Masuk“วันนี้เลิกงานกี่โมง ช่วงหัวค่ำเราไปหาอะไรอร่อย ๆ นอกบ้านกินกันไหมแก้ว”
“เลิกประมาณห้าโมงเย็นค่ะ ว่าแต่วันนี้พี่ต่อว่างหรือคะ”
ดีใจจนเนื้อเต้นเป็นอย่างไร แก้วกานดาเพิ่งจะรู้สึกได้ก็วันนี้นี่เอง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยอย่างเช่นวันเกิดของเธอด้วย ความปลาบปลื้มตื้นตันแสดงออกมาจากนัยน์ตาหวานปนเศร้าอย่างไม่ปิดบัง
“ว่างสิ วันนี้พี่ว่างทั้งวัน...ทั้งคืนด้วย” ประโยคสุดท้ายเขาเอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ แววตากรุ้มกริ่มระยิบระยับจนคนมองหน้าเห่อร้อนไม่กล้าสบตา แก้วกานดาอมยิ้มพลางเสมองไปทางอื่น สักพักก็ก้มหน้าพูดกับเขาเสียงเบา
“ถ้างั้นเลิกงานแล้วแก้วจะรีบกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวนะคะ แต่ตอนนี้แก้วต้องขึ้นไปข้างบนก่อน แล้วเจอกันที่บ้านนะคะพี่ต่อ”
แก้วกานดาลุกขึ้นยืน พอเห็นเขาพยักหน้าให้เธอจึงผละออกมาด้วยสีหน้าอิ่มเอม
ต่อตระการขับรถกลับมารอแก้วกานดาที่คอนโดฯ ของหญิงสาว เขาเดินฮัมเพลงคลอไปเบา ๆ ระหว่างที่กำลังเดินไปยังห้อง จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ก็ทำให้ชายหนุ่มหยุดชะงักเล็กน้อย เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนที่โทร. เข้ามา เพราะนึกว่าเป็นแก้วกานดา ทว่ากลับไม่ใช่
“ครับวิ” ต่อตระการกรอกเสียงลงไป แต่พอฟังน้ำเสียงจากคนปลายสายก็ทำเอาชายหนุ่มถึงกับร้อนรน
“วิครับ ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ตอนนี้วิอยู่ที่ไหนครับเดี๋ยวผมไปหา...โอเคครับ งั้นรอผมที่นั่นนะ ผมกำลังรีบไป”
พูดจบเขาก็กดปุ่มลิฟต์รัว ๆ เมื่อลิฟต์มาถึงก็รีบเข้าไปด้านในทั้งที่ประตูยังไม่ทันเปิดดีด้วยซ้ำ แต่เพราะความรีบร้อน จึงทำให้เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น นาทีนี้ สำหรับเขาแล้ววิวัลลาสำคัญที่สุด
แก้วกานดาเดินอมยิ้มไปตลอดทางระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดของตึก แผนกที่เธอทำงานนั้นอยู่แค่ชั้นสาม เธอจึงชอบเดินขึ้นลงบันไดมากกว่าจะอาศัยลิฟต์โดยสารของอาคาร เพราะถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
“แก้วครับ”
เสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้หญิงสาวหยุดชะงักอยู่กับที่ เธอหันไปตามเสียงเรียก เห็นร่างสูงโปร่งของนายแพทย์วรัถกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางที่ตนกำลังยืนอยู่ จึงส่งเสียงทักทายไป
“มีอะไรรึเปล่าคะคุณหมอ”
แก้วกานดายิ้มบาง ๆ นายแพทย์วรัถคนนี้เป็นที่กรี๊ดกร๊าดของบรรดาพยาบาลสาวทั้งโสดและไม่โสด เพราะโพรไฟล์ดีเลิศของชายหนุ่ม เขาเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งอันดับต้น ๆ ของโรงพยาบาล หน้าตาหล่อเหลาสไตล์หนุ่มเกาหลี ผิวขาวสะอาดสะอ้าน รูปร่างสูงโปร่งสมส่วนราวกับนายแบบคงเพราะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และที่สำคัญคือเขายังโสด เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของบรรดาสาว ๆ ทั้งหลายในโรงพยาบาล
“เลิกงานแล้วแก้วมีธุระไปไหนรึเปล่า ข้างหลังโรงพยาบาลของเรามีร้านติ่มซำขึ้นชื่ออยู่ร้านหนึ่งน่ะ ผมว่าจะชวนแก้วไปลองทาน ไปด้วยกันไหม” ชายหนุ่มลองชวนเธอแล้วก็รอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง ทว่าพอเห็นสีหน้าราวกับเกรงอกเกรงใจนักหนาของเธอ เขาก็หน้าสลดวูบ แต่ก็ยังคงฝืนยิ้ม
“ต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะคุณหมอ เย็นนี้แก้วมีนัดกับเพื่อนแล้วน่ะค่ะ เป็นพรุ่งนี้ได้ไหมคะ”
เห็นสีหน้าของเขาแล้วก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ เธอทำงานที่นี่มาได้แค่สองวัน และต้องทำงานร่วมกับชายหนุ่มตรงหน้าตลอด สองวันที่ผ่านมาก็ได้เขาคนนี้คอยให้คำปรึกษา และแนะนำเกี่ยวกับเรื่องงานได้มากทีเดียว
“เอ่อ...ผู้ชายคนที่มาหาแก้ววันนี้น่ะหรือ แฟนแก้วหรือ”
ชายหนุ่มเอ่ยปากถามพลางฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขายอมรับว่าเพียงแค่เห็นหน้าเธอครั้งแรก เขาก็รู้สึกนึกชอบขึ้นมาทันที ทว่าพอเห็นท่าทางไร้มารยาทของผู้ชายที่มาหาเธอวันนี้ ทำให้เขาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าเธอจะมีคนรักแล้วหรือยัง เพราะดูผู้ชายคนนั้นเหมือนกำลังหึงหวงอยู่
“เอ่อ...ไม่ใช่หรอกค่ะ เขาเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทแก้วเอง”
หญิงสาวหลุบสายตาลงต่ำ เก็บซ่อนความน้อยเนื้อต่ำใจไว้อย่างมิดชิด ยังจำคำที่เขาพร่ำบอกได้ดีว่าให้เก็บเรื่องทั้งหมดนี้ไว้เป็นความลับ
“อ้อ...งั้นเป็นพรุ่งนี้ก็ได้ เดินทางกลับบ้านดี ๆ นะครับ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” นายแพทย์หนุ่มคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังคำตอบจากหญิงสาวที่ตนเองแอบพึงใจ แก้วกานดาพึมพำขอบคุณเขาเบา ๆ ก่อนจะเดินลงบันไดไป ทิ้งสายตาของชายหนุ่มที่ยืนมองส่งเธอเอาไว้ด้านหลัง
ทันทีที่กลับถึงห้อง แก้วกานดากระวีกระวาดอาบน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าควานหาชุดที่จะใส่ไปรับประทานมื้อค่ำกับเขาวันนี้ หญิงสาวเลือกหยิบออกมาสี่ห้าชุดแล้วลองสวมใส่อย่างทำเวลา เพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะกลับเข้ามาแล้วต้องมาเสียเวลานั่งรอเธอแต่งตัวอีก ครั้นเมื่อได้ชุดที่ต้องการแล้วจึงมานั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง
วันนี้แก้วกานดาแต่งหน้าอย่างพิถีพิถันเพราะเป็นคืนพิเศษสำหรับเธอ การได้ดินเนอร์กับผู้ชายที่แอบรักมายาวนานเป็นอะไรที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้มีวันนี้ หญิงสาวบรรจงแต้มลิปกรอสลงบนเรียวปากนุ่มของตนเองเป็นลำดับสุดท้าย ก่อนจะนั่งมองเงาของตนในกระจกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสร็จเรียบร้อยจึงออกมานั่งรอเขาที่โซฟารับแขกด้านนอก พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความอวยพรวันเกิดจากเพื่อน ๆ ที่ส่งมาให้เป็นระยะ
เสียงเรียกเข้าทำเอาหญิงสาวอดสะดุ้งขึ้นมาไม่ได้ ครั้นพอเห็นชื่อคนปลายสาย ใบหน้าหวานก็คลี่ยิ้มกว้างออกมาทันที
“ว่าไงจ๊ะต้อง” แก้วกานดายิ้มกว้างขึ้นไปอีกเมื่อต้องตาร้องเพลงแฮปปีเบิร์ธเดย์ให้ทางโทรศัพท์ ร้องจบก็อวยพรให้เธอราวกับผู้ใหญ่กำลังอวยพรให้ลูกให้หลาน ทำเอาแก้วกานดาฟังไปหัวเราะไปอย่างอดไม่อยู่
“นึกว่าแกจะว่างวันนี้เสียอีก วันเกิดแกทั้งที ฉันก็อยากจะไปฉลองกับแกสักหน่อยนะแก้ว”
เสียงเพื่อนสาวตัดพ้อมาตามสาย คนฟังได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านั้นเธอกับต้องตาเคยตกลงรับปากกันไว้เสียดิบดีตอนที่มากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ ว่าจะไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนฝูง แต่พอถึงเวลาเข้าจริง เธอกลับเลือกที่จะโกหกเพื่อน ๆ ว่าที่ทำงานใหม่เลี้ยงให้ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอเลือกไปกับต่อตระการ
“ขอโทษนะต้อง พวกพี่ ๆ ที่โรงพยาบาลเขาอยากเลี้ยงให้น่ะ ฉันเพิ่งเข้าไปทำงานใหม่ ๆ ก็เลยไม่อยากขัดใจเขาเท่าไร เอาไว้เราไปเลี้ยงกันนอกรอบก็ได้เนอะ อย่าโกรธกันน้า...”
แก้วกานดาออดอ้อนเพื่อน ถ้าให้เดาป่านนี้ต้องตาคงกำลังทำปากยื่นปากยาวอยู่เป็นแน่ และความที่คบกันมานานเธอจึงรู้ว่าต้องตาเป็นคนมีเหตุผลเสมอ ที่เห็นทำท่างอนใส่ก็แค่แกล้งทำเท่านั้น
“ก็ได้ แต่แกจ่ายนะ ฉันจะไม่ช่วยสักบาทเลยคอยดูสิ” เพียงแค่นั้น แก้วกานดาก็หัวเราะคิกคักขึ้นมาทันที
“ได้สิ ตัวเล็ก ๆ อย่างแกจะกินสักเท่าไรกันเชียว”
หญิงสาวพูดคุยกับเพื่อนอีกสักพักจึงวางสายไป เหลือบมองเวลาแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะเกินสิบห้านาทีที่ต่อตระการจะมาถึงห้อง คิดได้ดังนั้นจึงลุกขึ้นไปสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะมานั่งรอเขาที่โซฟาตัวเดิมพร้อมกับเปิดโทรทัศน์ดูไปด้วยเพื่อฆ่าเวลา
สี่ทุ่มครึ่งแล้ว...
ทว่ายังคงไร้วี่แววของคนที่รับปากเธอเอาไว้ว่าจะพาไปดินเนอร์ ตอนทุ่มครึ่ง เธอทำใจกล้าโทรศัพท์เข้าไปที่เบอร์ของเขา แต่ชายหนุ่มกลับไม่รับสาย ส่งข้อความไปทางไลน์ เขาก็ไม่ได้เปิดอ่าน สุดท้ายจึงได้แต่นั่งรอคอยอย่างอดทน พยายามหาหนังสือมานั่งอ่านฆ่าเวลาระหว่างที่รอเขา สลับกับเปิดโทรทัศน์ดูรายการเกมโชว์ไปเรื่อยเปื่อย
เวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า รายการจากทางโทรทัศน์ก็ยังคงสนุกสนานมีแต่เสียงหัวเราะดังออกมาไม่ขาดช่วง ทว่าเธอกลับนั่งน้ำตาไหล มองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเอาไว้ว่าขณะนี้ เที่ยงคืนสิบห้านาทีแล้ว
เธอนั่งรอเขาถึงหกชั่วโมงเต็ม!
ต่อตระการมักชอบเรียกบุตรสาวของตนเองว่า “แก้วจูเนียร์” อยู่เสมอ เพราะแม่ลูกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ เขาจึงรัก และตามใจลูกสาวคนเล็กมาก เวลาที่เจ้าตัวออดอ้อนอยากได้อยากกินอะไร เขามักจะรีบไปหามาให้ทันทีเพราะเป็นลูกสาวคนโปรด“เฮ้ย...เจ้าตัวแสบ แกล้งน้องอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มของต่อตระการที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแก้วกานดา ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรีบลุกจากตักผู้เป็นยายแล้วปรี่เข้าไปหาบิดา พร้อมกับกางแขนอ้ากว้างให้อุ้ม ต่อตระการย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กของลูกสาว“ฮึบ! โอ้โหลูกสาวพ่อตัวหนักแล้วนะเนี่ย”พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็ชี้ไปทางพี่ชายแล้วทำเสียงอืออาเป็นการฟ้องทันที จับใจความได้แต่ จ้าน...จ้าน เนื่องจากยังเรียกชื่อพี่ชายได้ไม่ชัดเท่าไรนัก ในขณะที่เด็กชายก็รีบวิ่งมาเกาะขาบิดาเช่นกัน แล้วนั่งลงบนหลังเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อเวลาที่พ่อเดิน เขาก็จะเหมือนกับลอยขึ้นลอยลงไปด้วย ซึ่งพอผู้เป็นบิดาเริ่มออกเดิน ร่างเล็กจ้อยที่เกาะขาอยู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมาทันทีแก้วกานดามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
ต่อตระการเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่มุมปากของท่านนายพล ผิดกับแววตาที่ฉายประกายความยินดีออกมาให้เห็น“เป็นอย่างงั้นก็ดีสิลูก แก้วจะได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็จะได้ไม่เหงา”กัลยายิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกเขยตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่แทนที่จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตามเดิม ยิ่งตอนนี้แก้วกานดากำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ก็ยิ่งไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา เพราะแค่นึกภาพว่าในบ้านมีเด็กตัวเล็ก ๆ คลานต้วมเตี้ยมไปมาก็มีความสุขแล้วหลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ต่อตระการก็เตรียมตัวขับรถไปส่งแก้วกานดาไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติเช่นทุกวัน แล้วค่อยเลยไปไซต์งานก่อสร้างเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ แก้วกานดาวางมือบนหน้าขาของเขาพร้อมกับบีบนวดเบา ๆ“ขอบคุณนะคะพี่ต่อ”ต่อตระการหันมองหน้าภรรยา มือวางทาบกับมือเธอแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากก่อนจะสอดนิ้วมือประสานกันไว้“พ่อแม่แก้วก็เหมือนพ่อแม่พี่ พี่รู้ว่าแก้วก็ห่วงพวกท่านไม่อยากทิ้งให้ท่านอยู่ที่บ้านกันลำพังสองคนตายาย พี่ก็เลยย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่แทน เพร
ห้าเดือนต่อมาเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำอันเป็นเสียงที่ดังขึ้นเป็นประจำทุกเช้าปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงรีบเด้งตัวผุดลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปห้องน้ำทันที เขาเอื้อมมือไปลูบหลังให้ สีหน้าแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน“ไหวไหมแก้ว วันนี้หยุดงานดีกว่านะพี่ว่า แพ้ขนาดนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก พี่เป็นห่วง”ต่อตระการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ภรรยา ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว“หยุดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดของกชกร แล้วเขาก็ต้องไปทำธุระที่เชียงราย แก้วไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน”ต่อตระการถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าแก้วกานดาห่วงงานมาก แม้ว่าร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ดีเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ยังแบกสังขารไปทำงานได้ทุกวัน“พี่บอกแล้วว่าให้ลาออกเถอะ ออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงดีกว่า ลูกเราจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไงแก้ว เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว”ชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมภรรยาในเรื่องเดิม ๆ เขาคุยเรื่องนี้กับแก้วกานดามาหลายครั้งแล้ว เพราะอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านสบ
โกหกทั้งทางบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของแก้วว่าเขามีแฟนที่คบหากันมานานอยู่แล้ว เลยอยากถอนหมั้นกับแก้วน่ะ พี่กับคุณหมอเข้าไปคุยกับท่านพร้อมกันเพื่อจะบอกว่าเขาไม่อยากทำให้แฟนเขาเสียใจ และก็ช่วยพูดว่าพี่กับแก้วรักกันจริง ๆ สุดท้ายท่านก็เลยยอม หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็จะพาแก้วออกไปเที่ยวข้างนอก เพื่อให้พี่พาพี่ต้นกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เข้ามาพูดจาทาบทามสู่ขอให้”“ยายต้องก็ปิดปากเงียบเลย น่าโมโหจริง ๆ” หญิงสาวบ่นไปถึงเพื่อนรัก ต่อตระการจึงอดยิ้มขันไม่ได้“กว่าพี่จะอ้อนวอนเจ้าต้องให้ช่วยจัดการเรื่องการ์ด และเพื่อนฝูงของแก้วได้นะใช้เวลาตั้งหลายวัน แถมพี่ต้องซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์สองกษัตริย์หน้าปัดเพชรไปเซ่นมันด้วยนะจะบอกให้ มีการบอกด้วยนะว่าถ้าไม่เห็นแก่สารรูปที่เหมือนซอมบี้เดินได้ของพี่ มันก็ไม่คิดช่วยหรอก” ชายหนุ่มเล่าไปขำไป ตอนที่นึกถึงน้องสาวคนสุดท้องจอมแสบ“ทุกคนเลยรู้เรื่องนี้กันหมด มีแก้วคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”คิดแล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ถึงว่าสิ ว่าทำไมต้องตาถึงพูดกับเธอแปลก ๆ แล้วไหนจะการกระทำแปลก ๆ ของคุณหมอวรั
แก้วกานดาพูดเสียงแผ่วในประโยคสุดท้าย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนกำลังหวั่นไหวแค่ไหนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น“พี่...พี่เคยรักเขา” ต่อตระการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และให้เวลาตนเองรวบรวมคำพูดที่เหมาะสม“แก้วคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบแก้วมาก ทุกครั้งเวลาที่แก้วมาติวหนังสือกับยายต้อง พี่จะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ ตลอด แต่แก้วก็ชอบหลบหน้าพี่เหมือนกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่กับพี่ต้นกับเจ้าไตร แก้วไม่เห็นมีอาการอย่างนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่าแก้วน่าจะมีใจให้พี่บ้าง ถ้าแก้วจำตอนนั้นได้ แก้วจะนึกออกทันทีว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบแกล้งชอบแหย่แก้วนัก นั่นก็เพราะพี่หาเรื่องคุย หาเรื่องเข้าหาแก้วโดยไม่ให้ตัวเองต้องเสียฟอร์ม”แก้วกานดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากปากของเขา หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น อ้าปากค้างเล็กน้อย สีหน้างุนงงสับสนจนชายหนุ่มต้องรีบพูดต่อเพื่อขยายความ“บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนพี่ฟอร์มจัดไปหน่อย แอบชอบแก้วแต่ไม่กล้าจีบตรง ๆ เพราะแก้วยังเด็กแต่พี่เรียนจบแล้ว พอตั้งใจว่าจะลองจีบดูสักตั้ง ถึงได้รู้ว่าแก้วกลับไปเรียนต่อที่เ
“ไม่เอาค่ะ แก้วอยากนอนแช่คนเดียว พี่ต่อออกไปรออาบทีหลังแก้วก็แล้วกันนะคะ”หญิงสาวหยิบเอาผ้าขนหนูที่อยู่บนชั้นวางตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนยื่นส่งให้เขา ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ในมือ แต่กลับเอาไปวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าแทน จากนั้นสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่จนกระทั่งกางเกงในสีเนื้อไปกองอยู่ที่ปลายเท้า“พี่ต่อ!” แก้วกานดาร้องเรียกเขาอย่างขัดใจพลางหันหลังให้ทันที แต่คนตัวเปล่าเปลือยกลับไม่นำพากับท่าทางของเธอแต่อย่างใด เขาตรงเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง กระซิบชิดริมหูอย่างออดอ้อน“พี่อยากอาบน้ำกับแก้วนี่นา เราไม่ได้อาบด้วยกันนานมากแล้วนะ แก้วไม่คิดถึงพี่บ้างหรือ พี่คิดถึงแก้วใจจะขาดอยู่แล้วรู้รึเปล่า หายโกรธพี่เถอะนะแก้ว”จมูกโด่งเฝ้าวนเวียนซุกไซ้อยู่ตามหลังใบหูและซอกคอ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อนของเธอ มือไม้ก็ปัดป่ายเปะปะไปทั่วเนินอกอิ่มก่อนจะวกกลับมายังซิปที่ซ่อนอยู่ในชุดเจ้าสาวแล้วจัดการรูดมันลงอย่างทุลักทุเล เพราะคนในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชุดของหญิงสาวไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกันเมื
“คุณหมอไปกับแก้วเถอะค่ะ พี่เพิ่งทานไปเมื่อตอนสิบโมงครึ่งนี่เอง ไปเถอะแก้ว พี่อยู่ตรงนี้เอง อีกสักพักเดี๋ยวพวกนั้นเขาก็ขึ้นมากันแล้ว เพราะนี่ก็บ่ายโมงกว่าแล้วน่ะ” เจ้าตัวหมายถึงพยาบาลอีกสองคนที่ไปพักกลางวันก่อนหน้านี้“ถ้างั้นพี่อรจะฝากแก้วซื้ออะไรไหมคะ เดี๋ยวแก้วซื้อขึ้นม
“วิ พอเถอะ เมามากแล้วนะ” ต่อตระการดึงแก้วออกจากมือของวิวัลลา เมื่อเห็นว่าเธอดื่มไปมากแล้ว หญิงสาวทำเสียงฮึดฮัดเมื่อถูกขัดใจ พยายามจะยื้อแย่งแก้วคืนมา แต่ไม่สามารถทำได้เพราะชายหนุ่มเอาไปวางไว้ที่พื้นใต้เก้าอี้ที่เขานั่งอยู่ ตาคมมองดูร่างเย้ายวนในชุดเดรสรัดรูปสี
สำหรับเขาแล้ว แก้วกานดาเป็นผู้หญิงที่น่ารักน่าใคร่ ยามปกติเธอสุดแสนจะขี้อายจนถูกเขาแกล้งบ่อย ๆ เวลาที่เธอมาติวหนังสือกับต้องตาที่บ้าน เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงชอบเย้าแหย่แก้วกานดานัก รู้เพียงว่าเขารู้สึกสนุก และชอบใจเวลาที่ได้เห็นใบหน้าหวาน ๆ ของเธอสุกปลั่ง จนบางครั้งเขามันเขี้ยวเธอจนอ
ต่อตระการทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงหลังเสร็จจากการอาบน้ำชำระร่างกาย ตาคมมีประกายวับหวานยามที่เหลือบมองร่างหลับใหลของแม่คนขี้อายที่ถูกเขาเคี่ยวเข็ญให้เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว จนสุดท้ายเขาถึงได้ยอมแพ้ และให้เธอเข้าไปอาบก่อน จากนั้นเขาจึงเข้าไปอาบทีหลัง หลังจากที่เธอออกมา






![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
