Partager

ไม่อยากเจอ 1

last update Date de publication: 2025-04-06 05:07:50

อรรถกรกลับไปแล้ว ฉัตรตะวันยังนั่งเล่นอยู่ต่อที่หน้าบ้าน แสงสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินช่วยสร้างบรรยากาศให้ยิ่งดูหงอยเหงาเศร้าสร้อยขึ้นไปอีก เธอไม่เคยชอบมัน

พรุ่งนี้เป็นวันหยุดเธอ เมื่อสักครู่อรรถกรก็เอ่ยปากชวนว่าพรุ่งนี้เขาจะเข้าไปในเมืองเพื่อซื้อของ ถ้าหากว่าเธอไม่ได้ไปไหนแล้วอยากจะไปด้วยกันกับเขาก็ได้ แต่เธอก็ปฏิเสธ เนื่องจากว่าอยากจะกลับไปเยี่ยมมารดาเสียมากกว่า หนึ่งเดือนมาแล้วที่เธอหายหน้าหายตาไป บิดายังคงพูดถึงเรื่องการหมั้นหมายกับผู้ชายคนที่ท่านหาให้ไม่หยุด ซึ่งเธอนั้นสุดแสนจะเบื่อหน่าย จึงทำได้เพียงแค่หลีกเลี่ยงไปได้เพียงวันๆเท่านั้น

กับเขาคนนี้ก็เหมือนกัน อรรถกร ฉัตรตะวันรู้ดีว่าจริงๆแล้วอรรถกรมีความรู้สึกดีๆให้กับเธออยู่ หากแต่ว่าเป็นเธอเองที่มันไม่พร้อมจะมีใคร ลึกๆอาจจะเป็นเพราะว่าเธอยังคงมีภาระกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องสะสางรออยู่ ทุกครั้งที่อรรถกรพยายามพูดราวกับอยากแสดงความรู้สึกมากขึ้น เธอจึงได้แต่แกล้งทำเป็นเฉไฉ ไม่แสดงออกหรือรับรู้ถึงความรู้สึกที่เขานั้นมีให้

และพอหลังจากลืมตาตื่นเช้าขึ้นมา ความหน้าเบื่อหน่ายก็มาเยือนถึงหน้าบ้าน บ้านเธอกับไร่เดอะเรดการ์เด้นอยู่ห่างกันน่าจะราวๆสักสองชั่วโมงครึ่งได้ถ้าหากว่าขับรถจากกรุงเทพมา อันที่จริงวันนี้เธอตั้งใจไว้ว่าจะแอบขับรถไปเซอร์ไพรส์ที่บ้านแล้วก็จะค้างสักหนึ่งคืนค่อยกลับมา ไม่ทันไร พอก้าวออกจากประตูบ้านเพียงเท่านั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรถของธนากรมาจอดรอรับอยู่ก่อนแล้ว

"มาได้ไงคะพี่ธนา" ฉัตรตะวันเอ่ยทักเบาๆอย่างอดเสียไม่ได้

"ป๊าของน้องซันให้พี่มารับกลับบ้าน เห็นว่าน้องซันไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว คุณน้าโฉมชบาคิดถึง"

"นี่ซันก็ว่ากำลังจะไปค่ะ งั้นพี่ธนาขับนำไปได้เลย นะคะ เดี๋ยวซันขับตามไป"

"ไม่ได้ครับ ป๊าบอกให้น้องซันมากับพี่ แล้วเดี๋ยวตอนกลับป๊าจะให้ที่บ้านขับมาส่งเองถ้าน้องซันจะค้าง"

ฉัตรตะวันจำใจต้องเดินขึ้นรถตามธนากรไปอย่างว่าไม่ได้ สองปีที่เธอมาอยู่ที่นี่ธนากรก็ยังคงคอยวนเวียนป้วนเปี้ยนเข้ามาในชีวิตเธออยู่ตลอด แม้ว่าเธอจะปฏิเสธเขาไปเป็นล้านเป็นพันล้านรอบว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาแต่นั่นก็ยังคงไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของธนากรที่จะคอยตามตื้อเธอให้ได้

ฉัตรตะวันกับธนากรเจอกันครั้งแรกตอนสมัยไปเรียนต่างประเทศ โดยตอนที่เธอพึ่งไป ตัวเขานั้นเรียนจนใกล้จะจบแล้ว โดยมารดาของเธอบอกว่าธนากรเป็นลูกชายของเพื่อนสมัยเรียน ถ้าหากว่าเธอมีปัญหาอะไรระหว่างอยู่ที่นั่นก็สามารถขอความช่วยเหลือหรือปรึกษาเขาได้ตลอด

ช่วงแรกๆที่ไปเธอเองก็ยังไม่มีเพื่อน เวลาที่ธนากรชวนออกไปไหนเธอก็จะมีเออออห่อหมกไปกับเขาบ้างแก้เบื่อ จนกระทั่งนานไป ฉัตรตะวันก็รู้สึกว่าเขาลุกเธอหนักเข้าจนมันเริ่มกลายเป็นความอึดอัด เลยพยายามที่จะตีตัวออกห่างไว้บ้างและไม่ค่อยยอมที่จะไปไหนด้วยอีก

จนกระทั่งวันที่เขาเรียนจบ มารดาของเธอมาขอร้องว่าให้เธอไปร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาเขาเสียหน่อย เพราะว่าทางครอบครัวของฝั่งนั้นติดธุระด่วนจนไม่สามารถบินไปร่วมงานด้วยได้ ด้วยความเห็นใจ เธอจึงไป แต่จู่ๆกลับกลายเป็นว่าเธอถูกเขาคุกเข่าขอแต่งงานกลางงาน แล้วที่เซอร์ไพรส์ไปมากกว่านั้นก็คือ อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นสาวของธนากรบุกเข้ามาตบเธอกลางวงจนเกิดความโกลาหลเสียยกใหญ่

นับจากวันนั้นเอง เธอจึงตัดฉับความสัมพันธ์กับธนากรแบบเด็ดขาดและไม่มีการยุ่งเกี่ยวด้วยอีก แต่มิวายทั้งฝ่ายครอบครัวเธอและเขา รวมถึงตัวเขาเองต่างก็ยังมีความพยายามกันอย่างไม่ลดละที่จะสานต่อความตั้งใจในการให้เธอและธนากรนั้นหมั้นหมายกันอยู่ได้

หลังจากขับรถมาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆก็ถึงบ้าน โต๊ะอาหารถูกตั้งรอไว้แล้ว บรรยากาศบนโต๊ะทั้งบิดาและมารดาของเธอยังคงพยายามชงให้เธอกับธนากรพากันไปโน่นไปนี่ไม่มีหยุด อย่างเช่นวันพรุ่งนี้ บิดาเธอเสนอให้ธนากรมารับเธอออกไปทานข้าวข้าวข้างนอก

อ่ะๆ ไปก็ไป ใกล้จะวันเกิดท่านแล้ว เธอจะยอมตามใจบิดาเสียหน่อยก็ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นตรงเวลาเป๊ะๆ รถยนต์สัญชาติยุโรปราคาแพงก็มารอจอดรับ ระหว่างวันธนากรพาเธอไปเดินช้อปปิ้งไม่มีหยุด จะว่าไปฉัตรตะวันเองก็ตัวแม่เรื่องความสวยความงามคนหนึ่งอยู่แล้ว พอยิ่งไปทำงานอยู่ที่ไร่ เวลาในการช้อปปิ้งหรือแม้จะหาที่พักผ่อนหย่อนใจก็แทบจะน้อยนิดเสียเหลือเกิน นี่ไหนๆก็มีคนเต็มใจจ่ายให้แล้ว ของฟรีใครจะไม่ชอบ

เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ หยิบชิ้นนั้น ลองชิ้นนี้ อะไรที่เธอเห็นว่าสวยๆงามเธอก็หยิบเอาเลือกไปอย่างไม่สนใจราคา ในเมื่ออยากพาเธอมา วันนี้เธอก็เลยจะขอจัดให้หนักๆแบบไม่มีบ่น ซึ่งรวมๆแล้วก็น่าจะหลายแสนได้

"นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้ว พี่จองร้านอาหารเอาไว้ เดี๋ยวพี่พาน้องซันไปทานต่อเลยนะครับ"

"แต่อันที่จริงวันนี้เราก็ออกมากันทั้งวันแล้วนะคะ ซันว่าเรากลับกันก่อนดีกว่าค่ะ ซันอยากจะกลับบ้านแล้ว "

"แต่ป๊าสั่งไว้นะครับน้องซัน ว่าให้พี่พาน้องซันไปทานดินเนอร์ต่อ ถ้าขืนกลับเร็ว ป๊าต้องทราบแน่ๆครับว่าเราขัดคำสั่งท่าน"

อะไรๆก็ป๊าสั่งและเธอเองก็คงเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ เพื่อเเลกกับการที่จะไม่ต้องกลับบ้านไปนั่งฟังบิดาบ่นจนหูชา เอาเถอะเธอจะยอมๆทำไปเสียให้จบๆ  ทุกๆคำสั่งฉัตรตะวันยอมได้ แต่จะมีเพียงแค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่เธอจะขอคัดค้านแบบหัวชนฝาและไม่ขอยอมเป็นอันขาด คือเรื่องแต่งงาน

ไม่ว่าเรื่องอะไรๆบิดาก็มาบังคับเอากับเธอเพราะเห็นว่าเธอคือคนที่พอจะยอมได้ ส่วนกับฉัตรดนัยน้องชาย ที่ต่อให้ผู้เป็นบิดามารดาจะบังคับปากเปียกปากแฉะขนาดไหน รายนั้นก็มักจะมีวิธีเอาตัวรอดได้เสมอ

"ถึงแล้วครับน้องซัน ร้านนี้แอคคูซีฟมากๆ เป็นไงครับวิวสวยติดแม่น้ำเจ้าพระยา วันหนึ่งรับจองเพียงแค่วันละห้าโต๊ะเท่านั้น ใครที่จะมาทานที่นี่คงต้องถือว่ามากับคนพิเศษในโอกาสพิเศษเท่านั้นนะครับ"ฉัตรตะวันเดินก้าวเข้าไปภายในร้านอย่างไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษหรือว้าวใดๆ ต่อให้ร้านสวยแค่ไหน แต่ถ้าคนที่กินข้าวด้วยไม่ถูกใจล่ะก็แค่นั้น

เรือนร่างสมส่วนเดินตรงเข้าไปนั่งตามที่นั่งที่ถูกจัดไว้ให้ โต๊ะถูกตั้งอยู่บนชั้นสองของร้านเหมือนเดินขึ้นดาดฟ้าชั้นลอยไป ข้างบนจะเป็นลานเปิดโล่งแต่ก๋ถูกตบแต่งไว้อย่างหรูหราสวยงาม

เสียงดนตรียังคงบรรเลงไปอย่างช้าๆ สายลมพัดปลิวจนเส้นผมนุ่มคลอเคลียไปกับใบหน้าสวย สายตาของฉัตรตะวันทอดมองออกไปไกลตามความยาวของแม่น้ำ ก่อนที่จะสะดุดเข้ากับแขกผู้ที่กำลังมาใหม่ ข้างกายมีหญิงสาวแต่งตัวทันสมัยดูโฉบเฉี่ยวเคียงกายแนบอยู่ ดวงตากลมโตจ้องมองปะทะเข้ากับสายตาคมที่มองจิกมาอย่างไม่ลดละเช่นกัน นี่มันนอกเหนือจากเวลางาน ถ้าเขาคิดว่าจะใช้อำนาจบาตรใหญ่กับเธอที่นี่ล่ะก็ เธอไม่กลัวเขาหรอก

"ซวยจริงๆเลย มาร้านเดียวกันได้ยังไง"ริมฝีปากบางนึกบ่นขมุบขมิบ

"น้องซันว่าอะไรนะครับ" เสียงบ่นขมุบขมิบนั้นทำเอาธนากรต้องเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมาถาม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จนเวลาล่วงเลยผ่านไป แม้พยายามบอกตัวเองในใจว่าไม่กลัว แต่สายตาของคีตกานต์ที่ยังคอยจับจ้องมองมาทางเธอแทบจะทุกๆนาทีนั้นก็สร้างความอึดอัดให้เธอเสียเต็มประดา

คนอะไรทีตอนหันไปคุยกับผู้หญิงที่ตนเองควงมานี่ฉีกยิ้มหวานจนแทบจะทะลุออกมาทางสายตา แต่พอหันกลับมาทางเธอก็เปลี่ยนมาเป็นตาขวางใส่ นี่ถ้าสายตาของเขานั้นคมประดุจใบมีดโกน ป่านนี้เนื้อตัวของเธอคงเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ 

"ซันอิ่มแล้ว เดี๋ยวขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พ่ายรักเธอ   ตอนจบ

    "ช่วยอธิบายให้ซันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าระหว่างที่ซันหลับไป คุณกับป๊าซันไปแอบทำสัญญาพักรบกันตอนไหน จำได้ว่าที่ซันเป็นล้มไปก็เพราะว่าคุณกับป๊านั้นเถียงกันไม่หยุด" ฉัตรตะวันถามซักไซ้ไล่เรียงทันทีที่คีตกานต์เดินกลับเข้ามา"สงสัยว่าป๊าซันคงกลัวว่ามันจะไปกระทบกระเทือนถึงหลานละมั้ง ก็เลยยอมอ่อนข้อลงให้""หลาน? ที่ไหนคะ""ก็หลานในท้องซันไง""คุณคีย์ซันไม่ตลกด้วยนะคะ นี่คุณกำลังหมายความว่าอะไร คุณบอกอะไรกับป๊าซันไปคะ ป๊าถึงได้ยอมถอยกลับไปได้ง่ายๆแบบนั้น" ฉัตรตะวันรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แถมสีหน้าท่าทางยังดูระแวงระวังอย่างไม่ไว้วางใจ"ผมบอกกับป๊าว่าซันกำลังท้องลูกของเราอยู่ แล้วก็จะยกหนี้สินทั้งหมดที่ป๊าคุณกู้ไปให้ ป๊าคุณคงเห็นแก่หลานและความจริงใจของผมละมั้ง ก็เลยยอม""ท้อง? ใครกันที่ท้อง ซันยังไม่ได้ท้องนะคะ นี่คุณโกหกป๊าซันทำไม""ผมไม่ได้โกหกป๊าคุณนะซัน ที่คุณเป็นลมล้มตึงไปนั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณกำลังท้องอยู่ก็ได้ หรือถ้าไม่ ยังไงเร็วๆนี้คุณก็ต้องท้องแน่ๆ เชื่อมือผมสิ"ฉัตรตะวันยังคงงงๆกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้น เพียงแค่ภายในสัปดาห์ คีตกานต์ก็ได้พาทั้งคุณยายประไพศรีและคุณพรประภาเข้าไปต

  • พ่ายรักเธอ   ลูกเขยคนดี

    "ถุย! ไอ้คีตกานต์ น้องซันเกลียดมึงจะตายไป ยังจะมากล้าพูดได้ไม่อายปากว่าน้องซันเป็นเมียมึง ไม่กระดากปากบ้างหรือไงวะ" ธนากรทำท่าจะเดินเข้าไปหา แต่ก็ถูกฉัตรดนัยห้ามเอาไว้"ที่เขาพูดมันจริงหรือเปล่าพี่ซัน" ฉัตรดนัยเองก็อดสงสัยไม่ได้ที่อยู่ดีๆตนก็มีพี่เขยโผล่มา "ซี คือว่า.." เพราะฉัตรตะวันมัวแต่อึกๆอักๆไม่ยอมพูดไป จึงทำให้คนข้างๆเริ่มที่จะหมั่นไส้ตัดสินใจชูใบแผ่นกระดาษให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป"ผมกับฉัตรตะวันเราพึ่งไปจดทะเบียนสมรสกันมา และผมต้องขอโทษเสี่ยด้วยที่พาฉัตรตะวันไปจดโดยพละการโดยที่ไม่ได้บอกกล่าว แต่หลังจากนี้ผมจะพาคุณยายกับคุณแม่เข้าไปพูดคุยกับเสี่ยให้เร็วที่สุด ไม่ทราบว่าเสี่ยสะดวกวันไหนครับ""พูดบ้าอะไรของมึงวะไอ้คีตกานต์ จดทะบงทะเบียนอะไร น้องซันเป็นว่าที่คู่หมั้นของกู กูไม่ยอมให้มึงมาชุบมือเปิบไปหรอก ไอ้บ้านี่มันโกหก เรื่องที่มันพูดไม่เป็นความจริงใช่ไหมน้องซัน" พอเห็นคีตกานต์ชูแผ่นกระดาษที่มีกรอบเป็นรูปดอกกุหลาบล้อมรอบธนากรก็เริ่มร้อนใจ พยายามถามให้ฉัตรตะวันตอบหรือปฏิเสธอะไรก็ได้ ช่วยพูดออกมาทีว่าสิ่งที่คีตกานต์กำลังพูดนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง"จริงค่ะพี่ธนา ซันกับคุณคีย์พึ่งไ

  • พ่ายรักเธอ   พ่อตา

    หลังจากนั้นคีตกานต์ก็พาเธอมายังสถานที่ๆหนึ่งซึ่งดูสงบและร่มเย็น เขาจอดรถไว้ที่ด้านนอกก่อนจะพาเธอเดินเข้าไปด้านใน ใบไม้ต้นไม้พัดโบกปลิวไสว ฉัตรตะวันมองตามที่คีตกานต์ชี้นิ้วตรงไปใต้ร่มโคลนต้นไม้ใหญ่ ตรงนั้นมีใครคนหนึ่งนุ่งชุดขาวห่มขาวปิดเปลือกตาทำสมาธิอย่างสงบฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อปิดปากไว้ หลังจากที่เพ่งมองจนเห็นชัดเจนว่าคนที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ที่โคลนใต้ไม้ต้นนั้นคือใคร ไม่ว่าจะมองใกล้ไกลแค่ไหน ใบหน้านั้นก็ยังดูเด่นชัดคีตภัทรอยู่ในนุ่งห่มสีขาวและกำลังนั่งสวดภาวนาอย่างตั้งใจ คีตกานต์เล่าต่อให้เธอฟังว่า หลังจากที่ถูกธนากรทำร้ายจิตใจในวันนั้น คีตภัทรก็เริ่มเปลี่ยนไป จิตใจคิดฝักใฝ่ไปในทางธรรม เห็นทุกข์เห็นแจ้งว่าคงจะไม่มีใครรักเธออย่างจริงใจได้เท่าคนครอบครัว จากนั้นจึงได้ตัดสินใจที่จะละจากทางโลกมุ่งเข้าสู่ทางธรรม"เห็นแล้วนะว่าต่อไปนี้ครีมคงจะไม่มีทางที่จะเข้ามายุ่งเรื่องระหว่างเธอกับฉันได้""อันที่จริงขนาดน้องสาวคุณยังตัดสินใจละจากทางโลกเลย คนที่เจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างคุณก็น่าจะทำบ้างนะคะ""ไม่ล่ะ คนอย่างฉันมันกิเลสหนา ฉันยังตัดเรื่องอย่างว่าไม่ได้ นี่ขนาดว่าเธอยืนอยู่ตั้งไกลแบบ

  • พ่ายรักเธอ   คำสารภาพ

    กว่าครึ่งชั่วโมงที่คีตกานต์ยังคงนั่งเฉยอยู่ในรถและปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปอย่างนั้น ธนากรบอกว่าเสี่ยมนัสรู้สึกตัวและรับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว นั่นหมายความว่าอีกไม่นานก็คงจะนำเงินทั้งหมดมาคืนให้ เป็นไปได้ว่าคงจะเป็นเงินจากธนากรที่เสนอให้ อาจแลกด้วยการหมั้นหมายหรืออะไรสักอย่าง ไม่เช่นนั้นฝ่ายนั้นคงจะไม่แสดงท่าทีที่สุดแสนจะมั่นอกมั่นใจและกล้าเรียกฉัตรตะวันได้เต็มปากว่า 'ว่าที่คู่หมั้น'เขายังไม่ได้อยากได้เงินคืน หรือไม่ก็ไม่ได้อยากที่จะได้เงินคืนเลย..ขอเพียงแค่ฉัตรตะวันยังอยู่ใกล้ๆ คีตกานต์พาตัวเองกลับมายังบ้านพักก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขึ้นมาแล้วจัดการโหลดไฟล์วีดีโอใส่เข้าไปในมือถือ จากนั้นจึงกดส่งไปยังรายชื่อที่ถูกตั้งค่าไว้ในโหมดรายชื่อโปรดที่พักหลังๆมานี้มักจะแสดงอยู่ในหน้าจอประวัติการโทรเข้าออกของเขาบ่อยที่สุด พร้อมมีข้อความกำกับเขียนเอาไว้ด้วยความร้อนอกร้อนใจ เขาอยากให้เธอได้เห็นว่าเรื่องระหว่างเขาและเนตรดาววันนั้นมันไม่ได้มีอะไร เขาไม่เคยแม้แต่คิดนอกใจเธอ'ที่ผ่านมาฉันไม่เคยทำผิดต่อเธอเลย แล้วเธอกล้าที่จะทิ้งฉัน หนีฉันไปหมั้นกับผู้ชายคนอื่นได้ยังไง'หมดวันหยุดฉัตรตะวันยังคง

  • พ่ายรักเธอ   หลักฐาน

    หลังจากเหตุการณ์วันนั้นคีตกานต์ก็ได้รับข่าวว่าฉัตรตะวันยกเลิกที่จะเช่าบ้านพักหลังนั้นแล้วย้ายออกไปเช่าหอพักอยู่ใหม่ในเมืองแทน พอคีตกานต์รู้ข่าวก็เกิดกระวนกระวายใจ พยายามแอบขับรถตามไปดูว่าฉัตรตะวันย้ายไปพักอยู่ที่ไหน และพอได้รู้ ใจก็อยากจะขอแอบตามขึ้นไปดูอีกว่าห้องหับความเป็นอยู่ของเธอนั้นเป็นอย่างไร สะดวกสบายปลอดภัยดีหรือเปล่า หากแต่แล้วก็ทำไม่ได้ มีคนไม่ยอมให้เขาขึ้นไปด้วยความที่ว่าหอพักแห่งนี้มีระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูง ทันทีที่บุคคลภายนอกอย่างเขาย่างกรายเข้าไป เจ้าหน้าที่ที่คอยรักษาความปลอดภัยก็ตรงดิ่งเข้ามาเชิญตัวเขาให้ออกไปโดยทันที "เมียผมพักอยู่ที่นี่จริงๆ เธอพึ่งย้ายมาเพราะว่าเราทะเลาะกัน ผมแค่อยากจะขอขึ้นไปดูความเป็นอยู่ของเธอหน่อยว่าห้องที่เธออยู่เรียบร้อยปลอดภัยดีไหม พี่ให้ผมขึ้นไปแค่แป๊บเดียวก็ได้แล้วผมจะรีบลงมา"หลังจากยืนอ้อนวอนพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่เสียนาน สุดท้ายแล้วคีตกานต์ก็ต้องหน้าจ๋อยกลับขึ้นรถมาอย่างเก่า สองวันมานี้ยอมรับว่าจิตใจของเขานั้นไม่เป็นสุขเลย มันค่อยๆดิ่งลงเพราะมัวแต่พะวงคิดมากเรื่องที่ฉัตรตะวันเข้ามาเห็นเขาและเนตรดาวอยู่ด้วยกันเขาไม่สบ

  • พ่ายรักเธอ   เอาเงินคุณคืนไป

    คีตกานต์ค่อยๆขยับลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อแสงแดดที่สาดเข้ามาจากด้านนอกนั้นโผล่ทะลุผ้าม่านห้องนอนเข้ามาได้ เมื่อวานเขาคงจะดื่มไปจนหนักมาก เช้านี้พอตื่นขึ้นมาถึงได้มีอาการปวดหัวจนแทบจะระเบิดแบบนี้ได้เรือนร่างสูงใหญ่พยามยามกระถดกายลุกขึ้นนั่ง เขาขยับอย่างช้าๆ สายตาเหลือบมองไปที่เข็มนาฬิกาซึ่งกำลังบอกว่าเป็นเวลาเกือบแปดโมง แต่ทันทีที่ได้ขยับ บริเวณหน้าอกของเขากลับมีการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่าง พอมันค่อยๆโผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมา จึงได้เห็นว่าเป็นแขนของใครคนหนึ่งที่ยกพาดทับมากอดก่ายหน้าอกเขาเอาไว้คีตกานต์ถึงกับต้องทำการนึกคิดทบทวนอย่างละเอียด จำได้ว่าเมื่อคืนเขานั่งเครียดและดื่มอยู่เพียงคนเดียวในบ้าน แล้วเช้านี้ก็ตื่นขึ้นมาในบ้านของตัวเอง ไม่ได้ออกไปไหนหรือว่าพาใครที่ไหนเข้ามา แล้วแขนของคนที่นอนขยุกขยิกอยู่บนเตียงเดียวกันกับเขาใต้ผ้าห่มนี้คือใคร "ตื่นแล้วหรอคะคีย์"และทันทีที่ได้ยินเสียง คีตกานต์ก็จำได้ทันทีว่าเสียงที่พูดออกมานี้คือเสียงใคร ใช่เสียงของคนที่เขาคิดเอาไว้แน่ๆ แต่เพราะความที่อยากจะแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้จำผิด ผ้าห่มผืนใหญ่จึงได้ถูกดึงเปิดออกจนปรากฏเผยให้เห็นร่างที่เกือบจะนอนเปลือยเ

  • พ่ายรักเธอ   เอาแต่ใจ

    สะโพกหนั่นแน่นยังคงขยับเข้าตอกเข้าใส่อย่างเป็นจังหวะ ในขณะที่ฉัตรตะวันทำได้แค่เพียงกอดรัดและบางคราก็ถือโอกาสจิกลงบนแผ่นหลังแกร่งนั่นเอาไว้ยามที่เขาขยัยเขยื้อน เพื่อที่เธอใช้บรรเทาความเสียว แรงกระแทกของเขาทำเอาตัวเธอนั้นสั่นสะเทือน แถมสองเต้าอวบก็สั่นกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงขยับไปด้วย"อ่าฉัตรตะวัน เธอ

  • พ่ายรักเธอ   แค่เมา

    เสียงเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดดังสะท้อนเข้ามาในหู ซึ่งนั่นสร้างความหวาดหวั่นให้ฉัตรตะวันอย่างไม่น้อย ทันทีที่คีตกานต์โน้มใบหน้าลงมาตะโบมจูบหนักๆ มือเล็กจึงต้องไล่ทุบและตีลงไปบนไหล่แกร่งนั่นให้แรงที่สุดเท่าที่จะแรงได้ ยังไงเสียวันนี้เธอก็ต้องสู้ให้จนถึงที่สุด ฉัตรตะวันต้องการที่จะหลุดรอดออกไปจากอุ้งมือมา

  • พ่ายรักเธอ   คนแปลกหน้า

    ถึงแม้ใบหน้าของฉัตรตะวันนั้นจะสวยหวานเพียงใด แต่เวลานี้มันกำลังง้ำงอด้วยอารมณ์โกรธ คีตกานต์ยืนกรานว่ายังไงเสียก็ไม่อนุญาตให้รถของธนากรขับผ่านเข้าไปส่งเธอในไร่อย่างแน่นอน แม้กระทั่งธนากรอ้างว่าเขาได้จองรีสอร์ตของที่นี่ไว้ด้วยเพื่อใช้ในการค้างคืน เนื่องจากว่าเวลานี้ดึกดื่นเกินกว่าที่จะขับรถกลับเข้ากร

  • พ่ายรักเธอ   ตอกย้ำ

    หลังจากได้พ่นประโยคร้ายๆทั้งหมดนั้นไป มิวายคีตกานต์ยังกลับมาสั่งให้เธอไปจัดการทำความสะอาดรีสอร์ตทั้งหมดอีกจำนวนยี่สิบห้องต่อ ฉัตรตะวันยังคงก้มตาทำความสะอาดทุกๆห้องอย่างเร่งรีบ เพราะเมื่อสักครู่น้องชายของเธอพึ่งจะโทรมาบอกว่าบิดานั้นต้องแอดมิดและพึ่งถูกหามส่งเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากว่าหน้ามืดและลื่นล้ม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status