LOGIN"เย้ ๆ ๆ" เสียงร้องของคนด้านนอกที่แสดงความพอใจนั้นทำให้หญิงสาวไม่เข้าใจ เพราะว่าเธอไม่ได้มองการแข่งขันออกเลย หากแต่พอจะเดาได้ว่าวันนี้แทนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หากแต่ว่าเธอนั้นกลับไม่รู้เลยที่ผ่านมาทุกครั้งเวลาที่อีกคนพามาที่สนามแข่งด้วยกลับไม่ใช่เพียงเพื่อมาเป็นเรซควีนถือร่มให้เขาเพียงเท่านั้น
"ขอโทษนะคะ พี่แทนอยู่ที่ไหนเหรอคะ พอดีว่าได้เวลาเลิกงานของฉันแล้วค่ะ" พินอินพูดกับหญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เพราะทุกครั้งเมื่อการแข่งขันจบลงเธอก็คิดว่านี่คือการจบงานของเธอวันนี้ด้วยแล้ว และเธอจะได้ค่าตัวตามที่ตกลงกันไว้คือสองพันบาท
"งานเธอยังไม่จบนะ แล้วเธอก็ไม่น่าจะกลับบ้านได้ด้วยคืนนี้น่ะ"
"อ้าว! แล้วฉันเหลืออะไรที่ต้องทำอีกเหรอ แล้วพวกเธอล่ะ"
"พวกฉันเหลือแค่ขึ้นไปถ่ายรูปกับนักแข่งอีกนิดหน่อย แต่ว่าเธอรออยู่ที่นี่ก็พอเดี๋ยวคงมีคนมาพาไปเอง" ถึงจะยังไม่เข้าใจหากแต่คนตัวเล็กก็ยอมทำตามแต่โดยดี ทว่าจังหวะนั้นร่างเล็กบางที่ไม่มีอะไรทำก็ไถโซเชียลไปเรื่อย ๆ กระทั่งมีสายเรียกเข้าเข้ามา
"อิน แกเสร็จงานหรือยัง" น้ำเสียงคนที่โทรมาฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไรเลยเล่นเอาพินอินใจคอไม่ดีไปด้วย
"ใกล้แล้วแหละ มีอะไรเหรอน้ำหวาน หรือว่าพอร์ชตื่นกลางดึกงั้นเหรอ"
"ไม่ใช่หรอก ที่เจ้าพอร์ชหลับเร็วตั้งแต่หัวค่ำเพราะว่าไม่สบายนี่สิ ตอนนี้ตัวร้อนมาก ๆ ฉันเช็ดตัวให้แล้วแต่ไข้ไม่ลด ตอนนี้กำลังพาไปโรงพยาบาล ถ้าเสร็จงานแล้วก็รีบตามมานะ" คนฟังถึงกับตกใจมาก ตอนนี้เธอรู้สึกไม่อยากได้อะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเงินค่าจ้างเพราะว่ารู้สึกเป็นห่วงลูกชายตัวตัวเอง
ใช่ พินอินมีลูกแล้ว ตอนนี้เด็กคนนั้นอายุได้สี่ขวบกว่าและเรียกได้ว่าเป็นวัยที่กำลังน่ารักน่าชังมาก ๆ เชียว เธอต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากเพราะว่านอกจากต้องหาเงินมาเลี้ยงตัวเองแล้วยังต้องหาเงินไปเลี้ยงลูกของเธอด้วย ในช่วงแรกนั้นการเลี้ยงเด็กอ่อนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะค่าหมอค่ายาค่านมและค่าแพมเพิส พินอินก็กัดฟันอดมื้อกินมื้อ กระทั่งเมื่อต้นปีก่อนชีวิตของเธอเพิ่งจะดีขึ้นเพราะว่าได้บังเอิญเจอกับน้ำหวานเพื่อนสนิทเมื่อตอนเรียนมหาวิทยาลัยนี่เอง
"ว่าไงนะ น้ำหวานลูกของเราเป็นอะไรมากหรือเปล่า กำลังไปที่โรงพยาบาลไหน เดี๋ยวฉันตามไปนะ ฉันจะไปตอนนี้เลย" น้ำเสียงลนลานของหญิงสาวทำให้น้ำหวานนั้นรู้สึกผิดเหมือนกันที่ดูแลหลานชายของตัวเองไม่ดีจนพินอินต้องมาเป็นห่วงแบบนี้
"โรงพยาบาลใกล้บ้านแกนั่นแหละ แล้วก็...ฉันขอโทษนะอิน ฉันไม่น่าสะเพร่าเลย"
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกหวาน น้องพอร์ชร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็กแล้วแหละ เพราะว่าตอนฉันท้องไม่ค่อยได้กินอาหารบำรุงน่ะ เลยคลอดออกมาไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร" คนตัวเล็กเลือกที่จะปิดบังเรื่องบางอย่างเอาไว้เพราะไม่อยากให้น้ำหวานคิดมาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกแย่น้อยลงกว่าเดิมเลย
"ฉันต้องขอโทษแกด้วยนะที่ตอนนั้นฉันช่วยอะไรแกไม่ได้เลย ฉันตามหาแกไม่เจอไม่อย่างนั้นแกสองแม่ลูกคงไม่ต้องลำบากมากขนาดนี้" น้ำหวานพูดในตอนที่เธอกำลังเลี้ยวรถเข้าไปที่โรงพยาบาลพอดี
"มันไม่ใช่อย่างนั้นนะน้ำหวาน ตอนนั้นฉัน...เอาเป็นว่าเราอย่าเพิ่งคุยกันเรื่องนี้กันเลยนะ เดี๋ยวฉันไปหา" พินอินไม่สนใจแล้วว่างานของเธอจะจบลงแล้วหรือยัง ร่างเล็กบางในชุดเรซควีนเดินออกจากห้องที่เธอนั่งอยู่ตลอดและพบว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย ตอนนี้เธอต้องการไปยังโรงพยาบาลเพื่อหาลูกชายให้เร็วที่สุดจึงเลือกไม่บอกใครก่อนทั้งนั้น
"อิน แกจะไปไหน" เสียงของชายหนุ่มที่เธอมองหามาตลอดดังขึ้นจากทางด้านหลัง เรียกได้ว่ามาทันเวลาพอดี
"พี่แทน ลูกไม่สบายน่ะ ฉันต้องรีบไปหาลูกที่โรงพยาบาล ฉันฝากพี่เอาค่าตัวให้ฉันด้วยนะ" เธอว่าพร้อมกับเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่แล้วก็ถูกมือของอีกคนรั้งไว้อีกครั้ง
"แกจะไปไหนไม่ได้ คืนนี้แกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก" เขาว่า ไม่เพียงแค่พูดเปล่า ๆ เพราะมือหนากลับดึงร่างเล็กบางของพินอินและดันเธอให้กลับเข้าไปที่ห้องนั้นเหมือนเดิม
"เดี๋ยวพี่ หมายความว่ายังไงเนี่ย ลูกของฉันไม่สบายนะ อีกอย่างงานก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ" เธอไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนกำลังจะทำเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เขาควรจะปล่อยให้เธอกลับบ้านไปได้แล้วแต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น จะรั้งตัวเอาไว้เพื่ออะไรในเมื่องานก็จบแล้ว
"ฟังที่ฉันพูด ถ้าคืนนี้แกไม่อยู่ที่นี่ชีวิตของทั้งแกกับฉันจบเห่แน่"
"มันเรื่องอะไรกัน แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย" พินอินบิดข้อมือหวังหลุดออกจากการกอบกุมของชายหนุ่มด้านหน้า
"มันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง ก็ฉันจ้างแกมาเป็นของเดิมพันไงเล่า"
"วะ ว่าไงนะ พี่หมายถึงอะไร" คนตัวเล็กก็ยังสับสนเล็กน้อยเพราะว่าไม่เข้าใจสิ่งที่แทนกำลังจะสื่อ
"ก็หมายความว่าฉันแพ้พนันแกก็ต้องไปกับคนที่ชนะไงล่ะ แล้วถ้าแกไม่ไป รับรองเราได้ตายทั้งคู่แน่นอน"
"พี่จะบ้าเหรอ ไม่ได้นะพี่ทำแบบนี้ได้ยังไง แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันก่อน พี่จะปล่อยให้ฉันไปกับใครที่ไหนไม่รู้ไม่ได้" หญิงสาวเริ่มโวยวายเสียดังทำเอาคนที่กำลังเดินเข้ามานั้นต้องหยุดฟังเสียก่อน
"ถ้าฉันบอกแก แกจะยอมมาหรือไง อีกอย่างเขาเป็นถึงเจ้าของสนามเลยนะ"
"พี่ก็เลยหลอกฉันมาแบบนี้เนี่ยนะ"
"ก็ใช่ไง ไม่รู้แหละ ยังไงวันนี้แกต้องไปกับเขาก่อนแล้วถ้ายังไงพรุ่งนี้แกจะอ้อนเขากลับมาก็ไม่เป็นไร ฉันกับพ่อจะรออยู่ที่บ้านแล้วกัน" คำพูดที่ดูจะเห็นแก่ตัวของชายหนุ่มนั้นทำให้พินอินไปไม่เป็น ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าแทนเป็นคนแบบไหนแต่คิดไม่ถึงว่าเวลาแบบนี้แม้แต่คนในบ้านก็ไม่เอาแล้ว ยิ่งทำให้หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
"อึก! ฉันขอร้องได้ไหม พี่ไปช่วยพูดกับเขาให้หน่อย หื้ออออ พี่อย่าให้ฉันไปกับเขาเลยนะ ฉันไม่อยากไปกับเขา" เพราะว่าไม่รู้หากเธอไปกับคนที่ชนะเดิมพันแล้วเขาจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ หรือเปล่า อีกทั้งตอนนี้เธอก็เป็นห่วงลูกชายตัวเองที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลอีกด้วย ไม่มีคนเป็นแม่ที่ไหนจะตัดใจทิ้งลูกลงในเวลาแบบนี้แน่นอน
"แกจะแหกปากร้องไปทำไมกันเนี่ย รู้หรือเปล่าว่ามันน่ารำคาญมากขนาดไหน ฉันช่วยแกไม่ได้หรอก" นอกจากจะไม่ยอมช่วยแล้วยังปัดความรับผิดชอบได้อย่างหน้าตาเฉย
"แต่พี่ อึก! เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ พี่จะปล่อยให้ฉันไปกับคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง" หญิงสาวที่กำลังร้องไห้อ้อนวอนชายตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลังแอบฟังเรื่องทั้งหมดอยู่ที่หน้าประตู
"ครอบครัวงั้นเหรอ? ใช้ได้เลยนี่พินอิน"
"ฮัลโหลพินอิน นี่แกอยู่ที่ไหนเนี่ย รู้มั้ยฉันตามหาแกจนทั่ว ฉันเป็นห่วงแกมาก ๆ เลยนะ" ทันทีที่ปลายสายรับสายหญิงสาว ก็รัวคำถามใส่เธอเสียจนฟังแทบไม่ทัน"ใจเย็น ๆ ก่อนน้ำหวาน ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" พินอินหาจังหวะแทรกอีกคนไปเพื่อบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก และให้อีกคนเลิกถามไปก่อน"ได้ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหนล่ะ น้องพอร์ชด้วย ฉันจะไปรับแกเอง""แกไปถอนแจ้งความก่อนเถอะนะน้ำหวาน ตำรวจทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้หรอก" ในตอนที่แยกจากกันที่โรงพยาบาลแล้วน้ำหวานถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้พี่ชายของเธอหาเจอ น้ำหวานก็ตามหาอีกคนมาตลอด กระทั่งว่าติดต่อไปยังไงก็ไม่ติด อีกทั้งที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่เลย มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ สุดท้ายจึงได้เลือกวิธีการไปแจ้งความคนหายก็เพราะว่าเป็นห่วงสองแม่ลูกนั่นเกินไป อีกทั้งไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดมันซ้ำรอยเมื่อห้าปีก่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะไปแจ้งความ เอาแต่ตามหาด้วยตัวเองจนคลาดกันไปนานถึงเพียงนี้"ได้ยังไงกัน หมายความว่ายังไง คนพวกนี้คือพวกไหน มันทำร้ายเธอหรือเปล่า" ปลายสายยิ่งร้อนรน"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน้ำหวาน ตอนนี้ฉันอยู่กับพันไมล์น่ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง""อยู่กับพันไมล์นี่แหละน่าเป็น
เช้าของวันที่สามตั้งแต่ที่พินอินย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของพันไมล์ หากแต่รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ตลอดสามวันนี้เจ้าของบ้านไม่ค่อยจะอยู่ ก็เพราะว่ามีเรื่องที่ทำงานต้องจัดการ กว่าจะกลับมาอีกทีก็ในตอนที่สองแม่ลูกนั้นเข้านอนไปเสียแล้ว ทว่าวันนี้ไม่ใช่เช่นนั้น"พินอิน วันนี้เตรียมตัวออกไปที่สนามกับฉัน" ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหากแต่เขารู้สึกว่าไม่อยากจะให้สองแม่ลูกนั้นอยู่บ้านไปวัน ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ กับพินอินเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากแต่กับเจ้าเด็กพอร์ชนั่นเขายอมไม่ได้จริงๆ"แต่ว่า...""ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้ไปเธอก็ต้องไป""แล้วน้องพอร์ชล่ะคะ" หญิงสาวถามพร้อมกับใช้สายตามองไปยังลูกชายที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมา"ก็เอาไปด้วยทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ" เมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มก็จำต้องให้ไปทั้งแบบนั้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกว่าการที่มีเจ้าเด็กคนนี้อยู่ทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกเลย"ก็ได้ค่ะ" ว่าจบคนตัวเล็กก็ทำการปลุกเจ้าลูกชายของตัวเองให้ตื่น ส่วนพันไมล์นั้นก็แยกออกไปเตรียมตัวเช่นกัน"เรากำลังจะไปสนามแข่งรถจริง ๆ เหรอครับ สนามที่มีรถเยอะ ๆ เลย""ใช่ครับลูก ชอบไหม""น้องพอร์ชชอบค
สองแม่ลูกที่วิ่งออกมายังหน้าบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทว่าเพื่อให้ตัวเองหนีรอดเธอจึงกระโดดขึ้นรถของพันไมล์ที่มาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ไปแบบไม่ทันได้คิด"แม่อินครับเจ็บตรงไหนไหม น้องพอร์ชเป่าให้นะ อึก! หื้อออ" ถึงแม้ว่าตัวเองจะยังไม่หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้น หากแต่ความเป็นห่วงแม่ทำให้เขานั้นเข้ามาปลอบประโลมอย่างน่าสงสาร"แม่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ หยุดร้องนะคนเก่ง" เธอว่าพร้อมกับลูบหัวของลูกชายเบา ๆ"แม่ของนายไม่ได้เป็นอะไรหรอกถ้านายหยุดพูดน่ะ แต่ถ้านายไม่หุบปากก็ไม่แน่" พอร์ชหยุดร้องทันทีที่ถูกชายหนุ่มเจ้าของรถดุเข้า"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่าดุลูก!" พินอินว่าพร้อมส่งสายตาไม่พอใจ ร่างเล็กบางยังไม่ทันได้หายตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากแต่ความเป็นแม่ก็ยังคงต้องปกป้องลูกเสมอ"ผมก็บอกคุณแล้วไงว่าเป็นลูกคุณไม่ใช่ลูกผมสักหน่อย" ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าของสองแม่ลูกอย่างไม่พอใจ "เพราะถ้าเป็นลูกผมแล้วแล้วก็จะไม่มีใครทำกับเขาแบบนี้ได้แน่นอน"เขาพูดแล้วหันกลับไปขณะที่หญิงสาวได้ฟังก็ถึงกับสะอึก ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองไม่ได้มีความสามารถมากพอจะเลี้ยงลูกได้เลยด้วยซ้ำ กลับพรากเจ้าเด็กน้
"ใจเย็นก่อนมึง กูหาที่อยู่ของพินอินมาแล้ว เราไปดูที่บ้านก่อนเถอะ" ไป๋เดินเข้ามาในจังหวะที่พันไมล์กำลังก่นด่าลูกน้องไม่หยุด สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาต่างฝ่ายต่างรู้ ไม่มีเรื่องไหนปิดบังกันได้ มีก็เพียงแค่เรื่องของหญิงสาวคนนี้เท่านั้น มารู้เรื่องอีกทีก็ในตอนที่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว และสภาพของพันไมล์ตอนนั้นก็ดูแทบไม่ได้เลยด้วยเช่นกัน"พวกมึงออกไปตามหาสองแม่ลูกนั่นกลับมา อีกส่วนไปกับกู" พันไมล์สั่งลูกน้องด้วยความโกรธ ตอนนี้เขานั้นหวาดกลัวสุดหัวใจ สิ่งที่เขากลัวก็คือการทำพินอินหายไปเหมือนเมื่อครั้งห้าปีก่อน"รีบไป" ไป๋เดินนำเพื่อนตัวเองไปยังที่ที่เขาสืบมา โชคดีที่เกิดความสงสัยอีกคนไปอยู่ที่ไหนมา ไยตลอดห้าปีที่ผ่านมาทั้งเขาและพันไมล์ตามหาไม่เจอ คิดไม่ถึงว่าอยู่เพียงแค่ปลายจมูกแต่คลาดกันไปมาราวเส้นผมบังภูเขา.."มึงกลับมาได้สักทีนะอีอิน กูตามหามึงทั่วเลย" แทนที่เห็นว่าพินอินเดินเข้ามาในตัวบ้านก็เอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาวตกใจตัวโยน"พี่แทน พี่อยู่บ้านเหรอ แล้วทำไมไม่เปิดไฟ อยู่มืด ๆ ตกใจหมด" คนตัวเล็กพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามไม่ให้อี
"คุณลุงครับ" เสียงของเด็กน้อยคนที่เขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ในบ้านของเขาด้วยเรียกความสนใจของพันไมล์ให้ไปมอง ทว่าเขานั้นไม่อาจทำใจดีต่อเด็กคนนี้ได้ เขาเลือกจะเดินจากไปโดยไม่สนใจเด็กน้อยอีก"คุณลุงครับ" ทว่าเด็กน้อยนั้นไม่อาจยอมให้เป็นแบบนี้ ร่างเล็กป้อมเข้ามากอดที่ขาของชายหนุ่มทำให้เขานั้นหงุดหงิดที่เดินไปไหนไม่ได้ก็หันมาหาเจ้าตัวต้นเรื่อง ทว่าแววตาที่เจ้าเด็กนั่นมองเขาไม่รู้เพราะเหตุใดจึงทำเขาแม้อยากดุก็ดุไม่ลง"ปล่อยฉัน ฉันจะไปนอน" เขาขยับขาออกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงมาก"คุณลุงครับ แม่อินของน้องพอร์ชล่ะครับ" ในเมื่อก่อนทั้งสองจะเข้าไปในห้องนั้นแม่ของเจ้าตัวบอกว่าจะเข้าไปคุยกับเจ้านาย ทว่าเมื่อเจ้านายออกมาแล้วหากแต่ไร้ซึ่งเสียงและเงาของผู้เป็นแม่ เช่นนี้แล้วพอร์ชก็เพียงแค่อยากเข้ามาถามอีกคนให้รู้เรื่องเท่านั้น"อยู่ในห้องทางนั้น ไปหาสิ" พันไมล์พูดจบร่างเล็กป้อมที่ขาเขาก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กหายไปจากการมองเห็น เขาทำได้เพียงมองแผ่นหลังเล็กนั่นจนลับตา คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเด็กคนนี้เหมือนกับใครกันแน่ ในเมื่อไม่เหมือนแม่แล้วแทนก็ไม่ใช่พ่อเจ้าเด็กพอร์ชนี่อีก แล้วเหตุใดจึงดูคุ้นตามากเสียเหลื
ประโยคแรกพูดกับผู้หญิงตรงหน้า ส่วนประโยคถัดมาเขาสั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าห้องด้วยน้ำเสียงกร้าว เกรงว่าครั้งนี้พินอินอาจรู้ตัวแล้วว่าพันไมล์ไม่ใช่ผู้ชายคนที่เธอรู้จักแล้วจริง ๆ"จะทำบ้าอะไร อย่ามาทำอย่างนี้กับฉันนะ ฉันเป็นคนไม่ใช่หมูหมาจะมาขังฉันแบบนี้ไม่ได้" พินอินก็เสียงดังขึ้นมาไม่แพ้กัน เธอคิดว่าสิ่งที่อีกคนกำลังจะทำนั้นมันบ้ามากและไร้เหตุผล เขาเห็นว่ากฎหมายบ้านเมืองไม่มีอยู่หรืออย่างไร"ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อฉันแข่งรถแล้วได้ตัวเธอมา ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจแต่เธอก็ต้องมาอยู่กับฉัน เธอคงไม่อยากเดือดร้อนไปทั้งชีวิตหรอกนะ" พินอินแยกไม่ออกแล้วว่าการหนีไปกับการอยู่ที่นี่อันไหนจะเป็นการเดือดร้อนไปทั้งชีวิตกันแน่ รู้เพียงแค่การได้กลับมาเจอพันไมล์อีกครั้งคือการที่ชีวิตเธอกลับมาตกต่ำที่สุดแล้ว"ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว" พูดพร้อมกับเอามือถือขึ้นมากดหมายเลข 191 พินอินคิดว่ามันน่าจะข่มขู่อีกคนได้บ้าง ทว่าชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาเธอแล้วปัดเจ้าเครื่องมือถือราคาถูกที่เก็บเงินซื้อเอาไว้มานานร่วงลงไปกับพื้นอย่างรุนแรงจนมันแยกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองพันไมล์ที่กำลั







