Masukตอนเที่ยง
ในขณะที่เอิงวุ่นอยู่กับงานที่เขามอบหมายให้เธอทำนั้น นงนุชที่จะลงไปกินข้าวก็เดินมาที่โต๊ะของเธอ "น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยมาทำต่อ" "ได้ค่ะพี่นุช" รับคำเสร็จ เอิงก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันลงลิฟต์ไป โรงอาหารของบริษัท เมื่อเอิงกับนงนุชเข้ามาในโรงอาหารขนาดใหญ่ ทั้งสองก็ซื้อข้าวราดแกงมาทานกันที่โต๊ะ "ถ้าเป็นตอนที่คุณเฌอแตมยังอยู่ คุณเจย์ซีจะพาคุณเฌอแตมออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกทุกวันเลยนะคะน้องเอิง" ทันทีที่ทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว นงนุชที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยอยู่แล้วก็พูดกับเอิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "อ๋อค่ะ" "คุณเฌอแตมค่อนข้างจะเป็นคนถือตัวค่ะ เขาไม่มากินในที่แบบนี้หรอกค่ะน้องเอิง" "ค่ะ" ยิ้มอ่อนๆแล้วตักข้าวกินไปด้วย "แต่ผิดกับน้องเอิงนะคะที่เป็นถึงภรรยาของคุณเจย์ซีแต่ไม่ถือตัวเลย" "..." เอิงนิ่งและพูดในใจว่าเธอเป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการต่างหากล่ะ เป็นภรรยาที่รอวันหย่าในอีกไม่ช้าก็เร็วถ้าแฟนของเขากลับมา "พี่บอกตรงๆนะคะว่าพี่ชอบน้องเอิงมากๆเลยค่ะ รู้สึกถูกชะตามากๆเลย" นงนุชพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริง "ขอบคุณค่ะพี่นุช เอิงก็รู้สึกชอบพี่นุชเหมือนกันค่ะ" เอิงพูดออกมาจากความรู้สึกจริง เพราะเธอก็รู้สึกถูกชะตากับนงนุชเหมือนกัน เธอชอบนงนุชที่คุยเป็นกันเองกับเธอจนเธอรู้สึกอุ่นใจ "น้องเอิงมีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้นะคะ ถือซะว่าพี่เป็นพี่สาวคนหนึ่งของน้องเอิงก็แล้วกัน" "ได้ค่ะพี่นุช" "เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวน้องเอิงก็สามารถปรึกษาพี่ได้ เพราะพี่มีครอบครัวแล้ว บางเรื่องพี่ก็ให้คำปรึกษาน้องเอิงได้" "ไม่ทราบว่าพี่นุชมีลูกกี่คนแล้วคะ" "พี่มีลูกชายคนเดียว ตอนนี้เรียนอยู่มอสี่แล้วค่ะ" "เริ่มเป็นหนุ่มแล้วสินะคะพี่นุช" "ใช่ค่ะ แต่ยังไม่มีแฟนนะคะ เพราะพี่บอกว่าให้ตั้งใจเรียนไปก่อน ส่วนเรื่องแฟนไม่ต้องรีบค่ะ" จากนั้น สองสาวก็กินข้าวกันไปและคุยกันไปจนกระทั่งเสร็จทั้งคู่ก็กลับกันขึ้นไปทำงาน เมื่อเอิงเดินมาถึงโต๊ะทำงาน ร่างสูงก็เปิดประตูห้องทำงานออกมาแล้วพูดกับเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ทำไมเธอถึงไมรอออกไปพร้อมฉัน" "ไปกินข้าวน่ะเหรอคะ" "อืม" "ก็คุณไม่ได้บอกเอิงไว้นี่คะว่าให้รอออกไปกินพร้อมคุณ พอพี่นุชมาชวน เอิงก็ไปกับพี่นุชเลย" "ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เธอจะต้องออกไปกินข้าวพร้อมฉันทุกวัน และห้ามลงไปกินในโรงอาหารเด็ดขาด" "ทำไมถึงลงไปกินในโรงอาหารไม่ได้ล่ะคะ" "โรงอาหารข้างล่างมีไว้สำหรับให้พนักงานในบริษัทกิน" "แล้วเอิงไม่ใช่พนักงานเหรอคะ" "มันก็ใช่ที่เธอเป็นพนักงานของที่นี่ แต่อย่าลืมสถานะของตัวเองว่าตัวเองคือหลานสะใภ้ของเจ้าของบริษัทซึ่งก็คือปู่ของฉัน เป็นลูกสะใภ้ของประธานบริษัทนั่นก็คือพ่อของฉัน และเธอก็เป็นภรรยาของฉัน ถึงแม้ว่าฉันไม่อยากให้เป็นก็ตาม ถ้าพนักงานคนอื่นเห็นว่าเธอลงไปกินข้าวในโรงอาหาร พวกเขาก็จะนินทาฉันได้ว่าทำไมถึงไม่พาเมียไปกินข้าว และที่สำคัญถ้าคุณปู่รู้เข้าฉันนี่แหละที่จะโดนคุณปู่ว่า" "เอิงเข้าใจแล้วค่ะว่าคุณกลัวเสียหน้าและโดนคุณปู่ดุถ้าคุณไม่พาเอิงไปกินข้าว งั้นพรุ่งนี้เอิงจะรอออกไปกินพร้อมคุณก็แล้วกันนะคะ เพื่อไม่ให้คุณถูกนินทาจากพนักงานและคุณจะไม่โดนคุณปู่ดุ" พูดจบ เธอก็หย่อนสะโพกนั่งลงยังเก้าอี้และเริ่มทำงานที่ยังค้างไว้ต่อ โดยไม่ได้ใส่ใจอีกคนที่กำลังมองเธออยู่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด เจย์ซีกลับเข้าห้องทำงานไป จนกระทั่งตอนเย็นก็ออกจากห้องมาแล้วเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ด้านนอก "จะกลับบ้านไหม" ถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย "กลับค่ะ" สิ้นเสียงหวานตอบ เรียวขายาวก็ก้าวออกไป ก่อนที่เจ้าของร่างเล็กจะลุกตามเขาและพากันลงไปข้างล่าง บ้าน เมื่อกลับมาถึงบ้านต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง ในขณะที่เอิงกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นั้นก็มีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้ามาจากเมตตา ครืด~ 'สวัสดีค่ะคุณป้า' 'นี่หนูยังจะเรียกแม่ว่าป้าอยู่อีกเหรอ' 'ขอโทษค่ะคุณแม่ คือเอิงชินกับการเรียกคุณป้ามาหลายปีค่ะ' 'งั้นก็เรียกแม่ให้ชินซะนะลูก' 'ค่ะคุณแม่ ว่าแต่คุณแม่มีธุระอะไรกับเอิงหรือเปล่าคะ' 'แม่อยากจะถามหนูว่าหนูได้นอนห้องเดียวกับเจย์ซีหรือเปล่า' 'เรานอนคนละห้องค่ะคุณแม่' 'เหมือนกับที่คุณปู่ และพ่อกับแม่คิดเอาไว้ไม่มีผิดเลยว่าหนูกับเจย์ซีไม่ได้นอนห้องเดียวกัน' '...' 'เพราะเจย์ซีใช่ไหมที่หนูต้องนอนอีกห้อง' 'ค่ะ' 'งั้นแค่นี้ก่อนนะหนู เดี๋ยวแม่จะโทรหาใหม่นะ' 'ค่ะคุณแม่'เจย์ซีดื่มเหล้าในบาร์หรูแห่งหนึ่งอยู่หลายชั่วโมง เมื่อรู้สึกกรึ่มๆเขาก็กลับบ้าน เจย์ซีเดินโซซัดโซเซขึ้นมายังชั้นสองของบ้านแล้วไปเคาะประตูห้องนอนของภรรยาที่เขาไม่ต้องการก๊อก! ก๊อก!เอิงที่กำลังจะเคลิ้มหลับเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเธอถึงกับสะดุ้งโหยง พลางคิดในใจว่าเขามีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่าถึงได้มาเรียกเธอในเวลานอนแบบนี้ก๊อก! ก๊อก!เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงลุกจากเตียงนอนแล้วมาเปิดประตูให้เขา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าธุระจะสำคัญขนาดไหนถึงต้องรอคุยพรุ่งนี้ไม่ได้แกร่ก!พลั่ก!ทันทีที่บานประตูเปิดออก มือหนาของคนที่อยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนทำเอาคนที่อยู่ด้านในถึงกับเซหงายหลังเกือบล้ม"คุณมีธุระอะไรเหรอคะคุณเจย์ซีถึงได้มาเรียกเอิงป่านนี้ นี่มันเป็นเวลานอนแล้วนะคะ""ถ้าไม่มีธุระแล้วฉันจะเข้ามาเหรอ เธอคิดว่าฉันอยากจะเหยียบเข้ามาในห้องของเธอหรือไง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยานๆ แววตาหยาดเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปในปริมาณมากเพื่อย้อมใจ"คุณมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะค่ะ เพราะตอนนี้เอิงง่วง""หึ เธอคิดเหรอว่าคืนนี้เธอจะได้นอน" เขาแสยะยิ้มเอ่ย"คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ" เธอเอี
บริษัท วันต่อมาเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน นงนุชก็เดินมาหาเอิงเพื่อที่จะชวนลงไปกินข้าวในโรงอาหารอีกเช่นเคย"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ""พี่นุชคะ คือเอิงต้องขอโทษจริงๆที่วันนี้เอิงไม่ได้ลงไปกินข้าวกับพี่" เอิงพูดด้วยสีหน้ามีความเกรงใจ"อ๋อ พี่รู้แล้วค่ะว่าทำไมน้องเอิงถึงไม่ลงไปกินข้าวกับพี่ เพราะคุณเจย์ซีจะพาน้องเอิงออกไปกินข้างนอกใช่ไหมคะ" นงนุชพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสาคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี"ใช่ค่ะพี่นุช เอาไว้วันหลังเราค่อยลงไปกินพร้อมกันอีกนะคะ เอิงอยากกินข้าวกับพี่นุชมากกว่ากินกับคุณเจย์..." เอิงยังพูดไม่ทันจบ เจย์ซีก็เปิดประตูออกจากห้องมา เมื่อเห็นเช่นนั้นนงนุชจึงรีบพูดกับเอิง"งั้นพี่ลงไปกินข้าวก่อนนะคะน้องเอิง""ค่ะ" จากนั้น นงนุชก็ลงชั้นล่างไป"เธอกำลังจะนินทาอะไรฉัน""เอิงจะบอกพี่นุชว่าเอิงไม่อยากไปกินข้าวกับคุณค่ะ""นึกว่าฉันอยากจะไปกินข้าวกับเธอนักหรือไง""ถ้าคุณไม่อยากไปกินข้าวกับเอิง งั้นก็อย่าพาเอิงไปสิคะ เอิงจะกินที่นี่""เมื่อวานฉันพูดกับเธอไปหมดแล้วนะว่าเพราะอะไร ทำไมเธอถึงไม่จำ""เอิงไม่อยากจำเรื่องไร้สาระค่ะ แค่จะลงไปกินข้าวในโรงอาหารก็ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ
ตอนเที่ยงในขณะที่เอิงวุ่นอยู่กับงานที่เขามอบหมายให้เธอทำนั้น นงนุชที่จะลงไปกินข้าวก็เดินมาที่โต๊ะของเธอ"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยมาทำต่อ""ได้ค่ะพี่นุช" รับคำเสร็จ เอิงก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันลงลิฟต์ไป โรงอาหารของบริษัทเมื่อเอิงกับนงนุชเข้ามาในโรงอาหารขนาดใหญ่ ทั้งสองก็ซื้อข้าวราดแกงมาทานกันที่โต๊ะ"ถ้าเป็นตอนที่คุณเฌอแตมยังอยู่ คุณเจย์ซีจะพาคุณเฌอแตมออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกทุกวันเลยนะคะน้องเอิง" ทันทีที่ทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว นงนุชที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยอยู่แล้วก็พูดกับเอิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"อ๋อค่ะ""คุณเฌอแตมค่อนข้างจะเป็นคนถือตัวค่ะ เขาไม่มากินในที่แบบนี้หรอกค่ะน้องเอิง""ค่ะ" ยิ้มอ่อนๆแล้วตักข้าวกินไปด้วย"แต่ผิดกับน้องเอิงนะคะที่เป็นถึงภรรยาของคุณเจย์ซีแต่ไม่ถือตัวเลย""..." เอิงนิ่งและพูดในใจว่าเธอเป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการต่างหากล่ะ เป็นภรรยาที่รอวันหย่าในอีกไม่ช้าก็เร็วถ้าแฟนของเขากลับมา"พี่บอกตรงๆนะคะว่าพี่ชอบน้องเอิงมากๆเลยค่ะ รู้สึกถูกชะตามากๆเลย" นงนุชพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริง"ขอบคุณค่ะพี่นุช เอิงก็รู้สึกชอบพี่นุชเหมือนกันค่ะ" เอิงพูดออก
บริษัทเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นบนสุดของตึกที่มีจำนวนหลายสิบชั้น เจ้าของใบหน้าหล่อดีกรีรองประธานบริษัทก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"โต๊ะทำงานของเธอคือตรงนี้" "ขอโทษนะคะคุณเจย์ซี คือเอิงอยากจะถามว่าก่อนหน้านี้ใครเป็นเลขาของคุณเหรอคะ""เฌอแตม แต่ฉันให้เฌอแตมเข้าไปนั่งกับฉันในห้องทำงาน""อ๋อค่ะ""ตั้งแต่เฌอแตมหายตัวไป ฉันก็ไม่เคยรับเลขาใหม่ เพราะฉันคิดว่าเฌอแตมจะกลับมา" เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อคิดไปถึงคนรักที่หายไปเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าเฌอแตมยังมีชีวิตอยู่และจะกลับมาหาเขาแน่นอน"เอิงหวังว่าแฟนของคุณจะกลับมาหาคุณในเร็ววันนะคะคุณเจย์ซี""อืม ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น และฉันก็ยังรอเฌอแตมอยู่ทุกวัน""เอิงจะเอาใจช่วยคุณอีกแรงนะคะคุณเจย์ซี""อืมขอบใจ งั้นเธอก็นั่งที่โต๊ะเถอะ เดี๋ยวฉันจะมอบหมายงานให้เธอทำ""ค่ะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนที่หญิงสาวที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยความรู้สึกเห็นใจจะไปหย่อนสะโพกนั่งลงยังโต๊ะทำงานในขณะที่เอิงนั่งได้ไม่ถึงสิบนาที เลขาสาวของทินกรก็เดินมาหาเอิงที่นั่งอยู่"สวัสดีค่ะน้องเอิง""สวัสดีค่ะพี่""พี่ชื่อนงนุ
วันต่อมาเอิงตื่นนอนมาก็จัดการรูดซิปอีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ได้ผล เพราะชุดที่เธอใส่นั้นพอดีตัวจึงยากแก่การที่จะถอดเองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าแล้วออกจากห้องไปยืนอยู่หน้าห้องของเขา เอิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอยู่สามสี่ทีก็ยกมือทำท่าจะเคาะประตู ทว่าแกร่ก!ประตูถูกเปิดออกมาจากคนที่อยู่ด้านในพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหล่อที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางคิดในใจว่าทำไมเธอถึงยังใส่ชุดนี้อยู่อีก แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรออกไป รอให้เธอพูดเองดีกว่า เพราะสังเกตจากท่าทีของเธอคงจะมีอะไรให้เขาช่วย"เอ่อ...คุณเจย์ซีคะ ชะ ช่วย" เธอพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเขา"จะให้ช่วยอะไรก็รีบๆพูดมา เพราะฉันไม่อยากจะเสียเวลากับเธอ" "ช่วย ระ รูดซิปด้านหลังให้เอิงหน่อยค่ะ เมื่อคืนเอิง..."พรึบ!เธอพูดไม่ทันจบ มือหนาก็จับเข้าทีไหล่บางแล้วหมุนให้เธอหันหลังไปทางเขา จากนั้นเขาจึงจัดการรูดซิปให้เธอจนเห็นแผ่นหลังขาวนวลเนียนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จนทำเอาเจย์ซีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ก่อนจะพูดกลบเกลื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้"เสร็จแล้ว เข้าห
เรือนหอ หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของเจย์ซีกับเอิงได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อช่วงหัวค่ำ หลังจากที่เกชา ทินกรและเมตตาอวยพรคู่บ่าวสาวเสร็จแล้วต่างก็พากันกลับบ้านไป โดยตอนนี้เหลือแต่คู่บ่าวสาวที่ต่างคนต่างก็ไม่อยากจะมองหน้ากัน และเป็นเอิงที่เอ่ยขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบ"เราจะนอนห้องเดียวกันหรือจะแยกห้องกันนอนคะคุณเจย์ซี""ก็แยกห้องกันนอนสิ ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ" เจย์ซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่น พลางมีสีหน้าไม่สบอารมณ์"แล้วเอิงจะไปรู้เหรอคะว่าคุณต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร""แต่ที่รู้ๆคือฉันไม่ต้องการเธอมาเป็นเมีย""เรื่องนั้นคุณไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ เพราะเอิงก็ไม่ได้ต้องการคุณมาเป็นสามีเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ขอร้อง เอิงก็ไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคุณหรอกค่ะ""ถ้าคุณปู่ไม่ขู่ว่าจะยกสมบัติให้เธอครึ่งนึงก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมแต่งงานกับเธอ""..." เธอนิ่งและคิดในใจว่าที่เขายอมแต่งงานกับเธอก็เพราะกลัวว่าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอสินะ ซึ่งเธอคิดว่าถ้าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอจริงๆเธอจะไม่ขอรับไว้อย่างแน่นอน"ถ้าเฌอแตมกลับมาฉันก็จะหย่ากับเธอทันที เพราะฉันได้คุยเรื่องนี้กับคุณปู่เอาไว้แล้ว""เฌอแตมคือใครเหร





![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

