Se connecterบริษัท วันต่อมา
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน นงนุชก็เดินมาหาเอิงเพื่อที่จะชวนลงไปกินข้าวในโรงอาหารอีกเช่นเคย "น้องเอิงคะ เราลงไปกินข้าวกันเถอะค่ะ" "พี่นุชคะ คือเอิงต้องขอโทษจริงๆที่วันนี้เอิงไม่ได้ลงไปกินข้าวกับพี่" เอิงพูดด้วยสีหน้ามีความเกรงใจ "อ๋อ พี่รู้แล้วค่ะว่าทำไมน้องเอิงถึงไม่ลงไปกินข้าวกับพี่ เพราะคุณเจย์ซีจะพาน้องเอิงออกไปกินข้างนอกใช่ไหมคะ" นงนุชพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสาคนมีมนุษย์สัมพันธ์ดี "ใช่ค่ะพี่นุช เอาไว้วันหลังเราค่อยลงไปกินพร้อมกันอีกนะคะ เอิงอยากกินข้าวกับพี่นุชมากกว่ากินกับคุณเจย์..." เอิงยังพูดไม่ทันจบ เจย์ซีก็เปิดประตูออกจากห้องมา เมื่อเห็นเช่นนั้นนงนุชจึงรีบพูดกับเอิง "งั้นพี่ลงไปกินข้าวก่อนนะคะน้องเอิง" "ค่ะ" จากนั้น นงนุชก็ลงชั้นล่างไป "เธอกำลังจะนินทาอะไรฉัน" "เอิงจะบอกพี่นุชว่าเอิงไม่อยากไปกินข้าวกับคุณค่ะ" "นึกว่าฉันอยากจะไปกินข้าวกับเธอนักหรือไง" "ถ้าคุณไม่อยากไปกินข้าวกับเอิง งั้นก็อย่าพาเอิงไปสิคะ เอิงจะกินที่นี่" "เมื่อวานฉันพูดกับเธอไปหมดแล้วนะว่าเพราะอะไร ทำไมเธอถึงไม่จำ" "เอิงไม่อยากจำเรื่องไร้สาระค่ะ แค่จะลงไปกินข้าวในโรงอาหารก็ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้" "ถ้าเธอไม่ใช้นามสกุลของฉันอยู่ฉันก็ไม่แคร์หรอกว่าเธอจะไปกินที่ไหน หรือว่ากับใคร" "งั้นก็หยุดเถียงกันเถอะค่ะ แล้วออกไปกินข้าวกัน" เธอรีบพูดตัดบท ก่อนที่ร่างสูงจะสาวเท้าเดินออกไปด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ โดยคนตัวเล็กก็เร่งฝีเท้าก้าวตามคนตัวสูงไปเข้าลิฟต์ด้วยความไม่เต็มใจ หนึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันในระหว่างทานข้าว จากนั้นก็พากันกลับบริษัท บนรถ "เอิงว่าวันต่อไปเราสั่งอาหารไปกินที่บริษัทก็ได้นะคะคุณเจย์ซี ไม่จำป็นต้องออกมากินข้างนอกหรอกค่ะ" หลังจากที่ทั้งสองต่างคนต่างก็เงียบกันมาสักพักใหญ่ เจ้าของใบหน้าใสจึงตัดสินใจหันไปพูดกับเขาที่มีสีหน้าเฉยชาอยู่ "รู้สึกอึดอัดเหรอที่ต้องออกมากินข้าวกับฉัน" "..." เธอเม้มริมฝีปากไม่ตอบ จึงทำให้เขารู้ว่าเธอคงอึดอัดที่ต้องออกมากินข้าวกับเขา "เอาเป็นว่าวันต่อไปเธอก็สั่งอาหารมากินกับฉันในห้องทำงานก็แล้วกัน" "ได้ค่ะคุณเจย์ซี" เธอตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ หนึ่งเดือนต่อมา ในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เอิงจะนั่งรถไปทำงานกับเจย์ซีทุกวัน และตอนเที่ยงก็เป็นเอิงที่สั่งอาหารมากินกับเขาในห้องทำงาน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ถ้าจะคุยกันก็คุยกันในเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น พอกลับถึงบ้านตอนเย็นต่างคนต่างก็เข้าห้องของตัวเอง จนกระทั่งตอนเช้าถึงจะได้เจอหน้ากันเพราะต้องนั่งรถไปบริษัทพร้อมกัน บริษัท เมื่อเจย์ซีเข้ามาในห้องทำงาน โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ส่งเสียงดังขึ้น เขาหยิบออกมาดูจึงรู้ว่าเป็นคุณปู่ที่โทรเข้ามา เจย์ซีขมวดคิ้วเล็กน้อยนึกแปลกใจ เพราะตั้งแต่แต่งงานมาคุณปู่ก็ไม่โทรหาเขาเลย เขานึกตงิดใจว่าคุณปู่ต้องมีธุระสำคัญแน่ๆถึงได้โทรมา เพราะปกติถ้าไม่ธุระท่านก็จะไม่โทรมา ครืด~ 'ครับคุณปู่' 'ตอนเย็นเข้ามาหาปู่ที่บ้านหน่อย ปู่มีธุระจะคุยด้วย' 'ธุระอะไรเหรอครับคุณปู่' 'ตอนเย็นแกก็จะรู้เอง' 'ได้ครับ งั้นแค่นี้นะครับคุณปู่' จากนั้น นิ้วหนาก็กดวางสาย พลางรู้สึกใจคอไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าคุณปู่จะบังคับให้เขาทำอะไรอีกหรือเปล่า เจย์ซีเริ่มทำงาน แต่ทว่าวันนี้เขาไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเลย เพราะใจมัวแต่คิดสงสัยว่าตอนเย็นคุณปู่จะพูดอะไร จนกระทั่งตอนเที่ยงเอิงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับอาหารที่เธอสั่งมาเพื่อที่จะรับประทานกับเขาอย่างเช่นทุกวันที่ผ่านมา เอิงจัดการนำอาหารเทใส่จานจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยเรียกเขาที่ยังจดจ้องอยู่กับงาน โดยไม่ได้สนใจเธออย่างเช่นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา "คุณเจย์ซีคะ อาหารพร้อมแล้วค่ะ" "อืม" เขารับคำในลำคอ จากนั้นก็มาหย่อนตัวนั่งบนโซฟาที่เธอนั่งอยู่ ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มรับประทานอาหารไปพร้อมกัน เมื่อทานเสร็จแล้วเอิงก็จัดการเก็บจานไปล้างข้างนอก ส่วนเขาก็ไปทำงานต่อ ตอนเย็น เจย์ซีออกจากห้องทำงานมา ก่อนเรียวปากหนาได้รูปจะเอ่ยกับเธอที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสารเข้าชั้นอยู่ "เสร็จหรือยัง" "เสร็จแล้วค่ะ" "งั้นก็รีบๆเข้าสิ" "ทำไมถึงต้องรีบล่ะคะ" ที่ถามเพราะทุกๆวันเขาไม่เคยเร่งเธอ "ฉันต้องเข้าไปที่บ้าน เพราะคุณปู่มีธุระจะคุยด้วย แต่ฉันจะไปส่งเธอก่อน" "อ๋อ งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ" ว่าแล้ว ทั้งสองก็เร่งก้าวเท้าพากันไปขึ้นรถและเขาก็ไปส่งเธอที่บ้าน ก่อนจะไปหาคุณปู่ เจย์ซีลงจากรถหรูแล้วสาวเท้าเข้าบ้านไปก็เจอกับเกชาที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขก เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงไปทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนจะยกมือไหว้ "สวัสดีครับคุณปู่ คุณปู่กินข้าวเย็นหรือยังครับ" เขาถามด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ "เพิ่งกินเสร็จเมื่อกี้นี้เอง แล้วหนูเอิงล่ะไม่มาด้วยเหรอ" "ผมไปส่งที่บ้านแล้วครับ ว่าแต่คุณปู่มีเรื่องอะไรที่จะคุยกับผมเหรอครับ" เจย์ซีถามด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในใจ และขออย่าให้เป็นเรื่องที่ต้องฝืนความรู้สึกของเขาเลย "แกกับหนูเอิงจะต้องมีทายาทให้ปู่" "คุณปู่! ไม่เอาผมไม่อยากมีลูก ผมทำไม่ได้" เขาพูดออกมาเสียงดังและปฏิเสธอย่างทันควัน "แต่แกต้องมีและต้องทำให้ได้" "จะให้ผมมีลูกกับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รักได้ยังไง ผมทำไม่ได้หรอก" "แกจะรักหนูเอิงหรือไม่รักหนูเอิงก็เรื่องของแก แต่แกต้องมีลูกกับหนูเอิง" "ผมไม่ทำ" "แต่แกต้องทำ ถ้าแกไม่ทำ สมบัติทั้งหมดของปู่ก็จะยกให้หนูเอิงทั้งหมด" "คุณปู่..." เขาพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ "ไม่ใช่สมบัติแค่ครึ่งเดียวนะ แต่ทรัพย์สินสมบัติทั้งหมดปู่จะโอนติดชื่อหนูเอิง" "..." เจย์ซีก้มหน้าอย่างคิดไม่ตกและรู้สึกกดดันอย่างมากเมื่อได้ยินคำประกาศิตออกมาจากปากของคุณปู่ และเขารู้ว่าคุณปู่ทำได้จริงอย่างที่พูด "ทำไมแกถึงไม่นอนห้องเดียวกับหนูเอิง" "..." เจย์ซียังคงนิ่งและคิดในใจว่ายัยนั่นคงจะเอาเรื่องที่เธอไม่ได้นอนห้องเดียวกับเขามาฟ้องคุณปู่แน่ๆ ถ้ายัยนั่นไม่บอกแล้วคุณปู่จะรู้ได้ยังไง "ตกลงแกจะทำตามที่ปู่บอกไหมเจย์ซี ถ้าแกไม่ทำตามที่ปู่บอก อาทิตย์หน้าปู่จะไปจัดการโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้หนู..." "ตกลงครับ ผมจะมีทายาทให้คณปู่" เขาไม่ยอมให้คุณปู่ยกสมบัติให้ยัยนั่นหรอก ถึงแม้ว่าเขาจะต้องฝืนใจเอายัยนั่นก็ยอม ก็แค่ทำๆให้ยัยนั่นท้องก็หมดเรื่อง เขาจะยอมหลับหูหลับตาทำก็แล้วกัน "ธุระของปู่ก็มีเท่านี้แหละ และต่อไปปู่ก็จะไม่ขออะไรแกอีก ปู่สัญญา" "งั้นผมกลับแล้วนะครับคุณปู่" ว่าแล้ว เจย์ซีก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วไปขึ้นรถหรูและขับออกไปด้วยความเร็ว ทว่าเขาไม่ได้กลับบ้าน แต่เขาไปดื่มเหล้าเพื่อทำใจ ก่อนที่คืนนี้เขาจะต้องฝืนใจทำลูกกับยัยนั่น ผู้หญิงที่เขาไม่ได้รักแปดเดือนผ่านไปตอนนี้อายุครรภ์ของเอิงก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว ท้องของเอิงโตขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความที่ไม่อยากให้เมียเหนื่อยเขาจึงให้เอิงหยุดอยู่บ้านตอนที่อายุครรภ์ได้สี่เดือนฟอดดเสียงของคนเป็นพ่อที่เห่อลูกและตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูกในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าหอมไปที่ท้องกลมโตของแม่ของลูกที่เขารักมาก"อีกไม่ถึงเดือนพ่อก็จะได้เห็นหน้าลูกชายแล้วนะครับลูกรักของพ่อ" ฝ่ามือใหญ่ลูบท้องกลมไปมาเบาๆ พร้อมกับพูดออกมาอย่างมีความสุข เขามีความสุขทุกครั้งที่เขาได้คุยกับลูกที่อยู่ในท้องของคนเป็นแม่เอิงที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่จ้องมองมายังพ่อของลูกที่ทั้งหอมท้องตัวเองและพูดกับลูกที่อยู่ในครรภ์ด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสุข พลางคิดในใจว่าเขาเป็นสามีและพ่อของลูกที่ดีมากจนทำเอาคนที่เป็นภรรยารู้สึกหลงรักสามีตัวเองทุกวัน เขาแทบจะไม่ให้เธอทำอะไรเลย เวลาจะเดินไปไหนเขาก็อยากจะอุ้มไปทุกที่ เขาบอกว่ากลัวเธอจะเกิดอาการเวียนหัวแล้วล้ม เขากลัวและระแวงไปหมดทุกอย่าง ซึ่งผิดกับเธอไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น เขาจูบพุงโตๆของเธอทุกวันทุกคืน ก่อนออกไปทำงานเขาจะหอมแก้มเธอและจูบที่ท้องของเธอแล้วพูดกับลูกทุกวัน'พ่อไปทำงานแ
สองเดือนต่อมาในที่สุดเอิงก็ท้องได้สองเดือนแล้ว วันแรกที่ประจำเดือนของเอิงขาดเจย์ซ์ดีใจมากและลุ้นอยู่ทุกวันว่าขออย่าให้ประจำเดือนของเอิงมาทีเถอะ จนกระทั่งประจำเดือนของเอิงขาดไปสามวัน เจย์ซีก็ไปซื้ออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์มาลองตรวจดู เขาเป็นคนจัดการตรวจด้วยตัวเอง ให้เอิงปัสสาวะและเก็บไว้ในภาชนะรองรับ จากนั้นเขาก็จุ่มแท่งตรวจลงไปในปัสสาวะของเอิง ไม่ถึงสองนาทีแท่งตรวจตรงแถบสีขาวก็ขึ้นสองขีดสีแดงอย่างชัดเจน เจย์ซีที่เห็นแบบนั้นถึงกับร้องเย่จนเสียงดังไปแปดบ้านเพราะลืมตัว อีกทั้งน้ำตาแห่งความตื้นตันใจของลูกผู้ชายที่กำลังจะเป็นพ่อคนก็ไหลลงมาอาบแก้มสากโดยไม่รู้ตัว"เอิงอยากหยุดอยู่บ้านพักผ่อนก็ได้นะ ไม่ต้องไปทำหรอกงาน" เจย์ซีพูดกับคุณแม่ท้องอ่อนที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก"เอิงยังไม่อยากหยุดงานค่ะ ถ้าหยุดอยู่บ้านตอนนี้เอิงคงเบื่อแย่ ถ้าได้ไปทำงานเอิงจะได้คุยกับพี่ และได้คุยกับพี่นุชทุกวันเอิงจึงไม่รู้สึกเบื่อค่ะ""มันก็ถูกอย่างที่เอิงว่านะ งั้นพี่เอาที่เอิงสบายใจก็แล้วกัน""ถ้าเอิงไปทำงานไม่ไหวเอิงจะหยุดอยู่บ้านเองค่ะ" เอิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ"ถ้าเอิงไม่ไปทำงาน พี่ก็ต้องหาเลขาใหม่ใช่
หลังจากที่เธอกดสะโพกให้แก่นกายหนาเข้ามาอยู่ในโพรงสวาทคับแน่นจนสุดความยาวแล้ว เอวบางก็เริ่มขยับเข้าออกเนิบนาบจนความเสียวกระสันแล่นปลาบเข้ามาในโสตประสาทสัมผัสทุกส่วน นั่นจึงทำให้เธอขยับสะโพกเข้าออกและกระแทกใส่ท่อนเอ็นอย่างแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆจนทั้งคู่ครางกระหึ่มออกมาเสียงระงม กระทั่งจนวินาทีสุดท้ายร่างเล็กก็กระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักออกมาชะโชมแก่นกายใหญ่ในปริมาณที่มากมาย"อ๊า อ๊า พี่เจย์ซี" เธอปล่อยอารมณ์ปราถนาออกมาอย่างที่ใจต้องการ ก่อนจะกอดร่างหนาและซบหน้าไปกับบ่าแกร่งพร้อมกับลมหายใจเข้าออกหนักๆ"มีความสุขไหมครับเอิง" เขาลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆพร้อมกับเอ่ยถาม"มีความสุขค่ะ แล้วเมื่อกี้พี่ยังไม่เสร็จใช่ไหมคะ""พี่ยังไม่อยากรีบเสร็จน่ะ เพราะพี่รู้ว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกลที่พี่จะได้yedเอิง" เขาพูดพลางอมยิ้ม"ทีนี้ให้พี่เลียได้หรือยัง""เลียเลยค่ะ" ว่าแล้ว มือแกร่งก็ยกร่างเล็กที่คร่อมตัวเองอยู่ให้นอนราบไปบนโซฟา ก่อนจะก้มลงไปเลียน้ำรักของเธอที่ไหลออกมาติดตามโคนขาทั้งสองข้าง จากนั้นจึงเลียไปในร่องกลีบที่แฉะไปด้วยน้ำรักของเธอแผล่บ! แผล่บ!เอิงที่นอนอ้าขาอยู่เมื่อลิ้นร้อนสัมผัสลงมาอย่างนุ
บนรถ"ก่อนกลับบ้านเอิงจะแวะที่ไหนต่อหรือเปล่า" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามยังเจ้าของร่างบอบบางที่นั่งอยู่เบาะข้าง"คงไม่แวะที่ไหนแล้วล่ะค่ะ อยากกลับบ้านเลย""ครับ" เขารับคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแล้วหันกลับไปมองทาง ก่อนที่เอิงจะพูดขึ้น"เออพี่เจย์ซีคะ เอิงนึกออกแล้วค่ะว่าจะแวะที่ไหน""ที่ไหนเหรอ""ร้านขายยาค่ะ""เอิงเป็นอะไรถึงต้องกินยา""เอิงไม่ได้เป็นอะไรค่ะแต่เอิงจะซื้อยาคุม เพราะที่บ้านยังเหลืออยู่เม็ดเดียว" พอพูดถึงยาคุมหน้าเจย์ซีก็ถอดสีทันที"ถ้าซื้อยาคุมงั้นพี่ไม่แวะ" "ทำไมล่ะคะ""ไม่ต้องกินหรอกยาคุม ปล่อยให้ท้องไปเถอะ ขนาดปล่อยให้ท้องสองเดือนยังไม่ติดเลย ถ้ากินยาคุมอีกเดี๋ยวก็ท้องยากเข้าไปอีกหรอก""พี่เจย์ซีอยากมีลูกแล้วเหรอคะ""อยากมีสิ อยากมีนานแล้วด้วย วันนั้นที่พี่รู้ว่าเอิงกินยาคุม เอิงรู้ไหมว่าพี่อยากจับเอิงมาตีก้นซะให้เข็ด โทษฐานที่แอบกินยาคุม""ก็ตอนนั้นเอิงไม่มั่นใจนี่คะว่าต่อไปข้างหน้าเราสองคนจะเป็นยังไง ดังนั้นเอิงก็เลยกินป้องกันเอาไว้ก่อน""แล้วตอนนี้เอิงมั่นใจได้หรือยัง""มั่นใจค่ะ""งั้นก็ไม่ต้องกินแล้วนะ""ค่ะ" เธอรับคำ ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะระบายยิ้มออกมา พลางเลื่อน
"ผู้ชายคนนั้นเขาบอกว่ารักแตม แล้วทำไมแตมถึงหนีเขามาล่ะ""แตมรักพี่เจย์ซี แตมก็เลยกลับมาหาพี่ค่ะ" เธอบอกออกไปแต่ใจเธอมีความลังเลว่ารักอาทิปหรือเจย์ซีกันแน่ ตอนอยู่กับอาทิปเธอก็นึกถึงเจย์ซีอยู่บ้างแต่ไม่บ่อย แต่พอเธอได้มาอยู่กับเจย์ซีเธอก็นึกไปถึงอาทิป เธอมีความรู้สึกว่าเธอคิดถึงและโหยหาอาทิปมากกว่าเจย์ซี เธอรู้ว่าอาทิปรักเธอหลงเธอมาก ตอนอยู่กับเขาเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะอาทิปจะทำเองทุกอย่าง และความรู้สึกของเธอบอกว่าอาทิปรักเธอมากกว่าเจย์ซี แต่ที่เธอมีความลังเลเพราะเธอคิดว่าคบกับเจย์ซีมานานจึงคิดว่าควรเลือกคนที่คบกันมานานน่าจะดีกว่า ดังนั้นเธอจึงได้หนีอาทิปมาหาเจย์ซี"หึ รักเหรอ" เขาแสยะยิ้ม"ค่ะรัก" แววตาลังเล"ถ้าแตมรักพี่จริงแตมคงไม่อยู่กับเขามาเป็นปีๆหรอก ถ้าแตมรักพี่อย่างที่ปากพูด หลังจากที่แตมหายป่วยหลังจากตกเรือ แตมก็ต้องกลับมาหาพี่ตอนนั้นเลยสิ ไม่ใช่ว่าอยู่กับเขาจนได้เสียกัน และอีกอย่างแตมก็รับปากจะแต่งงานกับเขาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องหนีเขามาด้วยล่ะ ผู้ชายคนนั้นเขารักแตมนะ""แล้วพี่เจย์ซีไม่ได้รักแตมแล้วเหรอคะ""ตั้งแต่เอิงมาเป็นเมียพี่ หัวใจของพี่ก็ไม่รักใครอีกแล้วนอกจาก
วันต่อมาวันนี้เจย์ซีตื่นแต่เช้าและบอกกับเอิงว่าไม่ต้องเข้าบริษัท เพราะวันนี้เขาอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้าน และเขาก็อยู่บ้านกับเธอด้วยจนกระทั่งตอนเที่ยงเฌอแตมโทรมาหาเขา เขามองหน้าจอโทรศัพท์อย่างลังเลว่าจะกดรับดีหรือไม่รับดี แต่ถ้าไม่รับสายเธอก็ต้องมาหาเขาที่บ้านอีก เหมือนกับวันนั้นที่เขาอยู่เฝ้าเอิง เฌอแตมโทรหาเขาหลายสายแต่เขาไม่รับ และเขาไม่คิดว่าเฌอแตมจะมาหาเขา เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงต้องรับโทรศัพท์ของเฌอแตมแล้วพูดออกไปครืด~'วันนี้พี่อยู่บ้านนะแตม''พี่ต้องอยู่ดูแลคนที่บ้านอีกเหรอคะ''วันนี้พี่ไม่ค่อยสบายน่ะ' เขาโกหก'พี่เจย์ซีไม่สบายเป็นอะไรคะ''เป็นไข้หวัด''งั้นเดี๋ยวแตมไปหาพี่ที่บ้านก็ได้ค่ะ''อย่ามาเลยแตม แตมอาจจะติดไข้จากพี่ก็ได้นะ ตอนนี้พี่ทั้งไอทั้งจาม แล้วก็มีน้ำมูกด้วย และอีกอย่างพี่อยากนอนน่ะ ถ้าแตมมาพี่คงไม่ได้คุยอะไรกับแตมหรอก''อ๋อค่ะ งั้นแค่นี้นะคะพี่เจย์ซี อีกสี่ห้าวันแตมจะโทรหาอีกที' สิ้นเสียงของเฌอแตม เจย์ซีก็ไม่ได้พูดอะไร นิ้วหนากดวางสายแล้วหันไปหอมแก้มของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ฟอดด ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียวใสจะเอ่ยถาม"โกหกว่าป่วยทำไมคะ""ถ้าพี่ไม่โกหกว่าป่วย เด







