로그인
คุณมีความลับที่บอกใครไม่ได้ไหม?
ฉันมีความลับที่ไม่สามารถบอกกับสามีได้ นั่นคือความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขา ฉัน… หลงรักเขา หลงรักสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะทำในตอนนี้ก็คือ การเซ็นใบหย่า และออกจากชีวิตของเขาไป...
"อื้ออ ยังจะต่ออีกเหรอคะ วันนี้งานแต่งคุณเดี๋ยวจะไปสายเลยฤกษ์มงคลเอานะ" หญิงสาวท่าทางออดอ้อนบนอกแกร่งของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำยำ ขณะที่ทั้งคู่อยู่ในชุดที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย
"อื้มม เลยก็ช่างสิ ไม่ได้เต็มใจอยากแต่งสักหน่อย" สองร่างของชายหญิงกำลังกอดก่ายกันอยู่บนเตียงนอนห้องสวีตชั้นบนสุดของโรงแรมหรู
ความจริงแล้ววันนี้ ถือเป็นวันมงคลฤกษ์ของชายหนุ่ม แต่เจ้าสาวนั้นหาใช่หญิงข้างกายไม่ หากแต่เป็นคนที่ผู้เป็นแม่เตรียมหาเอาไว้ให้ และเธอกำลังรอเขาอยู่ที่งานในแต่งเพียงลำพัง แต่ใครจะสนกันก็ในเมื่องานแต่งครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรักเลยสักนิด โดยที่ทางด้านเจ้าสาวนั้นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับงานแต่งครั้งนี้เช่นกัน
"คุณนายคะ นี่เลยฤกษ์มงคลมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ คุณหนูยังไม่มาแล้ว แบบนี้งานแต่งจะล่มไหมคะเนี่ย"
"ปากแกไม่เป็นมงคลเลยนะนังดาว หมื่นลี้นะหมื่นลี้!"
เสียงของหญิงสาวสองคนที่อยู่ด้านข้างเรียกความสนใจแก่ชมพิ้งเป็นอย่างดี ความจริงแล้วเธอเองก็สงสัยอยู่เช่นกันว่าทำไมเจ้าบ่าวถึงยังมาไม่ถึง แล้วงานแต่งในครั้งนี้จะจบลงเช่นไรก็สุดจะรู้เธอทำได้เพียงแค่ภาวนาให้อีกคนปรากฏตัวในงานแต่งเพื่อรักษาหน้าตาของเธอ รวมถึงหน้าตาของทางบ้านตัวเองด้วย
แต่แล้วดูเหมือนความคาดหวังของเธอนั้นจะสูงเกินไป เมื่อทันทีที่ประตูใหญ่เปิดขึ้นก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าบ่าวของวันนี้ หากแต่เขานั้นไม่ได้มาคนเดียวเพราะข้างกายยังมีหญิงสาวที่ใส่ชุดเดรสสีเดียวกับสูตรเจ้าบ่าวเดินเคียงกันมาด้วย ทันทีเจ้าบ่าวเดินเข้ามาก็ทำเอาแขกในงานต่างพากันส่งเสียงฮือฮา สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน โดยเฉพาะคนเป็นแม่ของเจ้าบ่าวนั้นลมแทบจับ ไม่คิดเลยว่าไอลูกชายตัวดีมันจะมาไม้นี้ แต่เธอก็จำต้องควบคุมสถานการณ์
"งามหน้า!!" หญิงกลางคนเดินเข้ามาหาลูกชายแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเสียงไม่ดังไม่เบา ก่อนชายตามองหญิงข้าง ๆ อย่างรังเกียจมากเหลือทน
ชายหนุ่มไม่นึกสนใจคำพูดและการกระทำของแม่ เขาเดินพาร่างเล็กบางของสาวคู่นอนไปทักทายแขกในงานจนทั่ว ทำเอาทุกคนก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้ว่าจะต้องพูดคุยอะไรกับเขาคนนี้ดี หากแต่เจ้าบ่าวนี่ก็เสียกระไรเขายังคงทักทายพูดคุยทุกคนด้วยรอยยิ้มการค้า และท่าทางที่สุดแสนจะมีมรรยาทสมกับการเป็นทายาทธุรกิจพันล้านนั้นช่างขัดกับการกระทำต่อเจ้าสาวเสียเหลือเกิน
"งานแต่งนี้ไม่ต้องมีแกก็ได้แล้วมั้งฉันว่า ดูแม่นั่นเดินควงคุณหมื่นลี้ไหว้แขกในงานยังกับเป็นเจ้าสาวเองแล้วนั่น" เต็มเดือนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เพื่อนถูกกระทำตั้งแต่วันแต่งงาน ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าแต่งไปแล้วชีวิตหลังจากนี้ของเพื่อนจะเป็นอย่างไร
"นั่นสิ แบบนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยนะแก แกยังยืนยันจะแต่งกับเขาจริง ๆ เหรอ" ตามมาด้วยน้ำฟ้าที่แสดงความคิดเห็นและถามความแน่ใจของเพื่อนอีกครั้ง
หญิงสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวนั้นกลับมีท่าทางที่นิ่งสงบ เธอไม่สนด้วยซ้ำว่าเรื่องคืนนี้จะเป็นอย่างไร ก็ในเมื่อต่างคนต่างมีหน้าที่จะต้องทำ แม้ว่ามันอาจไม่ถูกใจใครแต่เธอก็เลือกที่จะทำหน้าที่ตัวเองอย่างดีที่สุด เพราะการแต่งงานครั้งนี้สำคัญกับเธอมาก มากเกินกว่าจะต้องมาเสียความรู้สึกกับเรื่องเช่นนั้น
"ยังไงก็ต้องแต่งอยู่แล้ว พวกแกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้น" หญิงสาวที่ใบหน้าเรียบนิ่งกำลังส่องกระจกและเติมลิปกรอสอย่างใจเย็น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่เธอว่า ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกมากมายขนาดนั้นสุดท้ายก็จะต้องทำใจให้สงบและปล่อยเรื่องที่เกิดขึ้นให้มันเป็นความเครียดของคนอื่นไป เธอเลือกแล้วว่าจะแต่ง ยังไงก็ต้องแต่ง
ส่วนเพื่อน ๆ ที่ได้ฟังเช่นนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมายาวยืด คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่สวยและเพียบพร้อมอย่างชมพิ้งนั้นจะต้องมีชีวิตการแต่งงานที่น่าเวทนาขนาดนี้
"คุณชมพิ้งคะ ได้เวลาแล้วค่ะ" พนักงานสาวของออแกไนซ์จัดงานแต่งที่สุดแสนจะหรูหรานี้เดินเจ้ามาเรียกเธอให้ไปทำหน้าที่ของเจ้าสาวอย่างที่ตั้งใจ เธอลุกออกจากห้องแต่งตัวทันทีก่อนจะเดินลงมาจากบันไดชั้นบนอย่างช้า ๆ
ทันทีที่ร่างเล็กบางในชุดเจ้าสาวสีขาวครีมสะอาดตาปรากฏตัวก็ดึงดูดและสะกดทุกสายตาให้มองมาเพียงแค่เธอคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าเจ้าบ่าวเองก็เช่นกัน และนั่นก็สร้างความไม่พอใจให้กับวิเวียนหญิงสาวข้างกายเป็นอย่างมาก
"หมื่นลี้คะ" เธอเอ่ยเสียงแข็งออกมา ทว่ามันกลับดังไปไม่ถึงเส้นประสาทหูของคนข้าง ๆ หมื่นลี้ยังคงจ้องมองเรือนร่างและท่วงท่าของว่าที่ภรรยาเดินลงมาจากบันไดด้วยความตะลึงงัน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใครสักคนเดินมาดึงเข้าให้ไปยืนเคียงคู่กับเจ้าสาวนั่นแล้ว
ส่วนวิเวียนที่เห็นเช่นนั้นเธอก็รู้ตัวว่างานนี้คงไม่มีที่ให้เธอยืนอีก เธอเลือกที่จะถอยกลับไปตั้งหลักก่อนแต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่ยอมปล่อยหมื่นลี้ไปอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้มาประกาศตัวกับแขกในงานรวมถึงสื่อต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หากวันข้างหน้ามีภาพของเธอปรากฏกายคู่กับเจ้าบ่าวในวันนี้อีกทุกคนก็คงไม่ต้องสงสัยมาก
เจ้าสาวคนสวยเหลือบมองคนข้าง ๆ อย่างไร้ซึ่งอารมณ์ใด ทว่าสายตาเจ้ากรรมก็ดันไปเห็นรอยลิปสติกที่ปกคือเสื้อของชุดเจ้าบ่าวไหนจะเสื้อที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยนั่นอีกคงไม่ต้องเดาให้ยากว่าก่อนจะมางานแต่งนั้นเจ้าบ่าวของเธอและหญิงสาวคู่นอนไปทำอะไรกันมา เห็นเช่นนั้นชมพิ้งก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดนึกสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง
"งั้นเริ่มพิธีได้เลยนะครับ" พิธีกรในงานเอ่ยขึ้นก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามปกติ โดยที่เจ้าบ่าวนั้นไม่ได้ให้ความร่วมมือมากแต่ก็ไม่ถือว่าขัดขืนอะไร มีบ้างที่เขาจะแสดงความไม่พอใจในตัวเจ้าสาวอย่างเห็นได้ชัดแต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังแอบมองหญิงสาวข้าง ๆ อยู่บ่อย ๆ และยึดเธอไว้เป็นจุดพักสายตากระทั่งเวลาล่วงเลยมาจนถึงจบพิธี
"คุณอยู่ไหนวิเวียน" เสียงของเจ้าบ่าวที่กำลังคุยโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่มารดาเขานั้นอนุญาตให้ใช้มือถือได้
'ก็วันนี้วิเวียนไม่ได้มีหน้าที่อะไรในงานแล้วนี่คะ วิเวียนก็เลยกลับขึ้นห้องมาก่อน' เสียงหญิงสาวปลายสายเอ่ยอย่างคนแง่งอน ก็ยิ่งทำให้จิตใจคนฟังนั้นร้อนรนขึ้นนิดหน่อย
"งั้นคุณรอผมอยู่ในห้องก่อนนะ เดี๋ยวผมเสร็จงานแล้วจะรีบขึ้นไป" เขาว่าพร้อมกับมองไปยังเจ้าสาวและคนเป็นแม่ของตัวเองที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องหอของทางโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่ราคาแพงที่สุดและดีที่สุดในโรงแรมแห่งนี้
'รีบมานะคะ ไม่งั้นวิเวียนงอนคุณจริง ๆ ด้วย' เมื่อคุยตกลงกันเรียบร้อยแล้วหมื่นลี้ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหญิงทั้งสองก่อนจะรีบขอทำเรื่องต่อไปให้มันจบสิ้นสักที เขาไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้กับเจ้าสาวผู้เป็นว่าที่ภรรยาตัวเองนานสักเท่าไร
"เสร็จงานหรือยังครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ" เอ่ยถามแม่ตัวเองโดยไม่มองหน้า ก็เพราะว่าเขายังไม่กล้าสู้หน้าคนเป็นแม่มากเท่าไรเมื่อยังมีชะงักที่ติดหลังอยู่
"ถ้าแกจะรีบไปหายัยนั่นก็ขอบอกเอาไว้เลยนะว่าไม่มีทาง คืนนี้หลังจากส่งตัวเข้าหอเสร็จพวกแกต้องอยู่ในห้องนี้ยันเช้า แล้วเดี๋ยวฉันจะเป็นคนมาเปิดประตูให้แกเอง อย่าคิดจะหนีไปล่ะ นี่ชั้น 22" เสียงคำสั่งของคุณนายเม็ดพลอยเป็นเสมือนกับการตัดความหวังของชายหนุ่ม ดูท่าแล้วคืนนี้คงไม่เป็นไปอย่างที่เขาต้องการก็พาลโมโหหญิงในชุดเจ้าสาวขึ้นมาอีก
"แต่ว่าคุณแม่"
"หยุด ไม่ต้องพูด ชมพิ้งหนูจำเรื่องที่เราคุยกันได้ใช่ไหมลูก ยังไงแม่ฝากด้วยนะ แล้วทุกอย่างที่เราตกลงกันไว้มันจะเป็นตามนั้นทั้งหมด แม่ดีใจนะที่ได้หนูมาเป็นลูกสะใภ้ เดี๋ยวแม่ไปก่อนแล้วแม่ฝากตาหมื่นลี้ด้วยนะลูก" คุณนายเม็ดพลอยนั้นห้ามปรามลูกชายที่กำลังจะเถียงเธอ ก่อนหันมาคุยกับลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ส่วนหมื่นลี้นั้นเธอแค่เก็บมาเลี้ยง
เต็มเดือนและน้ำฟ้ามาสังสรรค์กันกับเพื่อน ๆ ที่รู้จัก ก่อนหน้านั้นพวกเธอได้ชวนชมพิ้งแล้วแต่ด้วยความที่หญิงสาวมีอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน อีกทั้งปกติเธอก็ไม่ได้ชื่นชอบบรรยากาศของสถานที่เสียงดังแบบนี้ด้วยจึงไม่ได้ตอบรับหญิงสาวทั้งสองจำไม่ได้ว่าตัวเองต้องไปห้องวีวีไอพีที่เท่าไรจึงได้เปิดเข้าไปมั่ว ๆ และได้เจอกับผู้ได้ชื่อว่าสามีเพื่อนกำลังนัวกับผู้หญิง เช่นนั้นเธอก็ย่อมยอมไม่ได้อยู่แล้ว แม้ชมพิ้งจะบอกว่าให้ปล่อยไปแต่พวกเธอกลับรู้สึกว่าเพื่อนเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมเห็นทีว่าต้องเอาคืน"แล้วเราจะเข้าไปในห้องนั้นยังไงวะ นั่นมันห้องวีวีไอพีนะ""นั่นสิ หรือว่าเราจะปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเข้าไปกันดี""อย่าดูละครเยอะขอร้องเลยเพื่อน""กว่าพวกเราจะเข้าไปได้กูว่ามันเสร็จกันพอดี""เออจริง คนอะไรวะหน้าด้านชะมัด"หญิงสาวทั้งสองยืนเถียงกันอยู่ที่ทางขึ้นบันได ถึงอยากจะเอาคืนให้เพื่อนแต่กลับหาทางเข้าไปไม่เจอ พวกเธอรู้สึกหงุดหงิดแทนชมพิ้งจนกระทั่งถอดใจไปแล้ว ทั้งสองจึงได้พากันเดินไปที่ห้องวีวีไอพีที่จองไว้ แต่ทว่าจังหวะชุลมุนไม่ทันได้ระวังตัวเต็มเดือนหญิงสาวที่มาในชุดเดรสรัดรูปและรองเท้าส้นสูงก็ถูกใครสักค
"สวัสดีค่ะคุณหมื่นลี้ รอนานไหมคะ" หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองเดินเข้ามาหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่มีเจ้าของชื่อนั่งอยู่ก่อน"ไม่เลยครับคุณจา" เขาส่งยิ้มให้คนตรงข้ามและมองเธอด้วยสายตาของความเจ้าชู้เหมือนปกติที่ชอบทำวันนี้เขานั้นมีนัดสำหรับการเซ็นสัญญากับบริษัทหนึ่ง โดยปกติแล้วหมื่นลี้เป็นนักธุรกิจที่มีบุคลิกเฉพาะตัว และยังมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย อย่างที่รู้กันว่าโลกของธุรกิจนั้นไม่มีสูตรตายตัวหมื่นลี้เองก็เป็นคนที่พลิกแพลงได้เก่ง เขามองว่าเรื่องธุรกิจและเรื่องบนเตียงมันสามารถไปด้วยกันได้"สั่งอะไรมายังคะเนี่ย" จารุวรรณถามคนที่เอาแต่นั่งมองหน้าเธออยู่ไม่ขยับไปไหน หมื่นลี้เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหล่าและเมื่อถูกคนที่หล่อขนาดนี้จ้องหน้านาน ๆ เธอก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้ มือเล็กเรียวเล็กเก้งก้างไปหมดไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็แกล้งยกขึ้นมาเอาผมทัดหูเบา ๆ ซ่อนความเขินอาย"ยังเลยครับ ผมรอสั่งพร้อมคุณ" เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงคือแพ้คนใส่ใจ ก็นะแกล้งทำนิด ๆ หน่อย ๆ ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีหลุดรอดทว่าเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าสวยหวานของคนที่บ้านเขานั้นก็ลอยเข้ามาเสี
หมื่นลี้ขับรถยนต์คันหรูออกไปตามท้องถนนที่แสนจะกว้างใหญ่ด้วยอารมณ์ความโกรธและสับสน ตอนนี้ความรู้สึกตีรวนอยู่ในหัวอย่างยากจะแยกออก และถึงแม้ว่าเขาจะยังว้าวุ่นเพียงไหนแต่เขาก็มีจุดหมายที่จะไปแล้วในคืนนี้"ไงมึง ออกมาจนได้นะ" แซมทักทายหมื่นลี้ที่เดินหน้ามุ่ยเข้ามาที่ห้องวีวีไอพีบนคลับที่พวกเขามาประจำ ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อน เพียงแค่พยักหน้าให้และทิ้งตัวลงนั่งข้างกันอย่างคนอารมณ์ไม่ค่อยจะดี"อ้าว! มาแล้วเหรอมึง" อาร์ทที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็ประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเพื่อนตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เมื่อหัวค่ำพวกเขาคุยกันว่าจะมาปลดปล่อยที่นี่แต่หมื่นลี้ปฏิเสธไปโดยอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยจากงานของบริษัทชมพิ้ง ซึ่งทั้งเขาและแซมก็เข้าใจและไม่คิดเซ้าซี้ให้มาสนุกด้วยกัน และตอนที่เขาไปส่งชมพิ้งรถยนต์ของหมื่นลี้ยังคงจอดอยู่ที่โรงรถในบ้าน ไม่คิดว่าเขามาถึงเพียงไม่นานเจ้าตัวดีก็โผล่หน้าตามเขามาติด ๆ เสียแล้ว"เออ" เขาตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนรับแก้วน้ำสีอำพันจากมือของหญิงสาวที่พวกเขาเรียกมาไว้เพื่อนั่งสร้างบรรยากาศและกระดกเจ้าน้ำดีกรีแรงลงคอไปจนหมดเพียงรวดเดียว ทำเอาเพื่อนอีกาสองคนมองเป็นตาเดียว"หิ้วน้
"อยากเป็นเมียฉันมากเลยใช่ไหม ได้...งั้นคืนนี้ก็ทำหน้าที่ของเมียให้ดีแล้วกัน" ชายผู้ที่กักขังร่างเล็กบางไว้ในอ้อมแขนกระชับและลดระยะห่างเข้าไปเรื่อย ๆ"จะทำอะไร" ไรขนบางลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา หญิงสาวที่เอ่ยถามอีกคนไปก็ไม่ได้รับคำตอบที่ทำให้กระจ่าง แต่สภาพเช่นนี้จะหลบก็ไม่ได้หนีก็ไม่พ้นทำได้เพียงใจดีสู้เสือก็เท่านั้น"วะ วันนี้พิ้งเหนื่อยมากเลยค่ะ พิ้งขอไปนอนก่อนนะคะ" ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มแสนหวานชนิดที่ว่าใครเห็นก็เป็นอันต้องหลง แต่มันยิ่งทำให้คนที่กำลังมองเธออยู่นั้นกลับยิ่งเพิ่มไฟโทสะมากขึ้นกว่าเดิม"ทำไม ไหนว่าอยากเป็นเมียฉันมากไง จะต้องเล่นตัวไปทำไม" ไม่ว่าเปล่าใบหน้าหล่อยังโน้มเข้าหาคนตรงหน้าเรื่อย ๆ กระทั่งปลายจมูกเฉียดกันไปมา ริมฝีปากแทบจะโดนกันอยู่รอมร่อ"อย่าทำแบบนี้" หญิงสาวที่ทนต่อสิ่งนี้ไม่ไหวก็หันหน้าไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการประชันหน้ากับหมื่นลี้ แต่มีหรือที่คนอย่างหมื่นลี้จะยอมง่ายดายเพียงเท่านั้น"หึ!" ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นซอกคอขาวเนียนของหญิงสาว เพราะมันล่อตาล่อใจเขาเหลือเกินด้วยรูปร่างหน้าตาที่ความจริงก็ถือได้ว่าตรงสเปค หากไม่ติดที่หิวเงิน
"คิดจะอ่อยเพื่อนฉันอีกคนหรือไง" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและความมืด ทำให้ผู้ที่เดินเข้ามานั้นสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ"คุณหมื่นลี้" ทันทีที่ดวงไฟภายในบ้านสว่างขึ้นหญิงสาวก็หันไปเจอกับเจ้าของน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวนั่นด้วยความหวาดหวั่นราวคนมีความผิดติดตัว"ว่ายังไงล่ะ เธอคิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนบนโลกเลยหรือยังไง" คนที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจยังต้องมาเจอถ้อยคำทำร้ายจิตใจเช่นนี้อีก แต่เธอก็ไม่มีแรงมากพอจะโต้ตอบหรือแม้แต่จะอธิบายอะไรให้อีกคนเข้าใจคนตัวเล็กคิดจะเดินขึ้นไปชั้นบนโดยไม่สนใจหมื่นลี้หากแต่มือหนากลับเกี่ยวรั้งแขนเรียวเล็กไว้อย่างรุนแรงโดยไม่สังเกตเห็นรอยช้ำของแขนเล็กนั้น"โอ๊ย!!" ชมพิ้งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เดิมร่างกายก็บอบช้ำจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว ยังต้องมาโดนอีกคนบีบแรง ๆ เช่นนี้อีก"สำออยเชียวนะ ตกลงเธอจะบอกได้หรือยังว่ามากับเพื่อนฉันได้ยังไง" ยิ่งคนตัวเล็กร้องโอดโอยมากเท่าไร หมื่นลี้กลับยิ่งเพิ่มแรงบีบที่แขนเล็กมากเท่านั้น"เจ็บ พิ้งเจ็บ" เธอร้องขอความเมตตาจากอีกคนทว่าชายหนุ่มก็ไม่สนใจการร้องขอนั้น ในใจของเขาไม่อาจทนเห็นผู้หญิงคนนี้แสร้งทำตัวน่าสงสารและอ่อยคนนู้นที
ติ้ง ๆ ๆ ๆเสียงแชตดังขึ้นที่มือถือของร่างบาง แต่มันก็ไม่สามารถปลุกให้คนที่หลับใหลไปนั้นตื่นขึ้นได้ หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีนอนหลับอยู่ที่ป้ายรถเมล์ดึงดูดความสนใจจากคนที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างมาก"สาวที่ไหนมาหลับอยู่ตรงนี้กันเนี่ย" ใครสักคนพูดขึ้นมาดังลั่นโทนเสียงดูจะไม่ปกติ ทว่ามันทำให้คนที่หลับใหลได้สติขึ้นมา แต่เธอยังคงแกล้งที่จะหลับต่อไปเพราะหวาดกลัวการลืมตาขึ้นมาเห็นสถานการณ์ที่อันตรายตรงหน้า"นั่นสิ สวยซะด้วย" ชายอีกคนส่งเสียงพูดคุยกับชายคนแรกโดยที่ชมพิ้งรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ร่างกายของหญิงสาวก็เริ่มเกร็งขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยตื้อ ๆ ๆเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชมพิ้งที่ตกใจก็รีบรับสายทันทีและลุกขึ้นเตรียมจะถอยหนีออกไปจากตรงนั้น"เต็ม ชะ ช่วยเราด้วย" น้ำเสียงที่ส่งไปยังปลายสายทำให้เจ้าของชื่อลุกขึ้นเต็มความสูง"เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนเดี๋ยวกูจะรีบไป" เต็มเดือนที่ติดต่อชมพิ้งไม่ได้มาหลายชั่วโมงเกิดเป็นห่วงขึ้นมา เธอจึงโทรหาเพื่อนสนิทในเวลานี้ คิดไม่ถึงว่าชมพิ้งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเข้าพอดี"ป้ายรถเมล์หน้าบริษัท มีคนเมาสองคนรีบมานะเรากลั







