจ็บ" เธอร้องขอความเมตตาจากอีกคนทว่าชายหนุ่มก็ไม่สนใจการร้องขอนั้น ในใจของเขาไม่อาจทนเห็นผู้หญิงคนนี้แสร้งทำตัวน่าสงสารและอ่อยคนนู้นที
ติ้ง ๆ ๆ ๆเสียงแชตดังขึ้นที่มือถือของร่างบาง แต่มันก็ไม่สามารถปลุกให้คนที่หลับใหลไปนั้นตื่นขึ้นได้ หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีนอนหลับอยู่ที่ป้ายรถเมล์ดึงดูดความสนใจจากคนที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างมาก"สาวที่ไหนมาหลับอยู่ตรงนี้กันเนี่ย" ใครสักคนพูดขึ้นมาดังลั่นโทนเสียงดูจะไม่ปกติ ทว่ามันทำให้คนที่หลับใหลได้สติขึ้นมา แต่เธอยังคงแกล้งที่จะหลับต่อไปเพราะหวาดกลัวการลืมตาขึ้นมาเห็นสถานการณ์ที่อันตรายตรงหน้า"นั่นสิ สวยซะด้วย" ชายอีกคนส่งเสียงพูดคุยกับชายคนแรกโดยที่ชมพิ้งรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ร่างกายของหญิงสาวก็เริ่มเกร็งขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยตื้อ ๆ ๆเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชมพิ้งที่ตกใจก็รีบรับสายทันทีและลุกขึ้นเตรียมจะถอยหนีออกไปจากตรงนั้น"เต็ม ชะ ช่วยเราด้วย" น้ำเสียงที่ส่งไปยังปลายสายทำให้เจ้าของชื่อลุกขึ้นเต็มความสูง"เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนเดี๋ยวกูจะรีบไป" เต็มเดือนที่ติดต่อชมพิ้งไม่ได้มาหลายชั่วโมงเกิดเป็นห่วงขึ้นมา เธอจึงโทรหาเพื่อนสนิทในเวลานี้ คิดไม่ถึงว่าชมพิ้งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเข้าพอดี"ป้ายรถเมล์หน้าบริษัท มีคนเมาสองคนรีบมานะเรากลั







