LOGINบทที่ 2 ชายผู้หมดหวัง
น่านน้ำกลับมาถึงห้องพักของตัวเองด้วยสภาพที่ห่างไกลจากคำว่านักบินหนุ่มสุดเนี้ยบในตอนแรกโดยสิ้นเชิง ผมเผ้าที่เคยเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้งเคร่งเครียด เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งยับยู่ยี่แถมกระดุมยังขาดหายไปหลายเม็ดจากการนัวเนียที่รุนแรงเมื่อครู่..... เขาถอดเสื้อเชิ้ตนักบินตัวนั้นทิ้งลงบนโซฟาหนังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะพาตัวเองไปทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบข้างนอกนั่น บ้าชิบ! มือหนาขยี้ผมสีเข้มตัวเองอย่างแรง ความหงุดหงิดที่อัดแน่นไม่ต่างจากตอนที่กัปตันสมศักดิ์พูดถึงเรื่องพิม น่านน้ำนั่งเซ็งๆ สองมือประสานกันแน่นบนหน้าตัก คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาของเขาแล้วหล่ะ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ความเครียดธรรมดา แต่มันคือเรื่องใหญ่ที่ทำลายความภาคภูมิใจในความเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาและสมบูรณ์แบบอย่างเขา นี้มันปาไปจะห้าเดือนแล้วที่เขาเลิกกับพิม และนั่นก็แปลว่าเขามีอะไรกับผู้หญิงมาตลอดห้าเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกเรือที่วิ่งเข้าหาเขาอย่างเปิดเผย แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันเหมือนกันทุกครั้ง เขาไม่เคยรู้สึกฟินเลย ไม่เคยรู้สึกถึงการปลดปล่อยที่แท้จริงเลยสักครั้ง เสร็จแบบจบๆ ไปบ้าง หรือไม่ก็ทำจนผู้หญิงเสร็จแล้วหยุดบ้างแบบเมื่อกี้ นี้เขากำลังเป็นนักบุญอยู่หรอไงว่ะ ช่วยให้น้องๆ ฟินแต่เขากลับไม่ฟินสักนิด หรือเขา... กำลังจะเสื่อมสมรรถภาพ? คำถามที่น่าอับอายที่สุดผุดขึ้นมาในหัว ชายผู้สมบูรณ์แบบและเป็นที่หมายปองของผู้หญิงนับไม่ถ้วนเนี่ยนะ จะกลายเป็นคนที่ใช้งานไม่ได้? เขาเคยเป็นพวกได้ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาตลอด ตั้งแต่วัยรุ่นจนอายุขนาดนี้ชีวิตเขาเต็มไปด้วยความหลากหลายและความสุขทางกาย จนกระทั่งเขามาคบกับพิม ห้าปีที่เขาเลิกนิสัยพวกนั้น เลิกทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่เขาคิดจะจริงจังด้วย แต่ตอนนี้... พอเลิกกับเธอแล้วจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าที่เคยมีความสุข มันกลับไม่มีความสุข ผู้หญิงที่สวยกว่า แซ่บกว่า ยอมเขามากกว่า ก็ไม่สามารถทำให้เขาพึงพอใจได้ ความสุขทางเพศของเขาถูกพิมพรากไปพร้อมกับหัวใจของเขาหรือยังไงกัน? ความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถ Move On ได้อย่างสมบูรณ์มันกำลังแสดงออกมาในรูปแบบนี้งั้นเหรอ? น่านน้ำลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห หรือเขาต้องพบแพทย์? นักบินหนุ่มที่เพิ่งได้คำชมว่า ‘บินดี’ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเอง... น่านน้ำนั่งจมอยู่กับความคิดดำมืดบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ความมืดของมิวนิกปกคลุมทุกสิ่ง ความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้ามาไม่ต่างจากความรู้สึกที่เกาะกินหัวใจ ช่างเป็นชีวิตที่เฮงซวยอะไรอย่างนี้! ชีวิตช่วงนี้เขาแม่งห่วยแตกจริงๆ! เรื่องบนเตียงมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่รากของปัญหาคือทุกอย่างมันพังพินาศตั้งแต่พิมทิ้งเขาไป และนั่นก็ส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดด้วย “และไหนจะทัณฑ์บนสองใบอีก!” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ทัณฑ์บนใบแรก... มันเป็นเรื่องโง่เง่าที่สุด เขาขาดบินแบบไม่ได้ลา (Absent Without Leave) เพียงเพราะต้องการขับรถบึ่งไปง้อพิมที่ไอ้ฟาร์มบ้านนอกที่ธุระกันดารนั้น ขับรถข้ามจังหวัดไปอย่างคนโง่เง่า หวังว่าพิมจะเห็นความพยายามและกลับมาหา แต่สิ่งที่เขาได้คือการเผชิญหน้ากับไอ้ชู้คนใหม่ของเธอ ไอ้คนที่พิมคิดว่าดีกว่าเขาทุกอย่าง น่านน้ำจำได้ดีว่าเขาพยายามพูดจาดูถูกเหยียดหยามมันด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดแต่ไอ้บ้านั่นมันไม่พูดอะไรสักคำ เสือกกระโดดถีบยอดอกแล้วต่อยเขาซ้ำอย่างยับเยิน! “ไอ้สัสเอ้ย! คิดว่าหุ่นลีนๆ ที่กูเข้ายิมมามันมีไว้ชกคนหรือไง” น่านน้ำสบถอย่างเจ็บแค้นในใจ “ขอโทษครับ มือผมมีไว้ขับเครื่องบิน! ไม่ใช่ไว้ต่อยตีกับพวกกรรมกรต่ำๆ แบบมัน!” เขาต้องใช้เวลาหลายวันกว่ารอยฟกช้ำจะหายไปจากใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านของเขา แต่รอยบาดแผลที่ใจมันลึกกว่านั้นมาก ทัณฑ์บนใบที่สอง... เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาตอนเขาไปบินเกาหลี เขาแทบจะคลั่งตายเมื่อเห็นไอ้ชู้นั่นมันตามพิมมาบินด้วย มันถึงกับตามมาบินอะคิดดู! แม่งเป็นเศรษฐีหรือไง ไม่ทำการทำงาน! คืนนั้นเขาดื่มเหล้าอย่างหนักจนเมาได้ที่ ก่อนจะไปปากหมาใส่พิมที่ตรอกข้างโรงแรม ใช้คำพูดหยาบคายและรุนแรงกับเธออย่างควบคุมไม่ได้เพราะความหึงหวงและโมโหที่ถูกทิ้ง และแน่นอน... ไอ้ชู้นั่นมันไม่พูดอะไรเหมือนเดิม แค่เดินเข้ามาชกหน้าเขาอย่างยับ! ครั้งนั้นหนักกว่าครั้งแรก หน้าหล่อเกือบเสียโฉมไอ้สัตว์! เขาต้องใช้ยากันรอยแผลเป็นพักใหญ่ และต้องนั่งฟังผู้บริหารด่าทออย่างที่ไม่เคยโดนมาก่อนจนได้รับทัณฑ์บนใบที่สองมา และนั้นคือเหตุผลทำให้เขาต้องชะลอการสอบขึ้นกัปตันออกไป ความฝันที่จะได้ติดสี่ขีดของเขาต้องหยุดชะงักเพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นมีผู้ชายคนอื่น...... และนี้กูยังจะมาเสื่อมสมรรถภาพอีก... หึ! น่านน้ำหัวเราะเยาะตัวเองอย่างสมเพช นี่แหละคือผลกรรมของคนที่ทำตัวเป็นคนเลวและดันเป็นไอ้ขี้แพ้แบบเขาอีกสินะ เขาขยำเสื้อเชิ้ตในมือแน่น ความโมโหที่ตัวเองไม่สมบูรณ์แบบมันทำให้เขาอยากจะระเบิดทุกอย่างทิ้งไปเสียให้หมด “สัส! มันจะอะไรนักหนาว่ะ!” เขาตะคอกใส่ความเงียบในห้องพักของตัวเอง เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาพยายามปฏิเสธว่านี่คืออาการของคนที่อกหักจนสมองรวน แต่ร่างกายที่ใช้งานไม่ได้มันไม่โกหก เขาทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองเพดานอย่างว่างเปล่า ความหยิ่งยโสไม่ยอมให้เขาเดินเข้าคลินิกเฉพาะทางอย่างเป็นทางการแน่นอน “หรือควรลองคุยกับไอ้ภัทร…” ภัทรเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งตั้งแต่มัทยมที่เป็นหมอ แม้ว่าเพื่อนคนนี้จะไม่ได้เป็นหมอเกี่ยวกับสุขเพศ แต่หมอก็คือหมอเหมือนกันแหละ อย่างน้อยก็ยังดูดีกว่าการไปปรึกษาจิตแพทย์ที่ไหนไม่รู้ เออ เอาวะ! ให้ไอ้ภัทรมันลองฟังดูหน่อยว่าอาการ ‘หมดอารมณ์กลางคัน’ ตั้งแต่เลิกกับเมียเก่ามันเป็นอาการของคนบ้าหรือเปล่า! เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ พิมพ์ข้อความในแชทหาเพื่อนทันที | NN ⭐️: | เหี้ยหมอ ว่างป่ะ เขากดส่งข้อความนั้นออกไปอย่างรวดเร็วแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้บนเตียง รอคอยการตอบกลับจากเพื่อนอย่างกระวนกระวายใจ... การปรึกษาเรื่องส่วนตัวแบบนี้เป็นเรื่องที่คนอย่างเขาไม่เคยทำมาก่อน น่านน้ำยังไม่ทันได้หายใจเข้าลึกๆ โทรศัพท์ที่เขาโยนไว้บนเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความจากภัทร | Lovemelovemydog: | กำลังจะทำหมันน้องลูซี่ มึงมีอะไร น่านน้ำหน้าตึงขึ้นทันที นี่เขาตกอับขนาดที่ว่าต้องมานั่งปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศกับหมอหมาเลยเนี้ยนะ อัปยศกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว….. “ไอ้ภัทร!” น่านน้ำสบถอย่างหัวเสีย แต่ก็ยังพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว | NN ⭐️: | ลูซี่เหี้ยไรอะ ไม่กี่วินาทีต่อมา ภัทรก็ตอบกลับมาเป็นภาพถ่าย... | Lovemelovemydog: | (รูปถ่ายชิวาวาตัวเล็ก สีน้ำตาลกำลังนอนอ้าขาบนเตียงผ่าตัด) น่านน้ำมองภาพนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังจะต้องสารภาพความล้มเหลวทางเพศของตัวเองกับสัตวแพทย์ที่คลั่งไคล้หมาอย่างหนักคนนี้จริงๆ หรอ “ชีวิตกูแม่งสุดจริงๆ!” เขาหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองอีกครั้ง ไม่อยากจะเสียเวลาคุยเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้ว | NN ⭐️: | ช่างแม่ง ไม่มีอะไรล่ะ | Lovemelovemydog: | อ้าว อะไรว่ะ คิดถึงเมียเก่าหรอ น่านน้ำหน้าตึงขึ้นทันทีที่ภัทรทักเรื่องพิมเข้าอย่างจัง! “แม่ง! เป็นหมอหมา หรือหมอดูว่ะ!” | Lovemelovemydog: | ไปทำบุญกับกูไหม กูกำลังจะเอาของไปบริจาคบนดอย มึงก็เอาของเขาที่มึงแอบเก็บไว้อะ ไปบริจาคให้หมด แม่งแอบเก็บของดูต่างหน้าขนาดนั้น จะเอาอะไรมาลืมลง…. ทันทีที่อ่านจบน่านน้ำก็แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง! แอบเก็บของดูต่างหน้า พ่อมึงสิ!! คนอย่างเขาเนี่ยนะจะเก็บของของคนรักเก่าที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดีไว้ให้เป็นเสนียด! | NN ⭐️: | มึงพูดเหี้ยอะไรไอ้หมอ! กูไม่มีของดูต่างหน้าเหี้ยอะไรของพิมทั้งนั้นแหละ คืนแม่งไปหมดแล้ว สัส! | NN ⭐️: | แล้วกูจะไปทำบุญทำไม? กูไม่ผิด!! | NN ⭐️: | เอาเวลาไปทำหมันหมามึงให้เสร็จไป!! น่านน้ำพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วและหงุดหงิดที่สุดเพื่อปฏิเสธความจริงที่ว่า... ในกระเป๋าเดินทางที่เพิ่งเปิดเมื่อครู่ ยังมีเสื้อกันหนาวตัวโปรดที่พิมซื้อให้ ...อยู่จริงๆ เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันทีอย่างหงุดหงิด ไม่ต้องการคำตอบจากเพื่อนอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าภัทรจะพูดถูกหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ภัทรทักว่าเขาเก็บของของพิมไว้มันทำให้ศักดิ์ศรีของเขาแตกสลายอย่างไม่เป็นท่ากว่าเดิม เขาหันมองไปรอบตัวอย่างหงุดหงิด สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ข้าวของที่เขาเพิ่งนำออกมาวางไว้บนโซฟา... เสื้อกันหนาวขนเป็ดสีเทาตัวโปรดที่เขาเพิ่งสวมลงเครื่องมา….. พิมซื้อให้! ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มที่ปักอักษรย่อ 'N.N.' ที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง….. พิมก็ซื้อให้! กระเป๋าตัง Hermes หนังจระเข้ใบเรียบหรูที่อยู่บนหัวเตียง ….. พิมก็ซื้อให้! เขายิ่งมองลงไปที่เสื้อผ้าที่กองอยู่ในกระเป๋าเดินทาง... แหม่! แม้แต่ กางเกงใน Boxer Briefs ตัวละหลายพันบาทที่เขาชอบใส่ ก็ยังเป็นพิมช่วยเลือก! พิมเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาชอบผ้าแบบไหน ชอบทรงไหนที่ใส่สบายที่สุด บัดซบ! ทุกอย่างรอบตัวเขา... ทุกสิ่งที่สัมผัสตัวเขาในชีวิตประจำวัน มันเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้หญิงคนนั้นจริงๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว! น่านน้ำหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นและดังลั่นในห้องพักที่ว่างเปล่า ไอ้สัส! ก็คบมาตั้งห้าปี ของทุกอย่างรอบตัวก็แม่งซื้อให้ทั้งนั้น.....ถ้ากูต้องบริจาคจริง... นี้กูไม่ต้องขนไปหมดบ้านหรอ! น่านน้ำจ้องมองข้าวของเครื่องใช้รอบตัวที่เต็มไปด้วยเงาของพิมด้วยแววตาเกลียดชัง เขาต้องกำจัดของพวกนี้ให้หมด... เพราะบางที... สุขภาพน้องชายก็สำคัญกว่าความดื้อดึง ถ้าเอาของทุกอย่างออกไปจากชีวิต อาจจะง่ายกว่าไปนั่งบอกหมอว่า หมอครับ... นกเขาผมมีปัญหา..... น่านน้ำเปิดหน้าจอโทรทัศน์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะพิมพ์ถามเพื่อนว่า ‘มึงจะไปวันไหน?’ แต่เพื่อนเวรคนนั้นมันรู้ใจเขาดีกว่าที่คิด ข้อความใหม่ที่แสดงขึ้นบนหน้าจอทำให้เขามุมปากกระตุกทันที | Lovemelovemydog: | ไป14กุมภานะ วันวาเลนไทน์ มอบความรักสู่ชาวดอย “วันวาเลนไทน์เหรอ?” น่านน้ำพึมพำกับตัวเอง วันแห่งความรักที่เขาควรจะปี้สาวกระชากพรหมจรรย์หญิง... แต่ตอนนี้เขาต้องไป มอบความรักสู่ชาวดอยในฐานะคนอกหักที่กำลังเอาของเมียเก่าไปบริจาคเนี่ยนะ? ไอ้ภัทร! มึงมันแสบจริงๆ! มันจงใจเลือกวันนี้เพื่อตอกย้ำความอัปยศของเขารึเปล่าว่ะ! | NN ⭐️: | เออ! ไปก็ไป! แต่กูไม่ทำบุญนะ! กูแค่ไปทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์ เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างหงุดหงิดที่สุด ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงอีกครั้ง น่านน้ำตัดสินใจแล้ว เขาจะกลับไปจัดการกับทุกอย่างที่กรุงเทพฯให้สิ้นซาก .................บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ
บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ
บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้
บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง
บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม
บทที่ 35เด็กโง่ของน่านน้ำหัวใจของชายหนุ่มกระแทกเข้าซี่โครงเหมือนระเบิดลูกเล็กๆสะเทือนออกเป็นระลอกในอก สมองเขาเปิดเสียงเตือนบอกให้หยุด บอกว่าเด็กคนนี้ไม่ควรถูกเขาแตะต้อง บอกว่าเขานี่แหละตัวอันตรายที่สุดสำหรับเธอ แต่เขากลับนั่งนิ่งมองเธอเหมือนโดนสะกด และรู้สึกว่าร่างกายตัวเองทั้งหมดอยู่นอกเหนือการควบคุมของสมอง...มือที่จับสำลียังค้างอยู่ในอากาศ…น่านน้ำไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกหนึ่ง เขาควรจะดุเธอ ควรจะบ่นที่เธอไม่ระวังตัว สอนเธอว่าออกจากบ้านมาค่ำมึดแบบนี้ไม่ได้ ตำหนิว่าการขึ้นวินคนเดียวแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำทั้งหมดที่มีในหัวกลับอันตธานหายไป และกลับได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้นเบามากเหมือนคนใจล







