Masukบทส่งท้ายโม่ฉืออีถูกบิดาอุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียว แก้มขาวดุจแป้งหมั่นโถวเกยอยู่บนไหล่กว้าง หลังได้ออกไปผจญภัยเกือบทั้งวันพลังงานของเด็กน้อยหมดสิ้น บัดนี้ถึงบ้านแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวสักนิด“ให้นอนต่ออีกหนึ่งชั่วยามแล้วปลุก ปล่อยนอนจนเย็นจะไม่ดี”ไป๋อวี้เสวียนกำชับอาจิ้งก่อนตามสามีไปห้องข้าง ช่วยเขาเปลี่
ตอนพิเศษ วันเกิดช่วงต้นของรัชศกเทียนฉินปีที่ยี่สิบหก โม่ซือเฉินรับพระบัญชานำกำลังไปช่วยเหลือซีหยินที่ถูกเผ่าใหญ่รุกรานจนได้รับชัยชนะ เมื่อกลับมาพร้อมผลงานทางการทหาร ได้รับการเลื่อนขั้นแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ หนึ่งเดือนต่อมาแม่ทัพโม่พาครอบครัวย้ายเข้าจวนพระราชทาน จากจวนคังโหวมายังจวนแม่ทัพ ใช้เวลาเดินทาง
“เพิ่งยามเฉินเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้ว กำลังเตรียมชุดให้ท่าน ประเดี๋ยวจะไปยกอาหารเช้ามาแต่ได้ยินเสียงร้องเสียก่อน”“อาจิ้งกอดข้าที ข้าฝันร้าย” อาจิ้งไม่รีรอรีบนั่งลงข้างเตียง สวมกอดร่างสั่นเทาดั่งลูกน้อยพลัดรังแล้วลูบหลังเบา ๆ“คุณหนูไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ เป็นแค่ฝันเท่านั้น”โจวเจินอวี่ไม่ได้ตอบ เ
ตอนพิเศษ โจวเจินอวี่ (2/2)รถม้าสกุลโจวจอดลงตรงทางขึ้นช่วงเวลาบ่ายคล่อย โจวเจินอวี่ลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง นางแย่งตะกร้าใส่กระดาษเงินจากสาวใช้ไปคล้องแขน ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายตามมา ‘เจ้ารอที่นี่’ เสี่ยวจิงทำได้แค่มองตามเจ้านายสาวก้าวขึ้นบันไดหินมุ่งสู่วัดหลีเซียงบนเนินเขา จู่ ๆ โจวเจินอวี่รา
โม่ซือเฉินชะงักเท้า ผู้ติดตามด้านหลังพากันหยุดเดินอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มถอนหายใจพลางข่มอารมณ์ “พวกเจ้ากลับไปรอที่เรือนไม่ต้องตามมา”แม้งงงวยเล็กน้อยแต่ไม่มีใครขัดคำสั่ง“ลองกัดดูสักคำ”คนงามป้อนถึงปาก โม่ซือเฉินย่อมไม่ปฏิเสธ เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นไฉเหนียงที่อมยิ้ม “อร่อย หวาน กรอบ”ป้อนเขาเสร็จไป๋
ตอนพิเศษ หมู่บ้านเกษตรโม่ซือเฉินเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการค่ายเฟิงเจี๋ยหลังบุตรชายเกิดได้ราวสามปี ในฐานะผู้นำของกลุ่มวิหคดำเขาจำเป็นต้องนึกถึงอนาคตเผื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ดังนั้นจึงออกเยี่ยมหมู่บ้านซึ่งเป็นมีสมาชิกกลุ่มอาศัยอยู่หลายครัวเรือน โดยมากกระจายอยู่รอบเมืองหลวง ส่วนฝ่ายสอดแนมของกลุ่ม
“ท่านอาฉีโปรดวางใจ ข้าจะคอยสืบข่าวมาให้ได้มากที่สุด” ชายหนุ่มรับปากเป็นมั่นเหมาะ “อันที่จริงข้าติดค้างท่านเรื่อง…”วันแย่ ๆ ยังมีคนที่รู้จักทุ่มเททำงานให้ตน ฉีซู่สีหน้าดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก “ข้าให้เจ้าเรียกว่าท่านอาวันหลังอย่าได้พูดจาเกรงอกเกรงใจอีก มือสังหารกลุ่มนั้นเสียไปแล้วก็ช่างเถอะ ข้าไม่ได้ขาดค
ไป๋อวี้เสวียนเบื้อใบ้อยู่หลายอึดใจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำหน้าเฉยชาแต่พูดสิ่งที่ตรงข้ามสุดขั้วของโม่ซือเฉินเล่นงานคนฟังพูดไม่ออกมานักต่อนัก “เหตุใดชอบแกล้งข้า”“ข้าหรือจะกล้า? คุณหนูไป๋คนดีโปรดอย่าปรักปรำกันเลย คืนนั้นที่เรือนรับรองในค่าย...” ไม่ทันกล่าวจบกลับถูกมือนุ่มยกปิดรวดเร็ว นางเม้มปากพลางถลึงตา
ใบหน้าของนางไม่ปรากฏอารมณ์ใด นอกจากคิ้วหลิวงดงามที่กำลังขมวดแทบผูกปม ทว่าไม่ทันสอบถามมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ“ข้าออกไปสั่งความครู่เดียว ประเดี๋ยวตอนกลับมายาคงเคี่ยวเสร็จพอดี ให้ข้าป้อนเจ้านะ”“อืม”เพียงการตอบรับสั้นๆ จากนาง หลี่หลิวอันคลี่ยิ้มดวงตาเป็นประกายราวกับเด็กหนุ่มแรกรัก ความสุขของการได้เ
เมื่อการสนทนาชวนเคร่งเครียดเสร็จสิ้น ผู้เป็นนายยังต้องดื่มร่วมกับกลุ่มวิหคดำเพื่อรับคำอวยพร โม่ซือเฉินไม่ติดใจที่ตนเองต้องเป็นฝ่ายเดินทางออกมาพบทุกคนไกลคนละฝั่งของเมืองหลวง เขากลับรู้สึกเต็มตื้นกับความปรารถนาดีจากผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีทุกคน มิหนำซ้ำบางคนยังนำของขวัญออกมามอบให้ ส่วนใหญ่เป็นงานฝีมื







