Masukเจย์ซีดื่มเหล้าในบาร์หรูแห่งหนึ่งอยู่หลายชั่วโมง เมื่อรู้สึกกรึ่มๆเขาก็กลับบ้าน เจย์ซีเดินโซซัดโซเซขึ้นมายังชั้นสองของบ้านแล้วไปเคาะประตูห้องนอนของภรรยาที่เขาไม่ต้องการ
ก๊อก! ก๊อก! เอิงที่กำลังจะเคลิ้มหลับเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเธอถึงกับสะดุ้งโหยง พลางคิดในใจว่าเขามีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่าถึงได้มาเรียกเธอในเวลานอนแบบนี้ ก๊อก! ก๊อก! เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงลุกจากเตียงนอนแล้วมาเปิดประตูให้เขา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าธุระจะสำคัญขนาดไหนถึงต้องรอคุยพรุ่งนี้ไม่ได้ แกร่ก! พลั่ก! ทันทีที่บานประตูเปิดออก มือหนาของคนที่อยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนทำเอาคนที่อยู่ด้านในถึงกับเซหงายหลังเกือบล้ม "คุณมีธุระอะไรเหรอคะคุณเจย์ซีถึงได้มาเรียกเอิงป่านนี้ นี่มันเป็นเวลานอนแล้วนะคะ" "ถ้าไม่มีธุระแล้วฉันจะเข้ามาเหรอ เธอคิดว่าฉันอยากจะเหยียบเข้ามาในห้องของเธอหรือไง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยานๆ แววตาหยาดเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปในปริมาณมากเพื่อย้อมใจ "คุณมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะค่ะ เพราะตอนนี้เอิงง่วง" "หึ เธอคิดเหรอว่าคืนนี้เธอจะได้นอน" เขาแสยะยิ้มเอ่ย "คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ" เธอเอียงคอถามด้วยแววตามีความสงสัย "ฉันไม่ได้จะเข้ามาคุยธุระกับเธอ แต่ฉันจะเข้ามาทำธุระกับเธอ" "ทำธุระ?" คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง "ฉันจะเข้ามาทำลูกกับเธอ ทีนี้เข้าใจหรือยัง" เขาพูดพลางก้าวเข้าไปหายังร่างบางที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ จนเอิงต้องก้าวถอยหลังทีละก้าวด้วยความรู้สึกตื่นกลัวในท่าทีของเขา และเธอเข้าใจความหมายในสิ่งที่เขาพูดดี ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วพูดออกไป "คุณจะมาทำแบบนั้นกับเอิงไม่ได้นะคะคุณเจย์ซี ไหนคุณเคยบอกว่าคุณไม่ต้องการให้เอิงเป็นภรรยาของคุณยังไงล่ะคะ" "ฉันไม่ได้ต้องการเธอมาเป็นเมีย แต่ฉันต้องการให้เธอมีลูก ฉันต้องการแค่ลูกเท่านั้น แต่ฉันไม่ได้ต้องการเมียและไม่ต้องการแม่ของลูกอย่างเธอ แต่ที่ฉันต้องทำเพราะมันจำเป็น" "จำเป็น?" "คุณปู่ต้องการให้ฉันกับเธอมีลูก และถ้าฉันไม่ทำ คุณปู่ก็จะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้เธอ โดยที่ฉันไม่ได้อะไรเลย" "เอิงไม่ได้ต้องการทรัพย์สินอะไรทั้งนั้น คุณเชื่อใจเอิงเถอะค่ะ ถึงคุณปู่จะให้เอิงแต่เอิงจะไม่รับไว้ค่ะ" "ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะปฏิเสธทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากมายขนาดนั้น" "เชื่อเถอะค่ะคุณเจย์ซีว่าเอิงไม่อยากได้จริงๆ" "จ้างให้ก็ไม่เชื่อหรอก อย่ามาทำเป็นพูดให้ตัวเองดูดีหน่อยเลย ตอนคุณปู่บอกให้แต่งงานกับฉันทำไมเธอถึงไม่ปฏิเสธคุณปู่ล่ะ" "เอิงอยากปฏิเสธแต่เอิงไม่กล้าค่ะ เอิงเกรงใจคุณปู่" "นั่นมันเป็นข้ออ้างของเธอต่างหากล่ะ" "เอิงไม่ได้อ้างค่ะ" "แล้วเธอกล้าดียังไงถึงไปฟ้องคุณปู่ว่าไม่ได้นอนห้องเดียวกับฉัน" "เรื่องที่เอิงไม่ได้นอนห้องเดียวกับคุณ เอิงไม่ได้ฟ้องคุณปู่นะคะ แต่วันก่อนคุณแม่โทรมาถามว่าเอิงนอนห้องเดียวกับคุณหรือเปล่า เอิงก็เลยจำเป็นต้องบอ..." "เลิกโกหกใส่แม่ฉันได้แล้ว อยากนอนกับฉันจนตัวสั่นล่ะสิถึงได้ไปฟ้องคุณปู่ พอคุณปู่รู้ทีนี้ก็เลยมาบังคับให้ฉันนอนกับเธอ แถมยังจะให้ฉันมีลูกกับเธออีก" "มันไม่ใช่อย่างที่คุณเข้าใจเลยค่ะคุณเจย์ซี เอิงไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ" "ต่อให้เธอพูดยังไงฉันก็ไม่เชื่อเธอเด็ดขาด และคืนนี้ฉันจะหลับหูหลับตาเอาเธอก็แล้วกัน ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่แตะต้องตัวเธอให้เป็นเสนียดฉันหรอก และฉันจะคิดซะว่าเธอคือเฌอแตมคนรักของฉัน ถ้าไม่อย่างนั้นฉันคงเอาเธอไม่ลง" สิ้นเสียงทุ้มเอ่ย ร่างสูงก็ย่างสามขุมเข้าไปจับร่างเล็กทันควัน หมับ! "อย่านะคะคุณเจย์ซี อย่าทำเอิง" เธอพยายามดิ้นออกจากการโอบรัดจากสองแขนแกร่งของเขา "ทำมาเป็นสะดีดสะดิ้งเล่นตัว ทั้งๆที่ความเป็นจริงก็อยากให้ฉันเอาจนตัวสั่น" "คุณดูถูกเอิง" "หึ เดี๋ยวก็รู้ว่าดูถูกหรือดูผิด" พูดจบ เขาก็เหวี่ยงร่างเล็กลงไปบนเตียงนอนโดยไร้ซึ่งความอ่อนโยน ปึก! "โอ๊ย!" เธอร้องออกมาด้วยความจุกจากแรงเหวี่ยงของเขาที่ไม่ออมแรงเลย "เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไป คืนนี้เธอได้ร้องทั้งคืนแน่" พูดจบ เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออก ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามรั้งไว้ แต่มีเหรอที่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอจะสู้แรงกำลังของเขาได้ จนกระทั่งเขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกไปจนร่างของเธอเปล่าเปลือย สองมือเรียวยกขึ้นปิดทรวงอกอวบอิ่มเพราะความกระดากอาย "จะปิดทำไม ฉันไม่ได้อยากดูของเธอให้เสียลูกตาหรอก" ว่าแล้ว เขาก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปจนหมด ก่อนมือหนาจะจับขาเรียวให้แยกออกจากกัน เอิงที่เห็นตรงกลางกายของเขาที่ดูน่ากลัวถึงกับต้องหุบขาเข้าหากันอย่างรวดเร็วเพราะหวั่นกลัว ทว่าถูกเจย์ซีจับขาเธอกางออกอีกครั้ง "คุณเจย์ซีอย่าทำแบบนี้กับเอิงเลยนะคะ" "ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ฉันก็ไม่มีลูกน่ะสิ" "ถ้าคุณต้องการลูก งั้นทำเด็กหลอดแก้วก็ได้นะคะคุณเจย์ซี" เธอก็เพิ่งคิดได้เมื่อกี้จึงรีบพูดออกไป "เสียเวลา และฉันไม่อยากไปหาหมอให้ยุ่งยาก วิธีนี้มันง่ายที่สุดแล้ว" ว่าแล้ว เขาก็จับลำกายยาวใหญ่ที่เริ่มผงาดแข็งขึ้นถูไถไปในร่องกลีบที่ยังปิดสนิท ซึ่งเขามองจากตาเปล่าแล้วก็รู้ได้เลยว่าเธอยังไม่เคย เขาจับหัวหยักมนถูไถแล้วดันเข้าไปในรูสวาทที่มีขนาดเล็กมากของเธอ จนทำเอาคนที่นอนอยู่ใต้ร่างจำต้องพูดออกมา "คุณเจย์ซี ช่วยเบาๆหน่อยนะคะ มันเจ็บ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นระริก แววตาหวาดหวั่น เพราะแค่เขาดันเข้ามานิดหน่อยเธอก็รู้สึกได้ว่าเจ็บ "เจ็บก็ต้องทน เพราะหน้าที่ของเธอคือต้องนอนอ้าขาให้ฉันเอาแบบนี้จนกว่าเธอจะท้อง" ว่าแล้ว เขาก็ไม่รอช้าดันท่อนเอ็นที่แข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นของเธอได้เพียงครึ่งลำ สวบ! "อ๊ะ! คุณเจย์ซี เอิงเจ็บ เอาออกได้ไหม" ตัวเธอเกร็งอย่างฉับพลันเมื่อเขาดันความยิ่งใหญ่เข้ามาจนเธอรู้สึกว่าเหมือนด้านในกำลังจะฉีกขาด "ถ้าฉันไม่เอาเข้าไปแล้วเธอจะท้องได้ไง พูดอะไรโง่ๆ" ว่าจบ เขาก็จัดการดันตัวตนที่คาอยู่ครึ่งลำเข้าไปทีเดียวจนสุดความยาวโดยไม่ได้ใส่ใจว่ามันเป็นครั้งแรกของเธอ หรือว่าเธอจะเจ็บมากขนาดไหน สวบ! กึก! "อ๊ะ! อื้อ!" มือเรียวกำผ้าปูที่นอนหวังระบายความเจ็บและแสบเมื่อถูกความยิ่งใหญ่สอดลึกเข้ามาในกายเธอ พร้อมร่างเล็กบิดเกร็งและสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ "อาา" เสียงทุ้มครางออกมาหลังจากที่ท่อนเอ็นถูกโพรงนุ่มหยุ่นตอดรัดแก่นกายตุบๆ "หยุดเกร็งได้แล้ว" "เอิงเจ็บ" "แค่เจ็บแต่ไม่ถึงกับตายหรอก ห้ามส่งเสียง ฉันไม่อยากได้ยินเสียงของเธอเพราะมันรำคาญ เข้าใจไหม" "..." เธอพยักหน้า "ถ้าเธอส่งเสียงออกมา ฉันจะเอาเธอให้ฉีกไปเลย" "เอิงจะไม่ส่งเสียงค่ะ" เธอรีบรับคำเพราะรู้สึกหวั่นกลัวกับคำขู่และแววตาแข็งกร้าวที่จ้องเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอเสียให้ได้เจย์ซีดื่มเหล้าในบาร์หรูแห่งหนึ่งอยู่หลายชั่วโมง เมื่อรู้สึกกรึ่มๆเขาก็กลับบ้าน เจย์ซีเดินโซซัดโซเซขึ้นมายังชั้นสองของบ้านแล้วไปเคาะประตูห้องนอนของภรรยาที่เขาไม่ต้องการก๊อก! ก๊อก!เอิงที่กำลังจะเคลิ้มหลับเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเธอถึงกับสะดุ้งโหยง พลางคิดในใจว่าเขามีธุระอะไรกับเธอหรือเปล่าถึงได้มาเรียกเธอในเวลานอนแบบนี้ก๊อก! ก๊อก!เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงลุกจากเตียงนอนแล้วมาเปิดประตูให้เขา เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าธุระจะสำคัญขนาดไหนถึงต้องรอคุยพรุ่งนี้ไม่ได้แกร่ก!พลั่ก!ทันทีที่บานประตูเปิดออก มือหนาของคนที่อยู่ด้านนอกก็ผลักประตูเข้าไปอย่างแรงจนทำเอาคนที่อยู่ด้านในถึงกับเซหงายหลังเกือบล้ม"คุณมีธุระอะไรเหรอคะคุณเจย์ซีถึงได้มาเรียกเอิงป่านนี้ นี่มันเป็นเวลานอนแล้วนะคะ""ถ้าไม่มีธุระแล้วฉันจะเข้ามาเหรอ เธอคิดว่าฉันอยากจะเหยียบเข้ามาในห้องของเธอหรือไง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงยานๆ แววตาหยาดเยิ้มเพราะแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปในปริมาณมากเพื่อย้อมใจ"คุณมีธุระอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะค่ะ เพราะตอนนี้เอิงง่วง""หึ เธอคิดเหรอว่าคืนนี้เธอจะได้นอน" เขาแสยะยิ้มเอ่ย"คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ" เธอเอี
บริษัท วันต่อมาเมื่อถึงเวลาพักกลางวัน นงนุชก็เดินมาหาเอิงเพื่อที่จะชวนลงไปกินข้าวในโรงอาหารอีกเช่นเคย"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ""พี่นุชคะ คือเอิงต้องขอโทษจริงๆที่วันนี้เอิงไม่ได้ลงไปกินข้าวกับพี่" เอิงพูดด้วยสีหน้ามีความเกรงใจ"อ๋อ พี่รู้แล้วค่ะว่าทำไมน้องเอิงถึงไม่ลงไปกินข้าวกับพี่ เพราะคุณเจย์ซีจะพาน้องเอิงออกไปกินข้างนอกใช่ไหมคะ" นงนุชพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสาคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี"ใช่ค่ะพี่นุช เอาไว้วันหลังเราค่อยลงไปกินพร้อมกันอีกนะคะ เอิงอยากกินข้าวกับพี่นุชมากกว่ากินกับคุณเจย์..." เอิงยังพูดไม่ทันจบ เจย์ซีก็เปิดประตูออกจากห้องมา เมื่อเห็นเช่นนั้นนงนุชจึงรีบพูดกับเอิง"งั้นพี่ลงไปกินข้าวก่อนนะคะน้องเอิง""ค่ะ" จากนั้น นงนุชก็ลงชั้นล่างไป"เธอกำลังจะนินทาอะไรฉัน""เอิงจะบอกพี่นุชว่าเอิงไม่อยากไปกินข้าวกับคุณค่ะ""นึกว่าฉันอยากจะไปกินข้าวกับเธอนักหรือไง""ถ้าคุณไม่อยากไปกินข้าวกับเอิง งั้นก็อย่าพาเอิงไปสิคะ เอิงจะกินที่นี่""เมื่อวานฉันพูดกับเธอไปหมดแล้วนะว่าเพราะอะไร ทำไมเธอถึงไม่จำ""เอิงไม่อยากจำเรื่องไร้สาระค่ะ แค่จะลงไปกินข้าวในโรงอาหารก็ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ
ตอนเที่ยงในขณะที่เอิงวุ่นอยู่กับงานที่เขามอบหมายให้เธอทำนั้น นงนุชที่จะลงไปกินข้าวก็เดินมาที่โต๊ะของเธอ"น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ เดี๋ยวค่อยมาทำต่อ""ได้ค่ะพี่นุช" รับคำเสร็จ เอิงก็ลุกจากเก้าอี้แล้วพากันลงลิฟต์ไป โรงอาหารของบริษัทเมื่อเอิงกับนงนุชเข้ามาในโรงอาหารขนาดใหญ่ ทั้งสองก็ซื้อข้าวราดแกงมาทานกันที่โต๊ะ"ถ้าเป็นตอนที่คุณเฌอแตมยังอยู่ คุณเจย์ซีจะพาคุณเฌอแตมออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกทุกวันเลยนะคะน้องเอิง" ทันทีที่ทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว นงนุชที่เป็นคนชอบพูดชอบคุยอยู่แล้วก็พูดกับเอิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม"อ๋อค่ะ""คุณเฌอแตมค่อนข้างจะเป็นคนถือตัวค่ะ เขาไม่มากินในที่แบบนี้หรอกค่ะน้องเอิง""ค่ะ" ยิ้มอ่อนๆแล้วตักข้าวกินไปด้วย"แต่ผิดกับน้องเอิงนะคะที่เป็นถึงภรรยาของคุณเจย์ซีแต่ไม่ถือตัวเลย""..." เอิงนิ่งและพูดในใจว่าเธอเป็นภรรยาที่เขาไม่ต้องการต่างหากล่ะ เป็นภรรยาที่รอวันหย่าในอีกไม่ช้าก็เร็วถ้าแฟนของเขากลับมา"พี่บอกตรงๆนะคะว่าพี่ชอบน้องเอิงมากๆเลยค่ะ รู้สึกถูกชะตามากๆเลย" นงนุชพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริง"ขอบคุณค่ะพี่นุช เอิงก็รู้สึกชอบพี่นุชเหมือนกันค่ะ" เอิงพูดออก
บริษัทเมื่อทั้งสองขึ้นมายังชั้นบนสุดของตึกที่มีจำนวนหลายสิบชั้น เจ้าของใบหน้าหล่อดีกรีรองประธานบริษัทก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"โต๊ะทำงานของเธอคือตรงนี้" "ขอโทษนะคะคุณเจย์ซี คือเอิงอยากจะถามว่าก่อนหน้านี้ใครเป็นเลขาของคุณเหรอคะ""เฌอแตม แต่ฉันให้เฌอแตมเข้าไปนั่งกับฉันในห้องทำงาน""อ๋อค่ะ""ตั้งแต่เฌอแตมหายตัวไป ฉันก็ไม่เคยรับเลขาใหม่ เพราะฉันคิดว่าเฌอแตมจะกลับมา" เขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อคิดไปถึงคนรักที่หายไปเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังมั่นใจร้อยเปอร์เซนต์ว่าเฌอแตมยังมีชีวิตอยู่และจะกลับมาหาเขาแน่นอน"เอิงหวังว่าแฟนของคุณจะกลับมาหาคุณในเร็ววันนะคะคุณเจย์ซี""อืม ฉันก็หวังว่าอย่างนั้น และฉันก็ยังรอเฌอแตมอยู่ทุกวัน""เอิงจะเอาใจช่วยคุณอีกแรงนะคะคุณเจย์ซี""อืมขอบใจ งั้นเธอก็นั่งที่โต๊ะเถอะ เดี๋ยวฉันจะมอบหมายงานให้เธอทำ""ค่ะ" ว่าแล้ว ร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนที่หญิงสาวที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยความรู้สึกเห็นใจจะไปหย่อนสะโพกนั่งลงยังโต๊ะทำงานในขณะที่เอิงนั่งได้ไม่ถึงสิบนาที เลขาสาวของทินกรก็เดินมาหาเอิงที่นั่งอยู่"สวัสดีค่ะน้องเอิง""สวัสดีค่ะพี่""พี่ชื่อนงนุ
วันต่อมาเอิงตื่นนอนมาก็จัดการรูดซิปอีกครั้ง แต่แล้วก็ไม่ได้ผล เพราะชุดที่เธอใส่นั้นพอดีตัวจึงยากแก่การที่จะถอดเองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นเธอจึงรวบรวมความกล้าแล้วออกจากห้องไปยืนอยู่หน้าห้องของเขา เอิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอยู่สามสี่ทีก็ยกมือทำท่าจะเคาะประตู ทว่าแกร่ก!ประตูถูกเปิดออกมาจากคนที่อยู่ด้านในพร้อมกับเจ้าของใบหน้าหล่อที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางคิดในใจว่าทำไมเธอถึงยังใส่ชุดนี้อยู่อีก แต่ก็ไม่อยากจะถามอะไรออกไป รอให้เธอพูดเองดีกว่า เพราะสังเกตจากท่าทีของเธอคงจะมีอะไรให้เขาช่วย"เอ่อ...คุณเจย์ซีคะ ชะ ช่วย" เธอพูดตะกุกตะกักเมื่อเห็นสีหน้าเรียบเฉยของเขา"จะให้ช่วยอะไรก็รีบๆพูดมา เพราะฉันไม่อยากจะเสียเวลากับเธอ" "ช่วย ระ รูดซิปด้านหลังให้เอิงหน่อยค่ะ เมื่อคืนเอิง..."พรึบ!เธอพูดไม่ทันจบ มือหนาก็จับเข้าทีไหล่บางแล้วหมุนให้เธอหันหลังไปทางเขา จากนั้นเขาจึงจัดการรูดซิปให้เธอจนเห็นแผ่นหลังขาวนวลเนียนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จนทำเอาเจย์ซีถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ก่อนจะพูดกลบเกลื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้"เสร็จแล้ว เข้าห
เรือนหอ หนึ่งเดือนต่อมางานแต่งงานของเจย์ซีกับเอิงได้เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อช่วงหัวค่ำ หลังจากที่เกชา ทินกรและเมตตาอวยพรคู่บ่าวสาวเสร็จแล้วต่างก็พากันกลับบ้านไป โดยตอนนี้เหลือแต่คู่บ่าวสาวที่ต่างคนต่างก็ไม่อยากจะมองหน้ากัน และเป็นเอิงที่เอ่ยขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบ"เราจะนอนห้องเดียวกันหรือจะแยกห้องกันนอนคะคุณเจย์ซี""ก็แยกห้องกันนอนสิ ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ" เจย์ซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่น พลางมีสีหน้าไม่สบอารมณ์"แล้วเอิงจะไปรู้เหรอคะว่าคุณต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไร""แต่ที่รู้ๆคือฉันไม่ต้องการเธอมาเป็นเมีย""เรื่องนั้นคุณไม่ต้องย้ำหรอกค่ะ เพราะเอิงก็ไม่ได้ต้องการคุณมาเป็นสามีเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ขอร้อง เอิงก็ไม่มีวันที่จะแต่งงานกับคุณหรอกค่ะ""ถ้าคุณปู่ไม่ขู่ว่าจะยกสมบัติให้เธอครึ่งนึงก็อย่าหวังว่าฉันจะยอมแต่งงานกับเธอ""..." เธอนิ่งและคิดในใจว่าที่เขายอมแต่งงานกับเธอก็เพราะกลัวว่าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอสินะ ซึ่งเธอคิดว่าถ้าคุณปู่จะยกสมบัติให้เธอจริงๆเธอจะไม่ขอรับไว้อย่างแน่นอน"ถ้าเฌอแตมกลับมาฉันก็จะหย่ากับเธอทันที เพราะฉันได้คุยเรื่องนี้กับคุณปู่เอาไว้แล้ว""เฌอแตมคือใครเหร







