ログイン"อะ อิน..." คราแรกพันไมล์นั้นตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นคนที่ควรนอนพักอยู่แต่กลับมาอยู่ตรงหน้าเขาได้ หนำซ้ำแล้วใบหน้าของเธอยังเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พันไมล์ไม่อยากจะเห็นเพราะมันทำให้เขารู้สึกรำคาญอย่างที่สุด
"คนนี้ใครเหรอคะ" เสียงของหญิงสาวที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นมาเรียกความสนใจของชายหนุ่ม
"ก่อนจะนัวแฟนคนอื่นน่ะไม่สืบก่อนเหรอว่าเค้ามีเมียหรือยัง หรือนี่มันคือธาตุแท้ของดาวมหาลัยกันล่ะ" ประโยคยืดยาวนี้ทำให้หญิงสาวเป็นดาวมหาลัยนั้นรู้สึกหน้าชาขึ้นมาบ้างแล้ว ทว่ามันไม่ใช่เสียงของพินอินหากแต่เป็นเสียงของน้ำหวานผู้หญิงที่ยืนข้าง ๆ นั่นเอง
"หยุดพูดก่อน มันไม่ใช่เรื่องของเธอน้ำหวาน" พันไมล์เอ่ยห้ามก่อนที่ผู้หญิงทั้งสองคนนั้นจะมีเรื่องกัน ถ้าว่ามันกลับทำให้พินอินรู้สึกเจ็บหัวใจขึ้นมามากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนรักเลือกจะปกป้องผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาเธอ
"ที่บอกว่าไม่ว่างไม่ชอบให้โทรตามเวลาออกมาเที่ยวจริง ๆ แล้วมันเป็นแบบนี้เองใช่ไหม ทำอย่างนี้ได้ยังไง นายทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง!!!" เสียงของหญิงสาวค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนเรียกความสนใจของคนแถวนั้น
"นี่! พินอินเธอจะเสียงดังไปทำไมเนี่ย" เขาว่าพร้อมกับปล่อยผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างและเดินตรงเข้ามาหาเจ้าของชื่ออย่างไม่ค่อยจะพอใจ
"ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ นายทำแบบนี้กับเพื่อนฉันได้ยังไง ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า" น้ำหวานที่ทนฟังไม่ได้ก็เข้ามาช่วยพูดและดูเหมือนว่าตอนนี้จะทำให้พวกเขานั้นกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาเป็นวงกว้าง
"ฉันบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่เรื่องของเธอ" พันไมล์ยังพูดคำเดิมกับน้ำหวานอีกครั้งเพื่อบอกให้เธอเงียบไปก่อนเพราะว่าไม่อยากเป็นจุดสนใจมากกว่านี้
"อะไรกันเนี่ย แค่มาเที่ยวเองถึงกับต้องมาตามเลยเหรอ" เสียงของเพื่อนคนเดิมที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พันไมล์พูดขึ้นยิ่งตอกย้ำให้ชายหนุ่มรู้สึกขายหน้ามากขึ้นไปอีก ก่อนที่ประโยคถัดไปจะทำให้เขานั้นแทบอยากวิ่งออกไปจากตรงนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอดไป "มีเมียแบบนี้เป็นกูไม่เอาหรอก อึดอัดตาย"
ชายหนุ่มได้ฟังคำนั้นแล้วก็ใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งเพราะว่ามีบางคำที่อยู่ในหัวตอนนี้แต่ไม่รู้ว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมจะพูดมันออกไปหรือเปล่า กระทั่ง...
"ตกลงว่านายนอกใจฉันมาตลอดเลยใช่ไหมพันไมล์ นายทำอย่างนี้ได้ยังไง ไหนบอกว่าจะรักแค่ฉันคนเดียวตลอดไปไง"
"พอได้แล้วพินอิน หยุดพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้เสียทีเถอะ"
"ไร้สาระงั้นเหรอ นายบอกว่าเรื่องที่นายนอกใจฉันมันไร้สาระงั้นเหรอ"
"เราเลิกกันเถอะพินอิน อยู่ด้วยกันทุกวันนี้มันทำให้ฉันมีแต่ทุกข์ เลิกกันไปเถอะนะ"
ใครจะคิดว่าคำพูดที่เขาเก็บเอาไว้มานานในที่สุดก็ออกมาจากปากจนได้ และเพียงได้ฟังคำคำนี้ หญิงสาวที่ตอนแรกกำลังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์นั้นถึงกับเปลี่ยนไป น้ำตาสีใสไหลอาบสองข้างแก้มอย่างไม่ทันให้อดกลั้น ความรู้สึกของเธอราวกับโลกทั้งใบแตกสลาย
คำพูดที่อีกคนเคยให้เอาไว้นั้นมันย้อนกลับเข้ามาในหัวพร้อมกับภาพฉายเป็นฉาก ๆ ภาพที่เขาเคยโอบกอดและบอกรักมันยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของเธอ ทว่าวันนี้มันไม่มีอีกแล้ว เพราะเขาคนนั้นกำลังต้องการจะตัดขาดกับเธอเพียงเพราะผู้หญิงอีกคนที่สวยกว่า
"พันไมล์ ไม่เอานะ ไม่เอาแบบนี้นะ" ไม่รู้ว่าเพราะอะไรสิ่งที่ออกมาจากความคิดไม่สั่งการจากสมองทำให้ร่างกายและปากของพินอินพูดออกไปแบบนั้น เธอเข้าไปโอบที่ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มพร้อมเอ่ยคำอ้อนวอนแสนโง่เขลาเพื่อขอร้องให้อีกคนนั้นบอกกับเธอว่าเรื่องนี้มันเป็นเพียงคำที่เขาพูดออกมาด้วยความโมโห ไม่ได้คิดจะเลิกกับเธอจริง ๆ
"พอเถอะพินอินอย่าทำอย่างนี้เลย ฉันทนกับเธอต่อไปไม่ไหวแล้ว" เขาว่าพร้อมปัดมือเธอทิ้ง ทว่าพินอินกลับไม่ยอม เธอไม่ยอมปล่อยอีกคนไปง่าย ๆ เพราะว่าถ้าปล่อยไปตอนนี้อาจไม่มีโอกาสได้จับแขนนี้อีกแล้วก็ได้
"ไม่ ๆ ฉันยอมแล้วพันไมล์ นายจะมีใครก็ได้ฉันยอมหมดเลยนะ ฉันจะไม่งี่เง่า จะไม่ถามให้นายลำบากใจอีก แต่ขออย่างเดียวอย่าเลิกกับฉันเลยนะ" คำที่ออกมาจากปากของหญิงสาวนั้นทำเอาทุกคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับอึ้งในความใจกล้านี้ ทว่ามันกลับยิ่งทำให้พันไมล์อยากเลิกกับเธอมากขึ้นไปอีก
"ฉันบอกว่าพอได้แล้วไงพินอิน!!! เธอไม่สมเพชตัวเองบ้างเหรอ เลิกทำตัวไร้ค่าได้แล้ว กลับไปรอฉันที่ห้องแล้วค่อยคุยกัน" พันไมล์ระเบิดอารมณ์ออกมาเพื่อเรียกสติของหญิงสาว และใช่มันได้ผล ตอนนี้ร่างเล็กบางที่กำลังจะล้มลงไปกองกับพื้นนั้นถูกมือเรียวของน้ำหวานคว้าเอาไว้ได้ทัน
"แก เรากลับกันเถอะ" เธอว่าเช่นนั้นก็รั้งตัวของเพื่อนตัวเองออกไป เธอไม่คิดเลยว่าพินอินต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้เพียงเพราะว่าเธอพามา ถ้าเธอทำเป็นไม่เห็นแล้วก็คงไม่ทำให้พินอินต้องเสียใจมากขนาดนี้ น้ำหวานรู้สึกผิดมากเหลือเกิน
"อุบ อ้วกกกก!!!" หากแต่เพียงออกมาจากหน้าร้านได้ยังไม่ถึงไหนหญิงสาวก็อาเจียนออกมาอีกครั้ง นั่นทำให้น้ำหวานตกใจมาก
"อินแก แกเดี๋ยวฉันพาไปหาหมอนะ" เธอว่าแต่กลับถูกมือของหญิงสาวรั้งเอาไว้ก่อน
"ไม่ต้องหรอก ฉันรู้ว่าฉันเป็นอะไร เราสองคนรีบกลับไปที่คอนโดเถอะฉันต้องเก็บของแล้ว" คนที่เพิ่งได้สติขึ้นมาก็รู้ว่าตัวเองได้ทำเรื่องที่น่าขายหน้าออกไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่เธอคิดไว้ว่าวันหนึ่งต้องปล่อยอีกคนให้ไปมีชีวิตแบบที่ตัวเองชอบ ทว่าเมื่อถึงเวลาจริง ๆ กลับทำไม่ได้
"หมายความว่ายังไง"
"ฉัน...จะเลิกกับพันไมล์น่ะ ช่วยพาฉันไปเก็บของทีนะ" พินอินพูดออกมาทั้งที่ไม่มีน้ำตาไหลมาเลยสักหยด ช่างแตกต่างจากคนเมื่อก่อนหน้าสิ้นเชิง ทว่าสีหน้าของเธอตอนนี้มันกลับทำให้น้ำหวานเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเป็นห่วงมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ก็เพราะว่าการที่เธอเป็นอย่างนี้หมายความว่าภายในใจของอีกคนแตกสลายไม่มีชิ้นดีไปแล้ว สู้ให้ร้องไห้โวยวายออกมาเสียงดังยังดีเสียกว่า
"พินอิน" เธอเข้าโอบกอดร่างเล็กบางตรงหน้าด้วยความทะนุถนอมราวกับว่าถ้ากอดแรงกว่านี้อีกคนจะแตกสลายไปต่อหน้า
สายตาหวานคลอน้ำตามองไปรอบ ๆ ห้องนอนที่มีภาพความทรงจำของเธอและคนรักอยู่เต็มไปหมดทุกที่ทุกมุม แต่วันนี้มันกลายเป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น ในเมื่อสายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ เธอก็ต้องเดินต่อไปข้างหน้า ตอนนี้พินอินไม่ใช่เพียงตัวคนเดียวแล้ว เธอยังมีอีกหนึ่งหัวใจต้องคอยดูแล และรับผิดชอบเขาไปตลอดชีวิต...
"แม่จะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้หนูเองนะ ลาก่อน...พันไมล์"
“ไอ้ไมล์ ปริมลูกกูอยู่ที่บ้านมึงไหม”“กูจะรู้ไหมล่ะ วันนี้กูมากินข้าวนอกบ้านกับเมีย”“มึงโทรไปถามลูกมึงให้หน่อยสิ”“ถามเอง”บทสนทนาของสองเพื่อนรักที่ตอนนี้อายุเลขสี่ปลาย ๆ แล้วหากแต่ยังคงหาเรื่องกันเก่งเช่นเคย ตอนนี้ทั้งพันไมล์และไป๋นั้นก็ยังคงทำงานที่สนามแข่งรถด้วยกันเหมือนเดิม หากแต่เรื่องงานก็เป็นไปตามปกติส่วนเรื่องที่ไม่ปกตินั้นก็คงจะเป็นเรื่องนี้ ในเมื่อลูก ๆ ของพวกเขาสนิทสนมกันมากเกินไป หลังจากที่แต่งงานได้เพียงสองสัปดาห์ภรรยาของไป๋ก็พบว่าเธอนั้นตั้งท้องได้ราวสองเดือนแล้ว ทำให้คนเป็นพ่อมือใหม่แบบไป๋ถึงกับรีบไปสมัครคอร์สพ่อบ้านแทบไม่ทันน้องพอร์ชลูกชายคนโตของพันไมล์ ส่วนลูกของไป๋ชื่อ ปริม เด็กสองคนนี้อายุห่างกันถึง 5 ปี แต่ที่บ้านสนิทกันมากจึงได้เรียนที่เดียวกันรวมถึงเติมโตมาด้วยกันสนิทกันเหมือนกับพ่อแม่ของพวกเขา แต่ทว่ากลับไม่มีใครใรู้เลยว่ามีฝ่ายหนึ่งที่รู้สึกมากกว่ากัน“ที่บ้านปริมโทรมาตามที่บ้านพี่อีกแล้วนะ กลับบ้านไปได้แล้วปริม” ชายหนุ่มที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงที่มีคนที่เขาพูดถึงนอนตักเล่นเกมส์มือถืออย่างอารมณ์ดี“ปล่อยไปก่อน แม่ปริมชอบบ่นอ่ะคืนนี้จะนอนนี่ที่” คนตัวเล็กเอ
“ว้าย!!”หญิงสาวนั่งกอดเข้าตัวสั่นอยู่มุมข้างที่นอน หลังจากตกใจที่จู่ ๆ สามีก็เข้ามาในห้องแลัเห็นสิ่งที่ไม่ควรเข้า น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มเพราะความอับอายที่เพิ่งเกิดขึ้นพันไมล์เดินตรงเข้าไปหา ย่อตัวนั่งลงท่าคุกเข่าข้าง ๆ คนตัวเล็ก มือหนากอบกุมมือของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าถ้าจับแรงกว่านี้คนตัวเล็กจะแตกสลาย"ให้ไมล์ช่วยนะครับ" คนที่นั่งอยู่บนเตียงหันมองด้วยดวงตาที่บอบช้ำ พันไมล์รู้สึกผิดมาก ๆ ที่ไม่สังเกตความต้องการของคนรักของตัวเองให้ดี ทั้ง ๆ ที่เขานั้นอยู่ใกล้เธอมากที่สุดแล้ว"ช่วยอินนะ อินอยากมาก ๆ เลย…" มือเล็กที่คราวแรกกอดเข่าอยู่ก็ย้ายมาจับชายเสื้อคนที่นั่งอยู่บนพื้นมือหนาเอื้อมไปลูบที่ข้างแก้มเพื่อเช็ดน้ำตา และยกตัวขึ้นมานั่งบนเตียงกับพินอิน ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าใกล้พินอิน และจรดปากหยักลงที่ดวงตาข้างซ้าย และย้ายไปอีกข้างอย่างกลัวจะน้อยใจ เพื่อเป็นการปลอบโยนเมื่อผ่านการร้องไห้อย่างหนักพันไมล์ผละออกมาจ้องมองใบหน้าสวยที่เขาหลงใหลอีกครั้ง เมื่อไม่กี่นาทีก่อนนั้นเขาเดินเข้ามาหาแล้วพบว่าพินอินกำลังช่วยตัวเองอยู่โดยกอดเสื้อของเขาเอาไว้แน่น คนตัวเล็กรู้สึกตกใจและอับอายอย่าง
"ไงครับคนเก่งของพ่อ วันนี้เราไปรับยากดภูมิเป็นวันสุดท้ายแล้วนะ" พันไมล์เดินเข้ามาหาลูกชายที่นั่งยิ้มร่าอยู่บนเตียงผู้ป่วยเพราะว่าดีใจที่คุณหมอบอกว่าเขานั้นหายดีแล้ว"น้องพอร์ชดีใจที่สุดในโลกเล้ยยยย" หลังจากการปลูกถ่ายไขกระดูกผ่านพ้นไปแล้วเจ้าเด็กน้อยก็ได้รับการรักษาและพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด กระทั่งหลังจากนั้นสองอาทิตย์จึงได้กลับบ้านได้ ทว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเขายังต้องมารับยากดภมิอยู่ตลอดเป็นเวลากว่าหนึ่งปี และวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว"ลูกชายของแม่เก่งที่สุดเลยครับ" ในที่สุดฝันร้ายที่พวกเขามีมาตลอดห้าปีนั้นก็มีวันที่สิ้นสุดลง"รีบไปกันเถอะครับสองแม่ลูก" ชายหนุ่มที่เห็นว่าได้เวลาแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับอุ้มเจ้าก้อนอ้วนขึ้นมาเข้าเอว ทั้ง ๆ ที่เด็กหน้องก็เดินได้ปกติแต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้คนพ่อจึงชอบอุ้มลูกนัก อุ้มเก่งราวกับจะชดเชยเมื่อก่อนหากแต่น้องพอร์ชเองก็ชอบมากที่พันไมล์อุ้มเขาแบบนี้เหมือนกันทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหมอบอกน้องพอร์ชหายดีแล้วและไม่ต้องกลับไปรับยากดภูมิอีกพร้อมกับมีการตรวจร่างกายอีกเล็กน้อยก่อนจะพากันมานั่งรอที่ห้องจ่ายเงิน"อ้าวน้องพอร์ช มาหาคุณหมอเหรอลูก สวัสดีค่ะค
“อ๊ะ!” เสียงหญิงสาวร้องขึ้นในตอนที่ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่สามีของเธอเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง ขณะที่ตัวเธอกำลังจัดของว่างใส่จานไว้ให้สองพ่อลูกฟอดด!“หื้ม ชื่นใจจังเลยครับ” ไม่พออีกคนยังฉวยโอกาสหอมแก้มเธอไปอีกครั้ง“เมื่อไรจะเลิกเข้ามาจากข้างหลังเนี่ย” แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะนอกจากจะหาเวลาหวานกันได้ยากแล้วการแสดงความรักต่อหน้าลูกชายก็ยากเหมือนกัน เพราะว่าจนถึงตอนนี้เจ้าเด็กนั่นยังไม่เลิกหวงแม่กับเขาเลย“ก็ฉันจะคลั่งรักเมียตัวเองมันผิดตรงไหนล่ะ” คนหน้าไม่อายว่าก่อนที่เขานั้นจะจับให้ร่างเล็กบางหันหน้าเข้าหาตัวแล้วอุ้มเธอขึ้นไปไว้บนเค้าเตอร์“จะทำอะไรอีกเนี่ยเดี๋ยวคนอื่นเข้ามาเห็นนะ” แม้จะพูดอย่างนั้นแต่ว่าหญิงสาวก็ไม่ได้ห้ามซ้ำยังยกมือเรียวขึ้นมาคล้องที่คอของชายหนุ่มอีกด้วยนับตั้งแต่ที่ทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งพันไมล์ก็ทำตัวดีกับพินอินมาตลอด เขากลายเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ๆ และตามใจลูกชายมาก ๆ เช่นกัน ไม่ว่าสองแม่ลูกจะต้องการอะไรจำทำอะไรพันไมล์ล้วนตามใจไปเสียทั้งหมด เขาตั้งใจไว้อย่างดีแล้วว่านับตั้งแต่พินอินกลับมาหาเขาเขาจะดีกับเธอให้มากที่สุดเพื่อชดเชยเรื่องที่
เวลาบนรถยนต์นั้นไม่ได้นานเท่าไร เพราะยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้คุยอะไรกันมากก็มาถึงจุดหมายแล้ว เมื่อรถยนต์หยุดนิ่งเจ้าเด็กอ้วนนั้นก็มองไปยังรอบ ๆ บ้านหลังโตอย่างสำรวจขณะรอให้คนเป็นพ่อมาแกะล็อกเจ้าคาร์ซีทให้"ที่นี่คือบ้านของพ่อไมล์เหรอครับ" เสียงของน้องพอร์ชดูตื่นเต้นมากผิดกับตอนที่ขึ้นรถมาแรก ๆ อย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เจ้าเด็กน้อยกำลังตื่นตาตื่นใจเมื่อเห็นขนาดของเจ้าสิ่งที่พันไมล์เรียกว่าบ้าน"ครับ อีกหน่อยที่นี่ก็จะเป็นบ้านของเราด้วย ดีไหมครับ" ชายหนุ่มตอบพร้อมกับโอบอุ้มร่างป้อมน้องพอร์ชขึ้นมาและหันไปส่งกุญแจรถให้กับใครสักคนที่เดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม"คุณพันไมล์กลับมาแล้วเหรอคะ แล้วนี่ใครคะเนี่ย" ป้าเพ็ญแม่บ้านถามเพราะไม่เคยเห็นเจ้านายตัวเองนั้นสนิทสนมกับเด็กคนไหนมาก่อนนอกจากหลานแท้ ๆ อย่างลูกของหมื่นลี้และแสนปี แล้วนี่ถึงขั้นอุ้มไว้แบบนี้ยิ่งแปลกไปกันใหญ่"นี่น้องพอร์ชครับ ตอนนี้เป็นลูกชายของผมเอง น้องพอร์ชสวัสดีป้าเพ็ญสิลูก" ท่าทางไร้เดียงสาแต่มีมรรยาทยกมือขึ้นไว้คนมีอายุมากกว่าตามคำพันไมล์ ทำเอาป้าเพ็ญถึงกับหลงไปกันใหญ่โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าสถานะที่พันไมล์ให้เด็กคนนี้มานั้นจะเป็
"แม่อินครับ พ่อไมล์ครับ เมื่อไรน้องพอร์ชจะกลับบ้านได้ครับ" หลังจากวันที่ปลูกถ่ายสำเร็จแล้วเจ้าเด็กน้อยยังคงต้องอยู่รักษาตัวเพื่อพักฟื้นและดูอาการอีกประมาณหนึ่งเดือน ตอนนี้น้องพอร์ชเองก็เริ่มเบื่อมาก ๆ แล้ว เขาอยากออกไปวิ่งเล่นเหมือนกับที่เคยทำ อยากไปสนามแข่งรถกับคนเป็นพ่ออีกแต่ยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้"ใกล้แล้วลูก ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วน้องพอร์ชกินยาตรงเวลาแบบนี้คุณหมอชมว่าเก่งมาก ๆ เลยนะ อีกไม่นานก็กลับบ้านได้แล้ว""จริงเหรอ น้องพอร์ชกลับบ้านได้แล้วจริง ๆ เหรอครับ""จริงสิครับคนเก่ง แล้วอีกหน่อยน้องพอร์ชก็ไม่ต้องมาโรงพยาบาลแล้วนะ ดีไหม""เย่! น้องพอร์ชไม่ต้องมาโรงพยาบาลแล้ว น้องพอร์ชไปโรงเรียนได้ เย่!"บรรยากาศของห้องผู้ป่วยเป็นแบบนี้มาร่วมเดือนแล้ว ทุกครั้งที่น้องพอร์ชถามว่าเมื่อไรจะได้กลับพวกเขาก็ตอบแบบนี้เหมือนเดิมเสมอ อีกทั้งในแต่ละวันเจ้าเด็กน้อยก็ต้องรอแจกความสดใสให้ลุงป้าน้าอาอีกด้วย เพราะว่าญาติห้องนี้ยอมรับเลยว่าเยอะมากเป็นพิเศษเมื่อทุกอย่างดูจะเป็นไปตามปกติแล้วหญิงสาวหยิบเอารีโมตทีวีขึ้นมาแล้วกดเข้าไปหาอะไรดู ก่อนพบว่ามีการประกาศหาตัวของคุณหมอพิมพ์ดาวกับคุณหมอโก้ที่หายตัวไป







![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)