LOGIN5 ปีต่อมา
"ไมล์มึงจะไม่ลงจริง ๆ เหรอวะ" เสียงทุ่มจากคนข้าง ๆ ทำให้พันไมล์ที่กำลังยืนมองบรรยากาศสนามแข่งรถยามค่ำคืนของตัวเองด้วยความคิดที่หลากหลายได้สติ
"กูกับไอ้แทนมันคนละรุ่นกันนะ จะไปสู้มันไหวได้ยังไง" ต่อให้เขาเป็นถึงเจ้าของสนามแข่งรถอันดับหนึ่ง แต่ถ้าว่ากันด้วยฝีมือก็ย่อมต้องเอาความสามารถมาเป็นตัววัดอยู่ดี และเขานั้นก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งกาจอะไรขนาดนั้น เพียงแค่ชายหนุ่มที่บ้านรวยและได้รับอิสระจากครอบครัวให้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบก็เท่านั้น
พันไมล์ ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าหา เขาเป็นลูกชายคนเล็กของคุณนายเม็ดพลอย อายุเพิ่งเข้ายี่สิบหกปีเท่านั้นก็ได้เป็นถึงเจ้าของสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เขาได้รับอิสระจากครอบครัวเพราะว่าภาระหน้าที่ต่าง ๆ ก็มีพี่ชายอีกสองคนมาช่วยทำหมดแล้ว ด้วยความที่พวกพี่ ๆ เขารักน้องชายมากก็อยากให้น้องชายได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบไม่ต้องเอาตัวมาผูกติดกับหน้าที่การงานหรือกิจการจากทางบ้าน นั่นทำให้เขานั้นใช้ชีวิตได้ตามใจมาตลอด
ในตอนที่เขาเรียนตั้งแต่มัธยมเป็นต้นมา เขาก็ไม่ได้ป่าวประกาศกับใครว่าที่บ้านเขานั้นมีฐานะแบบไหน รวมถึงความเป็นอยู่ไม่ได้อู้ฟู่อะไรมาก และเพิ่งรู้ตัวว่ารักความเร็วก็เมื่อห้าปีก่อนนี้เอง หลังจากที่เกิดเรื่องบางอย่างกับตัวเองและทำให้เขาเสียศูนย์ไปพักหนึ่ง กระทั่งมาเจอเพื่อนสนิทของพี่ชายตัวเองที่ชอบในความเร็วชวนเขามาลงแข่งรถเล่น ๆ และนั่นทำให้พันไมล์ได้พบกับโลกใบใหม่…
"มึงไม่ลองดูหน่อยเหรอวะ ครั้งแรก ๆ อาจแพ้ แต่เพราะมึงไม่ได้รุ่นเดียวกันยังไงก็ไม่น่าเกลียดหรอกน่า ถือว่าแข่งเพื่อพัฒนาฝีมือ" อีกคนยังคงไม่ลดละ เล่นเอาพันไมล์ถึงกับสงสัยขึ้นมาว่าทำไมเพื่อนเขาถึงดูอยากให้เขานั้นลงแข่งสนามนี้จริง ๆ
"ทำไม บอกกูมาตามตรงดีกว่าว่ามึงอยากให้กูลงสนามนี้มากขนาดนั้นเพราะอะไร" คนที่ถูกจับไต๋ได้ก็เอามือหนาขึ้นมาเกาที่คอตัวเองแกรก ๆ เพราะว่าเขานั้นก็มีความในใจและเหตุผลส่วนตัวจริง ๆ นั่นแหละ
"ก็ได้ ๆ บอกก็ได้" ไป๋ เพื่อนสนิทของพันไมล์พูดเสียงอ่อยก่อนเดินมายืนข้าง ๆ พันไมล์พร้อมกับชี้มือไปที่กลุ่มคนที่มีทีมของแทนอยู่กันอย่างคลาคล่ำ ทว่าคนที่เขาชี้ไปนั้นกลับเด่นชัดมากเสียจนพันไมล์เบิกตาออกกว้างด้วยความตกใจ "นั่นแหละเหตุผลของกู"
"ใช่เหรอว่ะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้" พันไมล์แทบไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเอง เพราะว่าคนที่เขาเห็นไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลยจริง ๆ
"ตกลงจะเอายังไง ครั้งนี้ถ้าใครชนะจะได้ตัวผู้หญิงคนนั้นไป มึง...ยืนดูเฉย ๆ แบบนี้ได้จริง ๆ เหรอ" ชายหนุ่มกำมือแน่น ก็เป็นอย่างที่เพื่อนตัวเองพูดไปนั่นแหละ เขาปล่อยให้คนคนนั้นหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ หากแต่เขาเองก็มีความสามารถที่จำกัดเช่นกัน
แทน เจ้าของหมายเลข 77 นั้นถึงแม้ว่าภูมิหลังของบ้านเขาพอรู้มาว่าไม่ได้ร่ำรวยและเรียกได้ว่าลำบาก แต่ด้วยความรักที่มีต่อการแข่งรถทำให้เขาฝึกฝนตัวเองและมีชื่อเสียงในวงการแข่งรถมาตลอด ถึงแม้ว่าทางบ้านจะไม่ได้เพียบพร้อมเท่าบ้านของพันไมล์เลยก็ตาม เขาเรียกสิ่งนี้ว่า พรสวรรค์
"กูจะลง แต่ว่า..." เขาเว้นวรรคไปเล็กน้อยก่อนที่ไป๋เพื่อนสนิทที่คบกันมานานจะรู้ว่าควรต้องทำยังไงต่อ
บรรยากาศของสนามแข่งรถดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษนั่นก็เพราะว่าเมื่อทุกคนรู้ข่าวที่เจ้าของสนามขอลงแข่งด้วยก็ตื่นเต้นไปกันใหญ่ เพราะพันไมล์นั้นเป็นรุ่นที่เล็กกว่า หากแต่คิดจะแข่งขันกับรุ่นใหญ่นั้นมันดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้เลย อีกทั้งของเดิมพันที่พันไมล์เอามาล่อตาล่อใจคนอื่นก็ยังเป็นเงินสดถึงห้าล้านบาท แบบนี้แล้วใคร ๆ ก็อยากลงแข่งด้วยทั้งนั้น
"ยิ้มอะไรเหรอไอ้แทน ทำไม มึงคิดว่ามึงจะเป็นเสือนอนกินได้เงินห้าล้านกลับบ้านหรือยังไง" คนที่อยู่ในทีมเดียวกันกับแทนพูดขึ้นมาเพราะเห็นใบหน้าและท่าทางที่ดูมั่นใจมากๆ ของเพื่อนร่วมทีมแล้วก็อดแซวไม่ได้
"ก็ต้องแบบนั้นอยู่แล้วหรือเปล่า เจ้าของสนามนี้ไม่ได้เก่งไปกว่าฉันนี่ แล้ววันนี้ฉันเป็นตัวเก็ง ยังไงเงินรางวัลทั้งหมดฉันก็ต้องได้อยู่ดีนั่นแหละ" แทนพูดด้วยท่าทางที่มั่นอกมั่นใจ
"แล้วผู้หญิงที่มึงเอามาเดิมพันด้วยนี่เธอดูไม่รู้เรื่องเลยนะว่ากำลังเป็นของเดิมพันอยู่น่ะ"
"ไม่ต้องคิดเยอะหรอกพี่ มันไม่กล้าขัดคำสั่งฉันอยู่แล้ว"
"แต่ก็ช่วยให้คนอื่นตื่นเต้นได้มากอยู่นะ ก็สวยขนาดนั้น" ชายหนุ่มสองคนกำลังพูดถึงหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างสนามในชุดเรซควีนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยตรงหน้า ใบหน้าสวยหวานที่ดูตื่นตาตื่นใจอย่างมากเพราะว่าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านั้นชีวิตของเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง...
"แก น้องพอร์ชเป็นยังไงบ้าง หลับไปหรือยัง" หญิงสาวกรอกเสียงตัวเองลงไปในมือถือที่มีปลายสายเป็นเพื่อนสนิทตัวเอง
"หลับไปแล้วล่ะ นอนง่ายมากไม่ต้องห่วงนะ ทำงานไปเถอะ" น้ำหวานพูดเช่นนั้นขณะที่มือเรียวของเธอกำลังตบก้นหลานชายตัวแสบไปด้วย
"งั้นเหรอ แกก็ไม่ต้องเฝ้าหลานหรอก ถ้าเขาหลับแล้วก็หลับยาวถึงเช้าไม่ตื่นกลางดึกหรอก ไปพักผ่อนได้แล้วน้ำหวาน" เธอยังคงพูดต่อ ทว่าน้าที่ติดหลานขนาดนั้นมีหรือจะยอมง่าย ๆ
"รู้แล้วน่า แกไปทำงานได้แล้วเหอะ ฉันจะนอนกอดหลานอยู่ที่นี่นั่นแหละ"
"เฮ้อ งั้นก็ตามใจแกแล้ว" เมื่อเห็นว่าพูดไปอีกคนก็คงไม่ฟังเธอก็เลือกที่จะปล่อยเลยตามเลยแล้วหันมาสนใจบรรยากาศของงานแข่งรถตรงหน้าต่อ
พินอิน เป็นหญิงสาววัยยี่สิบหกปีที่มีรูปร่างหน้าตาสะสวย เรียกได้ว่าสามารถเป็นนางแบบหรือดาราได้ง่าย ๆ เลย เธอเรียนจบเพียงมัธยมปลายก็เพราะว่าเมื่อตอนอยู่ปีสามนั้นเกิดเรื่องขึ้นกับเธอเสียก่อนจึงทำให้เรียนไม่จบ สุดท้ายก็ต้องออกมาทำงานตั้งแต่อายุเพียงเท่านั้น แต่ความโชคร้ายของเธอไม่ได้หยุดลงเพราะว่ามารดาของเธอก็มาเสียไปอีก ทำให้เธอต้องอยู่กับพ่อเลี้ยงแล้วก็พี่ชายต่างสายเลือดที่วัน ๆ เอาแต่ก่อเรื่องก่อราวไม่จบไม่สิ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน…
"เฮ้อออ!!! พี่แทนไปไหนเนี่ย ตกลงงานจะเริ่มได้หรือยัง แล้วทำไมคนถือร่มต้องมายืนตรงนี้ตลอดเลยนะ เมื่อยจะแย่" ร่างบางบ่นอุบไปแต่ก็จำต้องยอมอยู่อย่างนั้นเพราะว่าพี่ชายของเธอเอามาทิ้งไว้ตรงนี้แล้วก็หายไปเลย โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรต้องทำตัวอย่างไรแล้ว...
"ฮัลโหลพินอิน นี่แกอยู่ที่ไหนเนี่ย รู้มั้ยฉันตามหาแกจนทั่ว ฉันเป็นห่วงแกมาก ๆ เลยนะ" ทันทีที่ปลายสายรับสายหญิงสาว ก็รัวคำถามใส่เธอเสียจนฟังแทบไม่ทัน"ใจเย็น ๆ ก่อนน้ำหวาน ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" พินอินหาจังหวะแทรกอีกคนไปเพื่อบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก และให้อีกคนเลิกถามไปก่อน"ได้ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหนล่ะ น้องพอร์ชด้วย ฉันจะไปรับแกเอง""แกไปถอนแจ้งความก่อนเถอะนะน้ำหวาน ตำรวจทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้หรอก" ในตอนที่แยกจากกันที่โรงพยาบาลแล้วน้ำหวานถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้พี่ชายของเธอหาเจอ น้ำหวานก็ตามหาอีกคนมาตลอด กระทั่งว่าติดต่อไปยังไงก็ไม่ติด อีกทั้งที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่เลย มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ สุดท้ายจึงได้เลือกวิธีการไปแจ้งความคนหายก็เพราะว่าเป็นห่วงสองแม่ลูกนั่นเกินไป อีกทั้งไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดมันซ้ำรอยเมื่อห้าปีก่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะไปแจ้งความ เอาแต่ตามหาด้วยตัวเองจนคลาดกันไปนานถึงเพียงนี้"ได้ยังไงกัน หมายความว่ายังไง คนพวกนี้คือพวกไหน มันทำร้ายเธอหรือเปล่า" ปลายสายยิ่งร้อนรน"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน้ำหวาน ตอนนี้ฉันอยู่กับพันไมล์น่ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง""อยู่กับพันไมล์นี่แหละน่าเป็น
เช้าของวันที่สามตั้งแต่ที่พินอินย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของพันไมล์ หากแต่รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ตลอดสามวันนี้เจ้าของบ้านไม่ค่อยจะอยู่ ก็เพราะว่ามีเรื่องที่ทำงานต้องจัดการ กว่าจะกลับมาอีกทีก็ในตอนที่สองแม่ลูกนั้นเข้านอนไปเสียแล้ว ทว่าวันนี้ไม่ใช่เช่นนั้น"พินอิน วันนี้เตรียมตัวออกไปที่สนามกับฉัน" ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหากแต่เขารู้สึกว่าไม่อยากจะให้สองแม่ลูกนั้นอยู่บ้านไปวัน ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ กับพินอินเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากแต่กับเจ้าเด็กพอร์ชนั่นเขายอมไม่ได้จริงๆ"แต่ว่า...""ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้ไปเธอก็ต้องไป""แล้วน้องพอร์ชล่ะคะ" หญิงสาวถามพร้อมกับใช้สายตามองไปยังลูกชายที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมา"ก็เอาไปด้วยทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ" เมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มก็จำต้องให้ไปทั้งแบบนั้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกว่าการที่มีเจ้าเด็กคนนี้อยู่ทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกเลย"ก็ได้ค่ะ" ว่าจบคนตัวเล็กก็ทำการปลุกเจ้าลูกชายของตัวเองให้ตื่น ส่วนพันไมล์นั้นก็แยกออกไปเตรียมตัวเช่นกัน"เรากำลังจะไปสนามแข่งรถจริง ๆ เหรอครับ สนามที่มีรถเยอะ ๆ เลย""ใช่ครับลูก ชอบไหม""น้องพอร์ชชอบค
สองแม่ลูกที่วิ่งออกมายังหน้าบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทว่าเพื่อให้ตัวเองหนีรอดเธอจึงกระโดดขึ้นรถของพันไมล์ที่มาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ไปแบบไม่ทันได้คิด"แม่อินครับเจ็บตรงไหนไหม น้องพอร์ชเป่าให้นะ อึก! หื้อออ" ถึงแม้ว่าตัวเองจะยังไม่หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้น หากแต่ความเป็นห่วงแม่ทำให้เขานั้นเข้ามาปลอบประโลมอย่างน่าสงสาร"แม่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ หยุดร้องนะคนเก่ง" เธอว่าพร้อมกับลูบหัวของลูกชายเบา ๆ"แม่ของนายไม่ได้เป็นอะไรหรอกถ้านายหยุดพูดน่ะ แต่ถ้านายไม่หุบปากก็ไม่แน่" พอร์ชหยุดร้องทันทีที่ถูกชายหนุ่มเจ้าของรถดุเข้า"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่าดุลูก!" พินอินว่าพร้อมส่งสายตาไม่พอใจ ร่างเล็กบางยังไม่ทันได้หายตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากแต่ความเป็นแม่ก็ยังคงต้องปกป้องลูกเสมอ"ผมก็บอกคุณแล้วไงว่าเป็นลูกคุณไม่ใช่ลูกผมสักหน่อย" ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าของสองแม่ลูกอย่างไม่พอใจ "เพราะถ้าเป็นลูกผมแล้วแล้วก็จะไม่มีใครทำกับเขาแบบนี้ได้แน่นอน"เขาพูดแล้วหันกลับไปขณะที่หญิงสาวได้ฟังก็ถึงกับสะอึก ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองไม่ได้มีความสามารถมากพอจะเลี้ยงลูกได้เลยด้วยซ้ำ กลับพรากเจ้าเด็กน้
"ใจเย็นก่อนมึง กูหาที่อยู่ของพินอินมาแล้ว เราไปดูที่บ้านก่อนเถอะ" ไป๋เดินเข้ามาในจังหวะที่พันไมล์กำลังก่นด่าลูกน้องไม่หยุด สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาต่างฝ่ายต่างรู้ ไม่มีเรื่องไหนปิดบังกันได้ มีก็เพียงแค่เรื่องของหญิงสาวคนนี้เท่านั้น มารู้เรื่องอีกทีก็ในตอนที่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว และสภาพของพันไมล์ตอนนั้นก็ดูแทบไม่ได้เลยด้วยเช่นกัน"พวกมึงออกไปตามหาสองแม่ลูกนั่นกลับมา อีกส่วนไปกับกู" พันไมล์สั่งลูกน้องด้วยความโกรธ ตอนนี้เขานั้นหวาดกลัวสุดหัวใจ สิ่งที่เขากลัวก็คือการทำพินอินหายไปเหมือนเมื่อครั้งห้าปีก่อน"รีบไป" ไป๋เดินนำเพื่อนตัวเองไปยังที่ที่เขาสืบมา โชคดีที่เกิดความสงสัยอีกคนไปอยู่ที่ไหนมา ไยตลอดห้าปีที่ผ่านมาทั้งเขาและพันไมล์ตามหาไม่เจอ คิดไม่ถึงว่าอยู่เพียงแค่ปลายจมูกแต่คลาดกันไปมาราวเส้นผมบังภูเขา.."มึงกลับมาได้สักทีนะอีอิน กูตามหามึงทั่วเลย" แทนที่เห็นว่าพินอินเดินเข้ามาในตัวบ้านก็เอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาวตกใจตัวโยน"พี่แทน พี่อยู่บ้านเหรอ แล้วทำไมไม่เปิดไฟ อยู่มืด ๆ ตกใจหมด" คนตัวเล็กพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามไม่ให้อี
"คุณลุงครับ" เสียงของเด็กน้อยคนที่เขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ในบ้านของเขาด้วยเรียกความสนใจของพันไมล์ให้ไปมอง ทว่าเขานั้นไม่อาจทำใจดีต่อเด็กคนนี้ได้ เขาเลือกจะเดินจากไปโดยไม่สนใจเด็กน้อยอีก"คุณลุงครับ" ทว่าเด็กน้อยนั้นไม่อาจยอมให้เป็นแบบนี้ ร่างเล็กป้อมเข้ามากอดที่ขาของชายหนุ่มทำให้เขานั้นหงุดหงิดที่เดินไปไหนไม่ได้ก็หันมาหาเจ้าตัวต้นเรื่อง ทว่าแววตาที่เจ้าเด็กนั่นมองเขาไม่รู้เพราะเหตุใดจึงทำเขาแม้อยากดุก็ดุไม่ลง"ปล่อยฉัน ฉันจะไปนอน" เขาขยับขาออกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงมาก"คุณลุงครับ แม่อินของน้องพอร์ชล่ะครับ" ในเมื่อก่อนทั้งสองจะเข้าไปในห้องนั้นแม่ของเจ้าตัวบอกว่าจะเข้าไปคุยกับเจ้านาย ทว่าเมื่อเจ้านายออกมาแล้วหากแต่ไร้ซึ่งเสียงและเงาของผู้เป็นแม่ เช่นนี้แล้วพอร์ชก็เพียงแค่อยากเข้ามาถามอีกคนให้รู้เรื่องเท่านั้น"อยู่ในห้องทางนั้น ไปหาสิ" พันไมล์พูดจบร่างเล็กป้อมที่ขาเขาก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กหายไปจากการมองเห็น เขาทำได้เพียงมองแผ่นหลังเล็กนั่นจนลับตา คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเด็กคนนี้เหมือนกับใครกันแน่ ในเมื่อไม่เหมือนแม่แล้วแทนก็ไม่ใช่พ่อเจ้าเด็กพอร์ชนี่อีก แล้วเหตุใดจึงดูคุ้นตามากเสียเหลื
ประโยคแรกพูดกับผู้หญิงตรงหน้า ส่วนประโยคถัดมาเขาสั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าห้องด้วยน้ำเสียงกร้าว เกรงว่าครั้งนี้พินอินอาจรู้ตัวแล้วว่าพันไมล์ไม่ใช่ผู้ชายคนที่เธอรู้จักแล้วจริง ๆ"จะทำบ้าอะไร อย่ามาทำอย่างนี้กับฉันนะ ฉันเป็นคนไม่ใช่หมูหมาจะมาขังฉันแบบนี้ไม่ได้" พินอินก็เสียงดังขึ้นมาไม่แพ้กัน เธอคิดว่าสิ่งที่อีกคนกำลังจะทำนั้นมันบ้ามากและไร้เหตุผล เขาเห็นว่ากฎหมายบ้านเมืองไม่มีอยู่หรืออย่างไร"ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อฉันแข่งรถแล้วได้ตัวเธอมา ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจแต่เธอก็ต้องมาอยู่กับฉัน เธอคงไม่อยากเดือดร้อนไปทั้งชีวิตหรอกนะ" พินอินแยกไม่ออกแล้วว่าการหนีไปกับการอยู่ที่นี่อันไหนจะเป็นการเดือดร้อนไปทั้งชีวิตกันแน่ รู้เพียงแค่การได้กลับมาเจอพันไมล์อีกครั้งคือการที่ชีวิตเธอกลับมาตกต่ำที่สุดแล้ว"ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว" พูดพร้อมกับเอามือถือขึ้นมากดหมายเลข 191 พินอินคิดว่ามันน่าจะข่มขู่อีกคนได้บ้าง ทว่าชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาเธอแล้วปัดเจ้าเครื่องมือถือราคาถูกที่เก็บเงินซื้อเอาไว้มานานร่วงลงไปกับพื้นอย่างรุนแรงจนมันแยกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองพันไมล์ที่กำลั







