LOGIN
ศาสตราวุธ คือชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี นัยน์ตาอ่อนโยน หน้าตาดี กระเดียดไปทางจีน จมูกเรียวโด่งเข้ากับรูปปากที่หนาแต่เป็นกระจับสวย ผิวที่เคยขาวสะอาดสะอ้านแต่ตอนนี้คล้ำแดดเพราะงานที่เขารัก เขาอ่อนโยนกับต้นไม้ใบหญ้า แต่เย็นชากับเพศตรงข้าม จนหลายๆ คนคิดว่าเขานั้นมีรสนิยมที่ชอบไม้ป่าเดียวกัน
แต่ศาสตราวุธไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นเข้าใจ เขาไม่ได้ตั้งใจเย็นชากับผู้หญิง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าควรจะดูแลเอาใจพวกเธอเหล่านั้นอย่างไร เพราะเขาถนัดดูแลต้นไม้มากกว่า
ครอบครัวของศาสตราวุธมีธุรกิจรับออกแบบและก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ศาสตราวุธไม่สนใจทำงานเหล่านั้น ที่มีการประมูลงานก่อสร้างแล้วต้องมีส่วนแบ่งกับคนในหรืออะไรอย่างนั้น ตามแบบฉบับธุรกิจที่มีกลโกงเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรที่สมัยนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มันวุ่นวายและไม่ใช่ทางของศาสตราวุธ เขาจึงให้พี่ชายรับช่วงต่อจากบิดาไปคนเดียว
ศศิประภามารดาของศาสตราวุธนั้นผิดหวังจากการจับคู่ให้กับศรายุทธลูกชายคนโตแล้ว ตอนนี้เธอเลยกำลังหาทางจับคู่ให้ศาสตราวุธ เพื่อให้ให้ข่าวลือที่มีคนคิดว่าเขาชอบเพศเดียวกันนั้นหายไป
ยุทธนาผู้เป็นบิดาที่วางมือจากธุรกิจแล้วก็หันมาดูแลธุรกิจของลูกชายคนรองแทนพอให้หายเหงาไปบ้าง เพราะยุทธนาเคยทำงานทุกวัน ถ้าให้นั่งเฉยๆ เขาก็ทำไม่ได้
“วุธ เย็นนี้แต่งตัวดีๆ หน่อยนะ เพื่อนแม่จะมาทานข้าวด้วย” ศศิประภาบอกลูกชายด้วยรอยยิ้มที่ดูผิดปกติ ทำให้ศาสตราวุธนั้นรู้ทันมารดา แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขารู้ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้น
“ครับแม่” เขาบอกมารดาแล้วเดินออกไปตรวจงานในไร่
ศาสตราวุธให้บิดาดูแลงานเอกสาร ตัดสินใจทุกอย่างในการดำเนินงาน ส่วนเขาทำหน้าที่ในภาคปฏิบัติ เน้นออกพื้นที่กับคนงาน เพื่อให้เข้าใจปัญหาที่เกิดและเรียนรู้การแก้ไขปัญหาได้ถูกวิธี
ไร่ของเขาแบ่งเป็นสองส่วน ด้านหน้าเป็นไร่สตรอเบอรี่ ที่เปิดให้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมและเก็บสตรอเบอรี่สดๆ จากต้น และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มีร้านขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร และร้านขายเครื่องดื่มไว้บริการ
ส่วนเนินเขาท้ายไร่เป็นสวนลำไยและสวนลิ้นจี่อย่างละครึ่ง คนงานส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อาศัยบนเขาที่ไม่มีงานทำ ศาสตราวุธอยากช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จึงให้งานแก่พวกชาวบ้านเหล่านั้นช่วยกันทำสวนตรงบริเวณเนินเขา และมีแผนที่จะขยายพื้นที่ไร่ไปตรงเนินเขาด้านตะวันออกของไร่ให้เป็นไร่ชา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงวางแผนวิจัยการผลิตและการเก็บเกี่ยวอยู่
หลังจากเดินตรวจดูความเรียบร้อยเสร็จ ศาสตราวุธก็เดินไปที่สำนักงานที่สร้างไว้ข้างบ้านของเขาเอง แล้วเข้าไปนั่งคุยกับบิดาเรื่องไร่ชาที่กำลังจะเกิดขึ้นและลงความเห็นกันว่าจะลงมือทำอะไรบ้าง
*********************
ในตอนเย็นหลังเลิกงาน ศาสตราวุธกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลองที่สุภาพเพื่อต้อนรับแขกของมารดา
เขาลงมาข้างล่างก็พบว่าแขกมาถึงแล้ว แม่เลี้ยงกานดาไม่ใช่เพื่อนของศศิประภาอย่างที่เขาคิดเอาไว้ แต่เป็นคนรู้จักในวงสังคม และเธอมีไร่ชาที่อยู่ติดกับไร่ของศาสตราวุธด้านตะวันตก ซึ่งมีรั้วกั้นยาวเกือบสองกิโลเมตร
หญิงสาวที่ตามมาเป็นลูกสาวของแม่เลี้ยงกานดา เธอห่างจากเขาประมาณสามถึงสี่ปี หน้าตาสะสวย ผิวขาวอย่างสาวชาวเหนือทั่วไป แต่ท่าทางนั้นค่อนข้างเอาเรื่อง
“สวัสดีครับ” ศาสตราวุธไหว้ทักทายแขกที่มาเยือน
แม่เลี้ยงกานดารับไหว้แล้วแนะนำลูกสาวของเธอให้รู้จักกับศาสตราวุธ
“ไหว้พี่วุธสิลูก พี่วุธเป็นเจ้าของไร่แห่งนี้ รู้จักกันไว้ มีอะไรจะได้ปรึกษาพี่เขา” แม่เลี้ยงกานดาบอกบุตรสาว
“สวัสดีค่ะพี่วุธ” รติชาไหว้เขาแล้วส่งยิ้มหวานให้ตามที่มารดาสั่งไว้ก่อนที่จะมาที่ไร่แห่งนี้
ศาสตราวุธรับไหว้แล้วทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอรอยยิ้มของรติชาที่ยิ้มหวานมาให้เขาไม่หยุด
ศศิประภาและแม่เลี้ยงกานดามองหน้ากันด้วยความพอใจ เมื่อเห็นตรงกันว่าทั้งสองคนนั้นเหมาะสมกัน ศศิประภาจึงเชิญสองแม่ลูกไปทานอาหารค่ำร่วมกันที่โต๊ะอาหาร แล้วพยายามให้ศาสตราวุธเอาใจรติชาโดยการตักอาหารให้
“พี่วุธจะทำไร่ชาใช่ไหมคะ น้ำชาเองถนัดเรื่องชา แต่ว่าน้ำชากำลังสนใจเรื่องสตรอเบอรี่ งั้นเรามาแลกเปลี่ยนความรู้กันดีไหมคะ” รติชาชวนศาสตราวุธคุย เมื่อโดนมารดาสะกิดให้ทำตามแผนที่คุยกันไว้
“ครับ” ศาสตราวุธตอบ เขามองดูอาหารตรงหน้า ลังเลว่าจะตักอะไรให้รติชา เพราะเขาไม่รู้ว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร
‘ให้ปุ๋ยต้นไม้ยังง่ายกว่าเดาใจผู้หญิงอีก’ ศาสตราวุธคิดในใจแล้วตัดสินใจตัดไก่ทอดกระเทียมให้เธอ
“ขอบคุณนะคะ แต่น้ำชาไม่ทานของทอด” รติชาบอกเขาอย่างสุภาพแล้วโดนมารดาแอบหยิกที่ต้นขา
“แต่ว่าถ้าพี่วุธตักให้ น้ำชาก็จะทานค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” รติชาบอกเขาเสียงหวาน แล้วทานอาหารที่เขาตักให้ เพื่อให้มารดาพอใจ
เธอตักอาหารเอาใจศาสตราวุธคืน โดยสังเกตเอาจากที่เขาทานผักสดกับน้ำพริก เลยตักน้ำพริกให้เขาพร้อมกับถั่วพูชิ้นเล็กๆ แล้วคะยั้นคะยอให้เขาทานอาหารที่เธอตักให้ พร้อมส่งยิ้มหวานและส่งสายตามองเขาเหมือนว่าต้องการอะไรบางอย่างไม่หยุด
ศาสตราวุธรู้สึกอึดอัดกับรอยยิ้มหวานๆ ของเธอ เดาเอาว่ารติชาก็คงเป็นผู้หญิงประเภทที่อยากแต่งงานกับคนมีฐานะ เพราะยังไม่รู้จักกันแต่เธอก็ยิ้มให้เขา และเอาใจเขาจนเขารู้สึกอึดอัดเช่นนี้ แล้วยังหาเรื่องนัดเจอกันโดยอ้างเรื่องการเรียนรู้งานอีก
‘เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวชะมัด’ ศาสตราวุธนึกในใจแล้วหลบสายตาของเธอที่มองมาทางเขาอย่างค้นหานั้น
*********************
แม่เลี้ยงกานดาและรติชากลับมาถึงบ้าน รติชาก็ทิ้งตัวนั่งลงแล้วทำหน้างออย่างไม่พอใจ
“อีตานั่นไม่ชอบผู้หญิง น้ำชาดูก็รู้แล้วค่ะ” รติชาบอกมารดา
“ลูกคิดไปเองมากกว่า วุธเขาเป็นผู้ชายนิ่งๆ และสุภาพ ทำงานก็เก่ง แล้วยังมีไร่ที่กว้างกว่าของเราถึงสามเท่า ถ้าได้แต่งงานรวมไร่กัน ลูกเองนั่นแหละที่จะได้เป็นแม่เลี้ยงไร่ชาและไร่สตรอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ไหนจะสวนลำไย สวนลิ้นจี่ และไร่ชาที่เขากำลังจะทำอีก ชาตินี้ทั้งชาติใช้เงินก็ไม่หมด” แม่เลี้ยงกานดาบอกลูกสาว
“เราก็มีเงิน ทำไมต้องอยากมีเพิ่มด้วยคะ” รติชาบ่นออกมา
“แล้วลูกสามารถดูแลไร่ชาของบ้านเราได้หรือไง แม่รู้ว่าลูกบริหารงานได้ แต่ถ้าไม่มีพ่อ คนงานเขาก็ไม่ได้ฟังลูก คนแถวนี้ดูถูกความสามารถของผู้หญิง ลูกก็น่าจะเข้าใจ ถ้าแต่งงานกับไร่ข้างๆ นี้ อย่างน้อยพี่เขาก็จะช่วยดูแลเรื่องคนให้ ส่วนลูกก็นั่งบริหารไร่ ดูแลงานเอกสารไป เป็นฝ่ายใช้สมอง วินวินกับทั้งสองฝ่าย แล้วก็ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้อีกด้วย” แม่เลี้ยงกานดาบอกลูกสาว
“แต่ว่าแม่คะ” รติชากำลังจะพยายามหาทางบ่ายเบี่ยง
“เลือกเอาก็แล้วกัน จะแต่งงานกับลูกชายไร่ฝั่งตะวันออกที่แม่หาให้ หรือจะแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคำปองไร่ฝั่งตะวันตกที่พ่อเลือกไว้แล้ว” แม่เลี้ยงกานดาพูดให้เธอคิด
รติชาถอนหายใจ พ่อเลี้ยงคำปองเป็นพ่อหม้ายวัยสี่สิบห้ารุ่นน้องที่บิดาเธอสนิทสนมด้วยและมีท่าทีว่าชอบพอเธอเป็นอย่างมาก กับเจ้าของไร่หนุ่มไฟแรงอย่างศาสตราวุธที่อายุไล่เลี่ยกัน แต่ท่าทางดูไม่ถูกกับผู้หญิง เธอต้องเลือกใครสักคน และคนๆ นั้นต้องไม่ใช่พ่อเลี้ยงคำปอง
“ถ้าน้ำชาเลือกอีตาวุธนั่น ก็ไม่ต้องแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคำปองใช่ไหมคะ” รติชาถามมารดา
“มันเป็นทางเดียวที่ลูกจะไม่ต้องแต่งงานกับพ่อเลี้ยงคำปอง” แม่เลี้ยงกานดาบอก
รติชาไม่อยากแต่งงานกับคนแก่ขี้หลีอย่างเพื่อนรุ่นน้องของบิดา และเธอก็ไม่อยากแต่งงานกับศาสตราวุธ แต่ถ้าไม่เลือกศาสตราวุธก็ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงคำปองอยู่ดี
“งั้นน้ำชาเลือกพี่วุธค่ะ” รติชาบอก
“แต่ปัญหาคือเขาจะเลือกน้ำชาหรือเปล่า” รติชาหันหน้าไปหามารดาอย่างเป็นกังวล
“ลูกต้องหมั่นไปหาและเอาใจเขา อย่างน้อยก็ไปเยี่ยมคุณศศิ เข้าทางแม่เขาไว้ก่อน แม่เชื่อว่าคุณศศิอยากให้ลูกชายแต่งงานกับลูกเหมือนกัน” แม่เลี้ยงกานดาพยายามโน้มน้าวบุตรสาว
“ค่ะแม่” รติชารับปากมารดา คิดหาทางแต่งงานกับศาสตราวุธก่อนที่จะถูกบิดาจับแต่งงานกับพ่อหม้ายขี้หลีที่เธอไม่ชอบหน้า เพียงเพราะบิดาคิดว่าเขาสามารถเลี้ยงดูเธอให้สุขสบายได้
*********************
พ่อเลี้ยงคำปองนำฤกษ์ที่พระให้มา ไปปรึกษากับภรรยาและพ่อตา โดยนัดกันทานข้าวที่ร้านอาหารไทยในตัวเมือง แล้วลงความเห็นตรงกันว่าจะใช้ฤกษ์แต่งงานในอีกสองเดือนข้างหน้า ซึ่งสุริวิภาก็จะตั้งครรภ์ครบสี่เดือนพอดี และสุริวิภาก็จะตัดสินใจประกาศข่าวดีตั้งแต่ตอนนั้นเลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อยู่เพื่อนๆ ของสุริวิภาที่มาทานอาหารที่ร้านกับแฟนหนุ่มของพวกเธอก็ควงแขนแฟนหนุ่มมาทักทายสุริวิภาด้วยรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน ตั้งแต่สมเจษถูกตรวจสอบ พวกเธอก็ทิ้งสุริวิภาให้เผชิญปัญหาอยู่คนเดียว ถึงสมเจษจะพ้นข้อกล่าวหา แต่ชื่อเสียงที่เสียไปแล้วก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น“อ้าววิ” เพื่อนของเธอคนหนึ่งทักขึ้นทั้งสองสาวและคู่ควงของพวกเธอไหว้ทักทายสมเจษกับพ่อเลี้ยงคำปองตามมารยาท แล้วยิ้มให้สุริวิภา“สบายดีไหมวิ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” เธอถามสุริวิภา“อืม สบายดี” สุริวิภาตอบ แล้วยิ้มให้ ในใจยังโกรธเคืองที่พวกเธอทิ้งตนเองไปในยามลำบาก“มาร่วมโต๊ะกันเลยไหมครับ ท่าทางจะไม่ได้เจอกับวินาน ผมเลี้ยงเอง” พ่อเลี้ยงคำปองพูดเชิญชวนทั้งสี่คนพวกเธอปรึกษากันแล้วตอบรับคำชวนด้วยความยินดี สุริวิภานั้นนั่งบีบมือตัวเอง เพราะเพื่อนสองคนนี้ขึ้นชื่อว่าปากค
สุริวิภาซื้อของผ่านร้านค้าออนไลน์เพราะไม่อยากออกไปข้างนอก ราคาแพงเท่าไรพ่อเลี้ยงคำปองก็ไม่เคยบ่น ทำให้สุริวิภานั้นสนุกกับการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องสำอางแบรนด์เนมเป็นอย่างมากคืนไหนที่เขาจัดเธอหนัก เธอก็จะสั่งของที่มีราคาแพงตามลีลารักที่เขาทำลงไปเพื่อเป็นการชดเชยให้ตัวเอง พอเธอไม่ได้เข้าไปทำงานในสำนักงานในช่วงหลังๆ พ่อเลี้ยงคำปองเลยมอบหน้าที่พิเศษให้เธอนั้นคือให้เป็นล่ามคุยงานกับลูกค้าชาวต่างชาติแทน เพราะเป็นสิ่งที่เธอถนัดที่สุด ถึงเป็นงานที่ไม่ได้มีให้ทำบ่อยนัก แต่ก็เป็นงานที่มีความสำคัญมากพอๆ กับงานอย่างอื่นหลังจากอยู่กับพ่อเลี้ยงคำปองนานเกือบสองเดือนแล้ว สุริวิภาก็คิดว่าเขาก็ไม่ได้แย่อะไร ให้ความสุขสบายแก่เธอ ให้เงินเธอใช้ จ่ายเงินจ่ายค่าสิ่งของที่เธอสั่งมาไม่เคยบ่นเรื่องราคา แล้วยังเป็นคนที่น่าสงสารเพราะว่าสุริวิภารู้เรื่องอดีตภรรยาของเขาและเรื่องที่เขาแอบรักรติชาฝ่ายเดียวและต้องมาผิดหวังในที่สุดส่วนเรื่องขี้หลีนั่นก็เป็นแค่ภาพที่เขาสร้างขึ้นมาให้ทุกคนคิดว่าเขาไม่ได้เป็นอะไร ทั้งที่จริงๆ แล้วเขานั้นเหงาและต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเขา“ผมรักคุณ” พ่อเลี้ยงคำปองบอกเธอในคืนหนึ่งข
สุริวิภาถูกพ่อเลี้ยงคำปองปลุกปล้ำเธอไปถึงสองครั้งในวันเดียว ถึงครั้งที่สองเธอจะไม่ได้ปฏิเสธเขา แต่เธอก็ไม่ได้เต็มใจ แล้วยังถูกเขาข่มขู่ให้ย้ายมาอยู่กับเขาอีกด้วยสุริวิภาใส่เสื้อผ้าแล้วปล่อยผมลงมาปิดร่องรอยที่พ่อเลี้ยงคำปองทำเอาไว้ที่ต้นคอของเธอ แล้วรีบขับรถกลับไปที่ไร่เลิศประจักษ์ทั้งน้ำตาถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ แต่การถูกคนแปลกหน้าขืนใจ ในตอนที่เธอตกต่ำที่สุดในชีวิต มันก็ทำให้เธอนั้นเสียใจและน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองพ่อเลี้ยงคำปองก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรมาก แต่เขานั้นก้อร้อก้อติกเธอแล้วยังใช้กำลังขืนใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพียงเพราะว่าเขาโกรธที่เธอพยายามชักชวนให้เขาทำลายชีวิตคู่ของศาสตราวุธกับรติชาพอถึงไร่เลิศประจักษ์ สุริวิภาก็นั่งตั้งสติในรถสักพักก็เดินไปหาศศิประภาในห้องนั่งเล่นเพื่อลาเธอ“คุณป้าคะ วิขอบคุณนะคะที่ให้วิได้พักที่นี่ ตอนนี้วิมีที่พักใหม่แล้ว วิเลยอยากจะมากราบลาคุณป้าค่ะ” สุริวิภาบอกเธอ แล้วหันไปไหว้ยุทธนาอีกคน“ขอบคุณคุณลุงนะคะที่เมตตาวิ” เธอบอกเขา“แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” ยุทธนาถาม“ไปอยู่กับเพื่อนค่ะ” สุริวิภาบอก เธอยิ้มบางๆ แล้วขอตัวไปเก็บข้าวของของเธอ
ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงบ ศาสตราวุธลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด แล้วหันมองไปยังภรรยาที่ลุกขึ้นมาให้นมศศิชาอยู่ ในขณะที่ศาศวัตนั้นดื่มนมเสร็จก่อนและหลับไปแล้ว “ลุกมาให้นมอีกแล้วเหรอ” เขากระซิบถามเสียงเบา รติชาพยักหน้าแล้วยิ้มอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอให้นมลูกทั้งสองจากเต้า สลับกับปั๊มนมใส่ขวดให้ทั้งคู่ดื่ม แต่ถ้าเป็นตอนกลางคืนที่ละลายนมที่แช่เย็นไว้ไม่ทัน ก็จะให้นมจากเต้าเป็นส่วนใหญ่ รติชาค่อยๆ วางศศิชาลงในเปลแล้วตบก้นลูกสาวตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะย่องกลับไปที่เตียงนอนของตนเอง “เหนื่อยไหม” ศาสตราวุธถามภรรยาแล้วดึงเธอมานอนทับต้นแขนของเขาอย่างรักใคร่ “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ กลางวันก็มีคนช่วยดู กลางคืนก็ลุกให้นมแค่ครั้งสองครั้ง โชคดีที่ลูกๆ หลับยาว ไม่ลุกมาเล่นกลางดึกเหมือนลูกคุณยุทธกับคุณบัว ไม่อย่างนั้นน้ำชาคงเหนื่อยมากๆ แน่นอนค่ะ” รติชาบอกสามีเสียงเบา “แต่ก็เป็นความเหนื่อยที่มีความสุขมากๆ เลย ใช่หรือเปล่า” ศาสตราวุธถามภรรยา แต่ว่ารติชาไม่ตอบ เธอนอนหลับไปแล้ว ‘แล้วบอกว่าไม่เหนื่อย’ ศาสตราวุธนึกในใจ แล้วหลับตาลงอย่างยากลำบาก กะว่าจะชวนภรรยาทำกิจกรรมกลางดึก แต่เมื่อเห็นเธอหลับไปอย่างนี้แล้ว เขาก็ไม่อยา
รติชาไปฝากครรภ์ที่คลินิกทุกเดือน และทุกครั้งเธอจะให้ศาสตราวุธรออยู่ข้างนอก ไม่ให้ตามเข้าไปด้วย เพราะว่าเธอไม่อยากให้ศาสตราวุธรู้เพศของเด็กในครรภ์ เพื่อจะให้เขารอลุ้นเอง ทำให้ศาสตราวุธนั้นอยากรู้เป็นอย่างมากว่าลูกของเขาจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง“ถ้าไม่บอกพี่แล้วเราจะเตรียมของใช้ลูกถูกได้อย่างไรล่ะ” ศาสตราวุธหาข้ออ้างมาพูดกับเธอ“ก็เตรียมไว้ทั้งชายและหญิงสิคะ จะไปยากอะไร พี่วุธก็ออกจะรวย” รติชาบอกเขา“โธ่น้ำชา บอกพี่เถอะ” ศาสตราวุธอ้อนภรรยา เข้าไปนั่งกอดเธอและลูบท้องที่นูนยื่นขึ้นมา“อีกสองเดือนเอง อดทนหน่อยสิคะ” รติชาบอกเขาแล้วยิ้มเอ็นดูสามี ที่พยายามจะรู้เพศของลูกให้ได้“รอลุ้นเอานะวุธ เสื้อผ้าของใช้ก็ซื้อมาทั้งสองเพศนั่นแหละแม่ว่า บ้านเราออกจะรวย อันไหนไม่ใช้ก็เอาไปบริจาคให้ลูกคนงานก็ได้ คนงานเราเยอะแยะ อย่างไรก็ได้ใช้ ไม่เสียเปล่าหรอก” ศศิประภาพูดช่วยลูกสะใภ้“ก็ใช่สิครับ แม่รู้กันกับเมียผมและแม่ยายแค่สามคน มีแต่พวกผมที่ต้องมานั่งลุ้นจนตัวโก่งกันแบบนี้” ศาสตราวุธบ่น ไม่เข้าใจว่าพวกผู้หญิงทำไมชอบความเซอร์ไพรส์กันนัก แล้วไม่ยอมเข้าใจผู้ชายอย่างพวกเขาเลยว่าไม่ชอบการเซอร์ไพรส์อะไรแบบนี้“
ศาสตราวุธกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเหมือนกับว่ารติชากำลังร้องไห้อยู่ เขาเปิดโคมไฟที่หัวเตียงแล้วพลิกตัวไปหารติชา“เป็นอะไรไปคนดี” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล เข้าใจว่าฮอร์โมนเธอผิดปกติ จึงไม่แสดงความรำคาญหรือว่าต่อว่าอะไรเธอให้ต้องน้อยใจ“พี่วุธนอนเร็วมาห้าคืนติดต่อกันแล้วนะคะ ไม่เห็นจะสนใจน้ำชาเลย” เธอบอกเขาอย่างน้อยใจ เป็นนัยว่าเขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเหมือนอย่างเคย“ก็หมอบอกว่าสามเดือนแรกให้ระวังไม่ใช่หรือไง พี่รู้นะว่าน้ำชาต้องการ พี่เองก็ต้องการ แต่เราก็ต้องระวัง” ศาสตราวุธบอก“หมอบอกว่าทำได้ ถ้าแม่โอเค” รติชางอแงไม่ยอมท่าเดียว เพราะเธอมีความต้องการ ประกอบกับเพื่อนที่แต่งงานแล้วเล่าให้ฟังว่าสามีนอกใจตอนที่กำลังตั้งครรภ์เพราะไม่สามารถให้ความสุขกับสามีได้ เลยกลัวว่าศาสตราวุธจะเป็นอย่างนั้นบ้าง“น้ำชาแข็งแรงมากนะคะ แล้วอีกอย่างก่อนจะรู้ว่าท้องพี่วุธก็ยังจัดหนักน้ำชาอยู่เลย” เธอพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาทำ ศาสตราวุธถอนหายใจอย่างเป็นกังวล แล้วตกลงที่จะทำตามที่ภรรยาต้องการ เพื่อไม่ให้เธอเครียดหรือน้อยใจเขา“งั้นน้ำชานอนนิ่งๆ นะ เดี๋ยวพี่จะทำอย่างเบามือที






![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
