Masukบทที่ 2 ชายผู้หมดหวัง
น่านน้ำกลับมาถึงห้องพักของตัวเองด้วยสภาพที่ห่างไกลจากคำว่านักบินหนุ่มสุดเนี้ยบในตอนแรกโดยสิ้นเชิง ผมเผ้าที่เคยเซตมาอย่างดีบัดนี้ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ใบหน้าหล่อเหลาบูดบึ้งเคร่งเครียด เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งยับยู่ยี่แถมกระดุมยังขาดหายไปหลายเม็ดจากการนัวเนียที่รุนแรงเมื่อครู่..... เขาถอดเสื้อเชิ้ตนักบินตัวนั้นทิ้งลงบนโซฟาหนังอย่างไม่ใยดี ก่อนจะพาตัวเองไปทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ริมหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบข้างนอกนั่น บ้าชิบ! มือหนาขยี้ผมสีเข้มตัวเองอย่างแรง ความหงุดหงิดที่อัดแน่นไม่ต่างจากตอนที่กัปตันสมศักดิ์พูดถึงเรื่องพิม น่านน้ำนั่งเซ็งๆ สองมือประสานกันแน่นบนหน้าตัก คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาของเขาแล้วหล่ะ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ความเครียดธรรมดา แต่มันคือเรื่องใหญ่ที่ทำลายความภาคภูมิใจในความเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาและสมบูรณ์แบบอย่างเขา นี้มันปาไปจะห้าเดือนแล้วที่เขาเลิกกับพิม และนั่นก็แปลว่าเขามีอะไรกับผู้หญิงมาตลอดห้าเดือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกเรือที่วิ่งเข้าหาเขาอย่างเปิดเผย แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันเหมือนกันทุกครั้ง เขาไม่เคยรู้สึกฟินเลย ไม่เคยรู้สึกถึงการปลดปล่อยที่แท้จริงเลยสักครั้ง เสร็จแบบจบๆ ไปบ้าง หรือไม่ก็ทำจนผู้หญิงเสร็จแล้วหยุดบ้างแบบเมื่อกี้ นี้เขากำลังเป็นนักบุญอยู่หรอไงว่ะ ช่วยให้น้องๆ ฟินแต่เขากลับไม่ฟินสักนิด หรือเขา... กำลังจะเสื่อมสมรรถภาพ? คำถามที่น่าอับอายที่สุดผุดขึ้นมาในหัว ชายผู้สมบูรณ์แบบและเป็นที่หมายปองของผู้หญิงนับไม่ถ้วนเนี่ยนะ จะกลายเป็นคนที่ใช้งานไม่ได้? เขาเคยเป็นพวกได้ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ามาตลอด ตั้งแต่วัยรุ่นจนอายุขนาดนี้ชีวิตเขาเต็มไปด้วยความหลากหลายและความสุขทางกาย จนกระทั่งเขามาคบกับพิม ห้าปีที่เขาเลิกนิสัยพวกนั้น เลิกทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่เขาคิดจะจริงจังด้วย แต่ตอนนี้... พอเลิกกับเธอแล้วจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเก่าที่เคยมีความสุข มันกลับไม่มีความสุข ผู้หญิงที่สวยกว่า แซ่บกว่า ยอมเขามากกว่า ก็ไม่สามารถทำให้เขาพึงพอใจได้ ความสุขทางเพศของเขาถูกพิมพรากไปพร้อมกับหัวใจของเขาหรือยังไงกัน? ความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถ Move On ได้อย่างสมบูรณ์มันกำลังแสดงออกมาในรูปแบบนี้งั้นเหรอ? น่านน้ำลุกขึ้นยืนด้วยความโมโห หรือเขาต้องพบแพทย์? นักบินหนุ่มที่เพิ่งได้คำชมว่า ‘บินดี’ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเอง... น่านน้ำนั่งจมอยู่กับความคิดดำมืดบนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง ความมืดของมิวนิกปกคลุมทุกสิ่ง ความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้ามาไม่ต่างจากความรู้สึกที่เกาะกินหัวใจ ช่างเป็นชีวิตที่เฮงซวยอะไรอย่างนี้! ชีวิตช่วงนี้เขาแม่งห่วยแตกจริงๆ! เรื่องบนเตียงมันเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง แต่รากของปัญหาคือทุกอย่างมันพังพินาศตั้งแต่พิมทิ้งเขาไป และนั่นก็ส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดด้วย “และไหนจะทัณฑ์บนสองใบอีก!” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ทัณฑ์บนใบแรก... มันเป็นเรื่องโง่เง่าที่สุด เขาขาดบินแบบไม่ได้ลา (Absent Without Leave) เพียงเพราะต้องการขับรถบึ่งไปง้อพิมที่ไอ้ฟาร์มบ้านนอกที่ธุระกันดารนั้น ขับรถข้ามจังหวัดไปอย่างคนโง่เง่า หวังว่าพิมจะเห็นความพยายามและกลับมาหา แต่สิ่งที่เขาได้คือการเผชิญหน้ากับไอ้ชู้คนใหม่ของเธอ ไอ้คนที่พิมคิดว่าดีกว่าเขาทุกอย่าง น่านน้ำจำได้ดีว่าเขาพยายามพูดจาดูถูกเหยียดหยามมันด้วยคำพูดที่เจ็บแสบที่สุดแต่ไอ้บ้านั่นมันไม่พูดอะไรสักคำ เสือกกระโดดถีบยอดอกแล้วต่อยเขาซ้ำอย่างยับเยิน! “ไอ้สัสเอ้ย! คิดว่าหุ่นลีนๆ ที่กูเข้ายิมมามันมีไว้ชกคนหรือไง” น่านน้ำสบถอย่างเจ็บแค้นในใจ “ขอโทษครับ มือผมมีไว้ขับเครื่องบิน! ไม่ใช่ไว้ต่อยตีกับพวกกรรมกรต่ำๆ แบบมัน!” เขาต้องใช้เวลาหลายวันกว่ารอยฟกช้ำจะหายไปจากใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านของเขา แต่รอยบาดแผลที่ใจมันลึกกว่านั้นมาก ทัณฑ์บนใบที่สอง... เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาตอนเขาไปบินเกาหลี เขาแทบจะคลั่งตายเมื่อเห็นไอ้ชู้นั่นมันตามพิมมาบินด้วย มันถึงกับตามมาบินอะคิดดู! แม่งเป็นเศรษฐีหรือไง ไม่ทำการทำงาน! คืนนั้นเขาดื่มเหล้าอย่างหนักจนเมาได้ที่ ก่อนจะไปปากหมาใส่พิมที่ตรอกข้างโรงแรม ใช้คำพูดหยาบคายและรุนแรงกับเธออย่างควบคุมไม่ได้เพราะความหึงหวงและโมโหที่ถูกทิ้ง และแน่นอน... ไอ้ชู้นั่นมันไม่พูดอะไรเหมือนเดิม แค่เดินเข้ามาชกหน้าเขาอย่างยับ! ครั้งนั้นหนักกว่าครั้งแรก หน้าหล่อเกือบเสียโฉมไอ้สัตว์! เขาต้องใช้ยากันรอยแผลเป็นพักใหญ่ และต้องนั่งฟังผู้บริหารด่าทออย่างที่ไม่เคยโดนมาก่อนจนได้รับทัณฑ์บนใบที่สองมา และนั้นคือเหตุผลทำให้เขาต้องชะลอการสอบขึ้นกัปตันออกไป ความฝันที่จะได้ติดสี่ขีดของเขาต้องหยุดชะงักเพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นมีผู้ชายคนอื่น...... และนี้กูยังจะมาเสื่อมสมรรถภาพอีก... หึ! น่านน้ำหัวเราะเยาะตัวเองอย่างสมเพช นี่แหละคือผลกรรมของคนที่ทำตัวเป็นคนเลวและดันเป็นไอ้ขี้แพ้แบบเขาอีกสินะ เขาขยำเสื้อเชิ้ตในมือแน่น ความโมโหที่ตัวเองไม่สมบูรณ์แบบมันทำให้เขาอยากจะระเบิดทุกอย่างทิ้งไปเสียให้หมด “สัส! มันจะอะไรนักหนาว่ะ!” เขาตะคอกใส่ความเงียบในห้องพักของตัวเอง เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขาพยายามปฏิเสธว่านี่คืออาการของคนที่อกหักจนสมองรวน แต่ร่างกายที่ใช้งานไม่ได้มันไม่โกหก เขาทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบมองเพดานอย่างว่างเปล่า ความหยิ่งยโสไม่ยอมให้เขาเดินเข้าคลินิกเฉพาะทางอย่างเป็นทางการแน่นอน “หรือควรลองคุยกับไอ้ภัทร…” ภัทรเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งตั้งแต่มัทยมที่เป็นหมอ แม้ว่าเพื่อนคนนี้จะไม่ได้เป็นหมอเกี่ยวกับสุขเพศ แต่หมอก็คือหมอเหมือนกันแหละ อย่างน้อยก็ยังดูดีกว่าการไปปรึกษาจิตแพทย์ที่ไหนไม่รู้ เออ เอาวะ! ให้ไอ้ภัทรมันลองฟังดูหน่อยว่าอาการ ‘หมดอารมณ์กลางคัน’ ตั้งแต่เลิกกับเมียเก่ามันเป็นอาการของคนบ้าหรือเปล่า! เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ พิมพ์ข้อความในแชทหาเพื่อนทันที | NN ⭐️: | เหี้ยหมอ ว่างป่ะ เขากดส่งข้อความนั้นออกไปอย่างรวดเร็วแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้บนเตียง รอคอยการตอบกลับจากเพื่อนอย่างกระวนกระวายใจ... การปรึกษาเรื่องส่วนตัวแบบนี้เป็นเรื่องที่คนอย่างเขาไม่เคยทำมาก่อน น่านน้ำยังไม่ทันได้หายใจเข้าลึกๆ โทรศัพท์ที่เขาโยนไว้บนเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความจากภัทร | Lovemelovemydog: | กำลังจะทำหมันน้องลูซี่ มึงมีอะไร น่านน้ำหน้าตึงขึ้นทันที นี่เขาตกอับขนาดที่ว่าต้องมานั่งปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศกับหมอหมาเลยเนี้ยนะ อัปยศกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว….. “ไอ้ภัทร!” น่านน้ำสบถอย่างหัวเสีย แต่ก็ยังพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว | NN ⭐️: | ลูซี่เหี้ยไรอะ ไม่กี่วินาทีต่อมา ภัทรก็ตอบกลับมาเป็นภาพถ่าย... | Lovemelovemydog: | (รูปถ่ายชิวาวาตัวเล็ก สีน้ำตาลกำลังนอนอ้าขาบนเตียงผ่าตัด) น่านน้ำมองภาพนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังจะต้องสารภาพความล้มเหลวทางเพศของตัวเองกับสัตวแพทย์ที่คลั่งไคล้หมาอย่างหนักคนนี้จริงๆ หรอ “ชีวิตกูแม่งสุดจริงๆ!” เขาหัวเราะอย่างสมเพชตัวเองอีกครั้ง ไม่อยากจะเสียเวลาคุยเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้ว | NN ⭐️: | ช่างแม่ง ไม่มีอะไรล่ะ | Lovemelovemydog: | อ้าว อะไรว่ะ คิดถึงเมียเก่าหรอ น่านน้ำหน้าตึงขึ้นทันทีที่ภัทรทักเรื่องพิมเข้าอย่างจัง! “แม่ง! เป็นหมอหมา หรือหมอดูว่ะ!” | Lovemelovemydog: | ไปทำบุญกับกูไหม กูกำลังจะเอาของไปบริจาคบนดอย มึงก็เอาของเขาที่มึงแอบเก็บไว้อะ ไปบริจาคให้หมด แม่งแอบเก็บของดูต่างหน้าขนาดนั้น จะเอาอะไรมาลืมลง…. ทันทีที่อ่านจบน่านน้ำก็แทบจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง! แอบเก็บของดูต่างหน้า พ่อมึงสิ!! คนอย่างเขาเนี่ยนะจะเก็บของของคนรักเก่าที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดีไว้ให้เป็นเสนียด! | NN ⭐️: | มึงพูดเหี้ยอะไรไอ้หมอ! กูไม่มีของดูต่างหน้าเหี้ยอะไรของพิมทั้งนั้นแหละ คืนแม่งไปหมดแล้ว สัส! | NN ⭐️: | แล้วกูจะไปทำบุญทำไม? กูไม่ผิด!! | NN ⭐️: | เอาเวลาไปทำหมันหมามึงให้เสร็จไป!! น่านน้ำพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วและหงุดหงิดที่สุดเพื่อปฏิเสธความจริงที่ว่า... ในกระเป๋าเดินทางที่เพิ่งเปิดเมื่อครู่ ยังมีเสื้อกันหนาวตัวโปรดที่พิมซื้อให้ ...อยู่จริงๆ เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันทีอย่างหงุดหงิด ไม่ต้องการคำตอบจากเพื่อนอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าภัทรจะพูดถูกหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ภัทรทักว่าเขาเก็บของของพิมไว้มันทำให้ศักดิ์ศรีของเขาแตกสลายอย่างไม่เป็นท่ากว่าเดิม เขาหันมองไปรอบตัวอย่างหงุดหงิด สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ข้าวของที่เขาเพิ่งนำออกมาวางไว้บนโซฟา... เสื้อกันหนาวขนเป็ดสีเทาตัวโปรดที่เขาเพิ่งสวมลงเครื่องมา….. พิมซื้อให้! ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเข้มที่ปักอักษรย่อ 'N.N.' ที่เขาเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกง….. พิมก็ซื้อให้! กระเป๋าตัง Hermes หนังจระเข้ใบเรียบหรูที่อยู่บนหัวเตียง ….. พิมก็ซื้อให้! เขายิ่งมองลงไปที่เสื้อผ้าที่กองอยู่ในกระเป๋าเดินทาง... แหม่! แม้แต่ กางเกงใน Boxer Briefs ตัวละหลายพันบาทที่เขาชอบใส่ ก็ยังเป็นพิมช่วยเลือก! พิมเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเขาชอบผ้าแบบไหน ชอบทรงไหนที่ใส่สบายที่สุด บัดซบ! ทุกอย่างรอบตัวเขา... ทุกสิ่งที่สัมผัสตัวเขาในชีวิตประจำวัน มันเต็มไปด้วยร่องรอยของผู้หญิงคนนั้นจริงๆ อย่างไม่ทันรู้ตัว! น่านน้ำหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นและดังลั่นในห้องพักที่ว่างเปล่า ไอ้สัส! ก็คบมาตั้งห้าปี ของทุกอย่างรอบตัวก็แม่งซื้อให้ทั้งนั้น.....ถ้ากูต้องบริจาคจริง... นี้กูไม่ต้องขนไปหมดบ้านหรอ! น่านน้ำจ้องมองข้าวของเครื่องใช้รอบตัวที่เต็มไปด้วยเงาของพิมด้วยแววตาเกลียดชัง เขาต้องกำจัดของพวกนี้ให้หมด... เพราะบางที... สุขภาพน้องชายก็สำคัญกว่าความดื้อดึง ถ้าเอาของทุกอย่างออกไปจากชีวิต อาจจะง่ายกว่าไปนั่งบอกหมอว่า หมอครับ... นกเขาผมมีปัญหา..... น่านน้ำเปิดหน้าจอโทรทัศน์ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะพิมพ์ถามเพื่อนว่า ‘มึงจะไปวันไหน?’ แต่เพื่อนเวรคนนั้นมันรู้ใจเขาดีกว่าที่คิด ข้อความใหม่ที่แสดงขึ้นบนหน้าจอทำให้เขามุมปากกระตุกทันที | Lovemelovemydog: | ไป14กุมภานะ วันวาเลนไทน์ มอบความรักสู่ชาวดอย “วันวาเลนไทน์เหรอ?” น่านน้ำพึมพำกับตัวเอง วันแห่งความรักที่เขาควรจะปี้สาวกระชากพรหมจรรย์หญิง... แต่ตอนนี้เขาต้องไป มอบความรักสู่ชาวดอยในฐานะคนอกหักที่กำลังเอาของเมียเก่าไปบริจาคเนี่ยนะ? ไอ้ภัทร! มึงมันแสบจริงๆ! มันจงใจเลือกวันนี้เพื่อตอกย้ำความอัปยศของเขารึเปล่าว่ะ! | NN ⭐️: | เออ! ไปก็ไป! แต่กูไม่ทำบุญนะ! กูแค่ไปทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์ เขาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างหงุดหงิดที่สุด ก่อนจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงอีกครั้ง น่านน้ำตัดสินใจแล้ว เขาจะกลับไปจัดการกับทุกอย่างที่กรุงเทพฯให้สิ้นซาก .................ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝันสวัสดีค่ะหนูชื่อ ‘ดาวฝัน’ จุนยาย จุนป้า คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นหูหรือรู้จักหนูผ่านคำบอกเล่าของพี่ชายสุดทึ่มมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ใช่แล้วค่ะ... หนูคือ เม็ดขนุน ตัวน้อยที่พี่ดาวเหนือชอบเอาไปนินทาให้ทุกคนฟังนั่นแหละค่ะเฮ้อ…. .............หนูละไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดถึงพี่ชายที่แสนจะซื่อบื้อคนนี้ดีจริงๆลองคิดดูสิคะ มีอย่างที่ไหนตอนหนูอายุหกเดือน เป็นแค่เบบี้ตัวเล็กๆที่ยังพูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้เลยสักนิด แต่หนูกลับถูกพี่ชายตัวดีอุ้มกระเตงพาวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปหาคุณปู่! คิดแล้วก็ขนลุกไม่หายเลยค่ะ ถ้าวันนั้นหนูไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กโชคดี ดวงแข็ง ดวงมหาอุจ ป่านนี้หนูอาจจะโดนโจรใจร้ายจับตัดนิ้วมือนิ้วเท้าครบทั้งยี่สิบนิ้วแล้วส่งออกไปขายที่ต่างประเทศแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะถูกควักตับไตไส้พุงเอาไปประมูลขายให้พวกเศรษฐีที่ชอบทานของแปลกๆ หรือถ้าหากโชคร้ายถึงขีดสุด... หนูคงถูกเอาไปเคี่ยวทำลูกกรอกเฝ้าสมบัติไปแล้วแน่ๆ!คิดดูเถอะค่ะว่ามันอันตรายขนาดไหน... แต่พี่ชายตัวดีของหนูกลับมองว่าวีรกรรมเสี่ยงตายในครั้งนั้น
ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ และสำหรับครั้งนี้ ครั้งที่สามของการหนี…. ใช่ ด่านรภป. ที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในอดีต บัดนี้เด็กชายดาวเหนือในวัยห้าขวบกว่าสามารถผ่านมันมาได้ง่ายๆชนิดที่พี่ๆรปภ.ไม่มีทางตามเล่ห์เหลี่ยมทัน แผนการของเขาคือการเฝ้ารอจังหวะที่พี่ๆรปภ.ทุกคนกำลังหันไปสนใจทางอื่น ประจวบเหมาะกับที่มีรถยนต์จากภายนอกขับเข้ามาติดต่อแลกบัตรเข้าหมู่บ้านพอดี เด็กชายจึงอาศัยความตัวเล็กเดินเนียนลากกระเป๋าเดินทางผ่านหน้าป้อมออกมาได้อย่างง่ายดายครั้งนี้เขาฉลาดและมีวิวัฒนาการขึ้นมาก เขาสลัดทั้งถุงผ้าและเป้สะพายหลังทิ้งไป แล้วเลือกใช้กระเป๋าเดินทางแบบลากแทน เพราะอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นของเม็ดขนุน นั้นมีเยอะแยะอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนมชง แพมเพิส ตุ๊กตาหมีตัวโปรด หรือแม้กระทั่งผ้าห่มเน่า เขาก็จับยัดใส่กระเป๋าเตรียมมาให้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนสาเหตุหลักๆในการตัดสินใจพาตัวประกันก้อนจิ๋วหนีออกจากบ้านในครั้งนี้ หลังจากประมวลผลในสมองอันชาญฉลาดแล้วสรุปได้เป็น 2 ข้อใหญ่ๆ คือ หนึ่ง...ภารกิจตามหาเมียมันยังไม่จบสิ้น! และสอง...เขาทนเห็นน้องสาวอย่างเม็ด
ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ ส่วนการหนีออกจากบ้านครั้งที่สองน่ะเหรอ... สำหรับครั้งนั้นดาวเหนือขอนับว่ามันคือความประสบความสำเร็จอย่างงดงามของเขาเลยก็ว่าได้ ปะป๊าใจแคบนั่นน่าจะพอจำฝังใจได้บ้างแหละว่าบนโลกใบนี้ยังมีลูกชายตัวคนเดียวอย่างเขาอยู่อีกคน เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เม็ดขนุนเข้าไปอยู่ในท้องของแม่มะลิเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก ดาวเหนือพยายามเอ่ยปากถามตั้งหลายครั้งหลายหนว่าทำยังไงในท้องของแม่มะลิถึงมีเม็ดขนุนที่จะกลายมาเป็นน้องสาวของเขาได้ แต่สิ่งที่ปะป๊าตอบเขากลับมาน่ะเหรอ... มันช่างน่าผิดหวังและกวนประสาทสิ้นดี“ทำไมในท้องแม่ ถึงมีน้องได้ครับ” ดาวเหนือในวัยสี่ขวบเอามือเล็กๆป้อมๆลูบไปบนท้องกลมๆขาวๆของแม่ด้วยความทะนุถนอม “ก็ป๊าเป็นคนใส่เข้าไป” น่านน้ำตอบลูกชายกลับมาทันควันด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูภาคภูมิใจในตัวเองเสียเต็มประดาดาวเหนือก้มหน้ามองคนเป็นพ่อแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ทั้งคำพูดคำจาและท่าทางที่ปะป๊ากำลังทำอยู่มันช่างขัดหูขัดตานัก เพราะในขณะที่ปากตอบคำถามลูกชาย ตัวของปะป๊าก็กำลังนอนยึดครองตักนิ่มๆ
ตอนพิเศษ การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ 1ท่ามกลางแสงแดดอุ่นของหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชัวรี ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบกว่าๆคนหนึ่งกำลังก้าวฉับๆอยู่บนทางเท้าด้วยความมุ่งมั่น เด็กชายดาวเหนือผู้มีผิวขาวผุดผ่อง ตากลมโต หน้าหวานถอดแบบมาจากมะลิผู้เป็นแม่ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองด้วยความเอ็นดู ทว่าสิ่งที่ขัดกับหน้าตาอันจิ้มลิ้มนั้นอย่างสิ้นเชิง คือรังสีความเย่อหยิ่งและท่าทางฟอร์มจัดที่ได้ถอดรหัสพันธุกรรมมาจากน่านน้ำผู้เป็นพ่อมาแบบเต็มร้อยไม่มีหักมือเล็กๆของเด็กชายข้างหนึ่งกำลังออกแรงลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อริโมว่า(Rimowa)สีเงินวาววับ ซึ่งมีความสูงเกือบจะเท่าอกของตัวเองอย่างทุลักทุเล แต่เจ้าตัวก็ยังเชิดหน้าเดินต่อราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย บนตัวคาดสายกระติกน้ำสีทองอร่ามรูปถุงมืออัญมณี ‘อินฟินิตี กอนต์เลต’ สัญลักษณ์ของธานอส มหาวายร้ายในดวงใจที่เขาชื่นชมมากกว่าฮีโร่คนไหนๆส่วนแขนอีกข้างที่ยังว่าง เด็กชายดาวเหนือได้ใช้หนีบ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เอาไว้แน่น... น้องสาวตัวน้อยที่ยังเป็นทารกถูกพี่ชายหนีบกระเตงมาด้วยกัน ยายหนูคนดีไม่ร้องไม่ดิ้น ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับสมยอมในแผนก
บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)พอถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล้วของป้าสาย แกจัดการเอกสารและประสานงานกับพยาบาลทุกอย่างแทนเจ้านายได้อย่างครบถ้วนกบวนความ เพราะในขณะนี้คุณพ่อไม่ยอมห่างจากคุณแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาของน่านน้ำกุมมือมะลิไว้แน่นขณะที่พยาบาลเข็นเตียงเข้าไปในห้องเตรียมคลอด ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทำเอาพยาบาลสาวๆไม่กล้าสบตา“กุนคะ... หนูไม่ค่อยปวดแล้ว ไม่เป็นไรนะ” น้องบอกเสียงอ่อนพยายามจะให้เขาไปนั่งรอข้างนอก เพราะเห็นสีหน้าของสามีแล้วก็สงสารกลัวเขาจะเครียดไปมากกว่านี้“ไม่เอากุนจะอยู่ตรงนี้” เขายืนยันเสียงแข็ง แววตาคมกริบจ้องมองเตียงไม่วางตา ราวกับว่าถ้าเขาละสายตาไปเพียงวินาทีเดียวมะลิจะคลอดลูกออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ให้กำลังใจ“แต่คุณหมอกับพยาบาลเขาทำงานลำบากค่ะ” มะลิถอนหายใจเบาๆ พลางหันไปมองบุคลากรทางการแพทย์ที่ยืนประสานมือยิ้มมองน่านน้ำอยู่ข้างๆเตียงอย่างใจเย็น พวกเขาคงชินกับอาการหวงเมียของคุณพ่อมือใหม่มานักต่อนักแล้ว
บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อและแล้วเดือนที่8ของการตั้งครรภ์ก็มาถึง ท้องของมะลิขยายกลมโตจนเห็นได้ชัด“กุนแน่ใจเหรอคะว่าไม่อยากให้หมอบอกเพศลูก…คุณแม่ถามหนูมาไม่หยุดเลย”น้องที่นอนพิงอกสามีอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น พลางเงยหน้ามองปลายคางคมเข้มของคุณพ่อมือใหม่ที่นับวันจะยิ่งติดเมียหนักกว่าเดิม“กุนอยากรู้วันนั้น... ก้อนแป้งจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายกุนก็รักหมด” เขาตอบเสียงนุ่มพรางลูบท้องกลมๆของมะลิไปอย่างแสนรัก“แล้วถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ล่ะคะ?” มะลิยิ้มถามหยั่งเชิง“ก็รักอยู่ดี”เขาตอบแบบไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คำตอบนั้นทำเอาคนฟังใจฟูจนต้องขยับเข้าไปซุกอกเขาให้แน่นขึ้น แต่แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้มะลิถึงกับต้องถอนหายใจ“ส่วนหนูก็ไม่ต้องคุยกับแม่เยอะ ชอบมาพาหนูไปนั่นนี่ กุนไม่ชอบเลย” เขาบ่นอุบอิบพลางหน้ามุ่ยมะลิมองค้อนให้สามีทันที นั่นมันแม่ตัวเองแท้ๆนะ ทำไมถึงได้หวงเธอจากแม่ขนาดนี้ หวงจนบางครั้งมันดูเกินกว่าเหตุ จนมะลิเริ่มสงสัยว่ามันมีอะไรอย







