Masukวันต่อมา
เอิงตื่นนอนมาก็จัดการรูดซิปอีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ได้ผล เพราะชุดที่เธอใส่นั้นพอดีตัวจึงยากแก่การที่จะถอดเองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าแล้วออกจากห้องไปยืนอยู่หน้าห้องของเขา เอิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอยู่สามสี่ทีก็ยกมือทำท่าจะเคาะประตู ทว่า แกร่ก! ประตูถูกเปิดออกมาจากคนที่อยู่ด้านในพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหล่อที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางคิดในใจว่าทำไมเธอถึงยังใส่ชุดนี้อยู่อีก แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรออกไป รอให้เธอพูดเองดีกว่า เพราะสังเกตจากท่าทีของเธอคงจะมีอะไรให้เขาช่วย "เอ่อ...คุณเจย์ซีคะ ชะ ช่วย" เธอพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเขา "จะให้ช่วยอะไรก็รีบๆพูดมา เพราะฉันไม่อยากจะเสียเวลากับเธอ" "ช่วย ระ รูดซิปด้านหลังให้เอิงหน่อยค่ะ เมื่อคืนเอิง..." พรึบ! เธอพูดไม่ทันจบ มือหนาก็จับเข้าทีไหล่บางแล้วหมุนให้เธอหันหลังไปทางเขา จากนั้นเขาจึงจัดการรูดซิปให้เธอจนเห็นแผ่นหลังขาวนวลเนียนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จนทำเอาเจย์ซีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ก่อนจะพูดกลบเกลื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ "เสร็จแล้ว เข้าห้องไปอาบน้ำได้แล้วไป" เขาพูดโดยไม่กล้ามองแผ่นหลังของเธอ "ขอบคุณนะคะคุณเจย์ซี" "รู้ว่าถอดเองไม่ได้แล้วทำไมถึงไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน นอนโง่ใส่ชุดนี้อยู่ทั้งคืนได้ยังไง" "เอิงคิดว่าคุณหลับแล้วก็เลยไม่กล้าปลุกค่ะ" "งั้นก็เข้าห้องไปสิ แล้วเดี๋ยวลงไปทำอาหารให้ฉันกินด้วย" "ได้ค่ะ งั้นเอิงขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ" จากนั้น เอิงก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนไป ก่อนจะจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงไปเข้าครัว เมื่อเอิงทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยกออกมาวางไว้บนโต๊ะอาหารด้านนอก ซึ่งตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าของเสียงหวานจึงเอ่ยปากเรียกเขา "คุณเจย์ซีคะ อาหารพร้อมแล้วค่ะ" เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินมาทิ้งตัวนั่งลงยังเก้าอี้ จากนั้นเขาก็จัดการรับประทานอาหารไป ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงอยากจะถามเธอที่กำลังจะเข้าครัว "นี่เธอ" "มีอะไรเหรอคะคุณเจย์ซี" เธอหันกลับมาแล้วเอ่ยถาม "เธอทำงานอะไร" เรียวปากหนาได้รูปเอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่ง "เอิงเพิ่งเรียนจบค่ะ ยังไม่มีงานทำเลย แต่เมื่อคืนคุณปู่โทรมาบอกว่าอาทิตย์หน้าให้เอิงเข้าไปทำงานเป็นเลขาของคุณค่ะ" "เธอเรียนจบอะไรมา" "วิทยาการคอมพิวเตอร์ค่ะ" "อืม เธอจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ" "ค่ะ" รับคำเสร็จ ร่างเล็กก็เข้าไปเก็บกวาดในครัว เสร็จแล้วจึงออกมาเก็บจานบนโต๊ะที่เขากินเสร็จแล้วเอาเข้าไปไว้ในครัว หนึ่งอาทิตย์ต่อมา เอิงที่อยู่ในชุดเดรสสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยเปิดประตูออกจากห้องมาเพื่อที่จะไปทำงานวันนี้เป็นวันแรก ก็เจอกับเจ้าของร่างสูงสง่าอยู่ในชุดสูทหรูออกจากห้องเพื่อจะออกไปทำงานเหมือนกัน เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงพูดออกไป "เดี๋ยวเธอนั่งรถไปกับฉันก็ได้" "ค่ะคุณเจย์ซี" "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ ฉันคงให้เธอหารถไปเอง ฉันไม่อยากให้เธอนั่งรถไปกับฉัน เพราะมันเกะกะ" "ถ้าคุณเจย์ซีไม่สะดวกที่จะให้เอิงนั่งรถไปกับคุณ งั้นเอิงหารถไปเองก็ได้ค่ะ และเอิงจะไม่บอกคุณปู่ว่าเอิงไม่ได้ไปกับคุณ" "ฉันไม่อยากโกหกคุณปู่ เพราะถ้าเกิดคุณปู่มารู้ทีหลัง ฉันโดนบ่นหูชาแน่" จากนั้น คนตัวสูงก็ก้าวลงบันไดไป ก่อนเจ้าของร่างบอบบางจะก้าวตามหลังเขาไปเช่นกันเจย์ซีดื่มเหล้าในบาร์หรูแห่งหนึ่งอยู่หลายชั่วโมง เมื่อรู้สึกกรึ่มๆเขาก็กลับบ้าน เจย์ซีเดินโซซัดโซเซขึ้นมายังชั้นสองของบ้านแล้วไปเคาะประตูห้องนอนของภรรยาที่เขาไม่ต้องการก๊อก! ก๊อก!เอิงที่กำลังจะเคลิ้มหลับเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเธอถึงกับสะดุ้งโหยง พลางคิดในใจว่าเขามีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่าถึงได้มาเรียกเธอในเวลานอนแบบนี้ก๊อก! ก๊อก!เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงลุกจากเตียงนอนแล้วมาเปิดประตูให้เขา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าธุระจะสำคัญขนาดไหนถึงต้องรอคุยพรุ่งนี้ไม่ได้แกร่ก!พลั่ก!ทันทีที่บานประตูเปิดออก มือหนาของคนที่อยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนทำเอาคนที่อยู่ด้านในถึงกับเซหงายหลังเกือบล้ม"คุณมีธุระอะไรเหรอคะคุณเจย์ซีถึงได้มาเรียกเอิงป่านนี้ นี่มันเป็นเวลานอนแล้วนะคะ""ถ้าไม่มีธุระแล้วฉันจะเข้ามาเหรอ เธอคิดว่าฉันอยากจะเหยียบเข้ามาในห้องของเธอหรือไง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยานๆ แววตาหยาดเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปในปริมาณมากเพื่อย้อมใจ"คุณมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะค่ะ เพราะตอนนี้เอิงง่วง""หึ เธอคิดเหรอว่าคืนนี้เธอจะได้นอน" เขาแสยะยิ้มเอ่ย"คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ" เธอเอี
บริษัท วันต่อมาเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน นงนุชก็เดินมาหาเอิงเพื่อที่จะชวนลงไปกินข้าวในโรงอาหารอีกเช่นเคย"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ""พี่นุชคะ คือเอิงต้องขอโทษจริงๆที่วันนี้เอิงไม่ได้ลงไปกินข้าวกับพี่" เอิงพูดด้วยสีหน้ามีความเกรงใจ"อ๋อ พี่รู้แล้วค่ะว่าทำไมน้องเอิงถึงไม่ลงไปกินข้าวกับพี่ เพราะคุณเจย์ซีจะพาน้องเอิงออกไปกินข้างนอกใช่ไหมคะ" นงนุชพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสาคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี"ใช่ค่ะพี่นุช เอาไว้วันหลังเราค่อยลงไปกินพร้อมกันอีกนะคะ เอิงอยากกินข้าวกับพี่นุชมากกว่ากินกับคุณเจย์..." เอิงยังพูดไม่ทันจบ เจย์ซีก็เปิดประตูออกจากห้องมา เมื่อเห็นเช่นนั้นนงนุชจึงรีบพูดกับเอิง"งั้นพี่ลงไปกินข้าวก่อนนะคะน้องเอิง""ค่ะ" จากนั้น นงนุชก็ลงชั้นล่างไป"เธอกำลังจะนินทาอะไรฉัน""เอิงจะบอกพี่นุชว่าเอิงไม่อยากไปกินข้าวกับคุณค่ะ""นึกว่าฉันอยากจะไปกินข้าวกับเธอนักหรือไง""ถ้าคุณไม่อยากไปกินข้าวกับเอิง งั้นก็อย่าพาเอิงไปสิคะ เอิงจะกินที่นี่""เมื่อวานฉันพูดกับเธอไปหมดแล้วนะว่าเพราะอะไร ทำไมเธอถึงไม่จำ""เอิงไม่อยากจำเรื่องไร้สาระค่ะ แค่จะลงไปกินข้าวในโรงอาหารก็ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ
ตอนเที่ยงในขณะที่เอิงวุ่นอยู่กับงานที่เขามอบหมายให้เธอทำนั้น นงนุชที่จะลงไปกินข้าวก็เดินมาที่โต๊ะของเธอ"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยมาทำต่อ""ได้ค่ะพี่นุช" รับคำเสร็จ เอิงก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันลงลิฟต์ไป โรงอาหารของบริษัทเมื่อเอิงกับนงนุชเข้ามาในโรงอาหารขนาดใหญ่ ทั้งสองก็ซื้อข้าวราดแกงมาทานกันที่โต๊ะ"ถ้าเป็นตอนที่คุณเฌอแตมยังอยู่ คุณเจย์ซีจะพาคุณเฌอแตมออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกทุกวันเลยนะคะน้องเอิง" ทันทีที่ทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว นงนุชที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยอยู่แล้วก็พูดกับเอิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"อ๋อค่ะ""คุณเฌอแตมค่อนข้างจะเป็นคนถือตัวค่ะ เขาไม่มากินในที่แบบนี้หรอกค่ะน้องเอิง""ค่ะ" ยิ้มอ่อนๆแล้วตักข้าวกินไปด้วย"แต่ผิดกับน้องเอิงนะคะที่เป็นถึงภรรยาของคุณเจย์ซีแต่ไม่ถือตัวเลย""..." เอิงนิ่งและพูดในใจว่าเธอเป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการต่างหากล่ะ เป็นภรรยาที่รอวันหย่าในอีกไม่ช้าก็เร็วถ้าแฟนของเขากลับมา"พี่บอกตรงๆนะคะว่าพี่ชอบน้องเอิงมากๆเลยค่ะ รู้สึกถูกชะตามากๆเลย" นงนุชพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริง"ขอบคุณค่ะพี่นุช เอิงก็รู้สึกชอบพี่นุชเหมือนกันค่ะ" เอิงพูดออก
บริษัทเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นบนสุดของตึกที่มีจำนวนหลายสิบชั้น เจ้าของใบหน้าหล่อดีกรีรองประธานบริษัทก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"โต๊ะทำงานของเธอคือตรงนี้" "ขอโทษนะคะคุณเจย์ซี คือเอิงอยากจะถามว่าก่อนหน้านี้ใครเป็นเลขาของคุณเหรอคะ""เฌอแตม แต่ฉันให้เฌอแตมเข้าไปนั่งกับฉันในห้องทำงาน""อ๋อค่ะ""ตั้งแต่เฌอแตมหายตัวไป ฉันก็ไม่เคยรับเลขาใหม่ เพราะฉันคิดว่าเฌอแตมจะกลับมา" เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อคิดไปถึงคนรักที่หายไปเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าเฌอแตมยังมีชีวิตอยู่และจะกลับมาหาเขาแน่นอน"เอิงหวังว่าแฟนของคุณจะกลับมาหาคุณในเร็ววันนะคะคุณเจย์ซี""อืม ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น และฉันก็ยังรอเฌอแตมอยู่ทุกวัน""เอิงจะเอาใจช่วยคุณอีกแรงนะคะคุณเจย์ซี""อืมขอบใจ งั้นเธอก็นั่งที่โต๊ะเถอะ เดี๋ยวฉันจะมอบหมายงานให้เธอทำ""ค่ะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนที่หญิงสาวที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยความรู้สึกเห็นใจจะไปหย่อนสะโพกนั่งลงยังโต๊ะทำงานในขณะที่เอิงนั่งได้ไม่ถึงสิบนาที เลขาสาวของทินกรก็เดินมาหาเอิงที่นั่งอยู่"สวัสดีค่ะน้องเอิง""สวัสดีค่ะพี่""พี่ชื่อนงนุ
วันต่อมาเอิงตื่นนอนมาก็จัดการรูดซิปอีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ได้ผล เพราะชุดที่เธอใส่นั้นพอดีตัวจึงยากแก่การที่จะถอดเองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าแล้วออกจากห้องไปยืนอยู่หน้าห้องของเขา เอิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอยู่สามสี่ทีก็ยกมือทำท่าจะเคาะประตู ทว่าแกร่ก!ประตูถูกเปิดออกมาจากคนที่อยู่ด้านในพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหล่อที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางคิดในใจว่าทำไมเธอถึงยังใส่ชุดนี้อยู่อีก แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรออกไป รอให้เธอพูดเองดีกว่า เพราะสังเกตจากท่าทีของเธอคงจะมีอะไรให้เขาช่วย"เอ่อ...คุณเจย์ซีคะ ชะ ช่วย" เธอพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเขา"จะให้ช่วยอะไรก็รีบๆพูดมา เพราะฉันไม่อยากจะเสียเวลากับเธอ" "ช่วย ระ รูดซิปด้านหลังให้เอิงหน่อยค่ะ เมื่อคืนเอิง..."พรึบ!เธอพูดไม่ทันจบ มือหนาก็จับเข้าทีไหล่บางแล้วหมุนให้เธอหันหลังไปทางเขา จากนั้นเขาจึงจัดการรูดซิปให้เธอจนเห็นแผ่นหลังขาวนวลเนียนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จนทำเอาเจย์ซีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ก่อนจะพูดกลบเกลื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้"เสร็จแล้ว เข้าห
เรือนหอ หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของเจย์ซีกับเอิงได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อช่วงหัวค่ำ หลังจากที่เกชา ทินกรและเมตตาอวยพรคู่บ่าวสาวเสร็จแล้วต่างก็พากันกลับบ้านไป โดยตอนนี้เหลือแต่คู่บ่าวสาวที่ต่างคนต่างก็ไม่อยากจะมองหน้ากัน และเป็นเอิงที่เอ่ยขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบ"เราจะนอนห้องเดียวกันหรือจะแยกห้องกันนอนคะคุณเจย์ซี""ก็แยกห้องกันนอนสิ ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ" เจย์ซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่น พลางมีสีหน้าไม่สบอารมณ์"แล้วเอิงจะไปรู้เหรอคะว่าคุณต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร""แต่ที่รู้ๆคือฉันไม่ต้องการเธอมาเป็นเมีย""เรื่องนั้นคุณไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ เพราะเอิงก็ไม่ได้ต้องการคุณมาเป็นสามีเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ขอร้อง เอิงก็ไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคุณหรอกค่ะ""ถ้าคุณปู่ไม่ขู่ว่าจะยกสมบัติให้เธอครึ่งนึงก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมแต่งงานกับเธอ""..." เธอนิ่งและคิดในใจว่าที่เขายอมแต่งงานกับเธอก็เพราะกลัวว่าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอสินะ ซึ่งเธอคิดว่าถ้าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอจริงๆเธอจะไม่ขอรับไว้อย่างแน่นอน"ถ้าเฌอแตมกลับมาฉันก็จะหย่ากับเธอทันที เพราะฉันได้คุยเรื่องนี้กับคุณปู่เอาไว้แล้ว""เฌอแตมคือใครเหร







